สายตาที่จับจ้องมาจากนักพรตระดับฝึกปราณชั้นห้าขึ้นไป สร้างแรงกดดันให้โจวลั่วไม่น้อย โชคดีที่หลินจือโซ่วลุกขึ้นยืนบังอยู่เบื้องหน้าเขา
"ตระกูลลู่คงไม่คิดจะคืนคำหรอกนะ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
"หึ แค่ศัสตราเวทชิ้นเดียว ตระกูลลู่ของข้ายอมรับความพ่ายแพ้ได้" ลู่เฉินแค่นเสียงเ็า แล้วโยนกระบี่เล่มนั้นให้ไป หลินจือโซ่วรับไว้พลางหัวเราะชอบใจ แล้ววางมันไว้ข้างตัว
"เื่นี้ยังไม่จบ" ลู่เฉินกล่าวเสียงกร้าว แล้วสะบัดแขนเสื้อจากไป เหล่าบุตรหลานตระกูลลู่ก็ติดตามออกไปเช่นกัน
"หมาจนตรอก" หลินจือโซ่วกล่าวอย่างเหยียดหยาม
การสอบภาคทฤษฎีสิ้นสุดลง งานโอสถปราณในวันแรกก็ใกล้จะจบลงเช่นกัน เหล่านักปรุงโอสถที่มาเข้าร่วมเพื่อหาประสบการณ์ก็จำใจจากไป ส่วนหลี่ซุ่นเทียนได้เชิญสมาชิกจากตระกูลผู้บำเพ็ญะสืบสายเืให้อยู่ร่วมงานเลี้ยงต่อ
ยกเว้นตระกูลลู่ ทุกคนต่างเดินทางมายังเขตแกนกลางของตระกูลหลี่ ระหว่างทางหลินจือโซ่วมองโจวลั่วด้วยความยินดีอย่างยิ่ง
"เ้าทำได้ดีมาก กลับไปครั้งนี้ข้าจะขอให้ตระกูลตบรางวัลให้เ้าอย่างงาม"
"ขอบคุณท่านลุงโซ่วขอรับ" โจวลั่วกล่าวขอบคุณ ความจริงแล้วในใจของเขาอยากได้ศัสตราเวทชิ้นนั้น ทว่าเห็นได้ชัดว่าของระดับนี้ยังไม่ถึงคราวที่เขาจะได้ใช้งาน
ในงานเลี้ยง ตระกูลผู้บำเพ็ญะสืบสายเือื่น ๆ ต่างก็แสดงความยินดีกับการที่หลินจือโซ่วทะลวงระดับสำเร็จ จากนั้นก็ชมเชยว่าตระกูลหลินได้เขยที่ดีเยี่ยมมาสู่ตระกูล คาดว่าหลังจากนี้ตระกูลผู้บำเพ็ญะสืบสายเือื่นคงต้องเริ่มเตรียมการรับเขยแต่งเข้าตระกูลอย่างจริงจังเสียแล้ว
งานเลี้ยงดำเนินไปจนดึกดื่น หลินจือโซ่วจึงนำหลินเหนียนและโจวลั่วกลับไปยังหอสุราเทียนเซี่ย เมื่อเข้ามาในห้อง โจวลั่วกำลังจะดื่มน้ำ แต่เพียงแค่หยิบถ้วยขึ้นมาก็พลันขมวดคิ้วแน่น เขามองขอบถ้วยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
'น้ำในถ้วยมีพิษ!'
ในฐานะปรมาจารย์ปรุงยาพิษระดับหนึ่งขั้นสูงสุด เขาสามารถมองออกได้ในทันทีว่าน้ำนี้ถูกวางยา พิษที่ใช้เป็ยาพิษระดับหนึ่งขั้นกลางมีชื่อว่า 'ผงมัวเมาิญญา' ยาพิษนี้ละลายในน้ำทันที ไร้สีไร้กลิ่น สามารถทำให้ผู้บำเพ็ญระดับฝึกปราณหมดสติไปได้โดยง่าย
หากเขาไม่สังเกตเห็นร่องรอยเล็ก ๆ ที่หลงเหลืออยู่ตรงขอบถ้วย เขาก็คงจะติดกับไปแล้ว ใครกันที่แอบเข้ามาในห้องแล้ววางยาพิษ? โจวลั่วนั่งอยู่บนเก้าอี้พลางจมดิ่งสู่ห้วงความคิด
ในไม่ช้า เขาก็พุ่งเป้าไปที่ลู่เฉิน ชั้นสิบทั้งชั้นเป็ที่พักของตระกูลผู้บำเพ็ญะสืบสายเื มีเพียงตระกูลลู่ที่ไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงเท่านั้นที่มีความสามารถจะทำเช่นนี้ได้ อีกฝ่ายไม่ได้ใช้ยาพิษร้ายแรงถึงชีวิต เพียงแค่ใช้ผงมัวเมาิญญาเท่านั้น ดูท่าคงจะ้าชิงศัสตราเวทคืน และอาจจะถือโอกาสกำจัดเขาไปเสียพร้อมกัน เพราะพฤติกรรมของเขาในวันนี้ทำให้ลู่เฉินโกรธแค้น เพื่อเป็การบั่นทอนกำลังของคู่ปรับตลอดกาล ตระกูลลู่จึงอาจจะกระทำการเช่นนี้ได้จริง ๆ
เมื่อห้องของเขาถูกเล่นงาน เช่นนั้นห้องของหลินจือโซ่วก็คงไม่ต่างกัน โจวลั่วลุกขึ้นยืนทันทีและตั้งใจจะไปเตือนอีกฝ่าย แต่เมื่อคิดทบทวนดู หากเขาเข้าไปห้ามปราม ก็ไม่มีทางอธิบายได้ว่าเหตุใดเขาจึงล่วงรู้ว่ามีคนวางยาพิษ โจวลั่วตกอยู่ในความลังเล
เขามองบานประตูที่ปิดสนิท สมองของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็ว 'เมื่อตระกูลลู่วางยาผงมัวเมาิญญา ก็ย่อมไม่อยากให้ตระกูลผู้บำเพ็ญะสืบสายเือื่น ๆ ล่วงรู้ ดังนั้นมีความเป็ไปได้สูงว่าจะไม่ลงมือด้วยตนเอง และคนที่ส่งมาก็ย่อมมีระดับพลังไม่สูงนัก เช่นนั้นตนเองก็อาจจะสามารถจัดการอีกฝ่ายได้' เมื่อคิดได้ดังนั้นโจวลั่วก็อดไม่ได้ที่จะมองโอสถจุดะเิปราณที่อยู่ในช่องเก็บของ ในยามนี้ทางเดียวที่ทำได้คือลงมือด้วยตัวเอง
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้น เขาเดินออกจากห้องและไปเคาะประตูห้องของหลินจือโซ่ว แต่กลับไม่มีใครมาเปิดประตู ดูท่าหลินจือโซ่วคงหมดสติไปแล้ว โชคดีที่หลินจือโซ่วเคยให้ป้ายผ่านประตูห้องของเขาไว้เพื่อความสะดวกในการสื่อสารและสั่งสอน
เมื่อเปิดประตูเข้าไป โจวลั่วพบว่าหลินจือโซ่วกำลังฟุบอยู่บนโต๊ะ เขาจึงเข้าไปประคองร่างอีกฝ่ายไปที่เตียง แล้วนั่งลงที่โต๊ะพลางรออย่างเงียบ ๆ เขาคิดเอาไว้แล้วว่าจะสังหารนักฆ่าที่ตระกูลลู่ส่งมาในห้องของหลินจือโซ่ว เพื่อให้ตระกูลลู่คิดว่าเป็ฝีมือของหลินจือโซ่วเอง และจะไม่สงสัยในตัวเขา หลังจากนั้นเขาก็จะแอบจากไป คิดว่าแม้หลินจือโซ่วจะรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น แต่เมื่อไม่มีอะไรเสียหาย เขาก็คงไม่กล่าวอะไรมาก
เมื่อคิดถึงการต่อสู้ครั้งแรกนับั้แ่มายังโลกใบนี้ ร่างกายของโจวลั่วก็เริ่มสั่นสะท้าน นี่ไม่ใช่ความหวาดกลัว หากแต่เป็ความตื่นเต้น เขาเคยจินตนาการถึงฉากนี้มานับครั้งไม่ถ้วนยามหลับใหล และบัดนี้มันกำลังจะกลายเป็ความจริงแล้ว
...
ค่ำคืนล่วงเลยไป ในห้องที่เงียบสงัดมืดมิด โจวลั่วกลับรู้สึกตื่นตัวมากขึ้น ทันใดนั้นเขาก็ขยับหูเล็กน้อย ราวกับได้ยินเสียงเปิดประตู
'มาที่ห้องของข้าแล้ว'
ในพริบตานั้น มือขวาของเขาก็ปรากฏโอสถสีแดงสดเม็ดหนึ่งขึ้นมา จากนั้นเขาก็แสร้งทำเป็หมดสติฟุบอยู่บนโต๊ะ โดยมีโอสถเม็ดนั้นจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก พร้อมที่จะกลืนลงคอได้ทุกเมื่อ
เวลาผ่านไปช้า ๆ ภายนอกห้องพลันปรากฏเงาร่างสีดำสายหนึ่ง วินาทีต่อมา ประตูห้องก็ถูกผลักออกเบา ๆ และมีร่างหนึ่งเล็ดลอดเข้ามาอย่างรวดเร็ว โจวลั่วแอบนำโอสถจุดะเิปราณใส่เข้าไปในปาก โอสถปราณละลายทันทีที่เข้าสู่ร่างกาย เพียงพริบตา เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังที่ไร้ขีดจำกัดไหลเวียนอยู่ในกาย
บริเวณตันเถียนในทะเลปราณที่เคยสงบนิ่งพลันเกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรง ในไม่ช้า เขาก็ััได้ถึงพลังปราณอันมหาศาลที่หลั่งไหลออกมา พลังอันแข็งแกร่งอย่างยิ่งแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
บางทีอาจเป็เพราะเห็นว่าทุกคนในห้องหมดสติไปแล้ว เงาร่างสีดำชักมีดสั้นคมกริบเล่มหนึ่งออกมาโดยที่เขาไม่ทันสังเกต เขาก้าวเข้าหาโจวลั่วอย่างเงียบเชียบ เมื่อเข้ามาใกล้และยืนยันเป้าหมายได้แล้ว เงาร่างสีดำก็ยกมือขวาขึ้น เล็งไปที่ลำคอของโจวลั่วและแทงลงไปอย่างรุนแรง
ในตอนนั้นเอง โจวลั่วก็พลันหมุนตัวกลับ มือขวาของเขาก็ปลดปล่อยไอความร้อนสายหนึ่งออกมา เงาร่างสีดำชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่จะทันได้ตอบสนอง ก็เห็นมนตราลูกไฟพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของตนอย่างจัง
ตูม!
เสียงะเิดังสนั่น เงาร่างสีดำถูกมนตราลูกไฟกระแทกจนลอยกระเด็นไปตกพื้นอย่างแรง เสื้อผ้าบนตัวถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ในทันที โจวลั่วมีดวงตาเป็ประกายดุจเพลิง เขาพุ่งเข้าใส่ร่างนั้นอย่างรวดเร็ว กำหมัดขวาแน่น แสงปราณสีแดงฉานเปล่งประกาย ก่อนจะชกเข้าที่ใบหน้าของเงาร่างสีดำอีกครั้ง
นักฆ่าผู้โชคร้ายเพิ่งจะฟื้นคืนสติได้ ก็ถูกหมัดนั้นกระแทกเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง เืกระเด็นสาดไปทั่ว แม้กระทั่งกระเด็นไปเปรอะเปื้อนใบหน้าของโจวลั่ว
โจวลั่วไม่หยุดมือ ด้วยพลังปราณที่เสริมเข้ามา เขากระหน่ำชกหมัดแล้วหมัดเล่าจนใบหน้าของเงาร่างสีดำแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดี และสิ้นลมหายใจไปแล้ว เขาก็คลายความตึงเครียดของร่างกายลง แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น
"เรียบร้อยแล้ว" เขามองซากศพที่อยู่ข้างกายด้วยสีหน้าฮึกเหิม ทว่าในวินาทีต่อมา เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย คลื่นไส้จนอยากจะอาเจียน
"อ้วก"
เขาอดไม่ได้ที่จะสำรอกออกมาสองสามครั้ง ก่อนที่ความรู้สึกจะค่อย ๆ สงบลง นี่เป็การฆ่าคนครั้งแรกในชีวิตของเขาสองชาติภพรวมกัน และเป็การฆ่าด้วยวิธีที่โหดร้ายถึงเพียงนี้ แม้จะเตรียมใจมาแล้ว แต่ก็ยังคงปรับตัวไม่ได้อยู่ดี
ผ่านไปนาน โจวลั่วจึงลุกขึ้นจากพื้น แล้วใช้ยันต์ส่องสว่างดวงหนึ่ง ในขณะที่แสงสว่างปรากฏ เขาเร่งจัดการทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุ ส่วนศพนั้นเขาทิ้งไว้ตรงนั้นชั่วคราว ในขณะที่ยาพิษยังออกฤทธิ์เขาต้องรีบไปจัดการธุระอื่นก่อน เขาออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบและมุ่งหน้าไปยังชั้นเก้าทันที
ชั้นเก้าของหอสุราเทียนเซี่ยไม่เปิดให้บริการแก่บุคคลภายนอก เพราะเป็ที่พักของคนในหอสุราทั้งหมด การที่ตระกูลลู่สามารถลอบวางยาพิษในน้ำที่ห้องของพวกเขาได้นั้น ย่อมต้องได้รับความช่วยเหลือจากคนในหอสุราอย่างแน่นอน และเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็ไปอย่างราบรื่น คนที่ช่วยพวกเขาก็คงจะยังไม่หลับ...
ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็จัดการกวาดล้างให้สิ้นซากไปพร้อมกันเลยแล้วกัน!