บ้านของสองสามีภรรยาวิลสันมีเครื่องอำนวยความสะดวกมากกว่าบ้านของเทย์เลอร์การตกแต่งภายในของบ้านหลังนี้เหมือนบ้านพักรับรองมากกว่าบ้านอยู่อาศัยเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนสวยงามราวกับผู้ที่พักอาศัยจะเข้ามาอยู่เพียงชั่วครั้งคราวแทนที่จะอยู่อย่างฝังรกรากที่นี่ กลิ่นหอมของ
เบค่อน ไข่ กาแฟ ผสมอยู่ด้วยกลิ่นอบเชยอวลออกมาจากในครัว
แอนนี่ วิลสันชะงักมือที่กำลังจัดจานอยู่บนโต๊ะ เงยหน้าขึ้นมองสามีแล้วก็มองเลยไปที่เทย์เลอร์ทันใดความทรงจำของเทย์เลอร์ก็เลยไกลไปถึงเมื่อครั้งที่แอนนี่คอยดูแลจิลล์อยู่ริมฝั่งขณะที่ตัวเขากับรอนด้ากำลังเล่นเรือเร็วที่พลังขับเคลื่อนถึง 75 แรงม้าของบ๊อบ
แต่เมื่อมาถึงวันนี้เขาสังเกตเห็นว่ารูปร่างนางผอมบางลงกว่าตอนนั้นมาก แต่หน้าตาก็ยังสะสวยสมวัยเมื่อครั้งยังสาวแอนนี่น่าจะเป็ผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งและบ๊อบเองก็คงจะหล่อไม่แพ้กัน
หรือว่าตอนนี้แอนนี่เกิดเจ็บป่วยไม่สบายไปเพราะหน้าตาก็ดูซีดเซียวอย่างไรพิกล มีร่องรอยเขียวคล้ำปรากฏอยู่รอบดวงตา
“เทย์เลอร์ โฮลด์แมนเราคิดว่าคุณจะทิ้งเราไปแล้วเสียอีก”
“ก็เกือบไปเหมือนกันละครับ”เทย์เลอร์ตอบ
แอนนี่เดินเข้ามากอดเขาแรงๆแล้วก็ผละออกเพ่งสายตามองหน้าเขาอยู่
“ถึงหน้าร้อนทีไรฉันต้องคิดถึงรอนด้ากับจิลล์ทุกที...คิดถึงมากด้วย”แอนนี่ว่า “เราเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้นเหลือเกินเทย์เลอร์”
“ผมรู้แล้วก็ต้องขอบคุณมากทีเดียวครับ”
“เรารู้จักรอนด้ามาั้แ่เกิดใช่ไหมคะบ๊อบ?”
ซึ่งผู้เป็สามีก็พยักหน้ารับแอนนี่บีบแขนเทย์เลอร์ จากท่าทางที่นางแสดงออก ทำให้ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าบ๊อบไม่ได้เล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้ภรรยาฟังเพราะนางไม่ได้หยิบยกเื่ที่พูดจากันรุนแรงขึ้นมาเอ่ยถึงมันทำให้เขาเพิ่มความเคารพในตัวเพื่อนบ้านสูงอายุทั้งสองขึ้นอีกมาก
“อยู่กินกาแฟกับเราก่อนนะคะ”
“ก็อยากอยู่เหมือนกันครับแต่...”
“ไม่เป็ไรไม่ต้องขอโทษหรอก ที่นี่ก็เหมือนบ้านคุณอยู่แล้ว อยากจะแวะมาตอนไหนก็มาได้เราอยากให้คุณทำอย่างนั้นมากกว่า” แอนนี่พูดอย่างมีน้ำใจ
บ๊อบพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของภรรยาอีกครั้งเทย์เลอร์เกิดความลังเลขึ้นมา
“ผมอยู่ก็ได้ครับ”เขาตอบรับอย่างเกรงใจเต็มที
“อย่าไปเซ้าซี้เขาเลยน่าแอนนี่ให้เขาปรับตัวปรับใจให้สบายเสียสักพักก่อน”
แต่ขณะนั้นแอนนี่กำลังทอดสายตามองออกไปทางหน้าต่างที่สามารถจะมองเห็นระเบียงบ้านเทย์เลอร์ได้อย่างชัดเจน
“มันก็ออกจะเป็เื่น่าแปลกอยู่เหมือนกันนะ”นางเอ่ยขึ้น “มีอยู่วันหนึ่งฉันยืนอยู่ตรงนี้แหละแล้วก็มองไปที่ระเบียงบ้านคุณ แทบจะสาบานได้เลยนะว่าฉันเห็นรอนด้าเดินวนเวียนอยู่แถวๆ นั้น ราวกับเธอยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นละเพียงแต่ว่า...นางหยุดเว้นระยะพร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ “ฉันยังเล่าเื่นี้ให้บ๊อบฟังเลยตอนนั้นมันก่อนหน้าที่รถคุณจะเลี้ยวเข้ามาด้วยซ้ำฉันคิดว่ามันเป็ลางบอกเหตุอะไรบางอย่างอย่างน้อยรอนด้าก็อาจจะมาบอกให้เรารู้ว่าคุณกำลังมาก็ได้ คุณว่าแปลกไหมเทย์เลอร์?”
เทย์เลอร์ยืนตัวแข็งไปทันทีจับตามองหน้าแอนนี่เขม็ง
“ครับ แปลกมาก”เขาแทบจำเสียงตัวเองไม่ได้
ตอนที่เขาเดินกลับไปยังบ้านพักมือไม้สั่นระริกอย่างไม่รู้ตัว...
วันพฤหัสบดีเป็วันที่อู่ฮันนี่แมนเซอร์วิส สเตชั่น ชุลมุนวุ่นวายอย่างที่สุด แต่ถ้าจะพูดกันตามความเป็จริงอู่ซ่อมรถแห่งนี้ก็มีงานเต็มมือทุกวันอยู่แล้วเนื่องจากเป็อู่ที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองมากที่สุด ห่างออกไปเพียงแค่ 4่ตึก เป็ศูนย์กลางของเมืองมินเนโปลิส เวย์น เซมมลาร์คิดว่าเขาน่าจะได้ยินเสียงดังกระหึ่มมาจากทางทิศนั้นเสียด้วยซ้ำมันเหมือนเสียงที่อัดอยู่ในขวด
เขากำลังจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถบูอิคเก่าคันหนึ่งแต่มีปัญหาตรงที่เปิดฝาเกลียวถังน้ำมันไม่ออกและขณะนี้ ไมค์ ลิปสวิชผู้จัดการก็กำลังจับตามองเขามาจากโต๊ะที่ตั้งนาฬิกาจับเวลาไว้เวย์นแสร้งทำเป็ไม่สังเกตเห็น ควานมือลงไปในกล่องเครื่องมือเพื่อหาปากประกับเขาจัดการกับรถคันนี้มาเกือบ 5 นาทีแล้ว
“เซมมลาร์...”
เวย์นหันมามองไมค์ลิปสวิช ซึ่งขณะนี้กำลังยืนเอามือเท้าสะเอวมองดูเขาอยู่
“ว่าไง?”
“รีบๆทำให้มันเสร็จๆ เสียทีสิ ฉันยังมีรถให้แกทำอีกตั้ง 6 คันแล้วก็ยังมีอีก 2 คันที่ลูกค้ากำลังรออยู่นะ”
เวย์นพยักหน้ารับก่อนจะหันกลับไปให้ความสนใจกับงานตรงหน้าจนอีก 10 นาทีผ่านไปการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถคันนั้นจึงได้เสร็จเรียบร้อยลงเขากรอกรายการลงในแบบฟอร์มแล้วจึงได้เดินถือไปที่โต๊ะจับเวลาไมค์กระชากเอกสารไปก่อนจะกระแทกมือลงบนนาฬิกาจับเวลา
“พักได้แล้วเซมมลาร์พี่สาวแกมาแน่ะ”
“ก็ไหนเมื่อกี้คุณบอกว่ายังมีรถอีก 6คัน...”
“ชังหัวมันเถอะน่าฉันให้โทนี่มันรับผิดชอบไปแล้ว”
ลิปสวิชมองเลยประตูเข้าไปในบริเวณที่จัดไว้สำหรับรับรองลูกค้าหลุยส์กำลังส่งยิ้มมาให้เขาจากตรงนั้น เวย์นขมวดคิ้วขณะเดินเข้าไปหาพี่สาว
“มาทำไม?” เวย์นถามห้วนๆ และหลุยส์ก็ยื่นถุงใบหนึ่งมาให้
“ฉันเอาอาหารกลางวันมาให้”
“ฉันซื้อกินเองก็ได้”
“วันนี้ก็ไม่ต้องซื้อไงล่ะ”
เวย์นมองอาหารที่อยู่ในถุงก่อนจะโยนโครมลงบนเคาเตอร์ลูกค้า 2คนที่นั่งอยู่ในห้องนั้นต่างเงยขึ้นมองหน้าเวย์นเอามือเปื้อนน้ำมันเช็ดกับชุดหมีที่สวมอยู่
“พี่มาหาไมค์สินะ”
“ฉันมาแล้วเป็ไงล่ะ?”หลุยส์มองไปทางประตู ลิปสวิชส่งยิ้มมาให้
“ผมเคยบอกพี่แล้วใช่ไหมว่าอย่าไปยุ่งกับมัน”
“แกไม่ได้เป็เ้าของฉันนะเวย์นแล้วอีกอย่างหนึ่งฉันก็ชอบเขาด้วย”
“แต่พี่ก็รู้ว่าไอ้นี่มันระยำ...!”
“ฉันชวนเขาไปกินอาหารเย็นแล้วละ”
“พี่ว่าอะไรนะ...?”อารมณ์ของเวย์นพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
“ถึงยังไงคืนนี้เขาก็จะไปอยู่แล้วละถ้าแกไม่อยู่บ้านจะดีมากทีเดียวนะ”
เวย์นมองไปทางลิปสวิชคราวนี้ไมค์ยิ้มให้เขา
“จีซัสไครส์...พี่ก็รู้ว่ามันเกลียดผมถ้ามันตอบรับคำชวนของพี่ก็เท่ากับมัน้าหยามน้ำหน้าผมน่ะสิ”
“ช่างเขาเถอะน่าถึงยังไงเขาก็ชอบฉันอยู่ดีนั่นแหละ”
เวย์นมองพี่สาวหลุยส์อายุ 35แล้ว รูปร่างผอมสูง ใบหน้าสี่เหลี่ยมต้องใช้เครื่องสำอางพอกไว้เพื่อปิดบังความชราโรยและช่วยให้ใบหน้าดูกลมขึ้นแถมยังทาปากด้วยลิปสติกสีสดอีกด้วย
“มันก็แค่อยากนอนกับพี่เท่านั้น”เวย์นพูดอย่างไม่เกรงใจ
“ก็แล้วยังไงบางทีฉันอาจจะอยากด้วยก็ได้นี่”
เวย์นถึงกับตัวสั่นด้วยความแค้นใจเมินหน้าเสียจากหลุยส์
“ไปบอกมันว่าผมห้าม...”เขาออกคำสั่ง
“แต่ว่านั่นมันก็บ้านของฉันเหมือนกันนะพ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้เป็สมบัติของเราทั้งสองคนถ้าแกไม่ชอบเพื่อนฉันจะหายหัวไปไหนก็ไปสิ”
เขาเดินออกจากตรงนั้นทันทีตรงเข้าไปในห้องพักสำหรับช่าง รินกาแฟใส่ถ้วยแต่ก็ตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะเพราะเหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์เช้าฉบับหนึ่งจึงหยิบขึ้นมาอ่านพาดหัวข่าวตัวโป้ง...สังหารโหดทั้งครอบครัว...!
เขาอ่านรายละเอียดจากเนื้อข่าวที่รายงานว่า...เพื่อนบ้านได้พบศพของครอบครัวเอมเมอร์สันตอนที่มีใครคนหนึ่งจูงสุนัขผ่านหน้าบ้านของเขาและได้กลิ่นเหม็นโชยออกมาเ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าการสังหารทั้งครอบครัวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จัดว่าโหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เมืองมินเนโปลิสขณะนี้ตำรวจยังไม่อาจสืบหาร่องรอยของคนร้ายได้เพราะไม่ได้ทิ้งหลักฐานอะไรไว้เลยเดวิด เอมเมอร์สัน เป็พนักงานไปรษณีย์ที่ดีมาก ซอลลี่ เอมเมอร์สันเพิ่งสำเร็จจากโรงเรียนพยาบาลและเคลลี่ ลูกสาวคนเดียวเป็เด็กน่ารักครอบครัวนี้เป็ที่รักใคร่ของเพื่อนบ้านเ้าหน้าที่ตำรวจลงความเห็นว่าใครก็ตามที่ก่อคดีสยองขวัญนี้จะต้องเป็คนวิกลจริตอย่างแน่นอน
เขาหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบไม่อาจอ่านเนื้อข่าวต่อได้เพราะสิ่งต่อจากนั้นมันคล้ายกับสมองที่กำลังเบลอไม่ยอมรับข่าวร้ายประเภทนี้ได้
ตอนที่เขาเดินกลับเข้าไปในอู่นั้นหลุยส์หายตัวไปแล้ว ไมค์ ลิปสวิชเดินเข้ามาหา ยกแขนขึ้นโอบไหล่รั้งตัวเวย์นเข้ามาใกล้
“คืนนี้เราจะกินอะไรกันดีวะเวย์น?”
“ไม่รู้” เวย์นตอบห้วนๆ ขนลุกพราวทั้งตัว
“ฉันน่ะชอบพี่สาวแกนะเฮ้ย เวลาเขาไม่มีเสื้อผ้าเขาเป็ไงบ้างวะ?”
“ไม่รู้”
“ห่ะ...ฉันคิดว่าแกจะรู้เสียอีก”ลิปสวิชตบหลังเต็มแรง “ล้อเล่นหรอกโว้ยเซมมลาร์”
เวย์นออกเดินไปยังช่องทำงานส่วนตัวเด็กประจำซองได้ขับรถฮอนด้ารุ่นล่าสุดเข้ามาไว้ให้แล้วเวย์นเปิดประตูด้านข้างคนขับเพื่อตรวจทะเบียน
เ้าของรถคันนี้ชื่อเจนนิเฟอร์โรเบิร์ตสัน มีบ้านอยู่ที่โรสวิลล์ เวย์นกำหนดจดจำไว้ในใจตรงกระจกส่องหลังมีรูปนายแบบหนุ่มที่อัดลงบนแผ่นพลาสติกมีรอยลิปสติกประทับอยู่เต็มในที่เขี่ยบุหรี่มีก้นบุหรี่อัดอยู่ลิปสติกที่ติดอยู่เป็สีเดียวกันและเกือบเหมือนสีที่หลุยส์ใช้ประทินโฉมด้วยภายในรถกรุ่นอยู่ด้วยกลิ่นน้ำหอมผสมควันบุหรี่
เขายกกระโปรงรถขึ้นกระแทกมือเข้ากับถังน้ำมัน...
“เอาเลยสิวะ...อยากเอาข้าก็เอาเลย...”
ฝาเกลียวที่ปิดถังน้ำมันหลุดออกอย่างง่ายดายน้ำมันร้อนๆ พุ่งออกมา เขาหันไปมองไมค์ ลิปสวิชฝ่ายนั้นไม่เพียงแต่ยิ้มให้เท่านั้นแต่ยังหลิ่วตาให้ด้วย...
เวย์นได้ยินเสียงหึ่งดังขึ้นอีกแล้วคราวนี้มันไม่ได้ดังมาจากในตัวเมือง แต่ดังออกมาจากในสมองของเขาเองมันเป็เสียงที่บ่งบอกถึงความแค้น การตอกย้ำและความเ็ป
เขาคิดไปถึงเสื้อผ้าชุดที่สวมใส่เวลาฆ่าป่านนี้เืที่ติดอยู่ตามตัวเสื้อคงจะแห้งกรัง มันเป็ชุดที่ขลังจริงๆ ...
บางทีเจนนิเฟอร์โรเบิร์ต อาจจะอยากเห็นเสื้อผ้าสวยๆ แบบนั้นบ้างก็ได้...