' อาหลงใจร้าย!! '
เสียงตัดพ้อจากหญิงสาวร่างเล็กผู้สวมอาภรณ์สีส้มทำให้ชายหนุ่มอาภรณ์สีดำสนิทหันไปยังทิศทางของเสียงด้วยความใ มือใหญ่รีบสะบัดออกจากการเกาะกุมของสตรีผู้มีใบหน้างดงามราวกับนางเซียนบนสรวง์ที่พยายามฉุดรั้งร่างหนาเอาไว้อย่างแรงตามสัญชาตญาณ ก่อนจะวิ่งตามไปคว้าข้อมือเล็กของหญิงสาวตัวเล็กที่น้ำตานองหน้าเอาไว้แน่น
' ฟังข้าก่อนซินเอ๋อร์ เ้าอย่าเพิ่งเข้าใจข้าผิด '
‘ ปล่อย!! เสี่ยวซินไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ปล่อยนะ '
หญิงสาวสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่มอย่างแรงด้วยความเสียใจ แต่ชายหนุ่มกับดึงรั้งร่างเล็กเข้ามากอดไว้ไม่ยอมปล่อย
' อย่าไปซินเอ๋อร์ ฟังข้าก่อน '
‘ ปล่อยนะ!! อาหลงใจร้าย อาหลงจะทิ้งเสี่ยวซิน อาหลงไม่รักเสี่ยวซินแล้ว '
' ข้ารักเ้าซินเอ๋อร์ รักเ้ามากที่สุด ข้าไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งเ้า แต่ข้าไม่อยากให้เ้าต้องเจ็บตัวเพราะข้าอีกแล้ว '
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เ็ปไม่แพ้กัน วงแขนแกร่งกระชับกอดรัดร่างเล็กไว้แนบอกแน่นขึ้นตามแรงอารมณ์
' แต่เสี่ยวซินเต็มใจ '
' แต่ข้ากลัว!! ข้ากลัวว่าข้าอาจจะเผลอทำร้ายเ้า ข้าไม่อยากสูญเสียเ้าไปซินเอ๋อร์ หากไม่มีเ้าข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร ชีวิตอันแสนยาวนานนี้ของข้าจะเป็อย่างไร '
กล่าวจบร่างใหญ่ที่มั่นคงดั่งขุนเขาพลันทรุดเข่าลงกับพื้นก่อนจะอิงซบใบหน้าหล่อเหลากับร่างเล็กของหญิงสาวอย่างหมดแรง มือหนาทั้งสองข้างโอบกระชับเอวบางไว้แน่นอย่างรักใคร่หวงแหนโดยที่หญิงสาวเองก็โอบกอดรอบลำคอแกร่งแล้วซบใบหน้าเล็กแนบลงบนเรือนผมสีดำสนิทของชายหนุ่มเช่นกัน
' เสี่ยวซินไม่กลัว เสี่ยวซินรู้ว่าอาหลงไม่มีทางทำร้ายเสี่ยวซินแน่นอน '
' แต่ถ้าวันหนึ่งหากข้าควบคุมตัวเองไม่ได้ '
' เสี่ยวซินจะช่วยอาหลงเอง '
‘ ข้าไม่อยากให้เ้าต้องเจ็บตัวเพราะข้าอีกแล้ว '
' ไม่เลย เสี่ยวซินไม่เจ็บสักนิด ขอแค่อาหลงไม่เป็อะไร ขอแค่อาหลงยัง้าเสี่ยวซิน อยู่กับเสี่ยวซิน ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเสี่ยวซินก็ยอม '
' ข้ารักเ้ามากนะซินเอ๋อร์ ขอแค่มีเ้าอยู่ต่อให้ผิดต่อ์หรือต้องเป็ศัตรูกับหกภพภูมิข้าก็ไม่คิดเสียใจ '
แสงแดดยามเช้าส่องกระทบใบหน้ากลมป้อมของชิงลู่ลู่ทำให้เด็กสาวฝืนลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียก่อนจะขยับตัวลงจากเตียงนอนหลังเก่าภายในห้องนอนของตนเองอย่างเชื่องช้าเนื่องจากยังคงเจ็บาแบริเวณหัวไหล่อยู่ ซึ่งมันยิ่งตอกย้ำว่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคือเื่จริง
หยางเฮยหลงดื่มเืของนางจริงๆ
บางทีนางก็อดคิดไม่ได้ว่านางคงไม่ได้ย้อนเวลามาเพื่อเจอกับแวมไพร์ใช่หรือไม่? คิดไปก็ได้แต่กุมขมับไป ว่าแต่ความฝันเมื่อครู่มันคืออะไรกัน ทำไมนางถึงได้เห็นชายหญิงคู่นั้นอีกแล้ว หรือว่านางอาจจะเคยรู้จักกับพวกเขามาก่อน
ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวนัก
เมื่อคืนหลังจากที่นางได้สติขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่ามีร่างหนาหนักของ หยางเฮยหลงนอนก่ายเกยอยู่บนตัว กว่านางจะดันร่างใหญ่โตมโหฬารนั้นออกไปได้ก็เล่นเอาลำบากอยู่ไม่น้อย และทันทีที่หลุดออกมาได้นางก็รีบเผ่นหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิต โชคดีที่ไม่มีใครมาพบเห็นเข้าเพราะสภาพของนางตอนนั้นดูไม่จืดเอาเสียเลย
" ลู่เอ๋อร์เ้าอยู่ด้านในหรือไม่ "
เสียงร้องะโของอู๋ิยู่ดังอยู่หน้าห้องทำให้ชิงลู่ลู่นึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะถึงแม้ว่าหลายคนจะรู้ว่านางอยู่ที่เรือนตะวันตก แต่ก็ไม่เคยมีใครย่างกายเข้ามาภายในเรือนแห่งนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว อย่างมากก็ยืนรออยู่หน้าเรือนเท่านั้น
" อยู่เ้าค่ะ รอสักครู่นะเ้าคะ "
เด็กสาวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะรีบเดินตรงไปเปิดประตูห้อง เมื่ออู๋ิยู่เห็นเด็กสาวก้าวออกมาจากห้องนอนก็รีบพุ่งเข้ามาประชิดตัวทันที ทั้งยังจับร่างของนางหมุนซ้ายหมุนขวาเพื่อตรวจดูว่าได้รับาเ็ตรงไหนหรือไม่ เมื่อเห็นว่าปกติดีจึงผละออกมาอย่างโล่งอกแล้วค่อยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเป็กังวลอยู่
" เฮ้อ!! ข้าต้องขอโทษเ้าด้วยนะลู่เอ๋อร์ที่ทำให้เ้าต้องลำบาก ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าเมื่อวานท่านประมุขไม่ให้ผู้ใดเข้าพบ เ้าาเ็ตรงไหนหรือไม่ "
" ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ ข้าสบายดี "
เด็กสาวยิ้มปลอบชายชราที่มีสีหน้ากังวลและรู้สึกผิดทั้งที่ความจริงแล้วนางยังคงเจ็บาแที่หัวไหล่อยู่ไม่หาย และดูท่าว่ามันจะบวมช้ำมากขึ้นกว่าเมื่อคืนเสียด้วย
นางคงไม่กลายเป็แวมไพร์หรอกใช่หรือไม่
" ว่าแต่ทำไมวันนี้ท่านผู้เฒ่าถึงได้เข้ามาในเรือนได้เล่าเ้าคะ มีเื่อันใดหรือเปล่า "
" ก็นี่แหละที่ข้าจะบอก ท่านประมุขเรียกเ้าไปพบที่ตำหนักชิงหลง "
“ ตอนนี้เลยหรือเ้าคะ "
" ก็ใช่น่ะสิ เมื่อคืนเ้าคงไม่ได้ไปทำอะไรไว้ใช่หรือไม่ท่านประมุขถึงได้ออกคำสั่งเร่งด่วนเช่นนี้ "
" เอ่อ... ก็.. นิดหน่อยน่ะเ้าค่ะ "
เด็กสาวเอ่ยเสียงอ่อย นึกถึงเหตุการณ์ที่ตนเองทุ่มแจกันใส่หัวชายหนุ่มขึ้นมาได้ทันใด เดิมทีนางก็คิดไว้อยู่แล้วว่ายังไงเสียหยางเฮยหลงก็ต้องเรียกตนเข้าไปพบอย่างแน่นอน แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ นางยังไม่ทันได้คิดข้อแก้ต่างให้ตัวเองเลยด้วยซ้ำ
" นั่นปะไร!! "
อู๋ิยู่อุทานอย่างใก่อนจะร่ายยาวบ่นนางว่าชอบหาเื่ใส่ตัวทั้งที่ฐานะตอนนี้ก็ล่อแหลมอยู่แล้ว ยาวเลยไปถึงเื่นิสัยซุ่มซ่ามของนาง จากนั้นค่อยไต่ถามว่าเมื่อคืนเกิดเื่อะไรขึ้น จวบจนกระทั่งเดินมาถึงหน้าตำหนักชิงหลงจึงได้หยุดบ่นหยุดถามแล้วดุนหลังให้นางเข้าไปภายใน แต่ก็ยังไม่วายกล่าวสำทับอีกครั้งให้นางทำตัวดีๆ แล้วขออภัยหยางเฮยหลงเสีย
นางทำได้เพียงพยักหน้ารับปากไปด้วยรู้ดีว่าที่อู๋ิยู่บ่นว่ามานี้เพราะเป็ห่วงนาง
และเพราะเห็นว่าอู๋ิยู่เป็กังวลมากเช่นนี้ นางจึงได้แต่ปิดปากเงียบไม่ปริปากพูดถึงเื่เมื่อคืนเลยแม้แต่ครึ่งคำ เพราะหากให้อู๋ิยู่รู้ว่านางเอาเืหัวท่านประมุขออกมาเสียหลายลิตรคงได้เป็ลมล้มพับไปเลยเป็แน่
ทันทีที่ชิงลู่ลู่เดินมาถึงหน้าห้องพักของหยางเฮยหลง ฝูจี้ฮ่าวและเว่ยเฉิงกงที่ยืนรออยู่ด้านนอกก็เปิดประตูให้เด็กสาวเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอคำอนุญาตจากคนด้านใน
ชิงลู่ลู่กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก
หยางเฮยหลงที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วเมื่อเห็นชิงลู่ลู่เดินเข้ามาจึงวางเอกสารในมือลง ใบหน้าหล่อเหลาไร้หน้ากากปกปิดมองตรงมายังเด็กสาวอย่างไม่คลาดสายตาจนคนถูกมองรู้สึกร้อนๆหนาวๆราวกับจะจับไข้
ชิงลู่ลู่หยุดยืนอยู่ห่างจากหน้าประตูไม่ไกลนัก สายตากลมโตมองสบั์ตาสีแดงเืนกอย่างขอลุแก่โทษเมื่อเห็นว่าบนศีรษะของหยางเฮยหลงมีผ้าขาวสะอาดพันล้อมรอบเอาไว้
" ข้าขอโทษเ้าค่ะ "
เด็กสาวเอ่ยเสียงเบาหวิวอย่างสำนึกผิด หยางเฮยหลงขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่สบอารมณ์ในท่าทีหงอหงอยของคนตรงหน้าเสียงที่เอ่ยออกมาจึงสั้นห้วนลงกว่าปกติ
" เข้ามา "
หยางเฮยหลงขมวดคิ้วแน่นขึ้นอีกเมื่อเห็นว่าเด็กสาวก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียวไม่ขาดไม่เกิน
" ข้าบอกให้เ้าเข้ามา "
" ก็เข้ามาแล้วนี่อย่างไรเล่า " ชิงลู่ลู่แอบบ่นอุบอิบในใจแต่ดันเผลอเปล่งเสียงออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“ เข้ามายืนตรงหน้าข้า ตรงนี้!! "
หยางเฮยหลงชี้นิ้วลงบนโต๊ะที่นั่งอ่านเอกสารอยู่อย่างหงุดหงิดใจจนกระทั่งชิงลู่ลู่เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าจึงได้ยื่นข้อมือของตนออกมา บนข้อมือนั้นมีกำไลสีดำวงหนึ่งสวมอยู่และนางรู้สึกคุ้นตาคล้ายเคยเห็นที่ใดมาก่อน
ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่ากำไลสีดำวงนี้ลวดลายดูคุ้นตาอย่างยิ่ง
นั่นมันไม่ใช่กำไลที่นางสวมติดข้อมืออยู่หรอกหรือ
ชิงลู่ลู่เข้าไปคว้าข้อมือข้างนั้นของหยางเฮยหลงขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งแล้วยกกำไลที่ข้อมือตนเองขึ้นมาเทียบกันดู
์ เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน
“ ข้า้าคำอธิบายที่ดี ”
ชายหนุ่มกล่าวเสียงเนิบนาบปล่อยให้ชิงลู่ลู่จับข้อมือของตนไปโดยไม่ได้เอ่ยทักท้วงอะไร แต่เด็กสาวกับเป็ฝ่ายปล่อยมือออกเองคล้ายโดนของร้อนเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา
" ข้าขอโทษเ้าค่ะ ท่าน.. เอ่อ เจ็บมากหรือไม่เ้าคะ "
เมื่อเห็นใบหน้ากลมป้อมสลดลงหยางเฮยหลงคล้ายอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย คำถามนั้นควรเป็เขาที่ต้องถามนางมากกว่ามิใช่หรือ
ช่างเป็เด็กสาวที่โง่งมจนน่าขำ
ั้แ่ต้นที่นางถูกนำตัวมาเ้าเด็กซื่อบื้อผู้นี้คิดจริงๆหรือว่าตนเองไม่ได้ถูกจับตามองจากคนของตนจริงๆ ความวางใจในฐานะนักโทษของนางช่างเหนือกว่าที่เขาจิตนาการไว้มาก
หลังจากวันนั้นที่ชายหนุ่มสั่งให้นำตัวชิงลู่ลู่ไปกักบริเวณเอาไว้แล้ว เขาก็เฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวและคอยสังเกตพิรุธจากเด็กสาวมาโดยตลอด
ที่ให้ขังนางไว้ที่เรือนตะวันตกก็เพื่อความสะดวกในการเฝ้าสังเกตการณ์ ขอเพียงแค่มองลงไปจากหน้าต่างห้องพักในตำหนักชิงหลงแห่งนี้อาณาบริเวณทั้งหมดภายในเรือนตะวันตกก็จะปรากฏชัดในครรลองสายตาไม่ต้องหลบซ่อนโดยเฉพาะห้องนอนทรุดโทรมห้องนั้น
ในค่ำคืนแรกนางนั่งร้องไห้อยู่ตรงโถงรกร้างจนหลับไปซึ่งไม่ต่างไปจากที่เขาคาดการณ์เอาไว้ แต่พอรุ่งเช้านางกับลุกขึ้นมาทำความสะอาดเรือนอย่างกระตือรือร้นและไม่ร้องไห้คร่ำครวญอีกเลย
นางยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความยากลำบากและเงียบเหงาได้อย่างกลมกลืนยิ่ง ถ้าเปลี่ยนเป็เด็กสาวทั่วไปไม่ซึมเศร้าก็คงคลุ้มคลั่งไปนานแล้ว ดังนั้นแผนที่้าบีบให้นางสารภาพเพราะความยากลำบากจึงล่มไม่เป็ท่า
ชายหนุ่มคอยเฝ้าจับตาดูเด็กสาวจากทางหน้าต่างห้องพักเรื่อยมา
ไม่มีคำสั่งกักบริเวณ ไม่ลงทัณฑ์ ไม่ใส่ใจดูแล แม้แต่อาหารการกินเสื้อผ้าอาภรณ์ก็ไม่ได้จัดสรรให้ แต่นางก็ยังคงใช้ชีวิตได้เป็ปกติสุขดี
และดูท่าว่าจะมีความสุขมากกว่าตนที่เป็ประมุขพรรคเสียอีก
อย่างเช่นวันหนึ่งเขาเห็นนางนั่งขุดดินโปรยเมล็ดพันธุ์บางอย่างด้วยความกระตือรือร้น แต่อีกวันกับเห็นนางวิ่งเล่นและพูดคุยกับนกพิราบสื่อสารของตนอย่างออกรสออกชาติราวกับพูดคุยกันรู้เื่ก็ไม่ปาน ถัดมาอีกวันนางก็แอบออกไปเที่ยวเล่นกับคนงานที่โรงครัว
นับแต่นั้นการเฝ้ามองดูนางจึงกลายเป็กิจวัตรประจำวันอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาโดยที่ชายหนุ่มเองก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นความเคยชินนี้ จนบางครั้งเขาเกือบหลงลืมไปแล้วว่าต้องจับตาดูนางด้วยเหตุผลใด
" เื่นั้นเอาไว้ก่อน เ้าเอามันออกไปให้ข้า " หยางเฮยหลงยื่นข้อมือไปข้างหน้าอีกครั้ง
" ข้าถอดมันไม่ได้หรอกเ้าค่ะ "
ไม่ใช่ว่านางไม่อยากช่วย แต่นางเองก็จนปัญญาเหมือนกัน ขนาดตัวเองยังเอาไม่รอดแล้วจะไปช่วยคนอื่นได้อย่างไร แต่เมื่อเห็นสีหน้าของหยางเฮยหลงมืดครึ้มลงนางจึงรีบอธิบาย
" ข้าไม่ได้จะเล่นแง่กับท่านนะเ้าคะ แต่กำไลวงนี้เดิมทีก็ไม่ได้เป็ของข้า ข้าเก็บมันได้ก่อนที่จะโดนพาตัวมา ข้าเคยพยายามจะถอดมันออกแล้ว แต่ยิ่งพยายามจะถอดมันก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น ข้าหมดปัญญาแล้วจริงๆเ้าค่ะ "
หยางเฮยหลงมองใบหน้ากลมป้อมสลับกับกำไลที่ข้อมือตนเองอย่างพินิจ คงเป็จริงอย่างที่นางเอ่ย เพราะเขาเองก็เคยพยายามถอดมันออกหลังจากตื่นขึ้นมาเห็นมันเช่นกัน แต่ยิ่งพยายามถอดมันกับยิ่งรัดแน่น หากฝืนถอดอีกคงต้องตัดข้อมือทิ้งเท่านั้น
" เช่นนั้นเ้าต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะหาทางถอดมันออกไปได้ "
" ได้อย่างไรเ้าคะ ข้ายังต้องกลับบ้านของข้า อีกอย่างกำไลนี่ข้าก็ไม่ได้เป็คนสวมมันให้ท่าน เหตุใดข้าต้องรับผิดชอบเื่นี้ด้วยเล่า "
" แต่แผลนี้เ้าเป็คนทำมันขึ้นมา " ชายหนุ่มชี้ไปที่ผ้าพันแผลบนศีรษะของตนแล้วเอ่ยต่ออย่างใจเย็น
" เ้าจะรับผิดชอบอย่างไร "
หยางเฮยหลงยกมือขึ้นเท้าคางมองเด็กสาวที่กำลังคิดหนักด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ั์ตาสีแดงเืนกทอประกายวูบหนึ่งก่อนจางหายไป
" แต่ข้าทำไปเพื่อป้องกันตัว "
" แปลว่าเ้าจะไม่รับผิดชอบ หรือเ้า้าให้ผู้อื่นรับผิดชอบแทนข้าก็ไม่ขัดข้อง อืม... เป็บิดาของเ้าดีหรือไม่ " หยางเฮยหลงเอ่ยเสียงเย็น
ในระหว่างที่ชิงลู่ลู่ถูกคุมขัง ชายหนุ่มได้ส่งคนออกตามหาตัวของอี๋เหมยเหนียงพร้อมกับสืบประวัติของเด็กสาวมาอย่างละเอียดจึงรู้ว่าเด็กสาวอาศัยอยู่ที่ใด และอยู่กับใคร
" แล้วท่าน้าให้ข้ารับผิดชอบอย่างไร "
เพื่อตัดปัญหานางรีบตอบรับความ้าของหยางเฮยหลงทันทีเพราะนางไม่้าให้ครอบครัวของนางต้องมาเดือดร้อนกับเื่นี้ด้วย
" ก็อย่างที่บอกไป "
" เห็นทีคงต้องเป็นักโทษไปตลอดชีวิตเสียแล้วกระมัง " แม้เด็กสาวจะพึมพำกับตนเองแต่หยางเฮยหลงที่มีกำลังภายในลึกล้ำกับได้ยินอย่างชัดเจน
" ไม่ใช่นักโทษ แต่เป็สาวใช้ส่วนตัวของข้า "
" ??? "
ท่านอย่าพูดอะไรน่ากลัวเช่นนี้ได้หรือไม่
" ทำไม หรือเ้าอยากเป็นักโทษ "
" ไม่เ้าค่ะๆ "
" เ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงให้เ้าเป็สาวใช้ส่วนตัวของข้า " หยางเฮยหลงลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกมานั่งริมขอบโต๊ะทำให้ระยะห่างระหว่างชายหนุ่มกับชิงลู่ลู่ใกล้กันมากขึ้น
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวไม่ยอมปริปาก หยางเฮยหลงจึงคว้าต้นแขนของนางดึงรั้งเข้ามาใกล้ตัวด้วยแรงที่ไม่เบานักก่อนจะลงมือแหวกสาบเสื้อของนางออกโดยไม่บอกไม่กล่าว
ชิงลู่ลู่ไม่คิดว่าหยางเฮยหลงจะลงมือกะทันหันเช่นนี้ ด้วยความในางจึงรีบคว้าสาบเสื้อมาปกปิดเอาไว้ แต่ว่าชายหนุ่มกับใช้นิ้วหัวแม่มือของตนกดลงเบาๆที่รอยแผลบวมช้ำบริเวณหัวไหล่นวลเนียนของนาง ั์ตาสีแดงเืนกไหววูบเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยแผลนั้นก่อนจะกลับมาเป็ปกติอีกครั้งโดยที่ชิงลู่ลู่ไม่ทันได้สังเกต
" เพราะเ้าเห็นหน้าข้าแล้ว และเพราะ... เืของเ้า "
หยางเฮยหลงออกแรงตรึงร่างของชิงลู่ลู่ไว้แน่นจนเ้าตัวไม่อาจขยับเขยื้อนได้ดั่งใจก่อนจะก้มลงใช้ปลายลิ้นของตนลากไล้ลูบเลียที่าแบนหัวไหล่ของนาง ผ่านไปครึ่งเค่อชายหนุ่มจึงค่อยถอนเรียวลิ้นออกจากหัวไหล่บางที่ตอนนี้ไม่หลงเหลือร่องรอยาแที่เกิดจากรอยเขี้ยวเมื่อคืนอีกแล้ว
" นี่มัน!! "
หายแล้ว อาการเ็ปตลอด่เช้าของนางก็หายไปด้วย เป็ไปได้อย่างไร
เด็กสาวทั้งประหลาดใจทั้งตื่นตระหนก ััเปียกชื้นที่หัวไหล่เมื่อครู่ยังไม่จางหายไปจากความรู้สึกของนาง มันวูบวาบโหวงไหวอย่างประหลาด การเต้นของหัวใจก็สั่นระรัวไม่หยุด นางบอกไม่ถูกเช่นกันว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร แต่ไม่ใช่ความใคร่อย่างแน่นอน
" ข้า้าเืของเ้า "
" !! "
" ในทุกคืนเดือนดับ "
" ท่านกำลังล้อข้าเล่นหรือเ้าคะ "
" หนึ่งร้อยตำลึงทอง "
" !! "
" ทุกครั้งที่เ้าให้เืกับข้า เงินหนึ่งร้อยตำลึงทองจะถูกส่งไปที่หมู่บ้านของเ้า "
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)