“ ยินดีต้อนรับนายท่าน ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ข้าน้อยช่วยไหร ? ”
“ ข้า้าแกนอสูรชั้นปราณนภา… "
เมื่อเดินเข้ามาภายในร้าน เขาก็พบกับชายชราคนหนึ่งออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับสายตาเขาที่มองประเมินชายหนุ่มั้แ่หัวจรดเท้าซึ่งก็ไม่สามารถมองเห็นหน้าตาจริง ๆ ของเขาได้ซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจ หลังจากนั้นซงหยางเทียนก็ได้พูดออกไป โดยที่น้ำเสียงของเขาแหบแห้งราวกับเป็คนอายุ 60 ปี
พร้อมพลังที่ปล่อยออกมาจากคำพูดนั้นดูยิ่งใหญ่และทรงพลังเป็อย่างมากจนทำให้เกิดลมกรรโชกไปทั่วร้าน เมื่อได้เห็นอย่างนั้นชายชราตรงหน้าถึงกับผงะด้วยความใ เขารีบวิ่งไปที่หลังร้านในทันที ก่อนที่จะมีเสียงกุกกัก ๆ ดังออกมา จากนั้นไม่นานร่างเหี่ยว ๆ ของชายชราก็กุลีกุจอกลับมาหาเขาพร้อมกล่องไม้กล่องนึงซึ่งส่งกลิ่นอายที่แข็งแกร่งตลบอบอวลไปทั่ว
“ น…นี่คือแกนอสูรชั้นปราณนภาหนึ่งเดียวในร้านของเรา มันเป็แกนอสูรที่ดีที่สุดเลยขอรับ ”
“ กลิ่นอายนี้…ราชสีห์ทองคำ ? ”
“ !!! ”
ได้ยินที่บุคคลลึกลับพูดชายชราก็รู้สึกใมากยิ่งขึ้นไปอีก ชายคนนี้ถึงกับรู้ได้เพียงแค่การดมกลิ่นเท่านั้น นี่มิใช่ว่าชายด้านหน้าเขาคือผู้ฝึกตนระดับสูงรึ ! คิดได้เช่นนั้นยิ่งทำให้ชายชราตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หากเขาไปทำให้ตัวตนระดับนี้โกรธเคืองเข้าล่ะก็ นั่นหมายถึงชีวิตของเขา !!!
“ เท่าไหร่ ? ”
“ อะ…เอ่อ 3…30000 เหรียญทองขอรับนายท่าน… ”
“ … ”
ได้ยินอย่างนั้นซงหยางเทียนก็เงียบไป เงินที่เขาได้มามีไม่ถึงหมื่นเหรียญด้วยซ้ำ ั้แ่เมื่อไหร่กันที่แกนอสูรชั้นปราณนภามันแพงขนาดนี้ แกนอสูรชั้นต่ำนี่ขายแพงกันขนาดนี้เชียวรึ ซงหยางเทียนได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ซึ่งทำให้ชายชราที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกใจหาย เขารีบพูดต่อในทันทีเพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้สึกพอใจ
“ ถะ…ถ้านายท่านไม่พอใจข้าสามารถลดได้ ! 25000 เหรียญเป็ไงขอรับ ข้าเพิ่งเคยลดราคาสินค้ามากขนาดนี้ในชีวิต ”
“ 5000… ”
“ ! นายท่านนี่มัน… ”
“ 5000 ! ”
“ ขอรับ ๆ 5000 เหรียญขอรับ ”
ก่อนที่ชายชราจะได้พูดอะไรขึ้นมาอีกครั้งบุคคลลึกลับตรงหน้าก็พูดขึ้นมาอีกรอบ แต่คราวนี้น้ำเสียงน้ำเย็นเฉียบจนถึงกระดูกทำเอาชายชรารู้สึกขนลุกไปทั่วร่าง เขารีบตอบกลับไปในทันทีด้วยความหวาดกลัว จิตสังหารเมื่อครู่กัดกินจิตใจเขาไปเรียบร้อย ทำให้เขาต้องตอบตกลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ตุบ !
“ ขอบคุณ… ”
จากนั้นเสียงของถุงเงินก็กระทบกับโต๊ะไม้ตรงหน้าเขาพร้อมกับกล่องไม้ที่หายไป บุคคลลึกลับเอ่ยคำขอบคุณอย่างแ่เบาก่อนจะเดินออกไปจากร้าน ชายชราที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกับล้มก้นจ้ำเบ้าลงที่พื้น เขาปาดเหงื่อเย็น ๆ ที่ไหลออกมาจากศีรษะอย่างยากลำบาก
“ เฮ้อ…นึกว่าจะตายซะแล้ว…ข้าควรรีบปิดร้าน ! ”
.
.
.
“ ขอโทษจริง ๆ ที่ต้องขู่เ้าแบบนี้ แต่ตอนนี้ข้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ ในอนาคตข้างหน้าข้าจะหาโอกาสชดใช้ให้เ้าในสักวัน ”
ซงหยางเทียนเดินออกมาก็มองกลับไปที่ร้าน ๆ นั้นด้วยสายตารู้สึกผิด เขาได้แต่กล่าวขอโทษเ้าของร้านผ่านสายลมที่ต้องใช้วิธีที่ชั่วร้ายแบบนี้ข่มขู่ แต่ถึงยังไงก็ช่างเถอะ เพราะตอนนี้เขามีเวลาไม่มาก ชายหนุ่มเดินเลาะตรอกซอกซอยกลับไปที่หลังหอนางโลม เขากลับเข้าประตูหลังดังเดิมและเดินกลับขึ้นไปที่ห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าไปเขาก็เห็นแม่เล้านอนเปลือยกายอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าอ่อนแรง
“ ขอบคุณเ้ามาก…นี่ของเ้า ”
“ ขะ…ขอบคุณ…เ้าค่ะ ”
ชายหนุ่มรีบเบือนหน้าหนีพร้อมกับโยนเหรียญทองให้กับนาง เขารีบบึ่งลงไปทันทีโดยไม่ฟังเสียงขอบคุณที่เหนื่อยหอบของนางแม้แต่น้อย เมื่อลงไปด้านล่างเขาก็รู้สึกใกับสายตาร้อนแรงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความนับถือและรู้สึกทึ่งแววตานับ 10 คู่ของหญิงสาวโฉมงามพวกนางจ้องมาที่เขาด้วยสายตาที่ยากจะบรรยายได้ มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดเป็อย่างมาก จนต้องรีบเดินออกมาในทันทีโดยไม่ได้สนสิ่งใดอีก
ซงหยางเทียนไม่ได้สนใจรอบข้างสักนิดเขาเพียงตรงดิ่งกลับไปที่บ้านของตน และเมื่อกลับมาเขาก็ได้รู้ว่าปู่ของเขาออกไปทำงานด้านนอก ซึ่งเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เขารีบกลับไปที่ห้องและกำชับกับคนใช้ทั้งหมดรอบบริเวณห้องของเขาว่าห้ามใครก็ตามเข้าไปรบกวน แม้แต่ปู่ของเขาก็ตาม
ภายในห้อง ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือเพียงร่างกายที่เปลือยเปล่า เขาเลื่อนของทั้งหมดในห้องไปไว้ที่มุมห้องทั้งหมด จนตรงกลางนั้นโล่ง ชายหนุ่มเดินไปที่ตรงกลางห้องก่อนจะเปิดกล่องไม้ออก กลิ่นอายที่แข็งแกร่งของสัตว์อสูรชั้นปราณนภากระจายไปทั่วทั้งบริเวณ ชายหนุ่มคีบมันเอาไว้ด้วยสองนิ้วก่อนจะหย่อนมันลงไปในปาก เขากลืนมันทันทีโดยที่ไม่เคี้ยวแม้แต่น้อย หากใครก็ตามที่มาเห็นการกระทำเช่นนี้พวกเขาล้วนคิดไปในทางเดียวกันว่านี่มันฆ่าตัวตายชัด ๆ
บึ้มมมมมม !!
เสียงะเิดังขึ้นภายในร่างของซงหยางเทียนพร้อมกับกลิ่นอายสัตว์อสูรฟุ้งกระจายไปทั่ว เส้นเืทั่วร่างของเขาเริ่มปูดโปนออกมาอย่างน่ากลัวพร้อมกับอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เส้นเืวิ่งขึ้นมาบนใบหน้าของเขาราวกับมีชีวิต มันวิ่งไปมาจนคิ้วของซงหยางเทียนเริ่มขมวดแน่น จนเมื่อผ่านไปสักพักใบหน้าของเขาก็เริ่มดีขึ้นเมื่อกระแสพลังเริ่มคงที่
พลังที่ถูกปล่อยออกมาจากแกนอสูรนั้นเริ่มซ่อมแซมตันเถียนของเขาทีละเล็กทีละน้อย หลังจากนั้นเขาก็เริ่มชักนำพลังของแกนอสูรเกลาไปทั่วเส้นชีพจรของเขาทีละเส้น ๆ จนร่างของเขาเริ่มส่งกลิ่นเหม็นออกมาจากการขับของเสียออกจากร่างกาย หลังจากเวลาผ่านไปซักพักในที่สุดตันเถียนของเขาก็ถูกซ่อมแซมจนเสร็จทั้งหมด
‘ ตอนนี้แหละ !!! ’
ซงหยางเทียนเริ่มโคจรเคล็ดวิชาจอมอสูรราชันย์ในทันที พลังปราณสีฟ้าในตันเถียนของเขาเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่งก่อนที่กลิ่นอายความบ้าคลั่งจะถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขา หากใครเข้ามาใกล้บริเวณห้องของเขาตอนนี้ คงจะต้องอาเจียนออกมาเพราะความสยองของกลิ่นอายเป็แน่ ตันเถียนในตัวเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่งก่อนที่พลังลมปราณสีฟ้าจะถูกแปรเปลี่ยนเป็พลังลมปราณสีแดงเข้มทั้งตันเถียนและเส้นชีพจรทั้งหมดถูกย้อมเป็สีแดงพร้อมกับพลังที่หลั่งไหลไปทั่วทั้งร่าง
ฮุ่มมมมมมม
ปั้ง !
ปั้ง !
ปั้ง !
เสียงะเิดังขึ้นในตันเถียนของเขาถึง 3 ครั้งพร้อมกับพลังลมปราณอันบ้าคลั่งะเิออกมาจากร่างของเขา จะทั่วทั้งห้องจนแตกกระจายได้รับความเสียหายไปทั่ว ดวงตาสีม่วงที่งดงามของเขาถูกเปลี่ยนเป็สีแดงก่อนที่จะกลับคืนสู่สีม่วงดังเดิม ชายหนุ่มลุกขึ้นพร้อมกับสำรวจร่างกายตนเองอย่างระเอียด
“ ข้ากลั่นพลังที่ตกค้างอยู่ในตันเถียนได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น อีกครึ่งหนึ่งคงต้องรออีกสักพัก แต่ข้าว่าแค่นี้ก็คงเพียงพอแล้วมั้ง ”
ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับกำมือแน่น หากใครมาเจอเขาตอนนี้คงใ เพราะชายหนุ่มในตอนนี้ไม่ได้มีระดับพลังลมปราณเริ่มต้น ขั้นต้นอีกต่อไป แต่เป็ลมปราณก่อเกิด ขั้นต้น !!! ซึ่งหากใครได้เห็นการเลื่อนระดับที่น่าพิศวงนี้เขาคงหัวใจวายตายเป็แน่
……จบตอน