วันนี้ทั้งวันหลังออกจากคฤหาสน์เศวตฉัตร ขิมเองก็ไปหาที่สมัครงานพาร์ทไทม์ อย่างน้อยถึงไม่อาจปฏิเสธน้ำใจของพันลพได้แต่เธอก็ไม่อยากทำตัวให้เป็ภาระของคนอื่นสะทีเดียว กว่าจะกลับเข้าบ้านอีกก็สี่ทุ่มแล้ว เธอยังไม่อยากเจอหน้าพันลพกับแม่ของเธอ ก็เลยกะเวลาเข้าบ้านให้เป็เวลาเดียวกันกับที่ทุกคนน่าจะขึ้นห้องไปหมดแล้ว
ร่างบางค่อยๆย่องเข้ามาในบ้านช้าๆ กวาดสายตามองไปทั่ว เมื่อไม่พบใครก็กะจะก้าวขึ้นบันไดชั้นไปยังห้องพักตน แต่ทันใดนั้นเองสายตาก็พลันสบเข้ากับคนเป็แม่ ทำให้สุชาดารีบปรี่เดินตรงลงมาหาขิมทันที
“แม่ยังไม่นอนเหรอคะ” ขิมพยายามพูดดีกลบเกลื่อนทั้งๆที่รู้ว่าวันนี้ตนทำให้แม่โกรธมาก และที่สุชาดาตรงมาหาเธอก็คงไม่พ้นดุด่าเื่ที่เธอทำวันนี้
“ไม่ต้องมาทำเป็พูดดีเลยยัยขิม แกรู้ไหมวันนี้แกทำให้คุณพันลพเขาโกรธ” สุชาดาเข้าประเด็นทันที เพราะพันลพเองก็เป็กังวลที่ขิมไม่สนิทใจจะอยู่ที่นี่ และรับน้ำใจต่างๆจากเขา ทั้งๆที่เขาพยายามจะทำให้ทุกคนเป็ครอบครัวเดียวกัน นอกจากเื่นั้นแล้ว สุชาดายังขัดใจที่ลูกสาวไม่รู้จักเอาอกเอาใจพ่อใหม่อย่างที่ควรจะเป็
“ขิมรู้สึกไม่ดีที่ขิมมากินมาอยู่บ้านเขาแถมต้องให้เขาเลี้ยงดูขิมแบบนี้ ขิมโตแล้วนะแม่ ขิมไม่ใช่เด็กที่พอแม่มีสามีใหม่ แล้วบอกให้ขิมเรียกว่าพ่อ ขิมก็เรียกว่าพ่อได้อย่างสนิทใจ เขาไม่ใช่พ่อของขิม แม่ได้ยินไหมเขาไม่ใช่พ่อของขิม” ขิมพูดบอกคนเป็แม่ตามความรู้สึก
เธอโตจนจะเข้ามหาลัยแล้ว ยังต้องแบมือขอเงินคนที่ไม่เกี่ยวพันธ์อะไรกันทางสายเืแบบนี้ ถ้าไม่ละอายบ้างก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
สุชาดาโกรธลูกมากที่ไม่ยอมเข้าใจความเป็ไปในตอนนี้ ทุกคนไม่สามารถทำตามใจในสิ่งที่อยากจะทำทั้งหมด ยิ่งขิมทำตัวดื้อด้านไม่ยอมทำตามที่ตนบอก อะไรๆก็จะมีแต่แย่ลง
“อวดดี แกมันอวดดี” สุชาดาพูดบอกก่อนจะทุบตีลูกสาวเหมือนเด็กๆ
“โอ๊ย แม่อย่าตีขิม ขิมเจ็บ” ขิมร้องบอกคนเป็แม่ เธอทำได้แค่ป้องปัดเท่านั้น ไม่กล้าโต้ตอบหรือขัดขืนอะไร
ขิมกับแม่มีกันอยู่แค่สองคนั้แ่ไหนแต่ไรพ่อเสียชีวิตั้แ่ขิมจำความได้ พ่อเป็เสาหลักของครอบครัว แม่เป็แค่แม่บ้านอยู่บ้านดูแลขิมเฉยๆ ถึงบ้านเราไม่ได้ร่ำรวยแต่พ่อก็คอยดูแลทุกคนเป็อย่างดี แม่ไม่เคยต้องทำงานลำบาก จนวันที่ไม่มีพ่อแล้วแม่ต้องกลายเป็คนละคน แม่ต้องทำงานอย่างหนัก ใช้หนี้ใช้สินแทนพ่อที่เคยกู้เงินมาลงทุน แถมตอนนั้นขิมก็ยังเด็ก และแม่ยังต้องส่งขิมเรียนหนังสืออีก ...แม่ใช้ชีวิตลำบากจนไม่อยากกลับไปเป็แบบนั้นอีกแล้ว
“แม่พอแล้ว ขิมเจ็บแม่ แม่ตีขิมเพราะผู้ชายคนนั้น” ขิมร้องบอกไปในขณะที่ตัวเองก็พยายามเบี่ยงตัวหลบไปด้วย
“เมื่อกี้แกว่าไงนะยัยขิม” สุชาดาถามลูกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวโกรธ เพราะได้ยินลูกสาวหาว่าที่เธอตีเพราะเห็นแก่ผู้ชาย
“แม่ตีขิมเพราะเขา ขิมจะไม่อยู่กับแม่ ไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว” ขิมพูดด้วยความเ็ป เธอกับแม่เคยผ่าน่เวลาลำบากในชีวิตมาด้วยกัน เธอกับแม่สัญญากันว่าไม่ว่ายังไงก็จะไม่ทิ้งกันเด็ดขาด พ่อก็ทิ้งพวกเราไปคนหนึ่งแล้ว
“เพี๊ยะ” สุชาดาพลั้งมือตบเข้าที่ใบหน้าลูกสาวของตนอย่างแรง บัดนี้แก้มใสขาวเนียนจากการเลี้ยงดูถนุถนอมมาเป็อย่างดี เป็รอยแดงปลื้นห้านิ้วอย่างเห็นได้ชัด น้ำตาเริ่มรื้นคลอเบ้าตาสวยของลูกสาว คนเป็แม่เองก็ใไม่น้อย แต่ไม่ทันได้ทำอะไรเสียงเครื่องยนต์ก็แล่นมาจอดหน้าพอดี
นับพันลงจากรถแล้วเดินโซซัดโซเซตรงเข้ามาในบ้าน แต่เขาก็ต้องแปลกใจไม่น้อยที่เห็นสุชาดายืนอยู่กับผู้หญิงที่เขาเจอเมื่อวาน ไม่บอกก็พอจะเดาได้ว่าแท้จริงแล้วเธอคงจะเป็ลูกติดของสุชาดาที่คนเขาพูดถึงกัน แต่ที่เรียกความสนใจคือสองคนนี้กำลังทะเลาะกันอยู่เหรอ ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวตรงหน้าเป็รอยแดงจากการถูกตบ แถมเธอยังร้องไห้อีก
นับพันเดินตรงไปเพราะเขา้าขึ้นบันไดไปชั้นบนเพื่อเข้าห้องนอนของเขา แต่ระหว่างที่จะเดินผ่านเขาก็อดจะหยุดทักทายคนที่เลื่อนสถานะมาเป็เมียใหม่พ่อของเขาไม่ได้จริงๆ
“ปั๊ก” เสียงเขาโยนกุญแจรถให้สุชาดา สุชาดามีสีหน้าแปลกใจแต่เธอก็รับไว้ได้อย่างรวดเร็ว
“เอารถฉันไปเก็บหน่อยสิ” นับพันพูดบอกน้ำเสียงราบเรียบ มองสุชาดาเหมือนสั่งคนใช้คนหนึ่ง ขิมเองมองผู้ชายที่กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งอย่างไม่อยากจะเชื่อคำพูดเหมือนกัน
สุชาดาเองก็ยืนนิ่งไม่ไหวติ่งมองลูกเลี้ยงด้วยแววตาหลากหลาย
“เดียวขิมเอาไปเก็บเองค่ะแม่” เป็ขิมเองที่มองทั้งสองคนตรงหน้า เห็นพวกเขาใช้สายตามองกันอย่างจะกินเืกินเนื้อ ทำให้เธอทนความกดดันนี้ไม่ไหว ร่างบางเดินไปจะเข้าไปรับกุญแจจากแม่ของเธอ แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อสุชาดาปากุญแจรถลงพื้น
จังหวะเดียวกันกับนายสัก ยามที่เป็คนเปิดประตูรั้วให้นับพันเข้ามาในบ้าน เขาเข้ามาเพื่อจะมาเอารถของเ้านายเข้าไปเก็บพอดี
“เก็บขึ้นมา” น้ำเสียงราบเรียบแฝงไปด้วยความเ็าจนทุกคนที่ยืนอยู่ตรงน้ำสั่นสะท้าน เป็นายสักเองที่จะก้มตัวลงจะหยิบกุญแจรถขึ้นมาให้เข้านายหนุ่ม
“ไม่ใช่นาย” นับพันเค้นเสียงอย่างขัดใจ
“เก็บขึ้นมาเธอ ยัยเมียใหม่พ่อฉัน” เสียงมีอำนาจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง แต่สุชาดายังคงมองสบตาสายตาเ็าของนับพันอย่างไม่รู้ไม่ชี้ คราวนี้เป็ขิมเองที่เห็นว่าพวกเขาสองคนคงจะไม่มีใครยอมกันง่ายๆ เธอเลยก้มลงเก็บกุญแจบนพื้นยื่นให้นับพัน
“นี่ของคุณค่ะ”
“ปั๊ก” ไม่ทันได้ขาดคำ นับพันปัดมือขิมจนทำให้กุญแจรถอันนั้นเหวี่ยงลงพื้นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมา
“เธอเป็เมียพ่อฉันอีกคนเหรอ เสร่อ!” นับพันว่า ทำให้ขิมถึงขั้นหน้าเหวอไปไม่เป็ เพราะก่อนหน้านี้ที่ได้คุยกับนับพันนั้น เขายังเหมือนเ้าชายรูปงามแสนใจดีไม่มีผิด
“เก็บขึ้นมา” นับพันใช้เสียงทรงอำนาจสั่งอีกครั้ง แววตาที่จ้องมองสุชาดาปานว่าเขากำลังฉุนจัด และอยากทึ้งร่างเธอเต็มกลืน แต่แน่นอนว่าสุชาดาเองยังคงนิ่งเฉย เธอไม่ตอบโต้กลับ ทั้งๆที่เธอก็โกรธมากเลยทีเดียวที่เด็กคนนี้กล้าออกคำสั่งเธอ แต่ยังดีที่ยังพอมีสติรับรู้ว่าผู้ชายตรงหน้านี้คือทายาทเพียงคนเดียวของบ้านหลังนี้
“พอสักทีเถ่อะค่ะ” ขิมบอกโน้มตัวหยิบกุญแจขึ้นมา คราวนี้เธอตรงไปที่ร่างสูงก่อนจะพูด “ขอโทษแทนแม่ฉันด้วยค่ะ นี่ของๆคุณ” ขิมบอกก่อนจะยื่นกุญแจไปที่ชายหนุ่มแต่เขาไม่รับไว้
“ขอโทษยังไงของเธอไม่เห็นไหว้ ทางบ้านสอนมายังไง” นับพันถามอย่างเ็า หันมามองหญิงสาวตรงหน้าที่เขาน่าจะเล่นงานได้ง่ายกว่าแม่ของเธอเย่อะ แต่คำพูดนั้นเองทำให้สุชาดาถลึงตาใส่เขาทันที
ขิมจำใจกระพุ้มมือขึ้นมาแต่ไม่ทันได้ไหว้ขอโทษ แม่ของหญิงสาวก็ดึงมือไว้เสียก่อน
“ไหว้ทำไม เราไม่ได้ผิด” สุชาดาบอกน้ำเสียงเอาเื่มองนับพันอย่างท้าทาย
นับพันเองก็โกรธที่ผู้หญิงสูงวัยตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาจะเล่นงานได้ง่ายๆ เขาจึงละสายตาจากสุชาดา และหันมาทำหน้าตาเหรอหราใส่ขิมเหมือนจะไม่ยอมจบเื่นี้ ขิมเลยขัดคำสั่งแม่ กระพุ้มมือไหว้ขอโทษผู้ชายตรงหน้าในที่สุด
นับพันมองทั้งสองแม่ลูกอย่างเ็าก่อนจะก้าวขึ้นบันไดไปไม่สนใจพวกเธออีก
“ไปไหว้มันทำไมยัยขิม มันกำลังดูถูกพวกเรา” พอลับสายตาสุชาดาก็พูดขึ้นมาทันที เธอบีบมือขิมแรงๆอย่างไม่พอใจ
“พอเถ่อะค่ะแม่ ขิมง่วง แถมนี่ก็ดึกมากแล้ว เื่มันไร้สาระจริงๆ เราไปนอนกันเถ่อะค่ะ” ขิมพูดบอกเพราะเห็นแววตาของผู้เป็แม่ที่จะไม่ยอมจบง่ายๆ นับพันเองก็ดูจะมีท่าทีแสดงออกว่าไม่ยอมรับพวกเธออย่างชัดเจนเช่นกัน