หลังป้อนยาให้องครักษ์สาวจนเสร็จ ดวงเนตรมังกรอันคมกล้าของเย่หยุนซีก็พลันเหลือบไปมององค์จักรพรรดินีคนงาม
“ท่านป้าขอรับ ตอนนี้ข้านับว่าชนะแล้วหรือยัง?” เขาเอ่ยถามพลางลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ในใจ ทำให้โฉมสะคราญสะดุ้งเฮือกขึ้นมาเบาๆ
“ชะ ชนะสิ เจ้าชนะแล้ว” มู่หลิงเฟยยิ้มกล่าว ทว่าในใจยังคงหวาดสะพรึงไม่หาย เจ้าหมอนี่ถึงกับเอาชนะระดับจักรพรรดิได้ แถมยังมิใช่การชนะงูๆปลาๆโดยการยืนหยัดจนครบ 1 ก้านธูปอย่างที่ตกลงกัน แต่เป็นการสยบอีกฝั่งด้วยพลังที่เหนือกว่าอย่างท้วมท้น
บอกตามตรง นี่มันเหนือความคาดหมายของนางไปไกลมาก ถ้าหากไม่เห็นสถานการณ์เมื่อครู่กับตา นางย่อมไม่มีทางเชื่อแน่ๆว่าคนอย่างเย่หยุนซีนั้นมีอยู่จริงบนโลก
“เห้อ ตามข้ามา ข้าจะพาเจ้าไปเลือกสมบัติตามที่ตกลงกันเอาไว้” สลัดความคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับเด็กหนุ่มทิ้งไป มู่หลิงเฟยชันกายลุกขึ้นแล้วเดินออกจากสนามประลองทันที
ได้สดับฟังวาจานี้! ทางฝั่งเย่หยุนซีรีบตามนางไปโดยไม่คิดรอช้า ส่วนองครักษ์อันหรานหลังจากที่เด็กหนุ่มป้อนยา ใบหน้าที่ซีดขาวเมื่อครู่ก็ดูดีขึ้นมาก แถมยังได้รับการดูแลจากองครักษ์คนอื่นๆเป็นอย่างดี
“คิกคิก สามีตัวแสบผู้นี้ พอพูดถึงสมบัติเมื่อไรก็ดวงตาเป็นประกายเมื่อนั้น” หยุนฉางเยว่หัวเราะขบขัน หลิงจีที่นั่งอยู่ข้างๆหัวเราะตาม ไม่มีคำคัดค้านใดๆในวาจาของผู้เป็นพี่หญิง
“ข้าอยากรู้จริงๆว่าครั้งนี้เขาจะเลือกสมบัติแบบไหน”
ทั้งครอบครัวพากันเดินตามมู่หลิงเฟยและเย่หยุนซีไป หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนก็มาถึงยังจุดหมาย นั่นคือหน้าโถงสมบัติสีทองอร่าม
“อืม.......ก่อนอื่น ข้าควรมอบนี่ให้เจ้าก่อน” มู่หลิงเฟยโยนถุงเก็บมิติที่บรรจุหยกปราณคุณภาพสูงจำนวนมากให้กับผู้เป็นหลายเขย ก่อนจะหันไปเปิดประตูโถงบานใหญ่ด้วยตราประทับประจำตัวขององค์จักรพรรดินี
“ครื่น!”
“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ เด็กน้อยตามข้ามา” ทันทีที่ประตูเปิดจนสุด มู่หลิงเฟยกล่าวกับครอบครัวของผู้เป็นน้องสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง จากนั้นเดินนำเย่หยุนซีเข้าไปในโถงสมบัติ
“เดี๋ยวข้ากลับมานะ” เย่หยุนซีลูบศีรษะสองภรรยาสาว ก่อนจะสาวเท้าก้าวเดินตามฝ่ายแรกไปติดๆ และสิ่งที่เขาพบเจอก็คือกองสมบัติขนาดมหึมาราวกับภูเขาลูกย่อมๆ ซึ่งแน่นอนว่ามีแต่สมบัติระดับดินและระดับฟ้าทั้งนั้น
“ว้าว โถงสมบัติของที่นี่กว้างขวางเสียจนโถงสมบัติของจักรวรรดิเมฆครามเทียบไม่ได้” เอ่ยปากชมเชยออกไป เด็กหนุ่มเริ่มเรียกใช้งานทักษะตรวจสอบขั้นสูงของเสี่ยวจินอย่างลับๆ
“หึหึ! แน่นอน ก็ที่นี่มันคือประเทศแห่งการค้านี่น่า เอาล่ะ! รีบไปหาสมบัติที่เจ้าต้องการได้แล้ว ข้าจะรออยู่ตรงนี้”
“ทราบแล้วขอรับ”
เย่หยุนซีกวาดสายตามองรอบด้าน เขาค้นพบสมบัติหลายชิ้นที่ยอดเยี่ยมเกินประมาณการ แต่ทว่าก็ยังไม่คิดเลือกสรรและค้นหาต่อไปด้วยความตื่นเต้นยินดี การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรจากเด็กที่กำลังค้นหาของเล่นชิ้นใหม่
มู่หลิงเฟยมองไปยังแผ่นหลังของบุรุษหนุ่มด้วยแววตาหลากหลาย ในใจรู้สึกว่าชายคนนี้น่าค้นหายิ่งกว่าตอนพบเจอกันคราแรกหลายสิบเท่า
‘นี่เขายังเก็บซ้อนความลับอะไรไว้อีกหรือเปล่า?’ นางตั้งคำถามพลางครุ่นคิดในใจ
เมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่ เสียงของเย่หยุนซีก็พลันดังขึ้นมาจากทางด้านหลังกองสมบัติ “ท่านป้าขอรับ สมบัติที่นี่ข้าสามารถเลือกทุกอย่างเลยจริงหรือเปล่า?”
“อ่า! หากอยากได้อะไรเจ้าก็หยิบมาเลย ไม่จำเป็นต้องตะโกนถาม” ผู้เป็นจักรพรรดินีตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ สมบัติของจักรวรรดินภากระจ่างมีมากมายมหาศาล มอบให้เจ้าเด็กนี่ 1 ชิ้นย่อมไม่มีผลกระทบอะไรตามมา
“โอ่ว เข้าใจแล้วขอรับ ถ้างั้นข้าขอเลือกสมบัติชิ้นนี้ก็แล้วกัน” สิ้นสุดวาจานั้น เย่หยุนซีก้าวเท้าเดินออกมาจากทางด้านหลังของกองสมบัติอย่างอารมณ์ดี
ทว่าการปรากฏตัวครั้งนี้ กลับทำให้มู่หลิงเฟยถึงกับรู้สึกสะท้านขวัญ หัวใจเต้นระส่ำเสียจนภูเขาแฝดคู่งามทั้งสองข้างกระเพื่อมไหวไปมา
ส่วนสาเหตุที่นางแสดงอาการเช่นนี้ก็เพราะว่า บุรุษหนุ่มกำลังโอบอุ้มลูกจิ้งจอกสีทองตัวน้อยเอาไว้
“มะ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” น้ำเสียงของจักรพรรดินีสาวเต็มไปด้วยความตะลึงงัน
“อ่อ......ข้าเห็นมันนอนอยู่ท่ามกลางกล่องเก็บสมุนไพรด้านหลังน่ะขอรับ ก็เลยตัดสินใจเลือกมาเพราะเห็นว่ามันน่ารักดี”
เมื่อได้ยินคำกล่าวที่ราวกับผู้ใสซื่อของเย่หยุนซี ใบหน้าของมู่หลิงเฟยพลันเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “เห้อ เด็กน้อย เจ้าเลือกสมบัติชิ้นอื่นเถอะนะ จิ้งจอกน้อยตนนี้ข้ามิอาจมอบให้เจ้าได้”
“เอ๋! แต่ท่านป้าบอกเองว่า ข้าสามารถเลือกสมบัติได้ตามใจ” แสร้งทำใบหน้าเศร้าสร้อย บุรุษหนุ่มลูบจิ้งจอกตัวน้อยในอ้อมแขนอย่างเบามือ ซึ่งก็ดูเหมือนจิ้งจอกน้อยก็ชื่นชอบถูกเขาลูบเช่นกัน
จักรพรรดินี มู่หลิงเฟย เมื่อได้ยินเช่นนั้น ในใจก็รู้สึกหงุดหงิดจนแทบบ้า เพราะนางดูออกว่าเจ้าเด็กนี่กำลังเสแสร้งทำเพื่อให้นางดูเป็นผู้ร้าย
“ฝู่! หลานเขย ถ้างั้นเอาอย่างนี้เป็นไง ข้าให้สิทธิ์เจ้าเลือกอะไร 3 อย่าง เพื่อแลกเปลี่ยนลูกจิ้งจอกน้อยตนนี้” มู่หลิงเฟยเสนอทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย
เย่หยุนซียังคงทำหน้าซื่อตาใส เขามองจิ้งจอกตัวน้อยสลับกับผู้เป็นป้าของภรรยาอยู่หลายครั้ง จากนั้นเอ่ยถามอย่างเศร้าสร้อยว่า “คราวนี้ท่านป้าคงจะไม่กลับคำอีกใช่หรือไม่?”
จักรพรรดิคนงามพยักหน้าอย่างฉับไว “ใช่ๆ นอกจากจิ้งจอกน้อย เจ้าอยากได้อะไรก็เลือกเอาได้เลย ข้าขอสาบานว่าจะไม่กลับคำ”
“อืม......ถ้าหากท่านป้าถึงขั้นยอมสาบาน ข้าก็จะขอยอมรับข้อเสนอของท่าน” เย่หยุนซีลอบยิ้มอย่างเบิกบานในใจ ก่อนจะยื่นจิ้งจอกสีทองตัวน้อยให้กับโฉมสะคราญอย่างเบามือ