“ทุกคนรีบมาเร็วเข้า! ั้แ่ครอบครัวนี้ย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านของเรา ก็เอาแต่ขึ้นเขาหลังหมู่บ้านไปล่าสัตว์เก็บของป่าทุกวัน ข้าว่าพวกเขาคิดจะขุดเขาหลังหมู่บ้านเราให้โล่ง เพื่อไม่ให้พวกเราได้เก็บอะไรเลย!”
ภรรยาของหลิวเถี่ยจู้มีชื่อว่าซู่เหนียง ทว่านิสัยของนางไม่ได้ 'เรียบง่าย' เหมือนชื่อเลยสักนิด
เวลานี้นางยืนเท้าเอวอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ปลุกปั่นชาวบ้าน และกำลังพ่นคำพูดใส่จ้าวอวี้หรูอย่างดุเดือด
จ้าวอวี้หรูโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ นางเพียงแค่เป็ห่วงฝูหนิ่ว จึงออกมาต้อนรับที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน แต่กลับถูกหญิงปากจัดผู้นี้เข้ามาหาเื่
เถาหงอิงมีนิสัยเผ็ดร้อน อีกทั้งยังเข้ากับจ้าวอวี้หรูผู้เป็พี่สะใภ้ได้ดีที่สุด จึงะโลงจากรถแล้วเบียดตัวเข้าไปทันที
“กลางวันแสก ๆ ใครกันที่พูดจาเหลวไหล? เขาหลังหมู่บ้านตั้งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้กำหนดว่าเป็ของบ้านใคร ทำไมบ้านหลิวของพวกเ้าไปได้ แต่บ้านหลี่ของพวกข้าไปไม่ได้?”
เถาหงอิงเอาตัวบังพี่สะใภ้ไว้ด้านหลัง และตอกกลับไปอย่างไม่ลังเล
ซู่เหนียงถึงกับสำลักคำพูด ลูกตาเบิกกว้างเหมือนกบ คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงแผดเสียงกล่าวว่า “ใครบอกว่าไม่ให้พวกเ้าไป แต่ของบนเขามันมีจำกัด พวกเ้าเก็บไปหมดแล้ว จะให้พวกเราเก็บอะไร? ปีก่อน ๆ แต่ละบ้านเก็บได้กองโต แต่ปีนี้กลับไม่ได้อะไรเลย! ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเ้ามาแย่งพวกเรา มันต้องไม่เป็แบบนี้แน่!”
เดิมทีชาวบ้านก็จ้องมองไก่ป่า กระต่ายป่า และปลาเค็มที่แขวนอยู่ในลานบ้านตระกูลหลี่ รวมถึงของป่าต่าง ๆ ที่ตากไว้ด้วยความอยากได้อยู่แล้ว
เวลานี้เมื่อถูกซู่เหนียงพูดจูงใจ จึงมองเถาหงอิงและจ้าวอวี้หรูด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตรนัก
เถาหงอิงกำลังจะพูดต่อ แต่แม่เฒ่าหลี่อุ้มเจียอินเดินขึ้นมาข้างหน้าแล้วกล่าวว่า “ครอบครัวของข้าเพิ่งย้ายมา ในนาไม่มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยว หากไม่เก็บของป่าให้มากหน่อย เกรงว่าฤดูหนาวนี้คงต้องหิวโหยกันแน่ แต่ก็เก็บเพียงไม่กี่วันนี้แหละ เพราะอีกไม่นานก็จะถึงเวลาเริ่มเกี่ยวข้าวในฤดูใบไม้ร่วงแล้ว”
นางยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ
“บ้านข้ามีลูกชายหลายคน ยังคิดว่าจะช่วยแบ่งเบาแรงของทุกคนด้วย เพราะอย่างไรก็เป็ชาวนาเหมือนกัน เื่ใหญ่แค่ไหนก็ไม่ใหญ่เท่าการรีบเก็บเกี่ยวผลผลิตหรอก ใครจะไปคิดว่า เื่ดี ๆ ที่จะช่วยเหลือกันแบบนี้ กลับมีคนทนดูไม่ได้ วิ่งมาเสี้ยมให้แตกแยก และหลอกใช้ทุกคนเป็เครื่องมือ!”
ชาวบ้านได้ยินดังนั้นก็หันมองหน้ากัน เริ่มได้สติ บางคนถึงกับหน้าแดงแล้วตอบว่า “ท่านย่าพูดถูกแล้ว อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ก็ต้องช่วยเหลือกันให้มาก”
“นั่นสิท่านย่า กองฟืนบ้านท่านยังน้อยอยู่ รอให้ผ่าน่เก็บเกี่ยวไปแล้ว พวกข้าจะช่วยไปตัดฟืนมาเพิ่มให้เยอะ ๆ นะ”
“ได้เลย”
แม่เฒ่าหลี่ชี้ไปที่เคียวสองเล่มในมือของหลี่เหลาซื่อ พร้อมยิ้มกล่าวว่า “เ้าสี่กังวลว่าเคียวที่บ้านทุกคนจะมีไม่พอใช้ เลยเพิ่งหาซื้อจากเพื่อนในเมืองมาสองเล่ม บ้านไหนอยากใช้ ก็มาเอาที่บ้านได้เลยนะ”
เจียอินซบอยู่ในอ้อมกอดของท่านย่า เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็นึกอยากจะตบมือให้ท่านย่าเสียจริง
เื่อื่นไม่พูดถึง แต่ฝีปากของท่านย่าไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ การดึงใจคนก็เป็เลิศ
เป็ไปตามคาด เมื่อทุกคนเห็นเคียวสองเล่มที่วาววับ ก็ยิ่งเชื่อว่าแม่เฒ่าหลี่ไม่ได้พูดจาดีเพื่อหลอกลวง พอหันไปมองซู่เหนียง สีหน้าของนางก็ดูไม่ดีนัก
ตระกูลหลี่เป็ครอบครัวที่ดีขนาดนี้ เกือบจะต้องผิดใจกับคนในหมู่บ้านเพราะการเสี้ยมของนางเสียแล้ว
ซู่เหนียงกัดฟันด้วยความแค้น ไม่กล้าพูดอะไรอีก จึงหาข้ออ้างว่าต้องกลับไปทำกับข้าวแล้วรีบวิ่งหนีไป
ทุกคนหัวเราะร่วน พูดคุยกันอีกไม่กี่คำก็แยกย้ายกันไป
เมื่อคนตระกูลหลี่มาถึงหน้าบ้าน แม่เฒ่าหลี่ก็เรียกหลี่เหลาเอ้อร์ไว้
“ตอนคืนรถลา ให้บอกผู้ใหญ่บ้านด้วยว่า บ้านเราเพิ่งย้ายมาใหม่ จะจัดโต๊ะอาหารสองโต๊ะ เชิญคนในหมู่บ้านมาสนุกสนานกัน”
ดวงตาของหลี่เหลาเอ้อร์เป็ประกาย รีบตอบรับทันที “ท่านแม่ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไปบอกผู้ใหญ่บ้านเดี๋ยวนี้”
เถาหงอิงรีบนำตะกร้าใส่ผิงกั่วและสาลี่สองสามลูก พร้อมกับพุทราจีนกำมือหนึ่งยื่นให้หลี่เหลาเอ้อร์
“ได้ยินว่าภรรยาของผู้ใหญ่บ้านสุขภาพไม่ค่อยดี พี่รองเอาสิ่งเหล่านี้ติดตัวไปด้วยเถิด”
หลี่เหลาเอ้อร์รับมาด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจกลับถอนหายใจ ความจริงในเวลาแบบนี้ หากเขาพาภรรยาไปด้วยจะดีที่สุด
เขาจะได้บอกผู้ใหญ่บ้านว่า ภรรยามาเยี่ยมไข้ จะได้สนิทสนมกันได้อย่างรวดเร็ว
แต่พอนึกถึงนิสัยของอู๋ชุ่ยฮวา หากให้นางไป เกรงว่าระหว่างทางคงกินผลไม้จนหมดเกลี้ยง
แถมยังไม่มีไหวพริบ แทนที่จะสนิทกัน อาจจะกลายเป็สร้างศัตรูแทน...
ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านกำลังรับประทานอาหาร เมื่อเห็นหลี่เหลาเอ้อร์มา ก็รีบเข้ามาช่วยขนของลงจากรถลา
พอเห็นผลไม้ที่หลี่เหลาเอ้อร์นำมาให้ ผู้ใหญ่บ้านก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจยิ่งขึ้น
ยิ่งหลี่เหลาเอ้อร์บอกว่าที่บ้านจะจัดเลี้ยงเหล้า เขาก็รับคำทันที
อย่าว่าแต่ตระกูลหลี่รู้ความขนาดนี้ ต่อให้ตระกูลหลี่ไม่พูด เขาก็ตั้งใจจะเตือนให้คนในหมู่บ้านไปมาหาสู่กับตระกูลหลี่บ่อย ๆ และอย่ารังแก
ตระกูลหลี่มีลูกหลานมากมาย ทั้งยังอ่านออกเขียนได้และคำนวณเป็ การมาตั้งรกรากในหมู่บ้านมีแต่ผลดี ไม่มีผลเสียต่อหมู่บ้านเลย
วันรุ่งขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นสูง ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านก็ทยอยกันมาที่บ้านตระกูลหลี่
ในนั้นมีทั้งชายชราที่แขนขาพิการ และหัวหน้าครอบครัวของแต่ละบ้าน มีเพียงคนบ้านหลิวเท่านั้นที่ไม่ได้มา
ชาวบ้านก็ดูออก และไม่มีใครถาม ถือเป็การรู้กันโดยไม่ต้องพูด
ลานบ้านตระกูลหลี่กว้างขวาง ที่มุมตะวันตกเฉียงใต้มีห้องครัวโดยเฉพาะ มีเตาสองเตา และมีกระทะเหล็กตั้งอยู่ทั้งคู่
เถาหงอิงรับหน้าที่ทำอาหาร โดยมีจ้าวอวี้หรูและเจียฮวานเป็ลูกมือ
อู๋ชุ่ยฮวาทำท่าทางโวยวายเหมือนกำลังช่วย แต่ความจริงแล้วเหมือนเสียงฟ้าร้องแต่ฝนไม่ตกมากกว่า
หากนับจริง ๆ นางแทบไม่ได้ทำงานที่เป็ชิ้นเป็อันเลย
“ไก่ป่าตุ๋นเห็ด เนื้อกระต่ายน้ำแดง และปลากะพงเปรี้ยวหวาน สามอย่างนี้เป็จานหลัก แล้วเพิ่มผัดเห็ดใส่เนื้อ ไข่เจียวต้นหอม และยำผักป่ารสเลิศ”
เถาหงอิงเตรียมอาหารทั้งหมดหกอย่าง แม้จะไม่มาก แต่ก็นับเป็น้ำใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลหลี่แล้ว
แม่เฒ่าหลี่อุ้มเจียอินคอยต้อนรับคนในหมู่บ้านอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าเล็ก ๆ ของเจียอินมีสีชมพูระเรื่อ ดวงตากลมโตสีดำขลับเป็ประกายราวกับอัญมณี
ท่าทางน่ารักเช่นนี้ ใครเห็นก็อยากจะเข้ามาฟัด
หากไม่มีเจียสี่และเจียอันคอยปกป้องอยู่ด้านหน้า เกรงว่าแก้มของเจียอินคงถูกบีบจนแดงไปหมดแล้ว
เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นตรงหัว ที่โต๊ะสองตัวในลานบ้านตระกูลหลี่ก็เต็มไปด้วยคนในหมู่บ้าน
หลี่เหลาเอ้อร์พาน้องชายสองคนมาคอยพูดคุยและรินน้ำชาให้ทุกคน
หลี่เหลาเอ้อร์ถือเป็ผู้มีความรู้กว้างขวางและเคยเรียนหนังสือ การพูดจาและการวางตัวจึงลื่นไหลกว่าคนในหมู่บ้านทั่วไปมาก ทำให้ทุกคนหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
มีพวกผู้หญิงในหมู่บ้านวิ่งมามุงดู เมื่อเห็นว่าในครัวยุ่งวุ่นวาย ก็พากันถกแขนเสื้อขึ้นมาช่วยเด็ดผัก
เถาหงอิงกล่าวขอบคุณด้วยความยินดี พร้อมกับพูดคุยเื่สัพเพเหระไปด้วย ทำให้บรรยากาศครึกครื้นยิ่งขึ้น
คนเยอะงานก็เสร็จไว ไม่นานนัก กลิ่นหอมของเนื้อก็ลอยออกมาจากห้องครัว
พวกเด็กซนในหมู่บ้านอดใจไม่ไหวจนท้องร้องโครกคราก ต่างพากันหมอบดูที่หน้าประตูและกลืนน้ำลายดังอึก ๆ
เถาหงอิงเห็นดังนั้นจึงเรียกเจียสี่และเจียอันให้นำขนมงาของที่บ้านมาแบ่งให้เด็ก ๆ กิน
ดังนั้นเจียอันและเจียสี่จึงสนิทกับเด็ก ๆ ทันที และกลายเป็เพื่อนที่ดีต่อกัน
“มา! ลองชิมเหล้าที่ข้านำมา เหล้านี้ข้าเพิ่งขุดขึ้นมาจากใต้ต้นไม้เมื่อเช้านี้เอง เป็เหล้าดีที่ฝังไว้ถึงสามปี!”
ผู้ใหญ่บ้านนำเหล้ามาเองสองไห คาดว่าคงไม่อยากให้ตระกูลหลี่ต้องสิ้นเปลืองจนเกินไป
“ไอ้หยา นาน ๆ ทีผู้ใหญ่บ้านจะใจป้ำขนาดนี้ พวกเราต้องดื่มให้หลายชามหน่อยแล้ว”
แม้กับข้าวจะยังไม่เสร็จ แต่พวกผู้ชายบนโต๊ะก็เริ่มดื่มเหล้ากันอย่างสนุกสนาน
เสียงหัวเราะที่ร่าเริงของพวกเขาดังก้องไปทั่วลานบ้านตระกูลหลี่ และไม่จางหายไปง่าย ๆ
เมื่อกับข้าวถูกยกมาวางบนโต๊ะ แขกทุกคนต่างตกตะลึง
ไม่มีใครคาดคิดว่าตระกูลหลี่จะใจกว้างขนาดนี้ มีทั้งปลาและเนื้อชิ้นโต แม้แต่่ปีใหม่แต่ละบ้านก็ยังกินไม่อิ่มหนำสำราญเท่านี้!
แต่เมื่อลองคิดดูว่าตระกูลหลี่สามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ได้ พื้นฐานฐานะคงไม่ธรรมดา
ยิ่งไปกว่านั้น หลี่เหลาเอ้อร์อ่านออกเขียนได้ หลี่เหลาซานเป็ช่างก่อสร้าง หลี่เหลาซื่อล่าสัตว์เป็ การที่ชีวิตความเป็อยู่ดีก็เป็เื่ปกติ ซึ่งน่าอิจฉาจริง ๆ