หลังออกมาจากห้องพักของหลิงจี! เย่หยุนซีก็เดินตรงขึ้นูเาไปพบเซียนกระบี่เมามายผู้เป็อาจารย์โดยไม่รอช้า แต่ทว่าเมื่อมาถึง! เขากลับเจอแค่ตำราหนึ่งเล่มและจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพียงเท่านั้น
เย่หยุนซีหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่านโดยพลัน
“เ้าหนู อาจารย์มีเื่สำคัญมากต้องไปทำและอาจจะไม่ได้กลับมาเร็วๆนี้ ใน่ที่อาจารย์ไม่อยู่เ้าก็ฝึกฝนด้วยตนเองไปก่อนก็แล้วกัน ส่วนเื่แนวทางการฝึกกระบี่อาจารย์ได้บันทึกทุกอย่างไว้ในตำราที่วางอยู่ข้างๆ......แต่เ้าอย่าได้หักโหมนักล่ะ เอาไว้อาจารย์จะหาของดีๆมาให้”
“เห้อ อาจารย์ของข้า แทนที่จะอยู่บอกลากันก่อน กลับเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ซะอย่างนั้น” เมื่ออ่านจบ! เด็กหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ ก่อนจะเก็บตำราแนวทางการฝึกกระบี่กับจดหมายฉบับนั้นเอาไว้ในแหวนมิติและเดินลงจากูเากลับจวนแม่ทัพประจิมในทันที
“นี่เด็กน้อย! ชีวิตของเ้า่นี้ข้าคิดว่ามันยังไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไร ดังนั้นข้าจึงมีภารกิจรองมามอบหมาย เ้าสนใจจะทำหรือเปล่า” ในระหว่างเดินลงจากเขา เสียงของเทพธิดาเซียนเหยาคนเดิมก็ดังขึ้นมา
“อืม......ภารกิจแบบไหนงั้นหรือขอรับ” เย่หยุนซีถามเพื่อประกอบการตัดสินใจ
“ภารกิจแบ่งออกเป็ 3 อย่างง่ายๆนั่นคือ กลายเป็นักปรุงโอสถ เชียวชาญการใช้ค่ายกล และฝึกฝนกายเนื้อ” เทพธิดาเซียนเหยาอธิบายเพียงสั้นๆ
เย่หยุนซีดวงตาเบิกกว้าง! “ละ ลำพังแค่ฝึกปราณกับกระบี่ก็แทบจะไม่มีเวลาเหลืออยู่แล้ว ท่านต้องล้อเล่นแน่ๆที่จะให้ข้าฝึกฝนมากมายขนาดนั้น”
“คิกคิก ข้าไม่มีวันมอบภารกิจที่เ้าทำไม่ได้หรอกนะ และหากจะให้พูดตรงๆก็คือเ้ามีคุณสมบัติที่จะทำพวกมันพร้อมๆกันได้”
“หา! ท่านช่วยอธิบายเพิ่มเติมอีกหน่อยได้หรือไม่ขอรับ?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เด็กน้อย เ้าคือผู้ที่มีกายศักดิ์สิทธิ์และเส้นลมปราณหยินหยางมาั้แ่กำเนิด ดังนั้นการเป็นักปรุงโอสถและการฝึกฝนกายเนื้อจึงไม่ใช่เื่ยากแต่ประการใด เนื่องจากทั้งเปลวไฟและร่างกายที่แข็งแกร่งล้วนแต่อยู่ในด้านหยางของเ้า”
“เอ๋! ข้ามีของแบบนั้นด้วยงั้นหรือ........แล้วการเป็ผู้เชี่ยวชาญค่ายกลเล่าขอรับ?” เย่หยุนซีเอ่ยถามเป็ครั้งสุดท้าย
“สำหรับค่ายกล ไม่จำเป็ต้องใช้พลังหยินหยางของเ้าแต่อย่างใด ขอแค่ตั้งใจศึกษาและฝึกฝนให้ชำนาญย่อมทำได้อย่างแน่นอน” เทพธิดาเซียนเหยาอธิบายเพื่อไขความกระจ่างอีกครา
“โอ้ หากท่านว่าเช่นนั้นข้ายินดีจะฝึกฝนมันขอรับ”
“เยี่ยมมาก ไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” เมื่อสิ้นสุดคำพูดนั้นของท่านเทพธิดา ในหัวสมองของเด็กหนุ่มพลันปรากฏทักษะ 3 อย่างขึ้นมาได้แก่ ทักษะหลอมโอสถนิพพาน ทักษะค่ายกลครอบจักรวาล และทักษะกายาัเทวะ
“อึก! สองทักษะแรกยังพอทนเพราะมันต้องใช้ความเข้าใจและความชำนาญ แต่ทักษะกายาัเทวะมันไม่พิศดารไปหน่อยหรือ!!” เย่หยุนซีอุทานเสียงดัง
ทักษะหลอมโอสถนิพพาน เป็ทักษะการหลอมกลั่นสมุนไพรพร้อมๆกันอย่างอิสระ
ทักษะค่ายกลครอบจักรวาล คือวิธีการสร้างค่ายกลเสริมพลัง ค่ายกลผนึกพลัง และค่ายกลเคลื่อนย้าย
และสุดท้ายทักษะกายาัเทวะ มันคือการฝึกฝนกายศักดิ์สิทธิ์โดยที่ต้องนั่งแช่โลหิตของสัตว์อสูรประเภทอสรพิษหรือไม่ก็ัเพื่อเลื่อนขั้น 5 ระดับ ประกอบด้วย กายัทองแดง กายัเงิน กายัทอง กายั์ และกายเทพั
“คิกคิก เ้าอย่าใจเสาะนักเลยน่า ถึงแม้แรกๆมันจะเ็ปมาก แต่ข้ารับประกันได้เลยว่าผลลัพธ์ย่อมคุ้มค่าอย่างแน่นอน” เทพธิดาเซียนเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูขบขัน
“เหอะๆใช่สิ คนที่เ็ปคือข้าไม่ใช่ท่านนิขอรับ โลหิตอสรพิษเต็มไปด้วยพิษและพลังหยาง แค่คิดว่าต้องลงไปแช่มันก็ทำเอาข้าตัวสั่นไปหมด” เด็กหนุ่มยิ่งจินตนาการยิ่งรู้สึกหวาดผวา
“พูดมากน่า! ในเมื่อเ้ารับภารกิจไปแล้วก็รีบทำอย่าอิดออด ส่วนจะเลือกทำภารกิจไหนก่อนก็สุดแล้วแต่ตัวเ้า”พูดจบ! เสียงของเทพธิดาเซียนเหยาก็พลันหายไป ณ เวลานั้น
“งั้นข้าขอฝึกทักษะที่มันเจ็บที่สุดก่อนก็แล้วกัน” เมื่อตัดสินใจได้แล้ว! เย่หยุนซีก็เดินตรงไปยังจวนแม่ทัพประจิมและมอบหมายให้พ่อบ้านเหวินออกไปซื้อโลหิตสัตว์อสูรประเภทอสรพิษในทันทีโดยอ้างว่าจะนำมันมาใช้ในการฝึกฝนตามตามคำสั่งของผู้เป็อาจารย์
เหวินเจียงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็รีบออกเดินไปทางยังหอการค้า ก่อนจะกลับมาพร้อมกับโลหิตสัตว์อสูรประเภทอสรพิษคุณภาพสูงจำนวนมาก
“นี่ขอรับนายน้อย สิ่งของท่านท่าน้า” พ่อบ้านเหวินกล่าวพลางยื่นถุงเก็บของให้
“ขอบคุณขอรับ” เย่หยุนซีรับมันเอาไว้ ในใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและตื่นเต้นยิ่ง เนื่องจาก่เวลาแห่งความเ็ปและ่เวลาที่เขาจะบรรลุทักษะกำลังใกล้เข้ามา
“เอ่อ.......นายน้อยขอรับ นายท่านกับนายหญิงฝากถามว่า ‘พวกเราจะส่งตัวแม่นางหลิงจีกลับนิกายเลยดีหรือไม่’” พ่อบ้านเหวินเอ่ยถามตามที่ได้รับมอบหมาย
“เอ๋! เื่นี้ท่านพ่อกับท่านแม่ก็น่าจะตัดสินใจเองได้ไม่ใช่หรือ?” เด็กหนุ่มถามกลับ
“หากเป็สถานการณ์ปกตินายท่านกับนายหญิงย่อมตัดสินใจได้ขอรับ แต่ในกรณีนี้ทั้งสองเห็นว่า ‘นายน้อยเป็คนช่วยเหลือนาง ดังนั้นจึงอยากมอบอำนาจการตัดสินใจให้กับท่าน” พ่อบ้านเหวินตอบตามความจริงที่รู้มา
เย่หยุนซีพยักหน้า “อืม....งั้นส่งข่าวอย่างลับๆให้ประมุขนิกายท่วงทำนอง์ก็แล้วกัน ข้าไม่อยากให้จวนแม่ทัพประจิมถูกเพ็งเล็งในตอนนี้”
“รับคำสั่งขอรับ”
พ่อบ้านเหวินโค้งศีรษะและเดินจากไปในทันที ส่วนทางฝั่งของเย่หยุนซีก็ลุกขึ้นเดินกลับห้องของตนเองพร้อมทั้งโยนถุงเก็บของไปมา