[อ้อแอ้อู้โอ้ว!] พ่อของข้าคือผู้กล้าอันดับหนึ่ง!

    บทที่ 6 ยอดผู้กล้าด้านจารชน!?


    ยามเช้าตรู่วันหนึ่ง หมู่บ้านป่าเหมันต์..."คือว่า...คุณพี่สาวเจ้าค่ะ เกิดอะไรขึ้นกับบ้านที่เคยอยู่แถวนี้หรือเจ้าคะ?"หญิงสาวใส่แว่นผู้หนึ่งในชุดคลุมเอ่ยถามเหล่าหญิงชราวัย ที่กำลังนั่งจับกลุ่มซุบซิบอยู่บริเวณนั้นอย่างออกรส
    error loaded"เอ่อ โอ้ว อิฉันก็ไม่ค่อยทราบเรื่องเท่าไรหรอกน่า ...คือได้ยินมาว่าบ้านไฟไหม้น่ะ"สตรีสูงวัยท่านหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ไฟไหม้? ไฟไหม้หรือเจ้าคะ!?"หญิงสาวอุทานเธอเหลียวมองไปยังสถานที่ที่เคยเป็นบ้าน บัดนี้เหลือเพียงที่โล่งกว้าง เศษไม้ไหม้เกรียมกระจายอยู่ประปราย บางส่วนดำเป็นตอตะโก บางส่วนก็จมอยู่ท่ามกลางกลุ่มก้อนหิมะ"ใช่เลย น่ากลัวจริงๆ เรื่องใหญ่ในหมู่บ้านมาสักพักแล้วล่ะ คนในหมู่บ้านก็ช่วยกันปัดกวาด"หญิงชราอีกคนกล่าวสำทับ"ไม่น่าเชื่อเลยว่าเกิดเรื่องแบบนี้ในหมู่บ้านเราได้เลย ไฟไหม้เช่นนี้""อิฉันว่าโจรลักพาตัวก็น่ากลัวแล้ว ไฟไหม้ยังเกิดขึ้นอีก บ้านเมืองนี้ไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ"ท่ามกลางความสับสนกับเหตุการณ์ หญิงสาวตั้งสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขยับแว่นตาของตนเองก่อนถามอีกครั้ง"เอ่อ คือว่า...บ้านไหม้หมดเลยหรือคะ? คือว่าฟานกับ---เอ่อ คนในบ้าน ไม่มีใครในบ้านได้รับบาดเจ็บใช่ไหมเจ้าคะ!?"สตรีสูงวัยนางหนึ่งส่ายหน้า"ดูเหมือนไม่มีใครอยู่บ้านนะจ้ะ เห็นเค้าว่ากันว่าเดินทางออกจากต้าจิน ไปแต่งงานใหม่ที่จักรวรรดิศวาติแล้วล่ะ""ตะ---แต่งงานใหม่!?"หญิงสาวตะลึงเหงื่อตกเมื่อได้ยิน"จริงเหรอคะ!?""คุณพี่ค่ะ รู้ได้ยังไงว่าไปแต่งงานที่ศวาติ อิฉันได้ยินว่าไปที่อาณาจักรอาคเนย์ เพื่อไปหาเพื่อนนักบวชคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ"คุณยายคนที่สองเอ่ย"เอ๊ะ? แล้วเธอรู้มาจากไหนกัน?""พอดีว่าได้ยินแว่วๆ มาจากภรรยาลุงตู๋คนขายม้านะซิ ไม่ได้แอบฟังนะ ฉันแค่ได้ยินโดยบังเอิญ"หลังจากได้ยินดังนั้น คุณยายคนที่สามก็โพล่งออกมา"แต่ฉันได้ยินมาเด็ดสุด! เห็นเค้าว่าได้ภรรยาใหม่ แล้วหนีตามกันไป หล่อนสวยมาก ฉันเห็นมาเต็มสองตาเลยนะ แม่หญิงผมสีน้ำตาลแดงในตลาดคนนั้นไง!""เธอคนนั้นเป็นนักบวชไม่ใช่เหรอ? จะเป็นภรรยาท่านซือหลินก็ดูเด็กไปนะ ถ้าเป็นรุ่นเราคงไม่แปลก!""เอ่อ? คือว่า..."หญิงสาวแทรกบทสนธนา หลังจากที่เธอได้แต่ฟัง ก็ได้สับสนจนเวลานี้สมองเริ่มประมวลผลไม่ทันการ"โทษทีจ้ะคุณน้อง เป็นอันว่าพวกอิฉันได้ยินว่าท่านซือหลินออกเดินทางไปต่างแดนกับนักบวชสาวคนหนึ่งนะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปที่ไหนหรือไปทำอะไรกัน"คุณยายท่านหนึ่งสรุปให้ฟัง ก่อนจะเริ่มประเด็นใหม่"จะว่าไปนะเธอ เรื่องไฟไหม้เนี่ย...ฝีมือใครกันนะ! บังอาจทำบ้านของท่านซือหลินแบบนี้""เมื่อคืนวันนั้นนะ เห็นเงาตะคุ่มตอนเก็บผ้าที่ตากไว้ด้วยล่ะ อาจเป็นฝีมือพวกจรจัดหรือคนอาฆาตแค้นท่านซือหลินก็ได้นะ""โอ้ย น่ากลัวจังเลยค่ะ! ถ้าพวกมันมาที่บ้านอิฉัน ทำมิดีมิร้าย อิฉันจะทำยังไงดี อิฉันกลั๊วกลัว! ! ""คุณพี่ระแวงไปเองหรือเปล่าคะ? อายุปูนนี้แล้ว ไม่มีใครทำอะไรคุณพี่หรอกค่ะ "หญิงชรานางหนึ่งเอ่ยพลางหัวเราะเห็นฟันหลอ"ล่าสุดโจรลักพาตัว ก็ยังไม่จับพวกเราไปสักคนนี่เนอะ จริงไหม? โฮะๆ ""อ๊ะ!? หรือว่าจะเป็นพวกมารพวกปีศาจกันแน่นะคะคุณพี่""อุ้ยตาย เป็นไปได้ เป็นฝีมือพวกมารร้ายพวกปีศาจก็ได้นะ!"คุณยายทุบฝ่ามือเบาๆ"แล้วคุณน้องคิดว่า---อ้าว?" หลังจากเหล่าหญิงชราพูดคุยปรึกษากันอยู่นาน เมื่อรู้ตัวอีกที หญิงสาวที่ใส่แว่นสวมผ้าคลุมนางนั้นก็หายตัวไปเสียแล้วอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน"จะว่าไปแล้ว เป็นสาวเจ้าบ้านไหนในหมู่บ้านกันนะ ไม่คุ้นหน้าเลยเชียว?"
    -------------------------------- ยามเช้าช่วงเวลาเดียวกัน เขตทางตอนเหนือ กลุ่มเดินทางซือหลินได้มาถึงหมู่บ้านหยาดหิมะแล้ว..."แปลว่าดาบของท่านผู้กล้าหัก ตั้งแต่สมัยสู้กับจอมมารซินะครับ?"เวทินพูดขึ้น ท่ามกลางรถม้าซึ่งซือหลินกุมบังเหียน เคลื่อนผ่านถนนซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน"ใช่แล้วล่ะ"ซือหลินตอบก่อนเหลือบมองฟาน ลูกวัยกำลังโตซึ่งหลับสนิทแนบอกของเขา หลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อมและป้อนกล้วยบดละเอียด เด็กน้อยก็หลับปุ๋ยชนิดที่ว่าเสียงดังจากก้าวเดินของรถม้าก็ไม่มีทีท่าจะตื่นขึ้นมาแต่ประการใด"ดาบของท่านผู้กล้านี่สุดยอดไปเลยนะครับ ขนาดหักครึ่ง ยังสามารถทำลายอาวุธของศัตรูได้ทุกครั้งเลย"เวทินชื่มชมอีกครั้งก่อนพูดต่อ"แล้วท่านได้ตั้งชื่อให้ดาบเล่มนี้หรือเปล่าครับ""ก็ชื่อว่าดาบวิเศษไง""เอ๊ะ ข้าว่าน่าตั้งชื่อให้ดีกว่านี้นะครับ"เด็กชายขมวดคิ้วเล็กน้อย"ดาบเล่มนี้ อาจารย์ของข้าให้มา ตอนนั้นก็ไม่ได้มีชื่ออะไรให้มาหรอกนะ"ซือหลินตอบอื้ม จะว่าไป ตั้งแต่ลูกฟานเกิดมา เราก็ยังไม่ได้ไปเคารพท่านอาจารย์เลยสักครั้ง ก็อยู่แดนเหนือเหมือนกัน ระหว่างทางผ่านพอดี คงต้องหาเวลาไปเยี่ยมบ้างแล้วซิ"เจ้าเดินทางกับอาจารย์มานานแล้วหรือเวทิน""สามปีกว่าครับ ข้าเร่ร่อนในสลัม ก่อนจะโชคดีได้พบท่านอาจารย์""ที่ผ่านมาเจ้าคงพยายามไม่น้อย ทำได้ดีมาก""ขอบคุณครับ ข้าจะพยายามเต็มที่เพื่อดูแลพวกท่านตลอดการเดินทางครับ"อื้ม เป็นเด็กดีมากๆ ตัวเท่านี้แท้ๆ"ได้ยินว่าเจ้าสะเดาะกุญแจได้ด้วยหรือ?""เอ่อ ครับ เป็นความรู้น้อยนิด สมัยอยู่ในสลัมครับ"นักบวชฝึกหัดตอบ จากสีหน้าของเขา ท่าทางจะเป็นอดีตที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก"รู้อะไรไหม ข้าไม่เคยเรียนสะเดาะกุญแจสำเร็จเลย""เอ๊? มีเรื่องที่ผู้กล้าทำไม่ได้ด้วยหรือครับ""แน่นอน ถ้าอย่างนั้นแลกกันสอน ประเดี๋ยวข้าสอนดาบให้เอง"น่าจะมีประโยชน์ดี ถ้าฟานเผลอใส่กุญแจบ้าน จะได้ไม่ต้องพึ่งพา 'ดาบวิเศษ'"ว่าแต่ท่านผู้กล้าเคยร่ำเรียนมาจากที่ใดหรือครับ""ถามจำไม่ผิด กาลิคเป็นคนสอน"ผู้กล้าจารชน กาลิค อดีตเป็นสายสืบทำงานให้ราชสำนักต้าจิน ในช่วงสงครามเป็นคนที่ทำงานสืบข่าวและลอบโจมตีพวกปีศาจ เขามีฝีมือรอบด้าน สำคัญที่สุด เรื่องฝีมือการใช้อาวุธลับกับความชำนาญการใช้ระเบิดเพลิงก็ไม่เป็นสองรองใครป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างนะ"ดีจริงนะคะ ที่วันนี้อากาศดีเหมาะแก่การเดินทาง"นักบวชหลี่เปรยขึ้นมากับซือหลิน เธอนั่งสมาธิอย่างสงบอยู่ในรถม้า"หนูฟานก็หลับดีด้วย ถ้าเดินทางราบรื่นไปด้วยดี เราจะถึงหมู่บ้านข้างหน้าก่อนเย็นค่ะ""ฮืม ฮืม!"เสียงลมหายใจดังๆของล่อ ที่ลากสัมภาระอยู่เริ่มดังขึ้น"สงสัยเจ้าลมกรดจะบ่นเหนื่อยอีกแล้ว เดี๋ยวก็ได้พักล่ะ!"กึก...กึกดูเหมือนตั้งแต่เจอหมาป่า เจ้าลมกรดจะติดนิสัยหูดีขึ้นมากทีเดียว..."เวทิน เจ้าเข้าไปอยู่ในรถม้ากับอาจารย์หลี่ก่อน""เกิดอะไรขึ้นหรือคะ ท่านผู้กล้า?"นักบวชหลี่กระซิบถามซือหลินใช้สายตาเหลียวมองไปมา เขาขยับผ้าพันตัวให้ลูกน้อยของตนอยู่ด้านหลัง "มีคนสะกดรอยพวกเรา เมื่อสักครู่นี้เอง...อาจจะเป็นโจร""โจร?"นักบวชทั้งสองกล่าวพร้อมกัน"ใจเย็นๆก่อน..."ซือหลินกระซิบต่อสมาชิกในรถม้า ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตามปรกติ"เจ้าเป็นใคร ต้องการอะไรจากพวกเรา?"ฟ้าว! ฟิ้ว !เสียงเล็กแหลมของอาวุธปลายแหลมพุ่งมา...อาวุธลับ ! ?"ทุกคนระวัง!"ซือหลินเอ่ย อาวุธนั้นปักลงตรงหน้าพวกเขาเล็กน้อยซือหลินรู้จักรูปแบบการโจมตีเช่นนี้ มันคือสัญญาณคำเตือนจากผู้ส่ง...ให้เราหยุดรถม้าซือหลินใช้ปลายนิ้วแตะอาวุธของตน ก่อนจะตะโกนถาม"ผู้ใดกัน จงออกมา!""ปรากฏตัวเดี๋ยวนี้นะ เจ้าหมาลอบกัด!"เวทินตะโกนผสมโรง"...ทุกคนอยู่ในความสงบ ข้ามาตรวจสอบเกวียนเท่านั้น ถ้ามีของผิดสำแดง ข้าจะขอยึดเอาไว้เอง!"ชายในชุดสีดำปรากฏตัวขึ้น เขาปิดหน้าปิดตา โดยในมือทั้งสองถือมีดสั้นเอาไว้ฮื้ม ? เสียงคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนคำพูดน้ำเสียงยียวนแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ เป็นเสียงชวนให้คิดถึงอดีต..."เรื่องอะไรที่พวกเราต้องยอมทำตามที่เจ้าพูดด้วย คนของทางการก็ไม่ใช่..."เวทินพูด พลางชี้นิ้วไปยังบุรุษแปลกหน้า"มีพิรุธนะพวกเจ้า อย่าหาว่าข้าไม่เตือน..."ชายผู้นั้นกล่าวพลางเดินมาใกล้"...กาลิค?"เมื่อซือหลินเห็นนัยต์ตาสีดำสนิทใต้ผูกผ้าโพก เขาจึง พูดออกไป "เจ้าคือกาลิค?""เอ๊ะ ?""ลุงเป็นใครทำไมรู้จักข้าล่ะ---เฮ้ย! เดี๋ยวนะ! ดาบเล่มนั้นมันดาบวิเศษนี่หว่า!?"ชายลึกลับตะลึง พลางดึงผ้าคลุมออก"เป็นเจ้าจริงๆด้วยกาลิค ข้าเอง ซือหลินไง"error loaded[กาลิค หนึ่งในเจ็ดผู้กล้าในตำนาน]"ซือหลิน...เจ้าซือหลินจริงรึ?"กาลิคมองตั้งแต่หัวจรดปลายง่ามเท้าก่อนตอบด้วยเสียงดังฟังชัดว่า"โคตรโทรม! เจ้าคือซือหลินจริงๆรึเนี่ย? คือก็มีเค้าเดิมอยู่...แต่ว่า เจ้าไปทำอะไรมา? ทำไมหัวกับหน้าแก่งั่กแบบนี้เล่า?""ไอ้สภาพเหมือนขี้เมาตาโหลของเอ็ง ไม่มีสิทธิพูดกับข้าแบบนั้นนะ กาลิค"ซือหลินตอบกลับ"อีกอย่างข้าไม่ได้แก่ขนาดนั้น เขาเรียกหนุ่มวัยกลางคนตั้งหาก! ! !""หงอกกัดหัวแบบเจ้าเรียกคนชราภาพแล้ว! ! "กาลิคโต้ เขาเก็บอาวุธ เกาศีรษะแกร่กๆ แล้วเดินเข้ามาตรงหน้าซือหลิน"บอกที เจ้ามาทำอะไรที่นี่?""ข้าซิต้องถาม ทำไมเจ้ามาทำตัวเป็นอันธพาลดักปล้นแถวนี้ล่ะ?""เอ่อ คือ...อุวะ! เรื่องมันยาว จะให้เล่าตรงนี้ก็กระไรอยู่ เล่าสองวันก็ไม่จบ พับผ่า! !""พวกข้ากำลังจะไปยังหมู่บ้านข้างหน้า เจ้าตามเรามาด้วยกันก่อนเถอะ""โอ้ว ยินดีเลย"กาลิคยิ้ม ก่อนที่สายตาของเขามองไปยังเด็กน้อยที่อยู่ด้านหลังเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย"ว่าแต่ซือหลินเพื่อนรัก เจ้าอุ้มเด็กที่ไหนอยู่ล่ะ?""เด็กคนนี้คือ ฟาน ลูกน้อยสุดที่รักของข้าเอง น่ารักไหมล่ะ!""หาาาาาาาาาาาาาาาาา"เพื่อนผู้กล้าถึงกับอุทานลั่นทุ่ง"ลูก---อุ้ก! อ้อก! สำลักน้ำลาย! ลูก? ...หมายถึงเด็กคนนี้เป็นลูกเจ้าอย่างนั้นเหรอ พูดจริง! ลูกแท้ๆ เชื้อสายเจ้า อย่างนั้นเหรอ?""ใช่ ลูกข้าเอง ทำไม ฟานลูกข้าไม่เหมือนข้าหรือไง?""อื้ม หน้าเหมือนเจ้าเด่ะเลย...เฮ้ย ไอ้เสือ! ปัญหาใช่เรื่องนั้นซะเมื่อไร!! แล้วเจ้าไปได้กะหญิงที่ไหนเนี่ย? ห้ะ ! ข้าพลาดงานแต่งเจ้าไปได้ยังไงกัน?! หรือว่าไม่มีบัตรเชิญ เอ๊ะ?""คือว่า...เขาเป็นผู้กล้า...ท่านกาลิค จริงๆเหรอครับ?"เวทินเอ่ยเบาๆ ทว่ากาลิคกลับทำหน้าตกใจยิ่งกว่าเมื่อเห็นเวทิน"ฟ้าโปรด! ซือหลิน ลูกสองไม่พอ ...ตัวโตขนาดนี้ด้วยเหรอ!?""เอ่อ ไม่ กาลิค ฟังนะ คือว่า---""เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ? ท่านซือหลิน?""แม่เจ้าโว้ย! สวยฉิบหายเลย! ! ยะ---อยากบอกนะว่าคนนี้เหรอ! เธอคนนี้เหรอ! ? คือ...ภรรเมียเจ้าซินะ ซือหลิน!? เจ้าวัวแก่กินหญ้าอ่อน! ไอ้คนน่าอิจฉา! คนทรยศเอ๊ย!""ช่วยฟังก่อนได้ไหมเล่าโว้ย ! ไอ้เจ้านี่! ! !"error loaded
    ------------------------"อ้อ! ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ทำไมไม่รีบอธิบายให้เร็วกว่านี้เล่า ตกใจหมดเลยเจ้าบ้าเอ๊ย..."กาลิคถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนที่จะยกน้ำดื่ม บัดนี้พวกเขามาอยู่ในโรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่งในหมู่บ้านหยาดหิมะ บนโต๊ะอาหารนั้นมีอาหารจำนวนหนึ่งซึ่งมีเพียงกาลิคเท่านั้นที่ทานอย่างตั้งใจ ส่วนสมาชิกทุกคนนั้นนั่งดูกันอย่างพร้อมหน้า"ก็เจ้าฟังข้าที่ไหนเล่า"ซือหลินตอบ"แล้วไปทำอีกท่าไหน ดูหิวโซขนาดนี้""พอดีเงินข้ามันไปเที่ยวพอดี ตอนนี้เลยเพิ่งได้ทานอะไรดีๆนี้แหละ""เอาไปเล่นพนันซิท่า...นิสัยเสียไม่หาย"ผู้กล้ายอดสายลับส่ายหน้าพร้อมทำหน้าหน่ายใจ"เปล่า ไม่ได้ไปเล่นพนันนะ ข้าไปลุ้นดวงตั้งหาก ลุ้นดวง! แต่ดวงไม่ขึ้นเท่าไร!"เขาลูบปลายคางพลางหัวเราะเล็กน้อย"ข้าได้ข่าวว่าทางเหนือมีพวกค้าทาสจับคนลักพาตัวชุกชุม ก็เลยมักตรวจตราอยู่เรื่อยๆ ไม่นึกว่าจะเจอกับเจ้าซะได้""อืม ข้าก็จับโจรได้กลุ่มหนึ่งนะ ทำให้ข้าได้เจอพวกท่านนักบวชผู้มีพระคุณดูแลลูกข้าด้วย ถือว่าโชคเข้าข้างเราแล้ว โลกกลมดีจริงๆ"ซือหลินพยักหน้า"สำหรับข้าในบรรดามิตรสหายผู้กล้าทั้งหมด เจ้านี่แหละ หาตัวเจอยากที่สุด อยู่ไปทุกที่!""คิดว่าข้าเป็นใครล่ะ ข้าคือกาลิค หูตาข้าก็มีไปทั่วเอซิเรีย ข้าอยากรู้อะไรก็รู้ได้ในทันที ถ้าข้าเอาจริงข้าก็หาเจ้าเจออยู่ดี"กาลิคยิ้ม เขาจ้องมองมายังนักบวชหลี่ที่นั่งอยู่ด้วยเงียบๆ"...ต้องขออภัยท่านนักบวชด้วยนะครับ เผลอเข้าใจผิดไป ท่านงามซะปานนี้ กาลิคคนนี้ขออภัยท่านนะครับ อะแฮ่ม!"โห เสียงหล่อเข้มเสียด้วย...เจ้านี่ ซือหลินนึกพลางทำหน้าขอโทษเรื่องพฤติกรรมของเพื่อนกับนักบวชหลี่"เอ่อ มิได้ค่ะ ข้าไม่ถือสาค่ะ"นักบวชตอบอย่างสุภาพ กาลิคยิ้มด้วยความเขินผู้กล้ายอดจารชนหันไปหาสหาย ก่อนกระซิบ"แหม เมย์เข้าใจส่งนักบวชแจ่มๆมาตามเจ้านะเพื่อนยาก น่าอิจฉาตาร้อนผ่าวๆเหลือเกิน ทีกับข้านางไม่เห็นส่งข่าวคราวแบบนี้มาบ้าง จดหมายสักแผ่นก็ไม่มีมาเลยสักแอ๊ะ น้อยใจชะมัด""ข้าว่าเมย์อาจจะเห็นอนาคตอยู่แล้วก็ได้ ว่าเราจะต้องพบกัน"บางทีเธออาจจะเห็นแล้ว ว่าพวกเรามานั่งอยู่ที่โรงเตี๊ยมนี้ก็เป็นได้"ก็เป็นได้ แต่โอกาสทำนายมันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นแหละ อีกครึ่งมันอยู่ที่ตัวเราล้วนๆ จริงไหม ไม่งั้นนางไปเป็นนักพนันน่าจะรวยไปแล้ว"กาลิคดื่มน้ำจนหมดแก้วแล้วจึงพูดต่อ"ถ้าอย่างนั้นข้าคิดว่าจะไปตามเจ้าคารันต์ เจ้าจินแล้วก็เจ้าเรซิน สามเกลอแดนอาคเนย์ให้ก็แล้วกัน""เจ้ายังติดต่อพวกเขาอยู่ในอาณาจักรอาคเนย์สินะ""กับเจ้าคารันต์ก็เจอกันมากหน่อย ส่วนจิน ในตระกูลคาสต้าก็กำลังมีการคัดเลือกว่าที่ประมุขตระกูล เขาน่าจะลอยลำสุด ส่วนเจ้าคนเคราะกำแพงเคลื่อนที่ รายนี้ได้ข่าวกำลังพัฒนาโรงงานถลุงเหล็กอยู่ หาตัวไม่น่าจะยากทั้งนั้น"กาลิคร่ายยาวก่อนมองมาทางซือหลิน"ข้าติดต่อทุกคนเสมอ ยกเว้นเจ้าที่หายไปเลย มีลูกก็ไม่บอกเพื่อนบอกฝูง""เรื่องนั้นต้องขอโทษด้วย แล้วเจ้าจะเดินทางไปหาทั้งสามคนตอนไหนล่ะ?"กาลิคทำหน้าเจ้าเล่ห์ก่อนพูด"ถ้ามีเงินค่าเดินทางเพิ่มล่ะก็...ก็ไวขึ้นเท่านั้นแหละ""ข้ามีเหรียญทองอยู่บ้าง ความจริงเป็นค่าอาหารเจ้าลมกรด แต่เจ้าเอาไปใช้ก่อนซิ""อู้ย น้ำใจงามเหลือเกินท่านผู้กล้าซือหลิน ขอบใจนะ แล้วจะรีบมาคืนพร้อมดอกเบี้ย"ตอนนั้นเอง เวทินก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย"พวกเราเดินทางไปด้วยกันน่าจะดีกว่านะครับท่านกาลิค""ไปคนเดียวจะทำงานเร็วกว่า หัวใจสำคัญของจารชนก็ความเร็วนี่แหละ เจ้าหนูนักบวช"เมื่อได้ยินอย่างนั้น ซือหลินพยักหน้า"ถ้าเช่นนั้น...ก็ต้องรบกวนเจ้าด้วยนะกาลิค""ยินดีเพื่อนยาก ดีใจจริงๆที่ได้เจอเจ้าอีก""อ่า เดี๋ยวข้าขอไปกล่อมลูกฟานที่รักก่อนสักครึ่งชั่วโมงนะ แล้วเจ้าค่อยขึ้นมา เงียบๆด้วยล่ะ เจ้าตัวหูไวสุดๆ""ครับๆ คุณพ่อลูกอ่อน ชิ้ว! ข้าจะอยู่กับท่านนักบวชหญิงให้เอง""ข้าก็อยู่ตรงนี้นะครับ"เวทินขัด จนทำให้กาลิคหัวเราะแห้งๆ จากนั้นซือหลินอุ้มฟานเดินกลับไปที่ห้องพัก คนที่เหลือบนโต๊ะมองตามจนลับสายตาไป ผู้กล้าจารชนจึงพูดขึ้น"อื้ม...น่าสงสัยเจ้าซือหลิน ถึงจะบอกว่าเพราะเมียทิ้งเลยซูบโทรม แต่ทำไมดูแก่เป็นตาลุงปูนนี้ไปได้ล่ะเนี่ย"เวทินเห็นพ้อง"ข้าก็คิดเช่นนั้น ท่านซือหลินดูอายุมากกว่าที่ข้าคิดนะครับ ท่านกาลิค"ผู้กล้าสายลับขมวดคิ้วก่อนลูบปลายคางอีกครั้ง"อื้ม น่าสงสัย ใครเป็นแม่ของเด็กคนนั้นกันหว่า ดูไม่ออกเลยแฮะ เด็กก็ได้หน้าพ่อมา เหมือนยังกะแกะซะขนาดนี้...ท่านนักบวชหลี่คิดเช่นไรครับ?""เอ่อ...เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบเช่นกันค่ะ เรื่องส่วนตัวเราก็ไม่ควรไปก้าวก่ายนะคะ""ขออภัยท่านหญิง แต่ข้าเป็นนักสืบโดยสันดาน ยิ่งเป็นเจ้าหมอนี่แล้ว ข้าอดห้ามใจไม่ได้...ในบรรดาผู้หญิงที่ซือหลินจะคบหา ถึงขั้นมีลูกเนี่ย...อื้มๆ ท่าจะยาก""ทำไมหรือครับ"เวทินสงสัย"เห็นแบบนั้น เมื่อก่อนหล่อเหลาเอาการเลยนะ เจ้านั่นนะ ถึงหล่อน้อยกว่าข้านิดหนึ่งก็เถอะ แต่ยังไงก็เป็นหัวหน้าของเหล่ายอดผู้กล้า พวกเราเดินทางไปปราบปีศาจด้วยกันหลายที่อยู่เหมือนกัน ถึงตอนนั้นจะเป็นหนุ่มดูซื่อๆ ก็มีสาวมาสนใจหลายคนเลยล่ะ""ข้าว่าบางที อาจารย์เมย์อาจจะรู้ความจริงก็ได้นะคะ"นักบวชหลี่เสนอ"หรือเผลอๆ นางเองจะเป็นแม่ของเด็กก็ได้นะ""เอ๊ กับท่านอาจารย์เมย์หรือคะ?"กาลิคทำหน้าปั้นยาก เขาเติมน้ำใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่ม ก่อนจะพูดขึ้น"ตอนนี้ข้าไม่ตัดตัวเลือกไหนออกหรอก มีสิทธิ์ทุกคนเลยแม้แต่หญิงในกลุ่มผู้กล้าเรา ถ้าซือหลินไม่บอก ข้าก็จะสืบเอง ขอเอาชื่อผู้กล้าจารชนเป็นเดิมพัน!"------------------------
    // เย้ สวัสดีทุกคนอีกครั้งนะครับ ตอนนี้เดินทางมาถึงตอนที่ 6 แล้ว ซึ่งเป็นตอนที่ยาวที่สุด คงเพราะมีตัวละครใหม่อย่างกาลิคมาสร้างสีสันนั่นเองครับ อย่างไงก็ติดตามอ้อแอ้อู้โอ้วกันด้วยนะครับ!error loaded