ทั้งคู่พูดคุยหยอกล้อกันไปตลอดทาง ทำให้ทั้งสองเริ่มเปิดอกคุยกันอย่างแท้จริง
ผ่านไปบทสนทนาแล้วบทสนทนาเล่า เพลิดเพลินเสียจนเส้นทางกลับบ้านดูไม่ไกลเท่าเดิม
เมื่อทั้งสองกลับถึงบ้านตระกูลกู้ในหมู่บ้านกานสุ่ย ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
พอเปิดประตูเดินเข้าไปในบ้าน ยังไม่ทันจะก้าวพ้นธรณีประตู ประโยคต้อนรับเสียงดังของแม่สามีก็ลอยมา
“กลับมากันเสียที! ไปกินข้าวให้เรียบร้อย แล้วรีบมาช่วยสกัดน้ำมัน! อย่าชักช้าคนทั้งบ้านรอพวกเ้าอยู่!”
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยไม่ได้พูดอะไร เดินเอาห่อสัมภาระกลับเข้าไปเก็บในห้อง แล้วจึงไปที่ครัวเพื่อกินข้าว
วันนี้แม่สามีเตรียมอาหารไว้ไม่น้อย แม้กระทั่งหมั่นโถวก็มีตั้งห้าหกลูก
เถียนฮวนกินไปหนึ่ง กู้ฉางสุ่ยก็จัดการเก็บกวาดที่เหลืออย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พานางไปยังโรงสกัดน้ำมัน
ในยุคนี้ ชาวบ้านทั่วไปใช้น้ำมันช่ายจื่อในการปรุงอาหาร จะมีเพียงบ้านร่ำรวยเท่านั้นที่ใช้น้ำมันหมู
แต่กระบวนการสกัดน้ำมันจากช่ายจื่อนั้นซับซ้อนมาก ต้องผ่านขั้นตอนทั้งล้าง คั่วบด นึ่ง กดอัด และสกัดน้ำมันออกมา
เื่นี้กู้ฉางสุ่ยเคยอธิบายให้นางฟังระหว่างเดินทางกลับบ้าน
‘แต่มีอยู่สองขั้นตอนคือการคั่วกับนึ่งที่ต้องใช้ฝีมือ ข้าไม่เคยได้แตะเลยั้แ่เด็กจนโต ข้าก็แค่ทำงานใช้แรงงาน’
หลังจากเล่าเื่ขั้นตอนสกัดน้ำมันอย่างละเอียดแล้ว กู้ฉางสุ่ยก็พูดสรุป
ความหมายโดยนัยคือ เขายังถูกบิดามารดาปิดบังเคล็ดลับการสกัดน้ำมัน เพราะกลัวเขาจะเรียนรู้แล้วแยกตัวออกไปทำมาหากินเองเป็คู่แข่งกับพวกเขา
เถียนฮวนเม้มปาก ‘ดูท่าพวกเขาก็คงเตรียมแผนไว้สองทางสินะ หนึ่ง...ทุ่มเงินให้น้องชายของท่านสอบเป็ซิ่วไฉสอง...พวกเขาไม่ยอมบอกเคล็ดลับการสกัดน้ำมันกับท่านเพราะเผื่อลูกชายสอบไม่ผ่าน แบบนี้ไม่ใช่เื่ดีหรอกนะ’
กู้ฉางสุ่ยขมวดคิ้ว ‘เหตุใดเ้าถึงพูดแบบนั้น’
เถียนฮวนตอบ ‘มนุษย์เราถ้าจะทำสิ่งใดให้สำเร็จ สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือทางถอยแต่ถ้าหากมีทางถอยที่พร้อมรองรับอยู่แล้ว แรงผลักดันในการเดินไปข้างหน้าก็จะลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัวอย่างพวกเราที่ต้องหวังพึ่งน้องชายของท่านสอบผ่านเพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตเว้นเสียแต่เขาจะมีพร์เป็เลิศ ไม่อย่างนั้นเขาแค่รู้ว่าจะสอบผ่านหรือไม่ผ่านตนก็ไม่มีทางอดตาย เขาก็ไม่มีแรงกระตุ้นจนขวนขวายหาความรู้
‘แต่ท่านพ่อท่านแม่เขาเลี้ยงมาราววางเขาไว้บนหิ้ง ไม่เคยให้เขาได้สกัดน้ำมันเลยเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการสกัดน้ำมันหรือดูแลโรงสกัดน้ำมัน ถ้าเขาสอบไม่ได้จริงๆ โตไปก็ใช่ว่าจะดูแลโรงสกัดน้ำมันได้แล้วถ้าจะพูดให้แรงกว่านี้อีกนิด หากเขาอ่านหนังสือมากไปจนติดนิสัยทะนงตัวขึ้นมา ไม่ยอมทำงานใช้แรงงานจริงๆเช่นนั้นเขาจะเอาตัวรอดได้อย่างไร ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ไม่เก่งพอจะสอบได้ แต่ก็ไม่ยอมทำงานเท่านี้ชีวิตก็พังแล้ว!’
กู้ฉางสุ่ยครุ่นคิดตามอย่างจริงจัง ก่อนจะพยักหน้า ‘เ้าพูดถูก ฟังดูมีเหตุผลยิ่งนัก แต่อย่าพูดเื่แบบนี้ให้พ่อแม่ข้าได้ยินเชียวนะไม่งั้นโดนพวกเขาด่าหูชาแน่’
เถียนฮวนรีบพยักหน้า ‘รู้แล้ว ข้าแค่พูดกับท่านเท่านั้น ข้ารู้จักนิสัยพวกเขาดีข้าไม่โง่หาเื่ใส่ตัวหรอก’
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม
พอกลับถึงบ้านก็พบว่าช่ายจื่อถูกล้างและคั่วเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอกู้ฉางสุ่ยมาบดเท่านั้น
กู้ฉางสุ่ยถอดเสื้อ เหลือแค่กางเกงขายาว ก่อนจะออกแรงดันเครื่องโม่รอบแล้วรอบเล่า
เถียนฮวนเองก็ไม่ได้อยู่เฉย กู้ฉางสุ่ยเพิ่งเริ่มดันเครื่องโม่ แม่สามีก็ชี้ไปที่ตะกร้าใส่ช่ายจื่อที่อยู่มุมห้องว่า
“สุ่ยเกอเอ๋อร์บดเมล็ดช่ายจื่อ ข้าจะให้เ้าคอยเติมช่ายจื่อเข้าไป ห้ามี้เีกันทั้งคู่!จริงๆ บ้านเราควรสกัดน้ำมันั้แ่สองวันก่อนแล้ว แต่มัวแต่ไปจัดงานแต่งให้เ้า เสียเวลาไปเปล่าๆจนวันนี้ลุงหวังที่อยู่ท้ายหมู่บ้านมาขอซื้อน้ำมันช่ายจื่อ ข้ายังไม่มีน้ำมันช่ายจื่อให้เขาเลย!ความเสียหายครั้งนี้ พวกเ้าต้องรับผิดชอบให้หมด!”
วันนี้เถียนฮวนได้เจอมารดา ท่านตารับปากจะดูแลนาง ใจเลยเบิกบาน แม้ร่างกายจะอ่อนล้าแต่ให้นอนตอนนี้ก็คงไม่หลับ จึงยอมว่านอนสอนง่าย เดินไปขนช่ายจื่อมาเทใกล้ๆ เครื่องโม่แล้วเริ่มเติมลงไป
จริงๆ แล้วขั้นตอนการบดก็คล้ายการบดถั่วทั่วไป เพียงแต่เครื่องมือที่ใช้นั้นใหญ่กว่าเครื่องโม่ตามบ้านทั่วไปมาก
เถียนฮวนสังเกตอยู่ไม่นานก็จับจังหวะได้ เติมช่ายจื่อได้สม่ำเสมอและพอเหมาะ
กู้ฉางสุ่ยเชี่ยวชาญการบดอยู่แล้ว เครื่องโม่ที่ทั้งใหญ่และหนักพอๆ กับแท่นหินกลับเหมือนแค่ไม้คลึงแป้งในมือเขาดันเครื่องโม่ไปได้อย่างคล่องแคล่ว
เขาก้าวเดินอย่างมั่นคงไม่ช้าหรือเร็วไป แถมผงที่บดออกมาก็มีเนื้อละเอียดเสมอกัน
ทั้งสองคนผลัดกันทำงานซ้ำๆ
พอรอบแรกเสร็จ แม่สามีก็พาน้องสาวสามีทั้งสองเข้ามาเติมฟางลงไป จากนั้นกู้ฉางสุ่ยก็บดต่อไปเรื่อยๆจนเมื่อผงช่ายจื่อผสมเข้ากับฟางกลายเป็แผ่นช่ายจื่อแบนๆ ขั้นตอนนี้ถึงจะจบ
แม่สามีกับน้องสาวสามีทั้งสองนำแผ่นช่ายจื่อไปนึ่ง
เมื่อนึ่งเสร็จ พ่อสามีจึงเข้ามาช่วยกู้ฉางสุ่ยนำแผ่นช่ายจื่อออกมาจัดเรียงเพื่อเข้าสู่กระบวนการบีบอัดเมื่อวางเข้าที่แล้วก็ใช้ไม้ทุบเพื่อสกัดน้ำมันออกมา
เถียนฮวนกับแม่สามีและน้องสาวสามีอีกสองคนคอยช่วยอยู่ด้านข้าง ทุกคนวุ่นกันจนถึงฟ้าสางถึงได้พัก
ระหว่างนั้นน้องชายสามีกลับไม่โผล่หน้าออกมาช่วยเลยสักครั้ง
จนตะวันโผล่ขึ้นขอบฟ้า น้ำมันช่ายจื่อสีเหลืองทองบรรจุเต็มสองอ่างใหญ่
ทั้งคืนเถียนฮวนไม่ได้นอน ทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยกันถ้วนหน้าแต่พอเห็นเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัวของกู้ฉางสุ่ยและใบหน้าที่อ่อนล้าของเขา นางก็อดสงสารไม่ได้
...เทียบกับเขาแล้ว งานของนางยังนับว่าเบา
หญิงสาวรีบคว้าผ้าผืนหนึ่งส่งให้เขา จากนั้นหันไปบอกแม่สามีว่า “ท่านแม่เ้าคะเดี๋ยวข้าไปทำอาหารเช้าให้ ท่านอยากกินอะไรหรือไม่เ้าคะ”
“อะไรก็ได้! ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว ตอนนี้ข้าอยากแค่กินอิ่มแล้วนอน!” แม่สามีทรุดตัวลงนั่งพูดอย่างหมดแรง
เถียนฮวนพยักหน้าแล้วเข้าครัว
หมั่นโถวเมื่อวานหมดเกลี้ยง ในครัวไม่มีข้าวเหลือเลย นางจึงตักแป้งออกมาหลายถ้วยนวดจนได้แป้งเหนียวนุ่ม เพื่อทำเส้นบะหมี่
เห็นในครัวยังมีหมูสามชั้นแขวนอยู่ นางจึงหั่นเป็ลูกเต๋าเล็กๆ ใส่กระทะผัดให้มีน้ำมันออกมาก่อนจะเติมเต้าเจี้ยว ผักซอย และหัวไชเท้าหั่นเต๋าลงไป สำหรับราดลงบนเส้นบะหมี่
เส้นบะหมี่สุกแล้ว นางจึงตักใส่ชาม ราดหมูสามชั้นผัดลงไป กลิ่นน้ำมันหมูและกลิ่นเส้นบะหมี่ผสมกันกลายเป็กลิ่นหอมลอยออกมานอกหน้าต่างกระจายไปไกล
ทันใดนั้นเอง เสียงท้องร้องโครกครากก็ดังขึ้นจากฝั่งกู้ฉางสุ่ยและคนอื่นๆ พร้อมกับเสียงกลืนน้ำลายที่มิอาจควบคุม