Episode
| 1 |
แรกพบที่อยากสบตา
ผู้ชายคนนี้ทำไมถึงได้.. เป็ห่วงฉันถึงขนาดนี้กัน
“อึ่ก! ฝากไว้ก่อนเถอะเว้ย!! แฮ่กๆๆ มึงเจอตีนกูแน่ไอ้เด็กเวร”
วาโยในสภาพที่ค่อนข้างสะบักสะบอมชี้หน้าด่ากราดใส่นักศึกษาหนุ่มอย่างโมโห พอเขาดันตัวเองให้ลุกขึ้นมาได้ก็ทำเป็กร่างเหมือนเคย โดยธาร์มเองก็อนุญาตให้หนุ่มห้าวแสดงกิริยาแบบนั้นออกมา เพราะเขาเกรงใจผู้หญิงที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้
ดูท่าแล้วเธอคงจะใและเ็ปกับเื่ที่เกิดขึ้นมาก..
“แฮ่กๆๆ สรุปแล้วผิงจะเลิกกับโยใช่ไหม!?”
พอตั้งหลักได้วาโยก็เช็ดเืตรงมุมปากตัวเองออกแล้วะโถามเสียงดังลั่น เขายืนห่างออกไปจากชายหญิงพอสมควร เพื่อป้องกันนักเลงหนุ่มที่อาจจะวิ่งมาซ้ำอีกรอบ
“ก..ก็ต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้วสิโย ใครจะอยากคบต่อล่ะ! ถ้าเมื่อกี๊ผิงไม่เห็นรูปที่โยกับผู้หญิงคนนั้นกอดกันในโทรศัพท์ของโย ผิงก็คงจะไม่เห็นหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ผิงคงคิดว่าโยรักผิงคนเดียวมาตลอด ฮึก.. ผิงมันโง่เอง”
“…..”
หญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาเอ่ยทุกความรู้สึกออกมาจนหมดเปลือก ดวงตาแดงก่ำของเธอจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่ไม่ได้รู้สึกผิดกับเื่นี้ แต่ยังมีสายตาที่เข้าอกเข้าใจเธอดีอย่างธาร์มจ้องมองอยู่
“เฮ้อออ จะอะไรนักหนาวะผิง เราก็คบกันมาตั้งปีนึง จะมาเลิกกันง่ายๆเพราะเื่แค่นี้เหรอ?”
“ไอ้ห่านี่แม่ง!”
“พ..พอเถอะนะคะคุณ”
ขนมผิงรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนล่ำของนักศึกษาชายในทันที เธอไม่อยากให้เื่ราวมันใหญ่โตไปมากกว่านี้ เพราะสุดท้ายคนที่เดือดร้อนอาจจะเป็เด็กหนุ่มแปลกหน้าก็ได้
“ยังไงเราสองคนก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดกันอีกนะโย ต่อจากนี้ต่างคนต่างอยู่เถอะ”
“ขนมผิง!!”
“ส่วนคุณ.. เอ่อ.. ขอบคุณนะคะ แต่คุณไม่ควรมายุ่งกับเื่นี้ั้แ่แรก กลับไปตั้งใจเรียนเถอะค่ะ ฉันไม่อยากให้คุณต้องเดือดร้อนไปด้วย”
ขนมผิงเอ่ยพลางก็เลื่อนแววตาลงมามองเสื้อนักศึกษาของชายหนุ่ม ใบหน้าอันแสนหล่อเหลาของเขาดูใสซื่อไม่มีพิษไม่มีภัย นั่นอาจจะเป็หลุมพรางที่ทำให้เธอต้องเสียใจกับความรักเหมือนกับวาโย
“อ..เอ่อ คุณครับ..”
“ขอตัวก่อนนะคะ”
เธอพูดพลางก็รีบปลีกตัวออกจากทุกคนไปเพื่อให้เื่ราวมันจบ ขนมผิงยกมือขึ้นปาดน้ำตาด้วยความเข้มแข็ง ก่อนเธอจะรีบวิ่งไปโบกรถแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดี เพียงไม่นานร่างบางก็วิ่งขึ้นรถคันนั้นหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย
ทิ้งให้เหลือเพียงแฟนเก่าที่ยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองแรงๆ วาโยกัดฟันแน่นกับความผิดหวังในครั้งนี้ เขาทำทุกอย่างพลาดแล้ว
‘หนี้ของผมจะหายไปทั้งหมดเลยใช่ไหมครับ!? ถ้าผมเอาเมียของผมมาให้เ้านายของคุณ เอ่อ เมียของผมสวยมากนะครับ หน้าตาสวยเหมือนนางแบบเลย ไม่สิ..เหมือนนางเอกในละคร หุ่นก็ดี นมก็ใหญ่ ผมจะขายเมียผมให้กับเ้านายคุณ!! แต่ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับท่าน..’
เขาได้ตกลงเซ็นสัญญากับแก๊งผู้มีอิทธิพลเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน เหตุผลก็คือเขาหมดรักขนมผิงแล้ว และกำลังติดหนี้ก้อนโตหลายล้าน วันนี้เขานัดให้แก๊งมาเฟียพวกนั้นมาเอาตัวขนมผิงไป แต่โชคร้ายที่ขนมผิงดันไปเห็นรูปถ่ายของเขากับชู้เสียก่อน
ตึกๆๆๆๆ
“นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นเนี่ยพี่ธาร์ม!”
“แล้วไอ้เหี้ยนี่มันเป็ใครเนี่ยพี่ ทำไมหน้าเละขนาดนั้น”
บรรดาแก๊งเพื่อนวิ่งตามเข้ามาจนประชิดตัว พวกเขาต่างชี้นิ้วมองไปทางวาโยอย่างสับสน ซึ่งทางธาร์มเองก็ไม่ได้อธิบายอะไรสักคำ เขาเอาแต่จ้องมองไปยังใบหน้าของชายสารเลวไม่วางตา
“ม..มองอะไรวะไอ้สัด.. แม่ง! ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!! ยุ่งไม่เข้าเื่! นี่มันเื่ของผัวเมียเว้ย.. กึ่ด”
คนปากเก่งด่ากราดหนุ่มนักศึกษาเสียงแข็ง ก่อนที่เขาจะก้าวขาถอยหนีแววตาน่ากลัวนั้นทีละนิด เพียงไม่นานวาโยก็รีบวิ่งหนีหางจุกตูดออกไปจากที่นี่ ซึ่งคนที่มองท่าทีของวาโยอย่างอนาถใจก็ส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่าย
“เฮ้อ.. ไม่มีอะไรหรอกพวกมึง พอดีว่าไอ้เหี้ยนั่นมันใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงน่ะ กูก็เลยเข้ามาสั่งสอนนิดหน่อย”
ธาร์มเอ่ยบอกกับลูกน้องโดยที่แววตาคมจ้องมองไปยังแผ่นหลังของวาโย เขาสับขาวิ่งหนีแก๊งนักเลงไปอย่างคนขี้แพ้
“ผมก็คิดว่าพี่รู้จักกับผู้หญิงคนเมื่อกี๊ซะอีก”
“นั่นดิ.. แต่ว่าเธอสวยมากนะ ขนาดผมเห็นไกลๆยังว่าสวยเลย แบบนั้นสเปคพี่ธาร์มเลยนี่หน่า!?”
“วู้ววววว ฮั่นแน่..”
“ลูกพี่พวกเราตกหลุมรักสาวเว้ยยยยย”
บรรดาลูกน้องต่างก็โห่แซวกันจ้าละหวั่น เพียงแค่เห็นสีหน้าของเขาก็พอจะรู้ดีว่ามันเป็เื่จริง ธาร์มเบ้ปากเล็กๆเป็เชิงไม่ปฏิเสธ เขาลอบยิ้มพลางยกมือขึ้นมาเสยผมตัวเองด้วยความหล่อ
หวังเพียงแค่ได้มีโอกาสพบหน้าเธออีกครั้ง.. หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์แถวนี้มีจริง(ศาลพระภูมิร้าง) ช่วยทำให้ผมกับเธอได้มีโอกาสกลับมาเจอกันอีกครั้งด้วยเถิด แต่อย่าพกไอ้เวรนั่นมาด้วยอีกนะ..
“หึๆ เออ กูขอเรียกว่ารักแรกพบก็แล้วกัน”
บ้านหลังใหญ่ (ครอบครัวเอกลักษณ์สกุล)
ตึกๆ ๆ ๆ
“กลับมาแล้วค่ะ..”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นพร้อมกับประโยคแสนหวานของลูกสาวคนโต ร่างบางที่พยายามเก็บซ่อนความเหนื่อยล้าเดินเข้าไปด้านใน ก่อนเธอจะยื่นกระเป๋าไปให้แม่บ้านพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนอย่างเคย
บ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับเป็คฤหาสน์ใหญ่โตมโหฬาร มีแม่บ้านเพียงคนเดียวที่คอยทำความสะอาดกับทำอาหาร ทั้งบ้านตกแต่งเป็แนวไทยโบราณ ทุกอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ไม่มีแม้แต่ไรฝุ่นให้ขัดหูขัดตา
“แล้วนี่หน้าเป็อะไรถึงบวมๆล่ะลูก หืม? เหมือนคนร้องไห้เลย”
คนเป็พ่อที่เดินผ่านมาพอดีหันมาถามด้วยสีหน้าสุขุม เขามองลูกสาวหัวจรดเท้าอย่างพิจารณา โดยคนเป็ลูกเองก็รู้สึกหวาดกลัวกับสายตานี้มาั้แ่เด็ก
“เอ่อ ป..เปล่าค่ะพ่อ หนูเผลอไปขยี้ตานิดหน่อยน่ะค่ะ”
“อืม..”
ชายหนุ่มวัยกลางคนตอบรับโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขากับภรรยาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกสาวกำลังคบกับใคร หรือว่าจะเลิกกับใคร เพราะจุดมุ่งหมายเดียวก็คืออยากให้ลูกสาวโฟกัสงานเท่านั้น
“อาทิตย์หน้าเตรียมไปทำงานที่สถาบันอาชีพนะ พ่อให้คนยัดลูกเข้าที่นั่นแล้ว”
“ว่าไงนะคะ! เอ่อ ต..ตอนแรกหนูคิดว่าพ่อพูดเล่นซะอีก”
“พูดเล่นเหรอ? พ่อไม่เคยพูดเล่นนะขนมผิง”
“…..”
คำพูดที่ย้ำเตือนอีกครั้งนั้นทำให้ขนมผิงยืนแน่นิ่งไป สีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนไปเป็ความหวาดกลัว แต่จะทำยังไงได้ล่ะ.. เธอไม่ได้อยากจะเป็อาจารย์ เธอไม่ได้รักในอาชีพนี้เลย สิ่งเดียวที่เป็ความฝันของเธอมาตลอดก็คือ
เฮ้อ.. หนูอยากเปิดร้านขายดอกไม้ค่ะพ่อ
แต่เธอก็ต้องเก็บงำประโยคนี้อยู่ภายในใจไปตลอดชีวิต เพราะพ่อของขนมผิงอยากให้เธอเป็อาจารย์ตามรอยแม่ ส่วนน้องชายของเธอก็ถูกยัดเยียดให้เป็แพทย์
“ค่ะพ่อ เดี๋ยวหนูจะไปเตรียมตัวให้ดีค่ะ”
“ดีมากลูกพ่อ.. แบบนี้สิถึงจะสมกับเป็ลูกสาวคนโตของตระกูล หึๆ พ่อจะได้เอาเื่นี้ไปคุยในวงสังคมได้ อีกอย่างแม่เราก็คงจะดีใจมากนะถ้ารู้ว่าลูกเตรียมพร้อมขนาดนี้”
เขาพูดพลางก็ยื่นมือมาลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งนี้มันกำลังบีบรัดหัวใจเธอมากแค่ไหน เหมือนกับว่าชีวิตนี้ของเธอจะต้องติดอยู่ภายใต้คำสั่งของผู้มีพระคุณ
ขนมผิงพูดคุยกับพ่อของตัวเองเสร็จสรรพก็เดินออกไปจากห้องรับแขกชั้นล่าง แม่ของเธอออกไปทำธุระข้างนอกกับแก๊งเพื่อนไฮโซ ส่วนพ่อก็นั่งพักผ่อนอยู่ในบ้านเพราะเกษียณแล้ว
“เฮ้อ.. ชีวิตฉันมันอะไรกันเนี่ย..”
ร่างบางยกมือขึ้นขยี้ผมอันยาวสลวยของตัวเองอย่างเหนื่อยหน่าย เธอเดินตรงเข้าไปในห้องครัวที่อยู่ห่างจากบันไดบ้านเพียงไม่ไกล
“แฮร่! จ๊ะเอ๋พี่ผิงงงงง!!”
“ว๊ายยยยยยย!!!”