หลายวันต่อมา...
ั้แ่กลับมาจาก FX Pub ฉันก็ยังไม่ได้คุยกับเอรินเลย ท่าทางยัยนั้นไม่พอใจฉันเหมือนกันแหละ
ฉันก็โมโหเหมือนกันนะเื่ที่เธอทำตัวแบบนี้ แต่ถึงยังไงวันนี้ฉันก็ต้องคุยกับเขา ใกล้จะสิ้นเดือนแล้วปกติฉันก็จะต้องทวงเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนกับเอรินตลอดนั่นแหละ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ฉันเคาะประตูหน้าห้องเอรินในตอนเช้า
“เอริน! ออกมาคุยกันหน่อยสิ –O–”
“อะไรของเธออีกเนี่ย! –_–+”
“วันนี้ครบกำหนดที่เธอต้องเอาเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนให้ฉันแล้วนะ”
“เหอะ! ฉันก็แปลกใจอยู่นะว่าอะไรที่ทำให้คุณพี่สาวมาคุยกับฉันก่อน ที่แท้ก็เื่เงิน ถ้าไม่ใช่เพราะอยากได้เงินคงไม่มาคุยกับฉันก่อนหรอกใช่มั้ย”
“ใช่!!” ฉันรับคำตามตรง “ถ้ารู้แล้วก็จ่ายมาซะ!”
“ไม่มีให้หรอก!”
“ฉันจำเป็ต้องใช้เงิน! วันนี้ฉันต้องพาพ่อไปฟอกเื เงินค่าหมอไม่พอด้วย”
“พ่อใครก็ดูแลเอาเองสิ! เกี่ยวอะไรกับฉัน!”
“เอริน! เธอพูดแบบนี้ได้ยังไง!”
ฉันตะคอกใส่เอรินอย่างหมดความอดทน ฉันไม่ปฏิเสธหรอกว่าเอรินไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อ แต่พ่อก็รักแล้วเลี้ยงดูเธอไม่ต่างจากลูกแท้ๆ
บางทีพ่ออาจจะรักเอรินมากกว่าพ่อแท้ๆ ของเอรินอีก เพราะพ่อของเอรินทิ้งเอรินกับแม่ไป ไม่มาดูดำดูดีเอรินกับแม่เลยสักครั้งเดียว!
ฉันกับเอรินเป็ลูกคนละพ่อกัน แม่แต่งงานกับพ่อ แต่ครอบครัวของพ่อไม่ชอบแม่ พ่อเลยตัดสินใจออกมาอยู่กับแม่ เวลาผ่านไปหลายปีหลังจากที่แม่มีฉัน แม่ก็ได้ทิ้งเราไป พ่อเสียใจมาก ตอนนั้นฉันยังเด็กเลยไม่รู้ว่าพ่อเ็ปขนาดไหน
จนเวลาผ่านไปอีกห้าปี...
คุณแม่ก็เสียชีวิตเพราะถูกรถชนตอนที่กำลังจะไปทำงานพิเศษ ความสูญเสียครั้งที่ทำให้พ่อหมดสิ้นทุกอย่าง พ่อบอกฉันกับเอารินว่าท่านจะเลี้ยงดูเราสองคนเป็อย่างดี แต่หลังจากแม่เสียไปได้ไม่นาน พ่อก็ป่วยเป็โรคไตวาย
ฉันจึงต้องทำงานพิเศษ ต้องจัดการเื่ทุกอย่างในครอบครัว แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ทำให้ฉันเหนื่อยเท่ากับการที่ฉันต้องมารู้ว่า...ตอนนี้เอรินได้ลืมความเป็ ‘ครอบครัว’ ของเราไปแล้ว!
“บอกว่าไม่มีก็คือไม่มีสิ! ฉันของเงินค่าแรงล่วงหน้าไปใช้หมดแล้ว แล้วมันเป็เพราะเธอทุกอย่างมันถึงได้พัง! พัง! พัง!!!”
“เธอเอาเงินค่าใช้จ่ายในครอบครัวแบบนี้ได้ยังไง! เงินก้อนนั้นเป็ค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งในการรักษาพ่อนะ”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ก็ใช้เงินไปแล้วนี่!”
“เอริน!!!”
ปึง!
เอรินปิดประตูห้องแล้วล็อกเพราะไม่อยากฟังฉันพูดต่อ ฉันได้ยินยัยนั้นสบถด่าหยาบคายดังออกมา
สำหรับเอรินแล้ว...ครอบครัวไม่มีค่าเท่ากับหนุ่มๆ ที่เธอคลั่งไคล้เลยสักนิด!
มหาวิทยาลัย MC...
“ไม่เห็นจะมีงานอะไรที่ฉันพอทำได้เลย T^T อะไรกันเนี่ย!”
“บ่นอะไรอยู่คนเดียวน่ะไอรีน ^O^”
ฉันเงยหน้าจากกองเอกสารมองยัยมาเรีย เอกสารที่ว่านี้เป็เอกสมัครงาน เพื่อมาดูว่าพอจะมีงานที่ฉันพอจะทำได้บ้างมั้ย
“ว่าไงยะ หน้าตาเครียดเชียว”
มาเรียนั่งลงที่ม้าหินอ่อนตรงข้ามฉัน นี่เป็่เวลาพักเที่ยง ฉันกับยัยมาเรียเป็เพื่อนกันมาั้แ่ปีหนึ่ง (ตอนนี้ฉันอยู่ปีสามแล้ว) เราเรียนคณะนิเทศศาสตร์เหมือนกัน ครอบครัวเธอทำธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และเธอเป็เพื่อนฉันที่คบได้อย่างสนิทใจเพียงคนเดียวในมหาวิทยาลัย
“ฉันแค่กำลังหางานพิเศษเพิ่มน่ะ”
“นี่ยังหางานเพิ่มอีกเหรอ O_O เธอทำงานหนักเกินไปแล้วนะ อย่าลืมสิเธอกำลังเรียนอยู่น่ะ ถ้าทำแต่งานเธออาจจะป่วยก็ได้”
“เื่นั้นฉันรู้อยู่แล้ว แต่มันไม่มีทางเลือกนี่นา ฉันแข็งแรงจะตาย ทำงานเพิ่มอีกสักนิดคงไม่เป็อะไรหรอก ^-^”
“เธอน่ะเหรอร่างกายแข็งแรง” มาเรียจ้องฉันตาดุ “ฉันจำว่ามีวันหนึ่งเธอเดินตากฝนนิดเดียว เธอก็ป่วยอยู่เป็เดือนไม่ใช่เหรอ –_–*”
ฉันรู้หรอกนะว่าร่างกายฉันไม่เอื้อให้ทำงานหนักๆ T^T แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ลำพังเงินที่ได้จากการทำงานที่ผับก็แทบไม่พอกับค่าฟอกเืด้วยซ้ำ
“ตอนนั้นฉันยังเป็ไอรีนตัวน้อยๆ แต่ตอนนี้ฉันเป็ไอรีนที่โตแล้วนะ ^O^”
ฉันแกล้งหัวเราะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ในหัวมืดแปดด้าน วันนี้ฉันไม่ได้พาพ่อไปฟอกเืเพราะไม่มีเงิน การฟอกเืสำคัญมากกับคนที่เป็โรคไตวาย ไม่อย่างนั้นของเสียที่อยู่ในร่างกายจะไม่ได้รับการขับถ่ายออกมา และจะส่งผลเสียในร่างกายจนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
“โหย~ แล้วตอนนี้ตัวโตกว่าเดิมเชียว –_–*”
“ฉันก็ไม่ได้อยากทำอย่างนี้นะมาเรีย แต่เธอก็รู้ว่าฉันไม่มีทางเลือก...”
“เอาอย่างนี้ดีมั้ย...ฉันจะแนะนำเธอให้อาฉันรู้จัก เขาน่าจะพอมีงานที่เธอทำได้ จะได้มีรายได้เสริมมาช่วยเื่ค่าใช้จ่ายครอบครัวเธอได้บ้าง ^^”
ฉันก็เคยได้ยินว่าอาของมาเรียเป็นักธุรกิจชื่อดัง และยังเป็ที่ปรึกษาให้กับแลนเดอร์ที่เป็เพื่อนของอีตาโคลด์บ้านั้น
“ฉันเป็ห่วงเธอนะ ฉันถึงอยากจะช่วย ฉันแค่แนะนำไอรีนให้กับอาฉันส่วนเื่อื่นๆ อาฉันจะพิจารณาเอง ไม่ต้องเกรงใจหรอก เื่แค่นี้น่ะเล็กน้อยมาก”
“ขอบคุณนะมาเรีย ^^”
“ใกล้จะเข้าเรียน่บ่ายแล้ว เราไปเรียนกันดีกว่า ^O^”
พอยัยมาเรียบอกอย่างนั้น ฉันจึงรีบเก็บเอกสารบนโต๊ะด้วยความเร่งรีบ แต่...อยู่ๆ ก็มีลมพัดมาวูบใหญ่ จนเอกสารที่อยู่บนโต๊ะปลิวว่อนไปหมด
“เฮ้ย! O๐O!!!” มาเรียร้องลั่นพร้อมกับช่วยฉันเก็บเอกสารที่ปลิวไปทั่ว
พึ่บ!
กระดาษที่ฉันกำลังจะคว้าปลิวไปปะทะหน้าของใครคนหนึ่งที่เดินผ่านมาพอดี ฉันยืนเผชิญหน้าอยู่กับชายร่างสูงที่ถูกกระดาษสีขาวแปะหน้า มือเรียวยาวสวยดึงกระดาษออก เผยให้เห็นรูปหน้าหล่อละลาย
เขา...เป็คนที่ใครๆ ในมหาวิทยาลัยต้องรู้จัก เื่รูปร่างหน้าตาฉันไม่เถียงเลยว่าเขาเป็คนที่ดูดีจริงๆ ดวงตาสีน้ำเงิน เส้นผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าคมยิ่งรวมกับจมูกโด่งๆ และเส้นคิ้วที่รับกับใบหน้าแล้วยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์
เขาคือ ‘ไบรอัน’ ลูกชายเ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
ฟุ่บ!
ไบรอันขยำกระดาษแล้วโยนใส่หน้าฉันด้วยสีหน้านิ่งและไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่ทำลงไป
หึ...หมอนี่ทำตัวเลวได้สมกับที่เป็ผู้มีอิทธิพลของมหาวิทยาลัยจริงๆ ฉันคิดและได้แต่กำหมัดข่มความเดือดดาลไว้ ไบรอันแสยะยิ้ม ก่อนจะเดินไปที่รถหรูสีดำราคาแพงแล้วขับออกไป
ทิ้งให้ฉันยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นกับกระดาษที่เกลื่อนเต็มพื้น...