“เอ่อผม...”
ยุทธนาอึกอักก็จะให้บอกออกไปตามตรงได้อย่างไรว่าในวันนี้เขาไม่ใช่นายยุทธคนเก่าที่แสนดีนั้นอีกแล้วตอนนี้เขาติดอบายมุขแล้วทุกชนิดไม่ว่าจะเป็เหล้า บุหรี่ และที่สำคัญก็คือการพนัน
“นายยุทธพูดถึงธุระที่มาหาผมวันนี้ก่อนก็ได้นะครับ”
ธัชพงษ์กล่าวเมื่อเห็นท่าทีลำบากใจที่จะตอบของอีกฝ่าย
“ผมเอ่อ...ผมจะมาขอยืมเงินจากคุณธัชสักสองแสนครับ”
ยุทธนาตัดสินใจพูดออกไปตรงๆแล้วเขาก็ได้พบกับสายตาคมๆของชายหนุ่มที่มองจ้องมาจนเขาต้องหลบตาอย่างวัวสันหลังหวะ
ธัชพงษ์มองชายวัยกลางคนที่นั่งก้มหน้าอยู่นั้นแล้วภาพเก่าๆเกี่ยวกับชายผู้นี้สมัยเมื่อครั้งที่เขายังเป็เด็กชายตัวน้อยก็ผุดพรายเข้ามาในห้วงความคิดตอนนั้นที่บ้านของเขามีคนขับรถอยู่สองสามคน ซึ่งในตอนเช้าที่เขาจะต้องไปโรงเรียนนั้นอาจจะให้ใครเป็คนไป
ส่งเขาก็ได้เพราะนายยุทธติดภาระที่จะต้องไปส่งบิดาของเขาที่บริษัท แต่ในตอนเลิกเรียน
ต้องเป็นายยุทธคนเดียวเท่านั้นที่ไปรับเขาก่อนที่จะต้องวกกลับไปรับบิดาของเขาที่บริษัทอีกครั้งในตอนเย็นเหตุที่เขาติดนายยุทธเป็พิเศษก็เพราะเขารู้สึกว่านายยุทธเข้าใจเขาและอีกอย่างนายยุทธก็มักจะตามใจเวลาที่เขาอยากทำอะไรอย่างที่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำเวลาที่อยู่กับคนอื่นๆอย่างเช่นการจอดรถลงไปแวะซื้อไอศกรีมหรือลูกชิ้นปิ้งตามรถเข็นข้างทางและบ้างครั้งถ้าหากเขาใช้เงินค่าขนมรายวันที่คุณพ่อคุณแม่ให้มาหมดไปั้แ่ตอนอยู่ที่โรงเรียนแล้วนายยุทธคนขับรถคนนี้ก็จะนำเงินของตัวเองมาออกให้ก่อนโดยที่ไม่เคยทวงคืนด้วยซึ่งตอนนั้นเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ซื้อของกินเล่นไปตามประสาเด็กๆต่อเมื่อโตขึ้นเขาจึงคิดได้ว่าเงินเล็กๆน้อยๆที่เขาซื้อของกินเล่นนั้นบางที่มันอาจจะเป็เงินค่าอาหารหนึ่งหรือสองมื้อของคนขับรถคนนี้เลยก็ได้ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคนขับรถคนนี้อยู่ไม่น้อยเมื่อบิดาของเขาได้เสียชีวิตลงตอน
ที่เขาอายุได้สิบเจ็ดปีและเขาจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกาตามเจตนารมณ์เดิมของผู้เป็บิดามารดาของเขาซึ่งเป็โรคหัวใจอ่อนๆก็ได้เดินทางไปอยู่ด้วยนายยุทธก็เลยได้ลาออกจากการทำงานที่บ้านของเขาไปั้แ่บัดนั้นเอง
และเมื่อเขาเรียนจบปริญญาโทตามความตั้งใจแล้วกลับมาดูแลกิจการของบิดาที่ทิ้งไว้ให้คณะกรรมการของบริษัทดูแลเสียหลายปีสิ่งหนึ่งที่เขาทำั้แ่ตอนแรกๆที่มาถึงเมืองไทยก็คือการตามหานายยุทธคนนี้เขาอยากให้นายยุทธกลับมาทำงานกับเขาแต่ก็ดูเหมือนนายยุทธจะพยายามหลบเลี่ยงเขาอยู่เขารู้อยู่เหมือนกันว่าสาเหตุเป็เพราะนายยุทธนั้นริติดเหล้าติดการพนัน
“นายยุทธมีความจำเป็อะไรถึง้าใช้เงินจำนวนมากขนาดนั้นพอจะบอกผมได้ไหม”
ชายหนุ่มลองถามหยั่งเชิงทั้งๆที่ในใจนึกเดาได้อยู่แล้ว
“เอ่อผม...”
ยุทธนายังคงอึกอักและไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สนทนา
“นายยุทธติดหนี้การพนันอยู่ใช่ไหม”
ธัชพงษ์ถามออกไปตรงๆ
“คุณธัชพงษ์”
ยุทธนาอุทานออกมาอย่างใด้วยนึกไม่ถึงว่าลูกชายของอดีตเ้านายจะเดาได้ตรงเผงขนาดนั้นแต่ก็นั้นแหละสิ่งหนึ่งที่เขาต้องยอมรับนั้นก็คือลูกชายของอดีตเ้านายคนนี้เขาฉลาดเฉลียวมาั้แ่เด็กๆแล้ว
“ผมเดาไม่ผิดใช่ไหม”
ธัชพงษ์กล่าวขรึมๆก่อนหันกลับออกไปมองทางนอกหน้าต่างอีกครั้ง
ท่าทางที่นิ่งไปของเขาทำให้ยุทธนาเริ่มรู้สึกอึดอัดและกังวลใจเพราะเดาไม่ออก ไม่รู้ว่าเขาจะเอายังไงแน่ในขณะที่เส้นตายจากเสี่ยซ้งก็ใกล้เข้ามาทุกที
“ผมคงไม่ช่วยใครถ้าหากยังไม่ได้รู้ถึงความจำเป็นั้นอย่างแน่ชัด”
เสียงจากธัชพงษ์ดังขึ้นมาอีกซึ่งมันทำให้ยุทธนาจำต้องยอมรับกับเขาไปตรงๆอย่างไม่มีทางเลือก
“ครับคุณธัช”
คำตอบรับนั้นทำเอาธัชพงษ์ถึงกับถอนใจเฮือกออกมาซึ่งแม้เขาจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วแต่เมื่อได้รับฟังคำยืนยันจากปากของเ้าตัวอย่างตรงๆ มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นการที่เขาเห็นนายยุทธเป็เหมือนกับญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง มันจึงทำให้เขาไม่อยากเห็นนายยุทธยังจมปลักอยู่กับสิ่งที่ไม่ดีอย่างนั้นอีกต่อไปเขาต้องหาวิธีดึงนายยุทธออกมาจากสิ่งไม่ดีเ่าั้ให้ได้
“นายยุทธรู้หรือเปล่าฮะว่าการพนันมันเป็สิ่งที่ไม่ดี มันมีแต่จะทำให้เราสิ้นเนื้อประดาตัวไม่มีนักพนันคนไหนร่ำรวยขึ้นมาได้เพราะการพนัน”