“เหลียงต้าเกอ พี่สะใภ้รีบเข้ามานั่งเลยขอรับ” เจียงหงหย่วนพาเหลียงหู่ไปที่ห้องโถงหลินหวั่นชิวได้ยินเสียงก็เดินออกจากห้องครัว “เหลียงต้าเกอมาแล้วหรือเชิญดื่มชาสักครู่ อาหารใกล้เสร็จแล้ว”
เหลียงหู่ไม่ได้มาคนเดียวข้างกายเขามีฟู่เหรินอายุประมาณยี่สิบปีตามมาด้วย ใบหน้ากลม รูปร่างสมบูรณ์ ตาโตสันจมูกตรง ถือว่าหน้าตาดี
“น้องเจียง พวกเจ้าคุยกันไปก่อนเถิดข้าจะไปช่วยน้องสะใภ้ที่ครัว”
“เหลียงต้าเกอ พี่สะใภ้” หลินหวั่นชิวได้ยินเสียงก็ออกจากห้องครัวมาทักทาย
“ลำบากน้องสะใภ้แล้วกลิ่นหอมขนาดนี้ วันนี้ข้ากับพี่สะใภ้เจ้าคงมีลาภปาก!” เหลียงหู่สองสามีภรรยาตั้งใจจะผูกมิตรกับเจียงหงหย่วนท่าทีจึงกระตือรือร้นมาก
“ก็แค่กับข้าวบ้านทั่วไปต้าเกอไม่รังเกียจก็พอเจ้าค่ะ” นางพูดจบก็หันไปพูดกับฉู่ซื่อว่า “ในห้องครัวมีกลิ่นควันกลิ่นน้ำมันรุนแรง พี่สะใภ้อย่าเข้ามาเลยเจ้าค่ะไปนั่งรอที่ห้องโถงเถิด”
ฉู่ซื่อเดินเข้ามาควงแขนนางเดินไปที่ห้องครัวอย่างสนิทสนม “ข้าบอบบางขนาดนั้นที่ใดกัน ปกติเวลาข้าอยู่บ้านก็วิ่งวุ่นอยู่หน้าเตาอยู่แล้ว”
ผู้มาเยือนเป็นแขก หลินหวั่นชิวย่อมไม่ปฏิเสธอีกอย่างไรกับข้าวก็ใกล้เสร็จหมดแล้ว ในครัวไม่มีกระไรต้องทำมาก
อีกทั้งห้องครัวก็กว้างขวาง มีที่ให้นั่งเช่นกัน
หลินหวั่นชิวยกชาดอกเก๊กฮวยมาให้ฉู่ซื่อจากนั้นจุดไฟในเตาอีกเตาเพื่อเริ่มผัดกับข้าว
เนื้อทอดกระเทียมรวนเกลือเครื่องในเป็ดผัดแป้งเย็น ขึ้นฉ่ายผัดเนื้อ ผักกับแกล้มผัดไข่ ผัดถั่วลิสง…ทำทุกอย่างคล่องแคล่วว่องไวมาก
หลินหวั่นชิวให้ยายสวียกกับข้าวออกไปหลังจากทำเสร็จพร้อมกับให้ยายสวีไปเรียกเจียงหงป๋อมากินข้าว
จากนั้นจึงตักเป็ดผักพริกหยวกขึ้นมาตักเนื้อที่ตุ๋นพะโล้เรียบร้อยใส่ชามใบใหญ่ที่ใส่น้ำเย็นอยู่ เนื้อพะโล้นั้นร้อนหั่นยากต้องพักให้เย็นจึงจะหั่นแล้วไม่เละ
กับข้าวทุกอย่างถูกจัดเรียงขึ้นโต๊ะเหลียงหู่ตาเป็นประกาย จะเยอะเกินไปแล้ว!
“น้องสะใภ้ฝีมือดีมากเลย!” เหลียงหู่คีบกับข้าวขึ้นชิมทุกจาน เอ่ยชมไม่ขาดปาก
“น้องหงหย่วน เจ้าโชคดีมาก!” ภรรยาทั้งสวยทั้งทำกับข้าวเก่ง ช่างน่าอิจฉาจริงๆ
“น้องสะใภ้ ปลาจานนี้อร่อยมากนักข้าเองก็ตระเวนกินมาทุกร้านในอำเภอและหัวเมือง แต่ไม่เคยกินปลาที่ทำด้วยวิธีเช่นนี้มาก่อนปลานี้มีชื่อหรือไม่?”
เนื้อปลาเปรี้ยวๆ หวานๆ กรอบนอกนุ่มในกินแล้วสดชื่นมาก
“เรียกว่าปลากระรอกเจ้าค่ะหากเหลียงต้าเกอชอบ เดี๋ยวข้าเขียนสูตรให้พี่สะใภ้นำกลับไป”หลินหวั่นชิวยิ้ม
เหลียงหู่ส่ายมือ “ปลากระรอก ชื่อนี้ดี! แต่ไม่ต้องให้สูตรหรอก ล้ำค่าเกินไป ข้ารับไว้ไม่ได้! ครั้งหน้าข้ามา น้องสะใภ้อย่าลืมทำไว้ให้ก็พอ”
หลินหวั่นชิวไม่รู้สึกกระไร ก็แค่สูตรอาหารยุคปัจจุบันมีเยอะแยะเต็มไปหมด แค่ค้นหาในอินเตอร์เน็ตก็เจอแล้ว ไม่มีมูลค่าใด “เป็นเพียงอาหารล้ำค่าขนาดนั้นได้อย่างไร เหลียงต้าเกออย่าปฏิเสธอีกเลย มิเช่นนั้นจะถือว่าเราเป็นคนอื่นคนไกลกันเสียแล้ว”
“น้องสะใภ้ สูตรอาหารเอาไปขายให้ร้านอาหารได้” ฉู่ซื่อเตือนหลินหวั่นชิว นางชอบปลากระรอกจานนี้เช่นกัน ก่อนหน้านี้ตอนที่หลินหวั่นชิวทำอาหารในห้องครัวก็เห็นแล้วว่าวิธีทำนั้นแตกต่างออกไปแต่ไม่กล้าจ้องกลัวจะลอกเอาทักษะพิเศษของผู้อื่นไป
หลินหวั่นชิว “ขายแค่สูตรสองสูตรก็ไม่มีทางรวย อีกอย่างในบ้านมีหย่วนเกอหาเงิน หาเงินได้เยอะกว่าการขายสูตรอาหารพี่สะใภ้อย่าปฏิเสธข้าเลยเจ้าค่ะ”
แม้นางจะไม่อยากนำสูตรไปขายให้ร้านอาหารแต่คำเตือนของฉู่ซื่อทำให้หลินหวั่นชิวเกิดความคิดหาเงินอีกช่องทาง
เจียงหงหย่วนพูดเช่นกันว่า “ก็แค่อาหารจานหนึ่งเท่านั้นเหลียงต้าเกอคิดว่าข้าเลี้ยงภรรยาไม่ได้หรือ?”
ฉู่ซื่อมองเหลียงหู่อย่างลำบากใจเหลียงหู่หัวเราะคำโต “เช่นนั้นคงต้องขอบคุณน้องสะใภ้มากแล้ว!”
ฉู่ซื่อถอนหายใจโล่งอก อันที่จริงนางก็อยากได้สามีนางชอบกินของอร่อย ถึงกับรับอนุภรรยาที่ทำอาหารเป็นโดยเฉพาะ
เรื่องนี้ทำให้นางกลัดกลุ้มมาก
“น้องสะใภ้พะโล้นี้อร่อยกว่าที่ซื้อกินข้างนอกมาก มีแผนว่าจะทำกระไรบ้างหรือไม่? อย่างเช่นเปิดร้านขายเนื้อพะโล้ หากน้องสะใภ้เปิดร้านขายข้าจะมาอุดหนุดทุกวันเป็นแน่”
ดื่มสุราหลายต่อหลายจอกอีกทั้งต่างฝ่ายต่างก็อยากผูกมิตรกัน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารจึงสนิทสนมขึ้นเรื่อยๆ
เหลียงหู่ไม่ได้มองตัวเองเป็นคนนอกถามหลินหวั่นชิวถึงแผนการที่นางมีต่อเนื้อพะโล้
หลินหวั่นชิวส่ายหน้า “เหลียงต้าเกอจะมองข้าดีเกินไปแล้วถ้าแค่ทำในครัวบ้านตัวเองคงพอได้อยู่ หากให้เปิดร้าน ข้าคงเหนื่อยขนาดนั้นไม่ไหวทั้งยังไม่เก่งพอที่จะดูแลด้วยเจ้าค่ะ”
เหลียงหู่พูดว่า “น้องชายหงหย่วน น้องสะใภ้ ข้ามีความคิดไม่รู้ว่าพวกเจ้าจะเห็นด้วยหรือไม่ หากไม่เห็นด้วยก็คิดเสียว่าข้าไม่ได้พูด”
เจียงหงหย่วนรินเหล้าให้เข้า “เชิญเหลียงต้าเกอพูดขอรับ”
เหลียงหู่พูดอย่างตื่นเต้น “หากไม่นำเนื้อพะโล้ของน้องสะใภ้ออกไปขายเป็นเงินคงน่าเสียดายเกินไปสูตรของพะโล้ไม่เหมือนปลากระรอก ขายแค่สูตรอย่างเดียวคงไม่เหมาะ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่พวกเราสองครอบครัวร่วมหุ้นกัน น้องสะใภ้มีหน้าที่แค่มอบสูตร ไม่ต้องสนใจสิ่งอื่นใดไม่ว่าจะคนหรือร้านค้าหรือเงิน ข้าเป็นคนออกหมด พวกเราแบ่งกำไรกันคนละครึ่ง?”
“ภรรยาจ๋า เจ้าคิดอย่างไร?” เนื้อพะโล้นี้เป็นฝีมือหลินหวั่นชิว เขาย่อมไม่อาจตัดสินใจแทนนางอยู่แล้ว
โอกาสทำเงินมาประเคนถึงหน้าบ้านทั้งทีหลินหวั่นชิวจะปล่อยไปได้อย่างไร “ได้เจ้าค่ะ แต่ข้าให้สูตรไม่ได้ เอาเช่นนี้ข้าจะเป็นคนทำน้ำพะโล้และสอนวิธีทำให้คนของเหลียงต้าเกอ”
ไม่ใช่ว่านางไม่อยากให้สูตรแต่เพราะเครื่องพะโล้นี้นางซื้อแบบสำเร็จรูปมาจากเสียนอวี๋
แน่นอนว่าหากจะทำธุรกิจนางต้องศึกษาค้นคว้าเช่นกัน ไว้ค้นคว้าเสร็จแล้วค่อยมอบสูตรให้
เหลียงหู่เข้าใจที่หลินหวั่นชิวแนะนำเช่นนั้นเพราะเนื้อพะโล้นี้อร่อยกว่าร้านข้างนอกมากจริงๆ สูตรย่อมต้องล้ำค่ามากเช่นกัน
เขาพรวดพราดเกินไป มาถึงก็ขอสูตรเลย
“ได้ ตกลงตามที่น้องสะใภ้ว่า”
“ถึงจะเป็นพี่น้องกันก็ต้องตกลงเรื่องเงินให้ชัดเจนพวกเรามาทำสัญญากันเถิด วันหน้าจะได้ไม่มีเรื่องใดมากระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวเราอีกอย่าง เนื่องจากข้าลงทุนแค่เครื่องพะโล้ เรื่องอื่นๆต้องให้เหลียงเกอเป็นคนดูแล คงไม่กล้าแบ่งกำไรคนละครึ่ง ข้าเอากำไรแค่สามส่วนเป็นพอหากเหลียงต้าเกอไม่เห็นด้วย เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ช่างมันเสียเถิด”
เหลียงหู่คิดไม่ถึงว่าหลินหวั่นชิวจะเอาหุ้นแค่สามส่วนชมในใจว่าสะใภ้น้อยคนนี้วิสัยทัศน์ไม่ตื้นเขิน ไม่ได้แค่เห็นเงินก็ตาลายมองนางสูงขึ้นเล็กน้อย