วิชาบ่มเพาะ าต้นกำเนิด เขาได้ลองทำความเข้าใจเคล็ดบ่มเพาะนี้ดู มันทำให้เขาตกตลึง มันดูเหลื่อเชื่อมากเพราะวิชานี้มันจะทำให้ผู้ฝึกมีร่างกายัาและดูดซับพลังลมปราณให้เปลี่ยนเป็ลมปราณต้นกำเนิด ลมปราณต้นกำเนิดคือปราณหยินและปราณหยาง ทั้งสองปราณนี้คือขั้วตรงข้ามกัน การที่ผู้ฝึกหลอมรวมปราณหยินและปราณหยางเข้าไว้ด้วยกันนั้นมันเป็ไปไม่ได้เลย ถ้ามีคนพยายามหลอมรวมปราณทั้งสองนี้เข้าด้วยกันจะเกิดความแปรปวนของพลังงานทำให้คนผู้นั้นสูญเสียการควบคุมพลังปราณและร่างกายเกิดการะเิเป็ชิ้นๆ เคล็ดวิชานี้ทำให้ผู้ฝึกดูดซับได้ทั้งปราณได้พลังปราณจะเปลี่ยนเป็ปราณต้นกำเนิดทันทีหลังเขาสู่ร่างกาย เมื่ออ่านรายละเอียดของเคล็ดวิชารี้แล้วเหยียนจื่อถึงกับตกตะลึงมากกว่าเดิม เขากล่าวกับตัวเองในใจ
“เคล็ดบ่มเพาะนี้มันจะท้าทาย์เกินไปแล้ว”
เขาละความสนใจกับเคล็ดวิชานี้และเงยหน้ามองไปยังคัมภีร์ที่ลอยอยู่ จึงได้เห็นตัวอักษรที่อยู่บนคัมภีร์'เคล็ดกายาาศักศิทธิ์'เมื่ออ่านรายละเอียดที่เขียนไว้บนนั้นจึงได้รู้ว่ามีแต่คนที่มีกายาาศักศิทธิ์เท่านั้นที่สามารถฝึกฝนได้
“กายาาศักศิทธิ์หรอ ข้ามีกายาพิเศษหรอ”
เขาจะเก็บเื่นี้เป็ความลับสูงสุดกับตน เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาได้หลับตาลงตั้งสติไม่นานิญญาของเขาจึงได้ออกจากมิตินี้ เมื่อลืมตาขึ้นเวลานี้ก็ใกล้เช้าแล้ว
“ข้ารู้สึกเหมือนว่าตัวเองอยู่ในมิตินั้นนานมาก แต่ทำไมมันพึ่งผ่านไปแค่ผ่านไปแค่คืนเดียวเอง ช่างเหอะ เวลานี้เขารู้สึกตื่นเต้นเขาอยากฝึกฝนแล้ว”
เหยียนจื่อลุกขึ้นจากเตียงแล้วนั่งเข้าฌานทันที เขานำเม็ดยาสีขาวที่ปู่ของตนออกมาและกลืนมันลงไป พลังปราณจำนวนมากปะทุออกมาจากข้างในตัวทันที เขาเริ่มโคจรพลังตามเคล็ดวิชาทันที พลังปราณจำนวนมากได้ไหลไปยังเส้นลมปราณทั่วร่างกาย การดูดซับนี้ไหลลื่นไม่มีสิ่งกีดขวาง เขาโคจรพลังปราณตามเคล็ดวิชา ตันเถียนเริ่มก่อตัวขึ้น มันเป็มีวงกลมสีเงินเริ่มควบแน่น ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ บนหน้าฝากของเขามีเม็ดเหงื่อเม็ดใหญ่ได้ผุดออกมา ร่างกายของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อทำให้อาภรณ์ของเขาแนบชิดไปกับร่างกาย ทำให้เห็นร่างกายส่วนบนที่มีกล้ามเนื้อแสดงให้เห็นว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาฝึกอย่างเสมอเสมอ ตอนนี้สมาธิของเขาเพ่งเล็งไปที่การสร้างตันเถียนทั้งหมด ตันเถียนที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาเริ่มใหญ่ขึ้นๆๆ คนปกติทั่วไปจะมีตันเถียนเท่าเม็ดถั่ว ตอนนี้ตันเถียนของเขาใหญ่เท่ากับไขไก่
ปัง เสียงของการทะลวงระดับดังขึ้น พลังปราณมากมายกระจายออกมาจากตัว ไอปราณสีเงินวนเวียนอยู่รอบตัวเขา เหยียนจื่อลืมตาขึ้น เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าฝาก มีของเหลวสีดำไหลออกมาจากรูขุมขนเปิ้อนอาภรณ์ของเขา ส่งกลิ่นเหม็น เมื่อสำรวจร่างกายตนเองก็รู้ว่าได้เข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานระดับสามแล้ว การทะลวงขั้นรวดเดียวสามขั้นนี้นั้นเป็ไปได้ยาก ที่เขาสามารถทะลวงสามขั้นรวดเดียวได้นั้นเป็เพราะยาที่ปู่ของเขาให้มา
“ความรู้สีกนี้ ข้ารู้สึกได้ถึงพลังราวกับว่าข้าสามารถโค่นต้นไม้ใหญ่ได้ภายในหมัดเดียวเลย อ๊ะ เตียงข้าเลอะไปหมดเลย”
เหยียนจื่อลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปชำระร่างกายเอาสิ่งสกปรกออกเมื่อชำระร่างกายเสร็จเขาได้สวมอาภรณ์สีขาวสะอาดเดินออกห้องไปตามสาวรับใช้ให้มาทำความสะอาดห้องนอนของเขาที่เลอะไปด้วยสิ่งสกปรกที่เขาขับออกมาจากร่างกาย เขาจึงหันไปมองสาวรับใช้และถาม
“เห็นท่านปู่ไหม ว่าท่านอยู่ที่ใด”
“ผู้าุโท่านไปเข้าประชุมที่ห้องโถงประจำตระกูล เ้าค่ะ”
เมื่อสาวรับใช้ตอบคำถามของเขาเสร็จก็ไปทำหน้าที่ของนางต่อ เขาจึงออกไปเดินเล่นสูดอากาศข้างนอกรอให้ปู่ของเขากลับมา ขณะที่เดินอยู่นั้นมีเด็กหนุ่มสามคนเดินเข้ามา ท่าทางดูเหมืนคุณชายเ้าสำอาง คนหน้าสุดเขาชื่อเทียนิเขาอายุหกปี การบ่มเพาะของเขาอยู่ในขั้นสร้างรากฐานระดับสี่ ผมสีดำของเขายาวถึงกลางหลัง ถือพัดโปกไปมา เขาสวมอาภรณ์สีฟ้าคนทั้งสองที่เดินตามมาข้างหลังคือผู้ติดตามของเขา ทั้งสามเมื่อเห็นเหยียนจื่อจึงเดินเข้าไปหาพร้อมแสยะยิ้มอย่างมีเล่ห์ใน
“อ่าวนี่ไม่ใช่หลานชายของผู้อาวุสสูงสุดไม่ใช่หรอกหรือ ทำไมถึงมาเดินเล่นอยู่แถวนี้ได้หละ"
เป็ชายหนุมชื่อเทียนิที่เปิดปากพูดออกมา เหยียนจื่อเมื่อได้ยินเสียงนั้นจึงได้หันไปมองและเห็นเทียงิเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามของเขา เมื่อเห็นเช่นนั้นสายตาของเขาก็เปลี่ยนไป ในตอนที่เขาเข้ามาในตระกูลเทียนใหม่ๆเขาได้เดินเล่นในตระกูลเทียนและได้พบกับเด็กหนุ่มสามคนตรงหน้าเขา เขาโดนกลั่นแกล้งจนทำให้อับอายต่อหน้าคนมากมายในตละกูล
“ข้าจะมาเดินตอนที่ไหนก็เื่ของข้าเกี่ยวอะไรกับพวกเ้า”
“โห เดี๋ยวนนี้ปากเก่งขึ้นแล้วหรอ ไอ่คนนอก”
“ในตอนนั้นพวกเ้าก็แค่หมาหมู่เท่านั้นแหละที่ลุมข้า”
“เ้าพูดว่าอะไรนะ”
“ตอนนั้นพวกเ้าก็แค่หมาหมู่เท่านั้นแหละที่ลุมข้า”
เมื่อเทียนิได้ยินคำพูดของเหยียนจื่อ ใบหน้าของเขาจึงเปลี่ยนเป็แดงก่ำทันที เขายังเด็กจึงไม่มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ดีพอ ทำให้เป็เขาคนที่ใช้แต่อารมณ์ เขาชี้นิ้วไปยังเหยียนจื่อพร้อมสั่งคนติดตามของขา
“พวกเ้าไปสั่งสอนมัน ให้มันรู้ว่าเป็แค่คนนอกที่อาศัยอยู่ในตระกูลเทียน”
ข้างหลังของเทียนิ ทั้งสองคนได้วิ่งเข้าหาเหยียนจื่อ พวกเขาทั้งสองอยู๋ในขั้นสร้างรากฐานระดับสามเหมือนกับเหยียนจื่อ เมื่อเขาเห็นทั้งสองวิ่งเข้ามาจึงได้ตั้งท่าพร้อมสู่ทันทีชายคนแรกะโเข้ามาพร้อมง้างหมัดต่อยเข้าไปที่ท้องของเหยียนจื่อ เขาเปี่ยงตัวหลบจากนั้นเขาได้ใช้หมัดต่อยไปที่ท้องของผู้ชายคนที่เข้ามาก่อนทำให้เขากระเด็นไปไกลเเละร้องด้วยความเ็ป ชายคนที่สองเห็นช่องโหว่เข้าได้ง้างหมัดพร้อมต่อยไปที่หน้าของเหยียนจื่อ เขาเหลือบสายตาและเห็นอีกคนพุ่งเข้ามาเขาไม่ได้คิดจะหลับหมัดนี้ ก่อนที่หมันนั้นจะถึงหน้าเหยียนจื่อ เขายกมือขึ้นคว้าจับหมัดนั้นเมื่อชายคนที่สองโดนคว้าหมัดได้ก็ใ เขาทั้งสองที่อยู่ขั้นสร้างรากฐานระดับสามกลับทำอะไรเหยียนจื่อไม่ได้ เมื่อคว้าจับหมัดที่พึ่งพุ่งเข้ามาได้แล้วเขาได้สวนหมัดเข้าที่ท้้องของชายคนที่สองทันที ชายคนที่สองกระเด็นถอยหลังและล้มลงร้องด้วยความเ็ปทันที มีหรือที่พวกเขาจะเป็คู่มื่อของเหยีบยจื่อได้ เขามีกายพิเศษและปราณของเขาก็พิเศษมากเหมือนกัน นั้นจึงทำให้เขาสามารถสู้ข้ามระดับได้ถึงหกขั้นย่อยและความสามารถนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามความแข็งแกร่งของเขา เทียนิมองดูภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาขั้นสร้างรากฐานขระดับสามสองคนแพ้
“เ้าอยู่ขั้นสร้างรากฐานรับดับสามแล้ว ั้แ่เมื่อไหร่กัน”
เหยียนจืิ่อไม่ตอบ เทียนิจึงพุ่งเข้าหาเหยียนจื่อกันทีเขาอยู่ขั้นสร้างรากฐานระดับสี่มีหรือจะกลัว เผชิญหน้ากับผู้ที่เเข็งแกร่งกว่าตัวเองเขาไม่ได้กลัวเลยแม้แต่น้อย ผมสีเงินของเขากระพือเล็กน้อยตามแรงลม เขากำหมัดแน่นเมื่อหมัดของเทียนิมาถึงตรงหน้า เขาใช้แขนซ้ายปัดการโจมตีจากนั้นเขาจึงใช้หมัดขวาต่อยเข้าไปที่หน้าอก ด้วยพลังหมัดนี้ที่เขาไม่ได้ออมแรงไว้มันทำให้เทียนิกระเด็นไปเกินหกเมตร เขาคุกเข้าลงกุมหน้าอกมีเืไหลออกมาจากมุมปากเล็กน้อย เมื่อคนติดตามทั้งสองเห็นอย่างนั้นจึงได้ลุกขึ้นและวิ่งไปหาคุณชายของพวกมันและประคองเทียนิขึ้นมา
“เ้า แล้วเ้าจะได้เห็นดีกัน”
“ไป”
คนติดตามทั้งสองได้พาเทียนิจากไปทันที