ตอนที่ 10
หอสราญรมย์คือธุรกิจที่ใหญ่และทำกำไรได้มากที่สุดของนิกายสราญรมย์
นิกายสราญรมย์คืออีกหนึ่งนิกายที่ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ที่ได้ชื่อว่านิกายสราญรมย์เพราะผู้ก่อตั้งคนแรกได้ไปพบตำราโบราณที่มีชื่อว่า "วาตฺสฺยายน กาม สูตฺร" หรือ "กามสูตรมนตรา" ทำให้ผู้ก่อตั้งคนแรกสามารถรังสรรค์ กฎสราญรมย์ ขึ้นมาได้
'นี่คือหนึ่งในตำราที่ข้าอยากอ่านที่สุด' ไป๋กุนหลางคิด
หอสราญรมย์ในเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์นั้นถือว่าเป็หนึ่งในสาขาที่ใหญ่ที่สุดมันมีขนาดเท่ากับโรงเรียนเอกชนเลยทีเดียว
มีทั้งโซนธรรมดาที่เป็ห้องอาหารขนาดใหญ่และมีเวทีสำหรับคณิกาชั้น 2 ไว้แสดงการร่ายรำทั้งโซนชั้น 1 ที่เป็ห้องส่วนตัวมีคณิกาชั้น 1 ที่สามารถร่ายรำ ร้องเพลง เล่นดนตรีไว้คอยต้อนรับและโซนชั้นพิเศษที่เป็เหมือนศาลาริมน้ำขนาดใหญ่มีคณิการะดับดวงดาวของหอสราญรมย์ที่สามารถร่ายรำ ร้องเพลง เล่นดนตรี วาดภาพ เขียนกลอน เดินหมาก ไว้คอยต้อนรับ
การเข้าหอสราญรมย์มีราคาเริ่มต้นที่หัวละ 20 เหรียญเงิน หอสราญรมย์จึงสามารถนับได้ว่าเป็ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจของแต่ละอาณาจักรเพราะถ้าอาณาจักรไหนเศรษฐกิจย่ำแย่ก็จะไม่มีหอสราญรมย์ไปเปิดแต่สำหรับราชอาณาจักรแสงสว่างนับั้แ่เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์สร้างเสร็จเมื่อปลายรัชสมัยจักรพรรดิองค์ที่สี่และได้ย้ายเมืองหลวงมาที่นี่ก็ได้มีหอสราญรมย์มาก่อตั้งอยู่คู่บ้านคู่เมืองมานับแต่นั้นไม่เคยปิดเลยสักครามีแต่ขยายเพิ่มจนได้มีสาขาไปเปิดที่เมืองหลวงเก่า
เมื่อไป๋กุนหลางมาถึงหอสราญรมย์ก็ได้ให้เงินพนักงานต้อนรับไป 15 เหรียญทองเป็การบอกว่าเขาจะนั่งที่โซนพิเศษ
พอไปถึงก็ได้เห็นเพื่อนสนิททั้งสองกำลังดื่มสุราโดยมีนางคณิการะดับดวงดาวออดอ้อนออเซาะกันทั้งคู่ จึงได้เอ่ยทักขึ้นว่า
"คารวะคุณชายบ้าตัณหาและท่านพ่อค้าหน้าหม้อเราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
"อ้าว..องค์ชายหื่นกามท่านมาแล้วรึ" คุณชายหานพูด
"ยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน" เพื่อนอีกคนกล่าวอย่างยินดี
เพื่อนทั้งสามก็ได้แตะมือทักทายกันในระหว่างนั้นก็ได้มีเสียงอ่อนหวานดังขึ้นมา "พวกท่านนี่ทักทายกันได้น่าเกลียดมาก"
"อะฮ้า!!นึกว่าใครที่แท้ก็เว่ยเว่ยของข้านี่เองมามะเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของข้านี้มา" ไป๋กุนหลางพูดขึ้งหลังจากเห็นว่าเป็ใคร
แม่นางผู้นี้มีนามว่าเว่ยเว่ยเป็คณิการะดับดวงดาวที่มีรูปร่างอวบอั๋นเป็ขวัญใจของไป๋กุนหลางคนก่อน 'ต้องยอมรับว่าดีจริงๆที่มันและข้ามีอะไรหลายอย่างเหมือนกัน...โดยเฉพาะรูปร่างหน้าตาของผู้หญิง' ไป๋กุนหลางคิดขึ้น
"คุณชายติงการทำธุรกิจของท่านเป็อย่างไรบ้างราบรื่นดีไหม?" ไป๋กุนหลางถาม
ผู้ชายอีกคนในห้องเป็เพื่อนสนิทอีกคนของไป๋กุนหลางมีนามว่า 'ติงเกา' เป็ลูกชายคนโตของคหบดีติงแห่งเมืองชั้นในฝั่งทิศใต้
"ราบรื่นดีแต่พูดเื่ของท่านก่อนเถอะข้าอยากรู้ ได้ยินว่าท่านจับองค์ชายรองโยนออกมาจากชั้นสองของร้านอาหารจนาเ็สาหัสใช่หรือไม่?" คุณชายติงถาม
"ไม่ใช่ ข้าก็แค่ใช้พัดจิ้มไปทีเดียวเองใครจะคิดละว่าเ้าบ้านั้นจะกระเด็นตกลงไป" ไป๋กุนหลางตอบพร้อมแก้ตัว
"เยี่ยงนั้นแปลว่าฝีมือท่านพัฒนาขึ้นแล้วยินดีด้วย" คุณชายติงพูดแล้วชวนทุกคนดื่มสุราเพื่อแสดงความยินดีให้ไป๋กุนหลาง
เมื่อดื่มสุราจอกนั้นเสร็จแล้วคุณชายหานก็ได้พูดเสริมขึ้นว่า "ไม่ใช้แค่ฝีมือพัฒนาขึ้นเท่านั้นนะตอนนี้องค์ชายห้าไป๋กุนหลางของเรากลายเป็อัจฉริยะที่สามารถพัฒนาลวดลายอักขระอาคมจนทำให้เ้าอาคมสายอักขระต่างมาตื้อขอให้องค์ชายห้าพี่ใหญ่ของพวกเราเปลี่ยนเส้นทางการฝึกฝนเลยทีเดียว"
"ถึงขนาดนั้นเลยหรือ?"คุณชายติงกล่าวอย่างสงสัยปนอึ่ง
"น้องๆทั้งสองคนพวกเ้าเข้าใจผิดกันไป
หมดแล้วข้าไม่ได้เพิ่งจะเป็อัจฉริยะแต่ข้านั้นเป็อัจฉริยะมาั้แ่เกิดแล้ว แต่เพราะข้าไม่อยากทำให้ผู้คนแตกตื่นจึงพยายามปกปิดความสามารถของตนเอง แต่ตอนนี้ข้าไม่เห็นความจำเป็ที่จะต้องปกปิดอีกต่อไปแล้วข้าจึงได้เปิดเผยความสามารถให้คนทั้งโลกได้เห็นและรับรู้ได้อย่างแท้จริงว่าข้าคืออัจฉริยะที่ฟ้าประทานมา….. จริงหรือไม่เว่ยเว่ย" ไป๋กุนหลางโอ้อวดส่วนมือข้างที่ว่างก็ได้ล้วงเข้าไปใต้เสื้อผ้าเพื่อหาเศษหาเลยกับเว่ยเว่ย
สำหรับไป๋กุนหลางเ้าระบบก็คือส่วนหนึ่งของเขาไม่มีใครรู้ว่าเขามีมันและเ้าระบบก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะอย่างนี้ไป๋กุนหลางจึงได้นับความสามารถของระบบเป็ความสามารถของเขาได้อย่างไม่รู้สึกอาย
"เป็เช่นนั้นเพคะองค์ชาย" เว่ยเว่ยคล้อยตาม
"หน้าไม่อาย,ช่างกล้าพูดนะท่าน"เพื่อนสนิททั้งสองต่างถ่มถุยในความหน้าด้านของไป๋กุนหลางที่กล้าพูดอวยตัวเอง
หลังจากที่พวกเขาดื่มสุราเคล้านารีจนหมดเหล้าไปห้าไหคุณชายติงก็ได้พูดขึ้นว่า "เออนี่ ตอนที่ข้าไปทำธุรกิจที่เกาะประกายดาวข้าได้เจอสิ่งที่แปลกประหลาดมากเลยหละพวกท่านอยากรู้ไหมว่าคืออะไร"
"คืออะไรรึเ้าพ่อค้าหน้าหม้อ" คุณชายหานที่กำลังเมาได้ที่พูดด้วยเสียงที่อ้อแอ้ส่วนไป๋กุนหลางที่กำลังซุกหน้าอยู่ในูเาสีขาวอมชมพูสองลูกก็ได้เงยหน้าขึ้นแล้วมองไปที่คุณชายติง
"ที่เกาะประกายดาวน่ะ ข้าได้ไปเจอเด็กหนุ่มสกุลจ้าวที่ไม่สามารถฝึกฝนพลังสายใดได้เลยจนกลายเป็เ้าขยะที่ทุกคนในตระกูลจ้าวล้วนแต่รังเกียจ" คุณชายติงเล่า
"เฮ้ย!ไม่จริงน่าหรือว่าถูกทำร้ายมา"คุณชายหานไม่เชื่อเพราะคนที่เกิดมาบนโลกนี่ต้องสามารถฝึกพลังได้ไม่สายใดก็สายหนึ่งการที่ไม่สามารถฝึกพลังได้นั้นหมายความว่าต้องถูกผู้เข้มแข็งทำร้ายมาหรือถูกสะกดไว้ด้วยพลังที่แข็งแกร่ง ส่วนไป๋กุนหลางที่ได้ยินเื่นี้ถึงกับสร่างเมาทันที
คุณชายติงที่เห็นว่าเพื่อนไม่เชื่อก็อธิบายต่อไปว่า "ตอนแรกข้าก็คิดแบบนั้นจึงได้ลองสืบดูปรากฏว่าเ้าเด็กนี่เมื่อก่อนก็ฝึกพลังได้ตามปกติแถมส่อแววว่าเป็อัจฉริยะจนกลายเป็ความหวังของตระกูลอีกด้วยแต่ไม่รู้ทำไมอยู่ๆพลังที่ฝึกก็หายไปอย่างหาสาเหตุไม่ได้จนทางตระกูลต้องยอมเสียสมบัติไปครึ่งหนึ่งเพื่อเชิญเ้าอาคมที่เข้าใจกฎรักษาระดับกึ่งเทพยุทธ์ของสมาพันธ์เทพนักสู้มารักษาแต่หลังจากเ้าอาคมผู้นั้นมาตรวจรักษานานถึงเจ็ดวันก็ได้ลงมติว่าเ้าเด็กนั้นเป็สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดในสามโลกเพราะว่าไม่สามารถฝึกฝนพลังสายใดได้เลยโดยที่ไม่ได้ถูกใครทำร้ายมา"
"น่าสงสารเด็กหนุ่มผู้นั้นจริงๆ"คุณชายหานพูดเมื่อเห็นว่าเพื่อนยืนยัน
'น่าสงสารพระเอกนี้นะน่าสงสารคนที่พวกเ้าควรสงสารคือข้านี้' ไป๋กุนหลางคิดขึ้นเพราะในหนังสืออีกไม่นานพระเอกจะสามารถดัดแปลงวิชาัเป็วิชาฝ่ามือพิชิตัได้แล้วก็จะเปิดเผยความสามารถระดับ อาจารย์ ที่ทำให้ผู้คนทั้งเมือง(เล็กๆ)ต้องสั่นสะท้านและก็ก้าวขึ้นเป็แชมป์ของการต่อสู้ประจำเมือง
เสร็จแล้วทั้งตัวพระเอกและก็น้องชายก็ได้มาสมัครเรียนในหอคอยแห่งความรู้และก็ได้ว่านเสน่ห์ของพระเอกใส่สาวๆในเมืองหลวงก่อให้เกิดคลื่นความหมั่นไส้จากหนุ่มๆทั่วทั้งเมืองจนได้เกิดคดีลอบสังหารอันเป็ตำนานที่ไป๋กุนหลางคนก่อนพุ่งเข้าไปตายโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่
'เฮ้อ! หลังจากขึ้นเขาวูซันครั้งนี้เสร็จข้าคงต้องหาวิธีที่จะพัฒนาฝีมือให้ก้าวหน้าเร็วขึ้นอย่างจริงๆจังๆซะแล้ว..เฮ้อ!' ไป๋กุนหลางคิดอย่างเหนื่อยใจเพราะว่าแม้เขาจะรู้ว่าเหตุการลอบสังหารนั้นจะเป็ยังไงเกิดขึ้นที่ไหนและพยายามหลีกเลี่ยงแต่มันอาจจะเป็เหมือนในหนัง 'เื่โกงตายยังไงก็ต้องตาย'
เหตุการณ์มันอาจจะเปลี่ยนที่เกิดและเขาอาจจะเผลอสะดุดขี้มดล้มกลิ้งเข้าไปอยู่ใเหตุการณ์หรือคนลอบสังหารพระเอกอาจจะเปลี่ยนจากนักสู้ธรรมดากลายเป็เทพยุทธ์ก็เป็ได้
อีกเื่หนึ่งก็นี่มันโลกนิยายเมื่อพระเอกเข้าเรียนในหอคอยแห่งความรู้เหล่ายอดคนที่เร้นกายตามป่าเขาลำเนาไพรก็ได้ปรากฏตัวออกมาสู่โลกภายนอกทำให้เกิดความวุ่นวายไปทั่วไม่เว้นแม้แต่ราชอาณาจักรแสงสว่างเพราะงั้นเขาต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของตนเอง