ติ่ง ติง ติ๊งงงงงงง
“ ประกาศ ศูนย์การค้าบีวันเซนเตอร์จะปิดให้บริการในอีก 10 นาที ขอความกรุณาเพื่อนพนักงานทุกท่านตรวจเช็คร้านค้าของท่านและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่ในวันถัดไปขอบคุณค่ะ “
“.. อ่าาา หมดไปอีกวันแล้วสิ”
‘ น้ำอุ่น ‘ คิดในใจพลางเก็บสัมภาระและตรวจเช็คร้านค้าก่อนกลับบ้าน
“ ไปๆๆ กลับบ้านกันนน…“
พี่นา เพื่อนร่วมงานของฉันพูดขึ้น
“ พรุ่งนี้อุ่นเข้ากะบ่ายนะพี่เดี๋ยวค่อยเริ่มเช็คสต็อคกัน ”
“ รับทราบจ้าคนจ๋วยย พรุ่งนี้เจอกัน ขับรถดีๆ จ้า”
พี่นาโบกมือบ๊ายบายก่อนจะแยกตัวออกไปเพราะแฟนมารับ
ฉันยิ้มส่ง แล้วเดินไปลานจอดมอเตอร์ไซค์เพื่อขับกลับบ้าน
ฉันเป็ลูกคนเดียวไม่มีพี่น้องเพราะพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำั้แ่ฉันเรียนอนุบาล ั้แ่นั้นยายก็เป็ผู้รับอุปการะดูแลฉันและแน่นอนว่าสาวสวย (มั่นหน้ามั่นโหนกไปอีก) อย่างฉันมีแฟนที่คบหาอยู่แล้ว แต่เรายังไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะเขาเป็ทหารเรือเหลืออีกปีเดียวก็ปลดประจำการแล้ว
ชีวิตฉันไม่ได้มีอะไรน่ารื่นรมย์นักเพราะมันจำเจซ้ำซากจนฉันแทบอ้วก ตื่นเช้ามาทำงาน ทำงานเสร็จก็กลับห้องเงินเดือนออกก็ใช้หนี้ วนเวียนอยู่อย่างนี้ เพราะมีหนี้สินของพ่อแม่เป็มรดกสืบทอดชีวิตสาววัยรุ่นของฉันเลยไม่สนุกเท่าไร ทุกวันนี้ทำได้เพียงยิ้มเล็กๆ เพื่อให้กำลังใจตัวเองได้สู้เพื่อยายเท่านั้น
ตอนนี้เป็เวลา22.00 กว่าแล้ว รถบนท้องถนนแทบไม่มี บ้านแถวข้างทางก็ปิดไฟนอนกันหมด ลมเย็นๆปะทะเข้าใบหน้า บรรยากาศเงียบสงัด ชวนให้นึกถึงเื่ราวที่ผ่านมาในชีวิต
บรื้นนนนนนน ปี๊นนนนนนนน~
ขณะที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจู่ๆ ก็มีรถยนต์ซิ่ง ขับปาดหน้าตรงทางโค้ง ทำให้รถของน้ำอุ่นเสียหลักตกลงคลองหมู่บ้านข้างทาง
“กรี๊ดดดดดด…”
โคร้ม!! ตู้มมม
น้ำอุ่นตกลงไปในน้ำคลองที่ลึกถึง4 เมตร และแน่นอนว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็ ได้แต่ตะเกียกตะกาย พยายามเรียกคนช่วยแต่ไร้วี่แววเพราะไม่มีคนขับรถผ่านทางเดียวกับเธอเลยรถยนต์คู่กรณีก็ไม่แม้แต่จอดดู น้ำอุ่นได้แต่มองไฟท้ายจนลับตา
“ชะ ช่วย ….แค้ก ใครก็ได้… ช่วย…. ดะด้วย…แค้กๆ..”
น้ำอุ่นพยายามร้องะโจนสำลักน้ำไปหลายอึก เธอเริ่มหมดแรงและปล่อยตัวลงสู่ใต้น้ำที่เย็นเฉียบนั้นแม้เวลาผ่านไปไม่กี่วินาที แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันนานจนแทบไม่ไหว
‘ นี่ฉันต้องมาจมน้ำตายอย่างอนาถอย่างนี้หรอฉันยังสาวอยู่เลยนะยะ ‘
น้ำอุ่นคิดในใจพลางคิดถึงหน้าพ่อแม่และยาย จู่ๆ ในความดำมืดของใต้น้ำเธอกลับมองเห็นหญิงสาวชุดสีขาว ผมยาวสลวยสีทอง ที่กำลังเคลื่อนตัวมาหาเธอช้าๆด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยและขาวซีด
‘ผะ ผี ผีพลายหรอ…’
น้ำอุ่นคิดพลางจ้องมองไปที่หญิงสาวปริศนาผู้นั้น เธอลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าน้ำอุ่น ก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมาเล็กน้อย ด้วยแววตาที่เศร้าอย่างบอกไม่ถูก
หญิงสาวปริศนาเอื้อมมือทั้งสองข้างมากุมใบหน้าของน้ำอุ่นไว้และจูบลงที่หน้าผากเธอเบาๆ ก่อนที่จะพูดสิ่งที่ทำให้น้ำอุ่นงงงวย
“...ฝากสามีของข้าด้วยช่วยทำให้ท่านมีความสุขสักที ข้าจะได้จากไปอย่างสงบ...”
น้ำอุ่นทั้งใและงงจนสติแทบแตก
‘ผีพูดได้ด้วยหรอ? แล้วทำไมฉันได้ยินและเข้าใจด้วยล่ะแล้วเมื้อกี้อะไร..
เอ๊ะ ฝากสามีหรอ ฝากบ้าบออะไรไม่ใช่พัสดุนะยะ คนจะตายอยู่แล้ว’
น้ำอุ่นสะบัดความคิดนั้นและพยายามตะเกียกตะกายขึ้นสู่ผิวน้ำอีกครั้งแต่ไม่เป็ผลเพราะร่างกายเธอทั้งเจ็บและจุกไปหมดแขนขาเริ่มชาจากการขาดออกซิเจนในวินาทีที่สติกำลังจะเลือนลางหญิงสาวชุดขาวค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจนจางหาย เหลือแต่ภาพดำมืดใต้น้ำอีกครั้ง
น้ำอุ่นทนไม่ไหวอีกต่อไปและรู้ตัวว่าไม่รอดแน่ๆในลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนจะสูดน้ำโคลนเข้าปอด เธอจึงทำได้แค่อธิษฐานในใจ
‘หากชาติหน้ามีจริงอย่าเกิดมาในโลกที่ต้องใช้ชีวิตมืดมนแบบนี้อีกเลย…’
………………………………………………
จิ๊บ ๆ ๆ ๆ
เฮือก ~ ~
เสียงสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มแรงของน้ำอุ่นเกิดขึ้นอีกครั้งเธอพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตาเ้ากรรมหนักเหลือเกินแสงแดดส่องเล็ดลอดเข้าสู่ม่านตาเล็กๆ จนเธอตั้งหลับตาปี๋
‘อะไรน่ะ นี่ฉัน …ตกนรกหรือขึ้น์นะ อ่าาาให้ตายเถอะ ปวดเนื้อปวดตัวจนขยับไม่ไหวเลย’
เธอมองเห็นภาพเรือนรางของป่าไม้ก้อนหินที่อยู่ตรงหน้าและธารน้ำตกขนาดใหญ่ที่ห่างออกไปไม่กี่เมตรร่างกายของเธอนอนแช่อยู่ริมธารน้ำที่เย็นเฉียบ เธอพยายามตั้งสติและขยับร่างกายสู้ความเจ็บนั้นแต่ทำยังไงก็ลุกไม่ขึ้น
“..ท่านดยุก รอข้าด้วยครับ ท่าน..)@)@&฿)”((@(“)”) “
เสียงผู้ชายสะท้อนออกมาจากป่า น้ำอุ่นพยายามขยับร่างกายขึ้นบกให้มากที่สุดจนรู้สึกถึงความหนาวเย็นของลมที่พัดมา รอยแผลเล็กๆ เกิดขึ้นตามการขูดของหินดินทรายเธอพยายามเปล่งเสียงออกให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้บุคคลนั้นมาช่วยเธอ
“ชะ ช่วยด้วย… ช่วยด้วยค่ะ ฉัน..อยู่นี่ “
เธอมองเห็นเพียงเงาไกลๆของชายร่างสูงใหญ่ ที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาหาเธอ และเธอก็สติดับลงอีกครั้ง…
………………………………………………….............................................