บรรยากาศยามโพล้เพล้ของย่านชานเมืองอันแสนเงียบสงบดูเหมือนจะร่มรื่นและเย็นสบายยิ่งขึ้นหลังจากพายุสายฝนหลงฤดูที่ตกกระหน่ำซัดสาดไปเมื่อวันก่อนพัดผ่านพ้นไปแล้ว
กลิ่นอายความเปียกชื้นจางๆ ของไอดินและใบหญ้าที่พัดเข้ามาที่บานหน้าต่างกระจกใสของบ้านเดี่ยวสีเทาเข้มของธันวา
ผมพึ่งเสร็จสิ้นจากการสะสางและวิเคราะห์งานออกแบบเอกลักษณ์ของลูกค้าต่างประเทศเสร็จสมบูรณ์ เดินล้างไม้ล้างมือ ลงบันไดบ้านมาจัดเตรียมจัดวางโต๊ะอาหารเย็นสำหรับวันนี้อย่างพิถีพิถันเพื่อต้อนรับเด็กดื้อข้างบ้าน
แกงจืดเต้าหู้หลอดหมูสับที่น้ำซุปสีเหลืองใสหอมกรุ่นควันฉุย และผัดผักกาดขาวใส่กุ้งแม่น้ำตัวโตเนื้อเด้งสู้ฟัน ซึ่งเป็เมนูโปรดปรานของข้าวหอมถูกจัดวางรอท่าไว้อย่างเป็ระเบียบสมบูรณ์แบบ
เมื่อเวลาหกโมงตรงตามกฎเหล็กที่ผมตั้งไว้เป๊ะๆ เสียงฝีเท้าวิ่งพรวดพราดตึกตักแสนซุ่มซ่ามอันแสนจะคุ้นเคยก็ดังข้ามกำแพงกั้นเตี้ยๆ สวนเล็กข้างบ้านบวกกับเสียงประตูเปิดดังขึ้น
ร่างบางกะทัดรัดของข้าวหอมก้าวสวมเสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูนตัวใหญ่หลวมโพรกกางเกงผ้าขาสั้นสีเหลืองอ่อนขัดผิวขาวใส เดินคุยโทรศัพท์มือถือธุระงานกลุ่มเสียงใสเจื้อยแจ้วเข้ามาหยุดอยู่ในห้องรับประทานอาหารของผม
"เออ แบงค์... พาร์ทสรุปรูปเล่มรายงาน เดี๋ยวเราแปลเป็ภาษาอังกฤษเสริมให้อีกสักสองหน้าละกันนะ พรุ่งนี้เช้าตอนแปดโมงแกขับรถแวะมารับเราที่หน้าบ้านได้เลยนะ เดี๋ยวเราถือเล่มตัวจริงติดมือไปด้วย... อ๋อ มุกเหรอ มุกจัดสไลด์ใส่รูปภาพกลุ่มเรียบร้อยแล้วใช่ไหม... โอเคๆ ขอบใจมากนะเจอกันพรุ่งนี้เช้าครับ"
ข้าวหอมกดวางสายและเก็บโทรศัพท์มือถือเครื่องบางลงในกระเป๋ากางเกงขาสั้น ก่อนจะหมุนตัวเงยดวงหน้าหวานใสแป๋วส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงตัวสวยกวนประสาทมาให้ผมที่ยืนกอดอกนิ่งมองดุอยู่ตรงหัวโต๊ะ
"คุยงานเคร่งเครียดออกรสชาติเชียวครับข้าวหอม"
ผมทักทายน้ำเสียงเรียบนุ่ม พลางเลื่อนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ให้น้องนั่ง
"ก็รายงานวิชาวรรณคดีเปรียบเทียบน่ะสิครับพี่ธันวา พรุ่งนี้เช้าต้องส่งให้อาจารย์เป็กลุ่มแรกแล้ว โชคดีจังที่ผมหายหวัดเเล้วตอนนี้มีแรงเต็มร้อย ไม่อย่างนั้นคงทำงานกลุ่มนี้ไม่รอดแน่เลย... โห วันนี้แกงจืดเต้าหู้หมูสับควันฉุยน่าทานจังเลย ครับพี่ธันวา กลิ่นหอมฟุ้งจนท้องผมร้องจ๊อกๆรอบสองแล้วนะ"
ข้าวหอมช้อนตามองตาแป๋วพลางเลื่อนเก้าอี้เข้าไปนั่งขยับตัวหยิบช้อนส้อมพร้อมลุย
"ถ้าทานอิ่มจนพุงกางแล้ว คืนนี้ก็ห้ามนอนดึกเด็ดขาดนะครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้ามากไปส่งเล่มรายงานและมีพรีเซนต์กลุ่มด้วย พี่ไม่อยากเห็นเธอเดินสะลึมสะลือหลงๆ ลืมๆ ทำกระเป๋ากับร่มหายเหมือนกับที่มหาวิทยาลัยคราวก่อนอีกนะตัวแสบ"
ผมได่เเต่เตือนน้องเสียงเข้มเพราะความเป็ห่วง พลางตักเนื้อหมูสับก้อนกลมโตและเต้าหู้นุ่มๆ วางโปะลงบนจานข้าวของน้องอย่างทะนุถนอมเป็พิเศษ
"รับทราบแล้วครับคุณพี่ผู้ปกครองขี้บ่นดุเก่งจังเลยนะ่นี้"
ข้าวหอมหัวเราะเสียงใสคิกคักพลางตักข้าวสวยร้อนๆ กินกับแกงจืดเข้าปากคำโตเคี้ยวแก้มป่องอย่างเอร็ดอร่อยเบิกบานใจ
หลังจากที่มื้ออาหารแสนเรียบง่ายเสร็จสิ้นและผมช่วยน้องเก็บล้างจัดห้องครัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว นาฬิกาบนกำแพงบอกเวลาเพิ่งจะทุ่มตรง
ผมเห็นข้าวหอมยังมีสีหน้าแววตาท่าทางกะล่อนไม่อยากกลับบ้านเดี่ยวของตัวเองไปนั่งเหงาเคว้งคว้างเพียงลำพัง จึงเอ่ยปากชวนน้องดูภาพยนตร์แนวสืบสวนระทึกขวัญที่เ้าตัวชอบบ่นงอแงว่าอยากดูมานานแสนนาน
"พี่ธันวาครับ! เื่นี้ผมอยากดูมากเลย ในโรงภาพยนตร์มันลาจอออกจากโปรแกรมไปก่อนที่ผมจะเคลียร์งานว่างซะอีก ดีจังที่บ้านพี่ธันวามีสมัครแอปนี้ไว้ด้วย"
ข้าวหอมเอ่ยน้ำเสียงลิงโลดก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาหนังสีน้ำตาลยาวในห้องนั่งเล่นบ้านผม
แต่ทว่า โซฟาหนังตัวยาวในห้องนั่งเล่นบ้านผมนี้ แม้ตัวจะยาวแต่มิติเบาะนั่งค่อนข้างแคบ เมื่อผมก้าวเข้าไปนั่งเคียงข้าง ร่างกายกำยำแผงอกแกร่งของผมกับเนื้อตัวนุ่มนิ่มเบาบางของข้าวหอมจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเบียดชิดติดกันอย่างเหนียวแน่น แขนและ่ไหล่ของเราััถูดึงความร้อนอุ่นๆ ถึงกันอย่างเด่นชัดตลอดเวลา
---
ข้าวหอมขยับตัวนั่งเกร็งอยู่มุมโซฟา พยายามรักษาระยะห่างไม่ให้่ไหล่ของตัวเองเบียดกระแทกชิดอกหนาของพี่ธันวาจนเกินงาม แต่ด้วยขนาดเบาะนั่งที่ค่อนข้างแคบทำให้สุดท้ายท่อนแขนของเราสองคนก็แนบชิดติดกันไปตลอดการดูหนังอยู่ดี
กลิ่นหอมสะอาดดุจไม้ป่าผสมผสานกลิ่นสบู่บุรุษจางๆ โชยมาจากผิวกายอุ่นของพี่ข้างบ้าน ยิ่งทำให้หัวใจในอกของผมเต้นระทึกรัวเร็วแทบไม่เป็ส่ำจนสายตาแทบไม่ได้โฟกัสคดีสืบสวนในหน้าจอทีวีขนาดั์ตรงหน้าเลยสักนิดเดียว
ภาพยนตร์ระทึกขวัญดำเนินเื่ราวไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศรอบกายที่เงียบสงัดสลัวรางเพราะไฟในห้องนั่งเล่นถูกหรี่แสงลงให้เข้ากับอรรถรส ลมชานเมืองโชยพัดยอดไม้ไหวเบาๆ และความอบอุ่นภายในห้องนั่งเล่นแสนปลอดภัยทำให้เปลือกตาของผมเริ่มหนักอึ้งลงทีละน้อย หลังจากเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงข้าวหอมที่เพิ่งฟื้นไข้และใช้สมองเคร่งเครียดเคลียร์รายงานวิชาการมาทั้งวันก็ทนไม่ไหว คล้อยหลับเคลิ้มไปดื้อๆ
พอนั่งหลับสัปหงกหัวคลอนไปมาอยู่สองสามครั้ง ร่างกายบางเบาก็หมดแรงประคอง หัวทุยๆ ก็ค่อยๆ เอนฟุบลงหนุนนอนซบอยู่บนตักกว้างและหน้าขาแกร่งอุ่นแน่นของพี่ธันวาอย่างพอดิบพอดี
ผมรู้สึกได้ถึงอาการเกร็งตัวและสะดุ้งตัวเบาๆ จากคนตัวโตข้างกายในตอนแรก ก่อนที่ฝ่ามือหนาที่แสนอุ่นร้อนของพี่ธันวาจะค่อยๆ ยกลอยมาวางลงบนกลุ่มผมเส้นละเอียดของผมอย่างอ่อนโยนที่สุด
ััปัดป้องเส้นผมที่ปรกหน้าผากมนแ่เบาทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นสบายใจเหลือเกินในส่วนลึกของใจ ผมครางอืออาเสียงแ่ในลำคอด้วยความชอบใจ ซุกซบใบหน้าเข้าหาหน้าขาอุ่นของเขาแแ่ขึ้นแล้วนอนหลับลึกกอดหมอนอิงไว้กระชับแน่นทันที
---
ผมก้มลงมองเด็กดื้อที่จู่ๆ ก็มานอนหนุนตักของผมหลับใหลอย่างไม่รู้เื่ราวด้วยความรู้สึกปั่นป่วนวูบวาบในช่องท้องอย่างรุนแรง ข้าวหอมขดเนื้อตัวนุ่มนิ่มหนุนตักนอนหันหน้าซุกเข้าหาโคนขาแกร่งของผม ลมหายใจเข้าออกร้อนผ่าวเป่ารดกางเกงผ้าเนื้อดีจน รู้สึกร้อนวาบกระสันไปทั่วสรรพางค์กาย ฝ่ามือหนาของผมที่ลูบััปอยผมนุ่มนิ่มของน้องสั่นไหวเล็กน้อยด้วยพายุอารมณ์รัก
แววตาคมกริบสีเข้มของผมจับจ้องมองผิวนวลแก้มกลมใสขึ้นสีชมพูอ่อนและเรียวปากบางจิ้มลิ้มสีระเรื่อที่เผยอน้อยๆ ยามหลับใหลอย่างหลงใหลและคลั่งไคล้แทบคลั่ง จนอยากจะก้มใบหน้าลงไปประกบจูบซับเพื่อตีตราจองและกลืนกินร่างนุ่มนี้เสียเดี๋ยวนี้
ผมได้แต่ลอบระบายลมหายใจยาว ขืนใจสะกดอารมณ์ดิบในอกของชายวัยสามสิบห้าปีที่ตื่นตัวขึ้นมาอย่างรุนแรง ท่องคติเตือนสติในหัวซ้ำๆ ว่าข้าวหอมใสซื่อบื้อและเพิ่งจะหายป่วยไข้ จะรุกรานใจทำรุ่มร่ามทำลายความเชื่อใจของน้องตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด แต่ดูเหมือนว่าเกราะกำบังทางศีลธรรมที่พยายามสะกดกลั้นไว้ จะเริ่มเปราะบางและสั่นคลอนลงเรื่อยๆ เพราะความซื่อของเด็กดื้อคนนี้จริงๆ
ผมเอื้อมแขนหนาไปช้อนประคองแผ่นหลังบางและข้อพับขา อุ้มข้าวหอมลอยขึ้นในอ้อมแขนท่าเ้าหญิงอย่างทะนุถนอมเบามือที่สุด ร่างกายบางเบาของข้าวหอมเบียดเข้าอกกว้างของผม น้องละเมอขยับใบหน้าหวานซุกซบเข้าซอกคออุ่นสะอาดครางเครือปลอดภัย ผมก้าวเดินยาวข้ามกำแพงรั้วกั้นเตี้ยกลับมาที่ห้องนอนบ้านสีขาวของน้อง วางร่างบางลงบนเตียงกว้างอย่างนุ่มนวลและดึงผ้าห่มผืนหนามาห่มคลุมกันความหนาวเย็นให้เรียบร้อย
ผมยืนจดจ้องมองใบหน้ายามหลับของข้าวหอมท่ามกลางแสงไฟสลัวชานเมืองอยู่นานหลายนาที ก่อนจะค่อยๆ ก้มใบหน้าลงไปประทับจูบแ่เบาที่หน้าผากมนเพื่อส่งเข้านอน
"ราตรีสวัสดิ์ครับข้าวหอม... เด็กดีของพี่"
ผมกระซิบเสียงนุ่มก่อนจะหมุนตัวเดินกลับบ้านเตรียมแผนการก้าวต่อไปในวันพรุ่งนี้
---
กริ๊งงงงง!
เสียงเตือนนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังลั่นในเช้าวันใหม่ ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาบิดี้เีไปมาพลางกระพริบตาไล่ความมึนงง ทว่าพอนึกย้อนไปถึงความทรงจำสุดท้ายเมื่อคืนนี้... ผมจำได้ว่าตัวเองหนุนนอนซบบนตักอุ่นๆ ของพี่ธันวาที่โซฟาบ้านของเขา! แล้วผมกลับมานอนบนเตียงตัวเองได้ยังไงกัน!?
หน้าของผมร้อนผ่าวฉ่าขึ้นมาทันทีในตอนเช้า สมองคิดไปไกลว่าพี่ธันวาต้องอุ้มข้ามกำแพงบ้านกลับมาแน่ๆ ััจูบแ่เบาที่คล้ายความฝันบนหน้าผากมนเมื่อคืนนี้มันเป็ความจริงหรือแค่คิดไปเองกันแน่นะ?
ขณะที่ผมกำลังนั่งหน้าแดงสับสน โทรศัพท์มือถือในมือก็สั่นแจ้งเตือนข้อความแชทเดี่ยวขึ้นมาในทันที
พี่ธันวา: ตื่นนอนหรือยังครับข้าวหอม? ล้างหน้าแปรงฟันแล้วข้ามมาทานแซนด์วิชกับนมที่บ้านพี่ก่อนนะ แบงค์กำลังจะมารับแล้วใช่ไหม อย่าสายล่ะ
ผมจ้องมองข้อความด้วยความอบอุ่นหัวใจและเขินอายพลางรีบพิมพ์ตอบกลับ
ข้าวหอม: ตื่นแล้วครับพี่ธันวา! กำลังจะล้างหน้าข้ามไปครับ... ขอบคุณสำหรับเมื่อคืนนี้นะครับพี่
พี่ธันวา: ครับ รีบมาทานข้าวเช้าครับ ยัยตัวแสบ
ผมอมยิ้มกว้างกอดโทรศัพท์ไว้แน่น สองมาตรฐานของพี่ข้างบ้านจอมดุคนนี้ กำลังจะทำให้เกราะป้องกันหัวใจของผมพังทลายลงไปจริงๆ แล้วล่ะครับ!