บทที่ 18 คำสั่งฮ่องเต้
องครักษ์หลิวไม่ทันได้ให้องค์หญิงเหมยฟางได้ตอบอันใดก็รีบเดินหนีไป
“เ้านี่ช่างไม่มีความรู้สึกเสียจริง ข้าแสดงออกขนาดนี้ยังไม่รู้อีกหรือว่าข้าคิดอย่างไรกับเ้า แต่ไม่เป็ไรข้าองค์หญิงเหมยฟางเสียอย่าง ข้าจะพิชิพใจท่านให้ได้องครักษ์หลิว ” เหมยฟางยิ้มออกมาอย่างมีแผนร้าย ก่อนจะรีบวิ่งไปหาฮองเฮา
เมื่อทุกคนกลับไปหมดสิ้นหนิงเอ๋อเข้ามาที่ห้องนอนของตนเองอย่างเหนื่อยล้า นางกำลังโน้มตัวลงนอนก็มีเสียงดังออกมาจากด้านนอก
“องค์หญิงท่านนอนหรือยัง ข้าขอเข้าไปหาองค์หญิงได้หรือไม่ขอรับ” เสียงของหางเฟิ่งที่ดังอยู่ด้านนอก หนิงเอ๋อจึงบอกให้เขาเข้ามา
“เข้ามาสิข้ายังไม่ได้นอน” หนิงเอ๋อเดินมาเปิดประตูให้หางเฟิ่งเขาถือลูกประคบติดตัวมา
“เ้ามาหาข้าพร้อมลูกประคบทำไมกัน นี่มันก็มืดค่ำแล้ว”
“ก็เพราะใบหน้างดงามขององค์หญิงบวมแดงเป็รอยฝ่ามือ ข้าเลยนำลูกประคบนี่มาประคบหน้าวันรุ่งขึ้นใบหน้าองค์หญิงจะได้ไม่บวมแดงไปมากกว่านี้ขอรับ “
“เอามานี่สิ เ้าเองก็กลับไปพักได้แล้วเดี๋ยวข้าทำเอง”หนิงเอ๋อยื่นมือไปรับลูกประคบแต่ทว่าหางเฟิ่งไม่ยอมเขาจับตัวองค์หญิงนั่งลงบนที่นอนพร้อมใช้มือที่หนาใหญ่ของเขาััใบหน้าหนิงเอ๋ออย่างเบามือ หนิงเอ๋อสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ เขาก็ัันางเช่นนี้ สายตาของหางเฟิ่งช่างอ่อนโยนแต่แววตานั้นเต็มไปด้วยความเ็ป ทำให้หนิงเอ๋อรู้สึกใจสั่นเมื่อได้รับการดูแลจากเขา หางเฟิ่งไม่พูดอันใดเขาค่อยๆ หยิบลูกประคบมาประคบใบหน้าของหนิงเอ๋ออย่างแ่เบา ในเวลานี้ทุกอย่างเงียบสงัดมีเพียงเสียงหายใจและลมหายใจอุ่นๆ ที่นางรู้สึกเสียงหัวใจเต้นดังระรัวของหนิงเอ๋อที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใบหน้าของหางเฟิ่งอยู่ใกล้นางเพียงนิดเดียว หนิงเอ๋อนางหลงใหลทั้งใบหน้าและการเอาใจใส่ของหางเฟิ่งทำให้นางใช้มือจับมือของหางเฟิ่งอย่างลืมตัว จนเขาเองก็ชะงัดและหยุดนิ่งไม่ประคบต่อ
“ท่านเจ็บหรือขอรับ”
“เปล่าเลยข้ารู้สึกดีมากต่างหาก ขอบใจเ้ามากนะที่ห่วงใยข้า” หนิงเอ๋อจับมือของหางเฟิ่งมาวางไว้บนตัก เขาเองก็ค่อยๆ โน้มตัวนั่งลงกับพื้นและก้มหน้าลงตักของหนิงเอ๋อ พร้อมพำว่าทั้งหมดนั้นเป็ความผิดของตน
“เพราะข้าแท้ๆ ที่ทำให้ท่านต้องมาเจ็บตัวเช่นนี้ หากข้ามิใช่ผู้ต่อยต่ำข้าก็อาจจะช่วยองค์หญิงได้” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาอย่างสั่นสะอื้นพูดจาติดๆ ขัดๆ
“เ้าอย่าโทษตนเองเลย หากไม่มีเ้าหวงกุ้ยเฟยก็หาเื่ข้าอยู่ดี เ้าอย่าดูถูกตนเองเลย อย่างน้อยข้าก็เห็นเ้ามีค่าต่อข้าเสมอ ลุกขึ้นมานั่งบนนี่สิ” หนิงเอ๋อตบเตียงของตนเพื่อให้หางเฟิ่งมานั่งข้างๆ นาง
“ที่ตรงนั้นมันไม่เหมาะสมกับข้าหรอกขอรับ”
“ไม่มีที่ตรงใดคู่ควรกับใครหรือไม่คู่ควรกับใครหรอกนะ ขึ้นมานั่งที่นี่ไหนเ้าบอกข้าว่าจะคอยเติมเต็มทุกอย่างให้ข้าอย่างไรเล่า” หางเฟิ่งขึ้นมานั่งบนเตียงนอนของหนิงเอ๋อ นางนั่งเอียงตัวอิงกายของหางเฟิ่ง
“ข้าขอนั่งอยู่อย่างนี้สักครู่ วันนี้ข้าเหนื่อยเหลือเกิน “
“ได้ขอรับ ท่านจะให้ข้าอยู่อย่างนี้ทั้งคืนก็ย่อมได้” หางเฟิ่งค่อยๆ โอบกอดหนิงเอ๋อจากด้านหลังเพื่อให้เธออิงหลังตนเองอย่างสบาย เมื่อนางสบายใจก็เผลอหลับอยู่ในอ้อมกอดของหางเฟิ่งอยู่นาน เมื่อเห็นว่านางหลับแล้วหางเฟิ่งก็ได้อุ้มนางขึ้นนอนบนเตียงพร้อมห่มผ้าให้
“ก็ยังคงเป็เช่นเดิมมิเปลี่ยนไปเลยสักนิด เหตุใดท่านถึงไว้ใจข้าถึงเพียงนี้ บุรุษในใต้หล้าต่อให้เป็ขันทีท่านเองก็ต้องระวังตัวเองบ้างสิ” หางเฟิ่งจ้องมองนางที่หลับนิ่งอย่างเอ็นดู ก่อนที่เขาจะจูบลงที่หน้าผากของนางก่อนจะออกไป
ฝั่งด้านเสี่ยวหลง นางยังคงเจ็บใจไม่น้อยที่ถูกหนิงเอ๋อบังอาจมาตบใบหน้าที่งดงามของนาง นางจึงเสด็จไปตำหนักของฮ่องเต้เพื่อทูลเื่นี้กับฮ่องเต้
นางเดินมาถึงหน้าตำหนักก็พบขันทีที่ยืนอยู่หน้าตำหนัก จึงได้แจ้งให้ขันทีผู้นี้เข้าไปทูลต่อฝ่าาว่านางนั้นขอเข้าเฝ้า ขันทีเองก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปด้านในแจ้งการมาขององค์หญิงเสี่ยวหลง นางกำนัลก็ได้เดินออกมาตามเสี่ยวหลงเข้าไป
“ฝ่าาให้องค์หญิงเข้าไปพบได้เพคะ” นางกำนัลแจ้งต่อเสี่ยวหลงนางก็เดินเข้าไปทันที
“มีเื่อันใดถึงทำให้เสี่ยวหลงองค์หญิงตัวน้อยของข้ามาหาข้าได้” ฝ่าาเมื่อเห็นเสี่ยวหลงเข้าไปก็ได้ถามขึ้นทันที เพราะเวลาที่นางมาขอเข้าเฝ้าก็มีเพียงไม่กี่เื่ ไม่โดนหวงกุ้ยเฟยดุก็คงไม่พ้นเื่ขอออกไปเดินดูของสวยงาม
“ท่านพ่อเพคะ ท่านรู้ใจหม่อมฉันยิ่งนัก หม่อมฉันมีเื่ไม่สบายใจเมื่อสองวันก่อนหม่อมฉันและท่านแม่ออกไปเดินเล่นที่ตลาดแล้วผ่านเรือนขององค์หญิงหนิงเอ๋อพอดี ข้ากับท่านแม่เห็นใจและสงสารนางจึงได้ซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์รวมถึงอาหารเข้าไปให้นาง แต่ทว่า…” เสี่ยวหลงทำหน้าคุรุ่นคิดให้ฝ่าาสงสัย
“แต่ทว่าอันใด มีเื่อันใดรึ” ฝ่าาเมื่อความใคร่รู้จึงได้เปล่งเสียงดังออกมาถามเสี่ยวหลงทันที
“เอ่อ ท่านพ่อมั่นใจนะเพคะว่า้าที่จะรับฟัง”
“เ้าพูดมาเถิดเกิดเื่อันใดขึ้นกับหนิงเอ๋อกัน” ฝ่าามีสีหน้ากังวล ทำให้เข้าทางเสี่ยวหลงเมื่อนางแจ้งต่อท่านพ่อ ท่านพ่อต้องลงโทษหนิงเอ๋อเป็แน่
“ข้ากับท่านแม่พบว่าองค์หญิงหนิงเอ๋อรับนายโลมชั้นต่ำเข้าไปอยู่กินในเรือนเดียวกันเพคะ นางให้นายโลมผู้นั้นเข้าไปปรนนิบัตินางที่เรือน ข้ากับท่านแม่เข้าไปพบ ท่านแม่เองก็แค่สั่งสอนตักเตือนแต่ทว่านางมิยอมฟังแถมยังตบตีหม่อมฉันแถมยังสาดน้ำไล่หม่อมฉันกับท่านแม่ นางคงจะหลงไหลนายโลมผู้นั้นจนลืมไปว่าตนเองก็เป็เชื้อพระวงศ์เช่นนี้ท่านพ่อจะทำเช่นไรกับนางเพคะ ที่หม่อมฉันตัดสินใจมาทูลท่านพ่อเพราะเป็ห่วงนางมากเพคะ” เสี่ยวหลงแสดงสีหน้าเป็ห่วงกังวลเมื่อเห็นน้องต่างมารดาทำตัวไม่สมควร ฮ่องเต้เมื่อได้ยินดังนั้นก็โกรธเกรี้ยวอย่างมาก นั่งตัวสั่นเทาและได้สั่งให้ขันทีไปตามทหารมาพบเขา เมื่อทหารมาถึงฝ่ายาทก็ได้สั่งการทันที
“เ้าจงไปจับตัวองค์หญิงหนิงเอ๋อและชายชั่วผู้นั้นมาพบข้าโดยเร็ว นี่คือคำสั่ง” เสี่ยวหลงที่ได้ยินถึงกับเกือบความดีใจไว้ไม่อยู่ที่จะเห็นว่าหนิงเอ๋อนางจะถูกลงโทษ
หนิงเอ๋อกำลังเดินเล่นอยู่ที่สวนหลังเรือนของนางกับหางเฟิ่ง โดยมีองครักษ์หลิวเดินตามอยู่ห่างๆ
“คืนนั้นเ้าน่าจะปลุกข้า ไม่ใช่ปล่อยให้ข้านอนไปเช่นนั้น” หนิงเอ๋อเหม่อมองไปยังนกที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้ามาเกาะที่กิ่งไม้
“ข้าเห็นว่าท่านเหนื่อยมาทั้งวันไหนจะเจอเื่ไม่ดีเกิดขึ้นอีก ข้าเลยอยากให้ท่านได้นอนพักไม่อยากจะรบกวน”
“อย่างนั้นคืนนี้เ้าช่วยไปเล่นพิณเพื่อกล่อมข้าที ่นี้ข้านอนไม่ค่อยหลับแต่เมื่อมีเ้าอยู่ข้างกายข้ารู้สึกปลอดภัยและทำให้ข้าหลับโดยมิได้กังวลอันใด” หนิงเอ๋อหันมามองใบหน้าของหางเฟิ่ง
“ได้ขอรับ ข้าจะเล่นให้ท่านฟังทุกค่ำคืนยิ่งได้” หางเฟิ่งส่งยิ้มหวานให้หนิงเอ๋อนางเองก็เช่นกันตลอดเวลาที่มีหางเฟิ่งเคียงข้างนางลืมความรู้สึกโดดเดียว หางเฟิ่งช่วยเข้ามาเติมเต็มนางอย่างที่เขาพูดไว้ ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างชื่นบาน หารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่ชั่วยามจะเกิดเื่ขึ้นกับทั้งคู่