หลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ไปแล้วมิ้นต์ก็มีอาการดีขึ้นจนกระทั่งหายดี และสามารถไปโรงเรียนได้ตามปกติ
“เมย์จ๋า เสร็จรึยัง ?”มิ้นต์ร้องเรียกฝาแฝดผู้พี่จาก้า
“คุณหนูใหญ่ไปโรงเรียนั้แ่เช้าแล้วล่ะค่ะ”ป้าโจวบอก
“อ้าว แล้วทำไมเมย์ไม่รอมิ้นต์ล่ะ”มิ้นต์ร้องออกมาด้วยความแปลกใจ
“ก็คุณหนูเล็กตื่นสายนี่คะ”
“แหม...ป้าก็” มิ้นต์ค้อนใส่ด้วยท่าทางงอนๆ
ปิ๊ง ป่อง ~
“ใครมาแต่เช้าเลยนะ”มิ้นต์บ่นพึมพำพร้อมกับหยิบคลับแซนวิชบนโต๊ะใส่ปาก
“ทานน้ำส้มด้วยนะคะ” ป้าโจวบอกเสียงเข้มก่อนจะเดินออกไปดูหน้าบ้าน
“คุณหนูคะ เพื่อนคุณหนูมาหาน่ะค่ะ” ป้าโจวบอกยิ้มๆก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่ครัว
“อ้าว ริว มาแต่เช้าเลย”มิ้นต์หันไปเห็นก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ
“มารับเธอไง” ริวบอกยิ้มๆ
“งั้นรอมิ้นต์แปปนึงนะ”มิ้นต์ส่งยิ้มให้พร้อมกับเดินไปหยิบกระเป๋านักเรียน
“ไปกันเถอะ” มิ้นต์ชวนริว
“อื้ม..เอ่อ...แล้วเมย์ล่ะ” ริวอดที่จะถามหาไม่ได้
“เมย์ไปั้แ่เช้าแล้วน่ะ”
“เหรอ..” ริวมีสีหน้าผิดหวัง มิ้นต์ได้แต่สังเกตสีหน้าของชายหนุ่มเงียบๆ
-๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑-
เมย์มาถึงโรงเรียนแต่เช้า แต่เธอก็ยังไม่เข้าไปยังห้องเรียนหญิงสาวเดินไปเรื่อยๆ ก่อนจะไปนั่งหลบมุมอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ด้านข้างของโรงเรียนเธอมองขึ้นไปบนต้นไม้ด้วยสายตาเหม่อลอย
“เมย์”
“อ้าว เจี๊ยบ” เมย์หันไปยิ้มให้เล็กน้อย
“ทำไมมาอยู่ตรงนี้คนเดียว แล้วมิ้นต์ล่ะ?”เจี๊ยบถามพร้อมกับนั่งลงเคียงข้าง
“เราออกมาก่อนน่ะ” เมย์ตอบเสียงเรียบ
“เหรอ....” เจี๊ยบนิ่งไปอึดใจ
“เอ่อ..เมย์ เราขอโทษสำหรับเื่ที่เกิดขึ้นนะ”เจี๊ยบกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
“เราไม่คิดเลยว่า ความคิดชั่ววูบของเราจะทำร้ายเธอและมิ้นต์มากขนาดนี้” เจี๊ยบเสียงเครือ
“ไม่เป็ไรหรอก ก็เธอโดนิญญาสิงนี่นา” เมย์ปลอบใจ
“ไม่ใช่นะ” เจี๊ยบร้องออกมา
“คือ....เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกเราอาจจะรู้สึกแบบนั้นเรารู้ดีว่าริวคิดกับเราแค่เพื่อน...แต่เราก็.....”เจี๊ยบนิ่งเงียบครู่หนึ่ง
“เื่มันผ่านมาแล้ว อย่าเก็บมาใส่ใจเลย”เมย์บอกพร้อมกับยิ้มให้
“เราขอโทษ...”เจี๊ยบโผเข้ากอดเมย์เอาไว้แน่นด้วยความซาบซึ้งใจที่เธอไม่โกรธ
“จริงสิ เรายังไม่ได้ขอโทษริวกับมิ้นต์เลย”เจี๊ยบนึกขึ้นได้
“เอ่อ...เดี๋ยวทั้งสองคนก็มาแล้วล่ะ”เมย์บอกด้วยท่าทางอึดอัด
“ขึ้นห้องเรียนกันเถอะ”เจี๊ยบบอกพร้อมกับลากแขนเมย์ให้เดินตาม
เมื่อทั้งสองคนเดินขึ้นห้องเรียนก็พบว่ามิ้นต์และริวมาถึงโรงเรียนแล้ว ริวเห็นหน้าเมย์ก็มองเธอนิ่งส่วนเมย์กลับทำไม่เห็นเขา ทักทายมิ้นต์ตามปกติ เจี๊ยบถือโอกาสขอโทษทั้งสองคนซึ่งทั้งคู่ต่างก็ไม่ใส่ใจทำให้เจี๊ยบซาบซึ้งใจมาก
ตลอดสองอาทิตย์เมย์และริวพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเจอกันมากที่สุด ทั้งๆที่ภายในใจของทั้งคู่รู้สึกตรงกันข้าม แต่เพราะความทิฐิของริวกับความเสียสละเพื่อความสุขของน้องสาวฝาแฝด ทำให้ทั้งคู่ต้องอยู่ในสภาพฝืนทน
มิ้นต์มีความสุขที่ริวคอยเอาใจใส่ ห่วงใยเธอคอยไปรับไปส่งเธอที่บ้านจนลืมสังเกตปฎิกริยาของทั้งคู่ แต่เจี๊ยบซึ่งล่วงรู้ความรู้สึกของทั้งคู่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น
“เมย์”
“มีอะไรเหรอเจี๊ยบ?”เมย์ถามโดยไม่หันหลังไปมองว่าเป็ใคร
“เธอมีเื่อะไรกับริวรึเปล่า?”เจี๊ยบเดินมาประจันหน้ากับเมย์หน้าล็อคเกอร์เก็บของ
“เปล่านี่” เมย์ตอบเสียงเรียบ
“โกหก”
“เรารู้นะว่า พวกเธอสองคนหลบหน้ากันอยู่”เจี๊ยบคาดคั้น
“คิดมากน่ะ” เมย์ฝืนยิ้มออกมา
“ไม่จริง !”
“ะโเสียงดังจริง”ริวโผล่มาจากด้านหลังเอาหนังสือตีศีรษะเจี๊ยบเบาๆ เป็เชิงปราม
“ริวมาก็ดีแล้ว บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าพวกเธอสองคนทะเลาะกันเื่อะไร ?” เจี๊ยบหันมาคาดคั้นเพื่อนชายแทน
“ไม่มีอะไรนี่ คิดมากน่ะ”ริวหันไปมองหญิงสาวนิดหนึ่งก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน
“จริงนะ?” เจี๊ยบมองทั้งคู่อย่างคาดคั้น
“เอ้อ...”
“ริว ไปรึยัง ? อ้าว เมย์ เจี๊ยบ ?” มิ้นต์มาตามริว ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นพี่สาวฝาแฝด
“ไปไหนกันเหรอ?” เจี๊ยบถามด้วยความอยากรู้เมื่อเห็นสีหน้าที่กระอักกระอ่วนของเมย์และริว
“อ๋อ วันนี้ริวจะพาเราไปกินแม็คน่ะ เมย์ไปด้วยกันนะ”มิ้นต์ตอบยิ้มๆ พร้อมกับควงแขนริวเอาไว้หลวมๆ
“ไม่ได้หรอก เมย์ต้องกลับบ้านไปรอโทรศัพท์พ่อน่ะ”เมย์ปฏิเสธเสียงเรียบ
“เออ จริงสิ พ่อบอกว่าจะโทรมานี่นา” มิ้นต์นึกขึ้นได้
“มิ้นต์ไปเถอะ เดี๋ยวเมย์จัดการเองน่ะ”
“อื้ม งั้นไปกันเถอะริว” มิ้นต์ยิ้มจนตาหยี
“งั้นเราไปก่อนนะ” ริวบอกก่อนจะเดินจากไปพร้อมมิ้นต์
“เมย์ เราไม่รู้ว่าเธอคิดจะทำอะไรนะแต่การที่ไม่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเองเป็สิ่งที่ไม่ดีที่สุดนะ” เจี๊ยบบอกเมย์ด้วยสีหน้าจริงจัง
“ถ้ามิ้นต์มีความสุข เราก็ดีใจด้วย”เมย์นิ่งไปก่อนจะบอกเสียงหนักแน่น เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเธอพี่น้องต้องแตกแยกกันนั้นเธอจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกเป็ครั้งที่สอง
“เราไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ นะ”เจี๊ยบส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ
“..........” เมย์ยิ้มออกมาเป็ปริศนาก่อนจะเดินจากไป
-๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑-
“ค่ะ พ่อ แล้วหนูจะไปรับวันอาทิตย์นี้นะคะ” เมย์ตอบก่อนจะวางโทรศัพท์
“คุณหนู น้ำแตงโมปั่นค่ะ”ป้าโจวเดินถือแก้วใส่น้ำผลไม้ปั่นมาวางไว้บนโต๊ะ
“ป้าโจวคะ วันอาทิตย์นี้คุณพ่อกลับจากญี่ปุ่นแล้ว..”
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวป้าจะไปหาซื้อปูนิ่ม มาทำผัดผงกะหรี่ให้คุณท่านนะคะ” ป้าโจวแทรกก่อนที่เมย์จะพูดจบ
“ป้ารู้ใจที่สุดเลยค่ะ” เมย์บอกยิ้มๆ
วันอาทิตย์เมย์และมิ้นต์เดินทางไปสนามบินดอนเมืองเพื่อไปรับพ่อที่เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อทั้งคู่ไปถึงก็พบว่าสนามบินคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย
“โห คนเยอะแบบนี้ แล้วเราจะเจอคุณพ่อเหรอ”มิ้นต์ร้องโอดครวญ
“เจอสิ” เมย์ยิ้มน้อยๆก่อนจะเดินนำหน้ามิ้นต์ไปยังประตูขาออก
“นั่นไง”เมย์ชี้มือไปยังชายวัยกลางคนสูงโปร่งคนหนึ่งที่ยืนถือกระเป๋าและข้าวของพะรุงพะรัง
“คุณพ่อ !!” มิ้นต์ร้องเรียกด้วยความดีใจก่อนจะวิ่งเข้าไปหาชายคนนั้น
“โอ๊ะๆ เบาๆ หน่อยลูก ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว” พ่อของทั้งคู่รับร่างของมิ้นต์เอาไว้ก่อนจะร้องปรามเบาๆ
“คิดถึงจังเลยค่ะ” มิ้นต์บอกเสียงอ้อนๆ
“พ่อก็คิดถึงลูกจ้ะ” พ่อของฝาแฝดลูบศีรษะมิ้นต์เบาๆอย่างเอ็นดู
“หนูช่วยถือนะคะ”เมย์ยิ้มให้พ่อของเธอก่อนจะหยิบกระเป๋าไป
“ของฝากล่ะคะ ?” มิ้นต์ประจบโดยการยิ้มอ้อนๆ
“เอาไว้ถึงบ้านก่อนนะ” คุณพ่อหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับฝาแฝดทั้งคู่
ตอนเย็นที่โต๊ะอาหารของบ้านนฤบดินทร์เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นหลังจากที่ห่างหายไปนานั้แ่พ่อของฝาแฝดทั้งสองไปประเทศญี่ปุ่นเพราะเื่งานของเขา
“ฝืมืออาหารของป้าโจวยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะ” พ่อของฝาแฝดเอ่ยปากชม
“แหม..คุณท่านชมเกินไปแล้วค่ะ”ป้าโจวหัวเราะพร้อมกับเตรียมเสิร์ฟของหวานให้กับทั้งสามคน
“ของฝากล่ะคะ คุณพ่อ” มิ้นต์ทวง
“ฮะ ฮะ ลูกนี่เหมือนเดิมเลยนะ ถุงชิเซโด้ของลูกน่ะ”พ่อบอกยิ้มๆ
“ขอบคุณค่ะ”มิ้นต์ดีใจยกมือไหว้พ่อของเธอก่อนจะรีบลุกเดินไปยังถุงของฝาก
“ของเมย์ก็มีนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวหนูค่อยไปดูก็ได้” เมย์บอกยิ้มๆ
“ว่าแต่ เที่ยวนี้คุณพ่อนำของแปลกกลับมาด้วยนะคะ”เมย์หันไปมองมิ้นต์ที่กำลังรื้อค้นอยู่ก่อนจะหันมาถามพ่อของเธอด้วยสีหน้าจริงจัง
“เฮ้อ ปิดลูกไม่ได้จริงๆ เลยนะ”พ่อของเธอถอนหายใจออกมา
“มีเื่อะไรหรือคะ?” เมย์ถาม
“ก็เพราะเ้านี่ล่ะ พ่อถึงต้องไปญี่ปุ่น”พ่อของเธอเดินไปหยิบกล่องประหลาดสีดำออกมาจากกระเป๋าเดินทางใบเล็กและนำมาวางไว้ตรงหน้าของเมย์
“นี่มัน....”
“เ้าสำนักลัทธิแห่งแสงสว่างที่ญี่ปุ่นฝากให้พ่อนำไข่สีดำใบนี้กลับมาให้ลูก”เมื่อพ่อของเธอเปิดกล่องประหลาดใบนั้นไข่สีดำเป็มันวาวก็ปรากฎต่อหน้า หญิงสาวรู้สึกเย็นะเืขึ้นมาทันที
“เ้าสำนักฝากบอกว่าให้ลูกหาวิธีทำลายมัน ก่อนที่มันจะทำให้โลกใบนี้เต็มไปด้วยความมืดมิดน่ะ” พ่อของเธอบอก
เมย์เอื้อมมือไปััไข่สีดำปริศนาเบาๆก่อนที่จะสะดุ้งเล็กน้อยกับพลังงานที่แผ่ซ่านออกมาภาพที่ปรากฎในสมองของเธอมีแต่ความมืดมิด ไม่มีแสงสว่างหรือภาพใดๆที่จะนำทางให้เธอได้ล่วงรู้ความลับของมันเลยสักนิดสิ่งหนึ่งที่เมย์พอจะรับรู้ได้ก็คือความรู้สึกที่น่าขนลุกและความชั่วร้ายที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งแผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิดเท่านั้น
“หนูไม่รู้วิธีทำลายมันหรอกค่ะ”เมย์บอกด้วยสีหน้าจริงจังหลังจากที่เธอพยายามลองััดูแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น...”
“แต่ถ้าหนูได้รู้ประวัติความเป็มาของมัน ไม่แน่หนูอาจจะพอหาวิธีก็ได้” เมย์มีสีหน้าครุ่นคิด
“คุณพ่อคะถ้าหนูจะหยุดโรงเรียนเพื่อไปหาประวัติของมันที่ญี่ปุ่นจะได้มั้ยคะ ?” เมย์ถาม
“อืม....ท่านเ้าสำนักดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากถ้าลูกคิดว่าการไปญี่ปุ่นจะสามารถหาวิธีทำลายมันได้ ก็ลองดูสิ” พ่อของเธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะสนับสนุน
“หนูจะรีบไปรีบกลับนะคะ”เมย์บอกพร้อมกับสวมกอดพ่อของเธอด้วยสีหน้าวิตกกังวล
-๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑-
การที่เมย์ได้เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อสืบหาร่องรอยให้มากขึ้นนั้น เธอไม่สามารถรู้ได้เลยว่า บ้านของเธอกำลังถูกิญญาร้ายที่อยู่ภายในไข่สีดำปริศนาได้พยายามที่จะออกมาเพื่อควบคุมความนึกคิดของมิ้นต์
“มิ้นต์เป็อะไรรึเปล่า?”ริวถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยดีของเธอ
“ไม่เป็ไร เรารู้สึกหน้ามืดเล็กน้อยน่ะ”มิ้นต์ฝืนยิ้มให้เขาก่อนจะติวหนังสือเพื่อเตรียมสอบต่อ
“ถ้าไม่ไหวก็พักเถอะ” ริวบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เอ่อ..แล้ว...เมย์หยุดเรียนแบบนี้จะกลับมาสอบทันเหรอ” ริวอดที่จะถามด้วยความเป็ห่วงหญิงสาวอีกคนไม่ได้
“เมย์เก่งอยู่แล้ว เื่สอบเื่เล็กน่ะ”มิ้นต์บอกยิ้มๆ
“นั่นสินะ ถึงได้หนีไปญี่ปุ่นโดยไม่บอกเราซักคำ”ริวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงประชดปนน้อยใจ
“............”มิ้นต์จับความรู้สึกของเขาได้ทำให้เธอนิ่งเงียบไปทันทีความรู้สึกอิจฉาริษยาพี่สาวฝาแฝดกำลังประดังเข้ามา
“แต่ก็สมกับเป็เมย์ล่ะ ทำอะไรไม่เคยบอกใครสักคน ที่สำคัญ....”
“พอทีเถอะ เลิกพูดถึงเมย์ได้แล้ว !”มิ้นต์ะโออกมาอย่างเหลืออด
“มิ้นต์ ?” ริวมีสีหน้างุนงงกับท่าทางของเธอ
“เอ่อ...เธอกลับไปก่อนเถอะ เรารู้สึกไม่ค่อยสบาย อยากพักหน่อยน่ะ” มิ้นต์รู้สึกตัวจึงพูดกลบเกลื่อนและไล่เขากลับทันที
“ถ้างั้นนอนพักซะนะ” ริวบอกก่อนจะหยิบหนังสือและข้าวของกลับบ้านไปตามคำบอกของเธอ
“ทำไมนะ ทำไมถึงเป็เราไม่ได้ ริว”มิ้นต์พึมพำกับตนเองหลังจากที่ชายหนุ่มกลับไป
“ทำไมทุกคนต้องชอบเมย์ ั้แ่กิต แล้วตอนนี้ก็ยังเป็ริวอีกคน” มิ้นต์เดินพึมพำวนไปวนมาอยู่หน้าไข่สีดำปริศนาที่มีสีดำเข้มมากยิ่งขึ้นความมันวาวที่สะท้อนกับแดดดูราวกับกำลังส่องแสงเป็ประกาย
“ถ้าไม่มีเมย์ซักคน ทุกคนก็คงสนใจเรา” มิ้นต์พึมพำ
“อยากเป็คนสำคัญมากขนาดนั้นเลยรึ?” เสียงที่เย็นเยียบก้องดังในหัวสมองของหญิงสาว
“ใครน่ะ?” มิ้นต์ถามออกมาพร้อมกับหันไปดูรอบๆ ตัวก็พบแต่ความว่างเปล่า
“สงสัยเราคงต้องนอนพักซะแล้ว” มิ้นต์พึมพำเบาๆ
“เธออยากมีพลังมั้ยล่ะ? พลังที่จะชนะพี่สาวของเธอ” เสียงมีอำนาจดังขึ้นอีกครั้ง
“ใครน่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” มิ้นต์ะโลั่นบ้านทั้งๆ ที่ภายในบ้านไม่มีใครอยู่ซักคน
“ข้าอยู่นี่ ข้าสามารถทำให้เ้าสมหวังได้ทุกสิ่ง”เสียงอันมีอำนาจยังคงดังต่อเนื่อง
“.......”
มิ้นต์รู้สึกราวกับมีใครบางคนจ้องมองอยู่ เธอหันไปมองด้านหลังก็พบกับไข่สีดำปริศนาที่ตั้งอยู่ภายในตู้กระจก หญิงสาวค่อยๆก้าวเข้าไปหาราวกับโดนดึงดูด
“ปลดปล่อยข้าออกไป แล้วข้าจะทำให้เ้าสมปรารถนาทุกเื่” เสียงนั้นมีอำนาจเกินกว่าที่มิ้นต์จะต้านทานได้
หญิงสาวค่อยๆ เอามือแตะลงบนเปลือกไข่ทันใดนั้นรังสีความมืดก็แผ่ออกมาครอบคลุมร่างกายของเธอและกลืนร่างของเธอเข้าไปในความมืดมิดนั้นจนหมดโดยทิ้งเพียงเสียงหัวเราะที่ดังก้องด้วยความสมใจไว้เื้ั