ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 34 เจอจ้าวซีเหอในโรงพนัน

            เป็นวันที่สองแล้วที่หนิงมู่ฉือหายตัวไปจ้าวซีเหอมีสภาพโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามฝืนทานอาหารที่วางอยู่ข้างตัวทั้งที่แท้จริงแล้วยากที่จะกลืนลงคอ

            ท่านอ๋องมองท่าทางเช่นนี้ของบุตรชาย เขาลอบถอนหายใจอย่างเงียบๆก่อนจะผลักประตูไม้เปิดเข้าไปเอ่ยกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย “ซีเหอ เป็นอันใดไป หมู่นี้เจ้ารู้สึกไม่สบายหรือหรือว่าคิดถึงนางหนูหนิงมากเกินไป”

            จ้าวซีเหอเห็นบิดาเดินเข้ามารีบปรับสีหน้าให้ดูสดชื่น แย้มยิ้มพร้อมกับเอ่ยว่า “ท่านพ่อ มาแล้วหรือ เมื่อครู่ท่านพูดว่ากระไรขอรับลูกแค่คิดถึงอาหารฝีมือหนิงมู่ฉือก็เท่านั้น”

            “เจ้าคิดว่าจะหลอกพ่อได้หรือพ่อดูออกนานแล้วว่าเจ้าคิดอย่างไรกับนางนับตั้งแต่วันที่หนิงมู่ฉือเข้ามาเป็นบ่าวในตำหนักนี้ พ่อดูออกตั้งแต่วันนั้นแล้ว”ท่านอ๋องกล่าวพร้อมกับนึกย้อนไปถึงวันที่หนิงมู่ฉือถูกส่งตัวมาเป็นบ่าวที่ตำหนักอ๋องแห่งนี้เพราะมีความผิดติดตัวนับตั้งแต่วันนั้น สายตาของจ้าวซีเหอก็เอาแต่มองหนิงมู่ฉืออยู่ตลอดไม่เคยมองไปทางอื่นอีกเลย

            จ้าวซีเหอรู้สึกเขินอายเหลือประมาณรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ไม่ใช่นะขอรับท่านพ่อท่านเข้าใจผิดแล้ววันนั้นลูกแค่เห็นนางร้องไห้แล้วท่าทางดูน่าสงสารมากก็เท่านั้นเอง”

            ท่านอ๋องถอนหายใจออกมาคราหนึ่งทันใดนั้นเองหูได้ยินเสียงบ่าวรับใช้อายุมากผู้หนึ่งส่งเสียงเรียกมาแต่ไกลจากด้านนอกพร้อมกับวิ่งมาทางนี้ “ซื่อจื่อมีคนบอกให้ท่านไปที่โรงพนันขอรับ!”

            ท่านอ๋องได้ฟังก็ถลึงตาใส่บุตรชายพร้อมกับขู่ “ถ้าเจ้ากล้าไปเชื่อหรือไม่ว่าพ่อจะหักขาเจ้า!”

            จ้าวซีเหอมองบิดาอย่างลำบากใจ คิดว่าบางทีอาจจะได้ข่าวคราวของหนิงมู่ฉือจากสหายสนิทที่มักไปเล่นพนันที่โรงพนันด้วยกันบ่อยๆก็เป็นได้ คิดได้เช่นนั้นจึงแกล้งทำท่าทางให้ดูน่าสงสาร “ท่านพ่อ เห็นแก่ที่หลายวันมานี้ลูกเศร้าใจจนกินไม่ได้นอนก็ไม่ค่อยหลับร่างกายทรุดโทรมลงไปมาก ให้ลูกไปปลดปล่อยสักหน่อยเถิดนะขอรับ”

            เมื่อท่านอ๋องได้ฟังแค่นเสียงฮึขึ้นจมูกอย่างกราดเกรี้ยวก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป ทิ้งให้จ้าวซีเหอหันไปมองบ่าวรับใช้อย่างจนปัญญา

            ท่านอ๋องทำเช่นนี้แปลว่าอนุญาต จ้าวซีเหอรีบแต่งตัวให้ดูดีเช่นที่ผ่านมาแล้วถึงค่อยไปยังโรงพนัน

            หนิงมู่ฉือแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยนานแล้วตอนนี้กำลังเดินตามหลังไซพานอันที่กำลังจะพานางไปโรงพนัน ไปพบปะลูกหลานสกุลผู้ดีจากสกุลต่างๆ

            นางหยุดยืนอยู่ด้านหน้าโรงพนันมองโรงพนันที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา อดไม่ได้ที่จะตาโตอย่างตกตะลึง เมื่อเดินเข้าไปข้างในกลับมิได้ดูวุ่นวายเช่นที่นางคิดเอาไว้แม้แต่น้อย

            นางนึกว่าโรงพนันจะต้องมีแต่ผู้คนแต่งตัวไม่เรียบร้อยท่าทางโหดเหี้ยม กล่าววาจาเสียงดังยืนล้อมโต๊ะเพื่อเล่นพนันกันเสียอีกคาดไม่ถึงเลยว่าโรงพนันแห่งนี้ภายในจะสะอาดดูแล้วสบายตา นักพนันทุกคนแต่งตัวเรียบร้อยไม่มีผู้ใดส่งเสียงดังเลยสักคนเดียว

            ความที่สงสัยนางจับแขนเสื้อไซพานอันเอาไว้ แล้วถามออกไป “ท่านพาข้ามาที่โรงพนันแน่หรือ เหตุใดจึงไม่เหมือนกับที่ข้าคิดเอาไว้”

            ไซพานอันเงยหน้ามองป้ายชื่อโรงพนันโรงพนันหรูอี้ ก่อนจะหันไปยิ้มให้หนิงมู่ฉือ “เจ้าเงยหน้าดูชื่อโรงพนันแห่งนี้เสียก่อน โรงพนันหรูอี้ที่นี่เป็นโรงพนันที่หรูหราที่สุดในเมืองหลวง คนธรรมดาไม่มีทางเข้ามาเล่นที่นี่ได้โรงพนันอย่างที่เจ้าคิดคือโรงพนันสำหรับพวกชาวบ้านธรรมดา”

            หนิงมู่ฉือมองท่าทางถือดีของไซพานอันก็กลอกตาก่อนจะเดินตามหลังเขาเข้าไปด้านในโรงพนัน 

            ไซพานอันเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีคนหนึ่งทันทีที่เดินเข้ามาในโรงพนัน มีคนมากมายเอ่ยทักทายเขา มีแต่คนเรียกเขาว่าพี่ไซ ทั้งได้รับการต้อนรับจากผู้คนมากมาย

            ไซพานอันเดินเข้าไปหยุดอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายด้วยสีหน้าภาคภูมิใจระคนถือดี“พวกเจ้ารู้จักแม่ครัวที่ฮ่องเต้พระราชทานฉายาให้ว่าเทพแม่ครัวหรือไม่”

            ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็มีท่าทีสนอกสนใจขึ้นมาทันใด“ข้าแค่เคยได้ยินได้ยินคนกล่าวกันว่า แม่ครัวผู้นี้ทำกับข้าวทีไรจะส่งกลิ่นหอมไปไกลถึงสิบลี้ เพียงได้ทานเข้าไปคำหนึ่งก็จะคะนึงหาไม่รู้วาย”

            หนิงมู่ฉือได้ฟังคำชมก็ยกมือป้องปากยิ้มออกมาเวลานี้เองที่ความสนใจของทุกคนพุ่งเป้ามายังนาง

            คนผู้หนึ่งเอ่ยถาม “พี่ไซ สตรีนางนี้เป็นใครหรือข้าไม่เคยเห็นนางในจวนท่านมาก่อนเลย หรือเป็นอนุที่ท่านเพิ่งรับเข้ามาใหม่”

            “พูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร!คุณชายอย่างข้าเหมือนคนเจ้าชู้เยี่ยงนั้นหรือ!คุณชายอย่างข้ารักเดียวใจเดียวต่อฉู่เมิ่งเอ๋อร์เท่านั้นถ้าข้าพูดถึงฐานะของสตรีนางนี้ให้พวกเจ้ารู้ พวกเจ้าต้องตกตะลึงตาค้างเป็นแน่นางคือแม่ครัวที่ฮ่องเต้พระราชทานฉายาให้ว่าเทพแม่ครัวอย่างไรเล่า!” ไซพานอันเอ่ยด้วยสีหน้าลำพองใจ

            ทุกคนมีหรือจะเชื่อว่าที่ไซพานอันกล่าวมาเป็นความจริงบางคนถึงขั้นเข้าไปเดินวนรอบตัวหนิงมู่ฉืออย่างพิจารณา

            “พี่ไซล้อเล่นแล้ว คนล้วนกล่าวกันว่าแม่ครัวผู้นั้นรูปโฉมงดงามประดุจบุปผา จะหน้าตาเช่นนี้ได้อย่างไรอีกอย่างแม่ครัวที่ฮ่องเต้พระราชทานฉายาให้เป็นแม่ครัวของตำหนักอ๋องจะมาปรากฏตัวข้างกายท่านได้อย่างไร”

            หนิงมู่ฉือได้ฟังก็จ้องเขม็งผู้พูดด้วยสายตาดุร้ายกล้าพูดว่านางไม่ได้มีรูปโฉมดั่งเทพเซียนเช่นนั้นหรือ นางเพียงใส่เสื้อผ้าที่ดูธรรมดาหน่อยเท่านั้นเอง!

            ไซพานอันเห็นสายตาทุกคนที่มองมาอย่างไม่เชื่อพลันขมวดคิ้ว“เหตุใดเล่าพวกเจ้าไม่เชื่อหรือ เทพแม่ครัวหนิงแสดงฝีมือให้พวกเขาดูหน่อยสิ”

            ไซพานอันกล่าวประโยคนี้จบ ทุกคนหันไปมองหนิงมู่ฉือด้วยสีหน้าอยากรู้อยากลองชิมอาหารฝีมือหนิงมู่ฉือด้วยกันทั้งสิ้น

            ไซพานอันยกมือขึ้น “พวกเรามาพนันกันหน่อยดีกว่าถ้าหากสตรีที่อยู่ข้างกายข้าผู้นี้คือเทพแม่ครัวตัวจริงพวกเจ้าทานอาหารหนึ่งอย่างก็ต้องจ่ายให้ข้าห้าพันตำลึง อะๆ อย่าเพิ่งเลิกคิ้วราคานี้ถ้าเทียบกับของจ้าวซีเหอนับว่าถูกมากแล้วของเขาต้องจ่ายถึงหนึ่งหมื่นตำลึงต่ออาหารหนึ่งอย่างเชียวนะ”

            ทุกคนขมวดคิ้วพลางส่ายหน้าไม่เชื่อที่ไซพานอันกล่าวมา แต่ก็มีบางคนที่ยอมพนันด้วย ทำให้หนิงมู่ฉือถึงกับต้องส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ

            ทุกคนเดินตามหลังหนิงมู่ฉือเข้าไปในห้องครัวในบรรดาคนเหล่านี้มีบางคนเคยทานอาหารฝีมือนางมาแล้ว นางลงมือทำเหมือนอย่างที่เคยทำ

            นางหยิบมีดขึ้นมาควงกลางอากาศโยนขึ้นไปด้านบน ก่อนที่มีดจะตกลงมาบนมือนางพอดิบพอดีเรียกเสียงฮือฮาจากทุกคนได้เป็นอย่างดี ไซพานอันปรบมืออย่างถือดีมองทุกคนด้วยสีหน้าย่ามใจ

            นางเตรียมวัตถุดิบก่อนจะเริ่มปรุงอาหารกลิ่นอาหารจากในหม้อโชยขึ้นมา ทุกคนอดไม่ได้ต้องลอบกลืนน้ำลาย

            เวลาเดียวกันนี้เอง จ้าวซีเหอมาถึงโรงพนันครั้นเห็นผู้คนพากันไปยืนมุงกันอยู่หน้าห้องครัว ทั้งจมูกของเขายังได้กลิ่นหอมของอาหารเขาจึงเดินตรงไปทางห้องครัวพลางเอ่ยถามอย่างสงสัย “เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ”

            คนผู้หนึ่งหันหน้าไปมอง พอเห็นว่าเป็นจ้าวซีเหอก็ตกใจจนสะดุ้งตัวโยนเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม “ซื่อจื่อมาแล้วหรือขอรับมีคนผู้หนึ่งบอกว่าแม่ครัวที่ทำอาหารอยู่ในห้องครัวตอนนี้คือแม่ครัวที่ฮ่องเต้พระราชทานฉายาให้ว่าเทพแม่ครัวทุกคนก็เลยมารอชมเรื่องสนุกขอรับ”

            จ้าวซีเหอได้ฟังเช่นนั้น มองเข้าไปในห้องครัวด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงได้พบกับหนิงมู่ฉือที่กำลังยุ่งกับการทำอาหารเข้าพอดีทั้งยังได้เห็นว่าคนที่ปรบมือให้กำลังใจอยู่ด้านข้างคือไซพานอัน เวลานี้เองที่เขาคิดแผนหนึ่งออก

             

     

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน