ฉันวิ่งไปด้วยความทุลักทุเลบนรองเท้าส้นสูงหนึ่งนิ้ว อยากจะถอดทิ้งแล้ววิ่งเท้าเปล่าก็ทำไม่ได้ ทั้งหนามและหินคงทิ่มบาดเท้าแน่ๆ จึงต้องพยายามวิ่งต่อไปให้ถึงต้นไม้สีแดงเพลิงให้ได้
ระหว่างที่วิ่งก็คอยมองกลับหลังไปด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าเสือดำตัวนั้นจะตามมา หรืออาจจะมีสัตว์ร้ายชนิดอื่นตามมาข้างหลัง ซึ่งตลอดทางที่วิ่งผ่านมาเจอต้นไม้ ดอกไม้หลายชนิดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ที่นี่เป็ป่าแบบไหนกันนะทั้งสวยทั้งน่ากลัวผสมกัน
ฉันวิ่งไปเรื่อยๆก็ได้ยินเสียงลิงร้องดังมาจากบนต้นไม้ แต่มองไม่เห็นตัวลิงสักตัว ในใจคิดอยู่อย่างเดียวว่า ขออย่าให้เป็ลิงดุเพราะกลัวลิงกัด วิ่งจากป่าโปร่งมาได้สักพัก เห็นลำธารใสไหลผ่านอยู่ข้างหน้า ต้องวิ่งผ่านลำธารนี้ไป และปีนขึ้นทางชันข้างหน้า จากนั้นวิ่งตรงไปอีกไกลพอสมควรกว่าจะถึงต้นไม้สีแดง
ฉันจึงรีบวิ่งลงไปที่ลำธารนั่น ทั้งเหนื่อยและหิวน้ำมาก จึงคิดจะดื่มน้ำจากลำธารแก้หิว แต่เมื่อวิ่งมาหยุดที่ลำธารก็เห็นแสงอะไรบางอย่างเปล่งประกายระยิบระยับในน้ำ จึงพยามเพ่งมองก็เห็นสัตว์ตัวเล็กๆคล้ายแมลงว่ายอยู่ในน้ำ ซึ่งอาจเป็สัตว์จำพวกแมลงน้ำ
มองเลยออกไปกลางลำธารมีปลาขนาดเล็กสีฟ้าไม่เกินฝ่ามือ ครีบหลังเป็สีส้มโดดเด่นเรืองแสงกำลังแหวกว่ายน้ำไปมา จึงเปลี่ยนใจไม่กล้าดื่มน้ำในลำธาร เพราะกลัวมีสารเคมีในน้ำ จึงคิดว่าจะวักน้ำล้างหน้าล้างแขนก็พอ
จึงก้มหน้าไปที่ผิวน้ำเพื่อจะวักน้ำล้างหน้า ก็เห็นหน้าตัวเองตอนนี้จากเงาสะท้อนในน้ำ กรี๊ดดด!!! ผีหลอก!!! ฉันใขนลุกชันไปยันหัวรีบถอยห่างออกจากลำธารทันที เพราะเห็นหน้าตัวเองที่สะท้อนอยู่ในน้ำเป็หน้าของเด็กสาว ตากลมโต ปรากฏอยู่ในน้ำ
ฉันมั่นใจเมื่อกี้ตาไม่ได้ฝาดแน่นอน ใบหน้าที่เห็นในน้ำนั้นไม่ใช่หน้าของฉัน อย่างนี้ก็ไม่ต้องคิดไรมากแล้ว วิ่งสิวะรอรัย!!! ฉันวิ่งตะลุยลำธารจนน้ำแตกกระจาย ฝูงปลาที่ว่ายน้ำอยู่ในลำธารใว่ายน้ำหนีแตกกระเจิงเหมือนกัน
ฉันตะกุยตะกายปีนขึ้นทางชันข้างหน้าที่คิดว่าปีนยากในตอนแรก แต่ตอนนี้มันกลับปีนขึ้นไปได้อย่างง่ายดาย จากขาที่เมื่อยล้ากลับมามีแรงวิ่งอีกครั้ง ฉันวิ่งหนีโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมองอีก ในใจพยายามนึกถึงบทสวดแผ่เมตตา แต่ด้วยความกลัวจนสติแตกไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำให้นึกบทแผ่เมตตาคำเริ่มต้นยังไม่ออก จึงใช้เป็คำพูดแทนว่า
"ผีอย่ามาหลอกกันเล้ยกูแค่วิ่งผ่านมา ถ้ากลับถึงบ้านได้แล้ว จะทำบุญกรวดน้ำไปให้ สาธุ!!!" ฉันยกมีขึ้นไหว้ท่วมหัวขณะกำลังวิ่งหนี จนกระทั่งวิ่งห่างจากลำธารมาไกล อีกทั้งก็ไม่เห็นเสือดำวิ่งตามมาแล้ว จึงหยุดวิ่งแล้วนั่งลงกับพื้นเพื่อพักเหนื่อยสักแปบ
จากนั้นจึงวิ่งต่อเพื่อไปให้ถึงจุดหมายคือต้นไม้สีแดงโดยเร็ว ในที่สุดก็เห็นต้นไม้สีแดงอยู่ข้างหน้าไม่ไกลมากนัก แค่วิ่งผ่านป่าทึบที่อยู่ข้างหน้านี้ไปก็จะถึงแล้ว และทันไดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องของลิงดังขึ้นอีกครั้ง เสียงลิงดังมาจากในป่าทึบข้างหน้า
ฉันจึงคิดในแง่บวกว่าก็ดีเหมือนกันมีเสียงลิงร้องเป็เพื่อน ดีกว่าวิ่งอยู่เงียบๆคนเดียวในป่า แมร่ง! น่ากลัวจะตายชักที่นี่ พอจบความคิด เสียงลิงก็ร้องดังขึ้นอีก แต่ครั้งนี้เป็เสียงร้องดังถี่ๆเหมือนลิงมีอาการตื่นกลัว คล้ายส่งสัญญาณเตือนภัย
และในขณะเดียวกันนั่นเอง เสียงร้องคำรามของเสือก็ดังกึกก้องขึ้นจากทางด้านหลังไม่ไกลนัก ใจหายวาบขึ้นมาทันทีเสือดำมันตามมาจะทันแล้ว อยู่ไม่ได้แล้วเว้ยย!! ว่าแล้วก็ออกแรงวิ่งสปีดเร็วกว่านรกให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว
รีบวิ่งมุ่งหน้าเข้าป่าทึบแต่ต้องวิ่งสลับเดิน เพราะขาของฉันตอนนี้มันอ่อนล้าวิ่งแทบไม่ไหว อีกทั้งฝ่าเท้าก็เริ่มเจ็บมากขึ้น ฉันวิ่งเข้ามาในป่าทึบภายในป่ามีต้นไม้สูงใหญ่ใบไม้สีส้ม สีเหลือง สีม่วง ขึ้นแซมสลับกันทั้งป่าทีรก ทึบ อับชื้น
เนื่องจากแสงอาทิตย์ส่องลงมาไม่ค่อยถึง มีเพียงบางจุดที่แสงอาทิตย์สามารถลอดส่องลงมาเล็กน้อยถึงเป็ลำแสงสีขาวคล้ายม่านพริ้วบาง เมื่อรวมกับดอกไม้สีสันสดใสแปลกตา มันช่างสวยงามราวกับอยู่ในสรวง์ แต่ฉันไม่มีเวลาชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติตอนนี้น่ะสิ!
และแล้วเสียงเสือคำรามก็ดังเข้ามาใกล้กว่าเดิม ทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เสือดำสามขาตามมาทันได้เร็วขนาดนี้ พร้อมกับเสียงลิงร้องดังถี่ๆอีกครั้งเหมือนเป็การเตือนภัยให้ฉันรีบวิ่งให้เร็วห้ามหยุดพัก
จึงเหลียวกลับไปมองให้แน่ใจอีกครั้ง ก็เสือดำสามขาตัวนั้นกำลังกระโจนข้ามขอนไม้ห่างออกไปไม่ไกล เสือดำตัวนั้นมองหน้าฉันแล้วแยกเขี้ยวคำรามใส่หมายจะกิน โธ่วววเว้ย!! ไอ้เป๋มันขี้ตื๊อชิบหาย!!!
ฉันตัดสินใจถอดรองเท้าถือไว้ในมือวิ่งเท้าเปล่าเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับตัวเอง แม้จะเจ็บเท้ามากที่ต้องวิ่งเท้าเปล่าแต่ก็ต้องอดทน จนในที่สุดก็วิ่งมาถึงใต้ต้นไม้สีแดงสูงใหญ่ ฉันสังเกตเห็นบริเวณนี้มีต้นไม้สีแดงอยู่เพียงต้นเดียว รอบๆโคนต้นไม่มีพีชอื่น หรือต้นหญ้าขึ้นอยู่เลยสักต้น
ไม่รอช้าฉันรีบเอารองเท้าวางใส่ในเสื้อด้านหน้า แล้วถลกชายเสื้อขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก จนเสื้อเปิดถึงยกทรงเพื่อห่อรองเท้า แล้วหันไปมองเสือดำสามขาแวบหนึ่งมันเองก็วิ่งกะเผลกๆตามมาใกล้จะถึงแล้ว จึงรีบปีนขึ้นต้นไม้ด้วยความรวดเร็ว รู้สึกแสบมือ แสบเท้า และิัมากขณะที่ััถูกกับลำต้น
แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาสนใจความเจ็บแสบนั่นแล้ว คิดอยู่อย่างเดียวต้องรีบปีนให้เร็วที่สุด จนฉันปีนขึ้นต้นไม้ได้สูงพอที่เสือดำสามขาจะะโตะปบไม่ถึง ส่วนเสือดำสามขาก็วิ่งมาถึงใต้โคนต้นไม้พอดี
มันกางกงเล็บสีดำขลับ เงางามเหมือนสีขนของมัน แต่แหลมคมน่ากลัว ะโตะปบตะกุยตะกายพยายามไขว่คว้าฉันที่ยืนกอดต้นไม้ไว้แน่น เสือดำพยายามจะปีนขึ้นต้นไม้แต่มันปีนขึ้นไม่ได้ แยกเขี้ยวคำรามด้วยความโมโห
ฉันยืนกอดต้นไม้ไว้แน่น เพราะหวาดกลัวกับท่าทางกำลังโมโหของเสือดำ มันหยุดกระโจนตะปบต้นไม้แล้วเดินวนไปวนมาอยู่ใต้ต้น แต่สายตาของมันยังคงจ้องมองมาที่ฉันเหมือนจ้องมองอาหารอันโอชะ
ฉันค่อยๆหยิบเอารองเท้าที่ห่อไว้ในเสื้อมาสวมใส่ที่เท้า เพราะรู้สึกเจ็บและแสบร้อนที่เท้า บางทีฉันอาจจะคิดไปเองว่ามีความร้อนอยู่ภายในลำต้นของต้นไม้ แต่คงเป็เพราะฉันวิ่งเท้าเปล่าเมื่อกี้จึงทำให้เท้าเจ็บแสบระบมมากกว่า
ฉันมองไปรอบๆบริเวณนี้มองหาผู้คน แต่ไม่พบผู้คนเลยสักคน มีแต่ป่าทึบใบไม้สีม่วง ส้ม เหลืองล้อมรอบ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาดูอีกครั้ง เพื่อหาสัญญาณโทรศัพท์ ลองกดๆปัดๆที่หน้าจอ ก็ยังคงใช้งานไม่ได้เหมือนเดิม ตอนนี้ความหวังสุดท้ายดับมืดลงหมดแล้ว คงต้องรอแต่โชคชะตาอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าฉันยังไม่ถึงคราวตายอาจจะมีคนมาช่วยฉันออกไปจากที่นี่ก็ได้
ฉันยังคงยืนกอดต้นไม้แน่นมองดูเสือดำเดินวนไปวนมาอย่างกระวนกระวายอยู่ด้านล่าง มันทำให้ฉันกลัวไม่อาจบรรยายเป็คำพูดได้ ทำได้แต่ร้องไห้ปล่อยโฮออกมาเสียงดังเหมือนเด็ก เมื่อเสือดำได้ยินเสียงของฉันร้องไห้โฮ มันก็ขู่แยกเขี้ยวตะกุยตะกายต้นไม้พยายามจะจับฉันกินให้ได้
เห็นดังนั้นฉันจึงค่อยๆเบาเสียงร้องไห้ลง เพราะดูอาการของเสือดำแล้วเหมือนเสียงร้องไห้ของฉันจะไปกระตุ้นต่อมหิวของมัน ซึ่งฉันเองก็เหนื่อย หิว และโมโหที่เสือดำไล่ล่าฉันไม่ยอมลดละ จึงสบถด่าเสือดำด้วยความโมโห
"ไอ้เป๋! เอ็งจะกินกูให้ได้เลยใช่มั้ย?! เหลือแค่สามขายังกระเสือกกระสนตามมาอีก ไอ้เวร ไอ้ดำ เอ็งรอไปเถอะ กูจะนอนตายอยู่บนต้นไม้นี่แหละ!!”
ด้วยความโมโหจึงมองหาหักกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้มือ ประเคนปากิ่งไม้ใส่เสือดำตัวนั้น พร้ะโกนด่าเสือดำด้วยความโมโห ส่วนเสือดำก็แค่ขยับโยกตัวหลบกิ่งไม้ไปมา หลบได้บ้าง หลบไม่ได้บ้าง แต่เสือดำก็ไม่ได้รู้สึกเ็ปอะไร เพราะเป็กิ่งไม้ขนาดเล็กเหมือนไม้จิ้มฟันปาใส่มันให้หงุดหงิดรำคาญมากกว่า แต่เสือดำยังคงจ้องมองฉันอย่างนั้นไม่วางตา
เมื่อเห็นว่าเสือดำมันไม่ยอมขยับไปไหน ทั้งยังขยับตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนรอกินฉันแบบชิลล์ๆอยู่ใต้ต้นไม้ ฉันจึงขยับตัวนั่งลงบนกิ่งไม้แทนการยืนเพราะความเหนื่อยล้า และหิว ทั้งยังเจ็บแสบที่แขนและมือมากขึ้นเรื่อยๆ
จึงหงายฝ่ามือดูพบว่าทั้งแขนและมือมีรอยแดงเต็มไปหมด แต่ที่รู้สึกเจ็บมากหน่อย คือฝ่าเท้าและแผลที่ถูกกิ่งไม้ข่วน ใบไม้บาด เพราะตรงรอบๆปากแผลมีอาการบวมแดงเจ็บแสบมากแผลคงจะอักเสบ
จนท้องฟ้าเริ่มสลัวลงเรื่อยๆ ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เวลาอะไร เพราะดันลืมใส่นาฬิกามาด้วยตอนออกจากบ้าน คืนนี้คงต้องนอนบนต้นไม้ ท้องก็หิวมากขึ้นทุกที ฉันต้องมองหาอะไรที่พอจะกินได้เพื่อประทังความหิว
จึงเงยหน้ามองขึ้นไป้าเพื่อมองหาผลไม้ เพราะั้แ่ที่ฉันปีนขึ้นมาก็มัวแต่ทะเลาะอยู่กับเสือดำที่อยู่ด้านล่าง จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าต้นไม้มีใบสีแดง และมีผลไม้สีแดงสดเหมือนผลเชอร์รี่ั์ รอบๆผลเปล่งประกายสีแดงเหมือนไฟกำลังลุกไหม้รอบๆผลไม้น่าประหลาดนัก จึงค่อยๆลุกขึ้นปีนขึ้นต้นไม้ให้สูงขึ้นอีกนิดเพื่อเก็บผลไม้ไฟนั่น
ในขณะที่กำลังค่อยๆลุกยืน ก็ได้ยินเสียงร้องของลิงมันร้องเสียงดังถี่ๆใอีกครั้ง มีเสียงนกร้องกระพือปีกบินแตกรัง เสียงลิงเสียงค่างและเสียงสัตว์อื่นๆ ร้องดังมาจากอีกฟากหนึ่งของป่าไม่ไกลนัก จนฉันเองยังใว่ามีตัวอะไรอยู่ที่ฟากนั้น ทำให้สัตว์ป่าพากันร้องเสียงดังเหมือนป่าแตกขนาดนี้
จึงก้มลงไปมองปฏิกิริยาของเสือดำด้านล่าง เสือดำก็คงได้ยินเหมือนกัน เพราะมันหันไปมองทางที่มาของเสียงประหลาดนั่น แล้วเสือดำก็ร้องคำรามดังขึ้นเหมือนมีอะไรไปกระตุ้นให้มันหงุดหงิด แต่เสือดำยังคงไม่ไปไหนยังนั่งเฝ้าฉันอยู่ใต้ต้นไม้
แต่ตอนนี้ท้องของฉันหิวมาก จึงหันมาสนใจผลไม้ไฟที่อยู่้าเหนือศรีษะ จึงค่อยๆปีนและขยับตัวเข้าไปใกล้ผลไม้ไฟเพ่งมองใกล้ๆ ก็เห็นได้ชัดเจนว่ากำลังมีไฟลุกไหม้อยู่ที่ผลไม้นั้นอยู่จริงๆ จึงลองเอานิ้วไปแตะๆดูที่ผิวผลไม้รู้สึกร้อนในระดับหนึ่ง แต่ก็สามารถััได้จึงเอื้อมเด็ดมาลูกหนึ่ง คิดในใจว่าถ้าโทรศัพท์ไม่เสียคงได้ถ่ายภาพไปอวดโชว์เพื่อนๆบนโซเชี่ยลยอดวิววิ่งรัวๆแน่
จึงตัดสินใจจะลองชิมผลไม้ไฟเพราะความหิว ค่อยๆกัดคำหนึ่งก่อน แต่ทันทีที่กัดลงไปยังไม่ทันได้เคี้ยว น้ำของผลไม้ที่ออกมาตอนกัดััถูกลิ้นแค่นั้น ก็รู้สึกแสบร้อนไปทั้งตัวเหมือนร่างกายถูกไฟเผา มันแสบร้อนจนร่างกายจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ ฉันเริ่มยืนทรงตัวไม่อยู่ และร่วงตกจากต้นไม้ตกลงสู่พื้นดินด้านล่างที่มีเสือดำสามขารออยู่ พร้อมกับปากที่อุทานว่า "ฉิบหายแล้ว!!! มันมีพิษ!!!"
ฉันนอนดิ้นทุรนทุรายเพราะพิษแสบร้อนเหมือนถูกไฟเผาของผลไม้ไฟ แค่ชั่วอึดใจฉันก็หมดเรี่ยวแรงนอนแผ่หรา กำลังจะวูบเหมือนคนกำลังจะตาย ในสายตาที่เริ่มพร่ามัวเห็นเสือดำตัวนั้นเดินกระเผลกๆเข้ามา มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆมองหน้าฉันแล้วแยกเขี้ยวใส่เหมือนกำลังเยาะเย้ย
ฉันพยายามยกมือขึ้นมาปัดป้อง แล้วฟาดมือลงไปที่หน้าของเสือดำ แต่เสือดำไม่หลบมือที่ฟาดลงไปเพราะแรงฟาดมีไม่พอที่จะทำให้มันเจ็บ แต่เสือดำอ้าปากเห็นเขี้ยวสีเงินยาวแหลมคม กัดเข้าที่แขนข้างขวาของฉันมันเจ็บมากๆ รู้สึกได้ถึงเขี้ยวที่กัดจมลงในเนื้อแขน อยากจะร้องออกมาดังๆแต่ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะร้องออกมา
แล้วก็เห็นเสือดำรีบอ้าปากปล่อยแขนฉันที่ถูกกัด มันก็ร้องคำรามเสียงดังลั่นเหมือนเ็ปทุรนทุราย จากนั้นมันก็ล้มลงนอนสลบอยู่ข้างๆตัวฉันทันที ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสือดำตัวนี้
แต่ชั่วอึดใจก่อนที่สติจะดับวูบไป มีงูสีขาวตัวใหญ่เท่าคนเลี้อยมาที่ข้างๆตัวฉัน งูขาวมองจ้องหน้า และกัดเข้าที่ต้นขาของฉันทันที ฉันรู้สึกถึงเขี้ยวแหลมคมที่ฝังลงบนเนื้อต้นขาเท่านั้น แต่ไม่รู้สึกเจ็บอะไรอีกแล้ว ฉันกำลังจะตายเป็ความรู้สึกสุดท้ายที่ฉันมี.....แล้วสติก็ดับวูบไป