ทั้งสี่คนวิ่งไปที่ศาลาวัด ตามที่ เ้ามั่นบอก พอไปถึงก็มีผู้คนมากันเต็มศาลา
อาอู่ รีบแหวกผู้คนไปหาหลวงปู่ใกล้ๆทันที เห็นข้างหน้ามีผู้ชายคนหนึ่งนอนเหยียดยาว มีชาย 4 คนจับแขนและขา เอาไว้
“ เ้าเป็ใคร ทำไมถึงได้สิงร่างเขา เ้า้าสิ่งใด” หลวงปู่ถาม
“ ฮิ ฮิ ฮิ เ้านี่มันไปลบหลู่ข้า มันต้องตายใครก็ช่วยมันไม่ได้หรอก” เสียงออกมาจากตัวคนที่นอนแต่ กลับเป็เสียงผู้หญิง?
“พี่เทพธิดาท่านเห็นไหมเขาเป็ใคร” อาอู่ใช้จิตถามพี่เทพธิดาที่อาศัยในตระกรุด
“ เป็นางตะเคียนตนหนึ่ง " เทพธิดาเอ่ยเบาเบา
“ เขาจะฆ่าคนจริงๆ หรือ”
“ คงไม่ แค่ขู่ให้กลัว ถ้าไม่ทำครั้งต่อไปคงมาถ่ายที่ศาลตะเคียนของนางแน่”เทพธิดาพูดเสร็จก็นึกแค้นแทนนางตะเคียน
“ อ้าว แล้วเขาไปทำอะไรกับนางตะเคียน” อาอู่สงสัย
“ มันไปฉี่ใส่ศาลนางตะเคียนน่ะซิ” พี่เทพธิดาโมโหแทน
“ โอ้ สมควรโดนจริงๆ “ อาอู่เห็นด้วย
“ ให้เขาไปขอขมาท่านเป็ยังไง ท่านพอใจหรือไม่” หลวงปู่ต่อรองให้
“ ไม่ได้มันต้องตาย วันนี้ท่านช่วยมันได้ วันต่อไปท่านจะช่วยมันได้อย่างไร” นางตะเคียนกล่าวด้วยความแค้น ขณะทีญาติๆ ที่ได้ยินต่างใกลัวกันไปหมด
“ พี่เทพธิดาถามเขาซิ เขาจะเอาอะไร หลวงปู่เหนื่อยแล้ว” อาอู่เห็นหลวงปู่เหนื่ยยเลยอยากช่วย
“ เ้าก็ถามเขาเองซิ จิตเ้าก็ถามเขาได้” พี่เทพธิดาบอกให้อาอู่พูดเอง
“ พี่สาวตะเคียนคนสวย หลวงปู่เหนื่อยแล้ว พี่สาว้าอะไรก็บอกเถอะ” อาอู่พูดไปตามที่รู้สึก
“ นี่เ้าหนูน้อย ข้าแค่อยากจะสั่งสอนมันให้รู้สำนึก อยากต่อรองอีกนิดเดียว” นางตะเคียนบอกกับอาอู่
“ งั้นให้เขาบวชให้ท่าน 7 วันเลยเอาไหม” อาอู่เสนอ
“ อืม ก็ได้ เ้าไปบอกหลวงปู่แล้วกัน” นางตะเคียนพูด
อาอู่ลองส่งกระแสจิตสื่อสารกับหลวงปู่ ว่านางตะเคียน้าอะไร หลวงปู่ใเล็กน้อย ที่อาอู่ ฝึกใช้กระแสจิตสื่อสารกับหลวงปู่ได้แล้ว
“ ข้าจะให้มันบวชขอขมาเ้า 7 วัน เ้าจะปล่อยเข้าได้ไหม อย่างได้มีเวรต่อกันเลย ฆ่าคนนั้นเป็บาป เ้าบำเพ็ญกุศลมาตั้งนานจะยอมทำบาปไปเพื่ออะไร” หลวงปู่สั่งสอนไปในตัว
“ ก็ได้ ให้มันทำอย่างหลวงปู่ว่าจริง ไม่งั้นข้าจะฆ่ามัน” แล้วเสียงนางตะเคียนก็หายไป คนที่นอนอยู่ก็มีสติขึ้นมาทันที แล้วยังถามว่า “ เกิดอะไรขึ้น”
แต่พอรู้เื่ราวแล้วก็ขอหลวงพ่อนอนที่วัดไม่ยอมกลับบ้านเลย หรือจะให้บวชวันนี้เลยก็ได้
“อาอู่ เ้าใช้กระแสจิตได้ั้แ่เมื่อไร” หลวงปู่ถาม
“ ได้ตั้งนานแล้วพี่เทพธิดาสอนให้” อาอู่บอกไป
“ ดีมาก แล้วข้าจะสอน เวทมนตร์เพิ่มให้เ้า” หลวงปู่เอ่ยด้วยความดีใจ
วันนี้ไม่มีการสอนอะไรแล้ว่บ่ายว่าง เ้ามั่นเลยชวนอาอู่ และสองพี่น้องเดช และแก้วฟ้า ไปเดินเที่ยวที่ตลาดที่มาขายของกันในวัดพนัญเชิงอาอู่เองไม่เคยมาเดินตลาดในวัดพนัญเชิงเลย พอมาครั้งแรกก็รู้สึกตื่นเต้น
เป็อย่างมาก ส่วนเดชกับแก้วฟ้าก็ไม่เคยมาดูเช่นกัน ต่างก็เห็นของกินน่ากินแต่ทั้งสามกลับไม่มีใครมีเบี้ย หรือ เงินจ่ายเลย เพราะไม่เคยใช้เงินกันมาก่อน
เลยเป็หน้าที่ของพี่มั่น ที่ต้องจ่ายไปก่อน ซึ่งเ้ามั่นก็มีไม่มากจ่ายวันนี้ไปก็หมดเหมือนกัน ในขณะนั้น มีลูกเ้านายเมืองเหนือเข้ามาเดินด้วย จึงมีการกันผู้คนออกไปจากทางเดิน รวมถึง อาอู่ เดช แก้วฟ้า และเ้ามั่นด้วย
“ นั้นเป็องค์ชายห้า แห่งเมืองสุโขทัย กับ องค์ชายสิงหล แห่งเมืองสองแควและ องค์ชาย เดโช แห่งเมือง ซากังราว พวกเ้าต้องระวังให้ดี 3 คนนี้มีทหารองค์รักษ์คอยดูแลใกล้ชิดตลอด และได้ข่าวมาว่าตอนนี้ 3เมืองนี้มารวมตัวกันในเกาะเมืองสยาม กลายเป็กลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้” พี่มั่นกล่าวให้เด็กทั้ง 3 ฟัง
อาอู่มองเด็กหนุ่มทั้ง สามคนที่อยู่ในวัน 14 ปี ดูแต่ละคนทำท่าวางกล้ามใหญ่โตซะเหลือเกิน แต่อาอู่ไม่สนใจ อย่ามายุ่งกับเขาก็แล้วกัน
เด็กทั้งสี่คนถือมะยมเชื่อมคนละไม้เดินไปดูดไป ชวนกันไปดูปลาหน้าวัดพนัญเชิงที่เขาร่ำลือว่าตัวใหญ่มาก แต่เดินไปไม่ทันไร องค์ชายทั้ง 3 ที่เดินกร่างออกมาขวางทาง เด็กทั้ง สี่ ท่าทางอยากมีเื่เต็มที...
อาอู่เห็น องค์ชายทั้ง 3 กับองค์รักษ์อีก 6 คนยืนขวาง เลยฝากมะยมเชื่อมไว้กับแก้วฟ้า แล้วเดินออกมาถามว่า
“ พี่ชายทำเช่นนี้เพื่ออะไร” อาอู่ถามตรงตรง
“ ข้าได้ข่าวว่าเ้ารุมทำร้ายองค์ชายสี่ และ องค์ชายอาฑิตย์ จากละโว้ จริงหรือไม่” องค์ชายห้า แห่งสุโขทัยถามคนแรก
“ ท่านอยากรู้มากนักหรือ” อาอู่เดินเข้าไปใกล้ แบบไม่กลัวซักนิด
ทหารองครักษ์ ยืนอยู่ห่างๆ หัวเราะกันใหญ่ เ้าหนูวัย 8 ปีตัวเล็กแค่นี้ กลับกล้าพูดใส่หน้าองค์ชายห้า วัย 14 ปี สงสัยวันนี้ต้องโดนองค์ชายห้าสั่งสอนแน่..
องค์ชายสิงหล จากสองแควกับองค์ชายเดโช จากซากังราว ต่างเดินเข้ามาจับแขนของอาอู่ เพื่อจะให้ องค์ชายห้าได้ตบ หรือ ต่อยหน้า เพื่อสั่งสอน ในขณะที่เด็กอีกสามคนต่างก็โกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่กำหมัดแน่น เ้ามั่นกำลังจะออกวิ่งไปแจ้งให้เ้าอาวาส แต่มีองครักษ์ ยืนขวางเอาไว้ อาอู่ไมได้กลัวเกรงใครผู้ใดทั้งสิ้นเพียงรอให้องค์ชายทั้งสามเข้ามาใกล้เท่านั้น
พอเข้ามาระยะที่้า อาอู่ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้าง กระแทกไปที่ปลายคางทั้งสององค์ชายที่จะมาจับแขนทั้งซ้าย และ ขวาของเขา พลั่ก! พลั่ก ! แล้วเข้าเตะที่หว่างขาขององค์ชายห้าแห่งเมืองสุโขทัย ปัก! ทั้งสามคนล้มไปกองกับพื้นในเวลาใกล้เคียงกัน ไม่มีเสียงร้องออกมาจากทั้ง 2 คนด้านข้าง เพราะตอนนี้หลับไปแล้ว ส่วนอีกคนองค์ชายห้า ตอนนี้กำลังหน้าเขียวร้องไม่ออก องครักษ์ใรีบเข้ามาประคององค์ชายทั้งสาม ยังไม่กล้าทำอะไรอาอู่ เพราะคนสั่งยังไม่พูดอะไร
แต่พอองค์ชายห้าพอจะพูดได้ ก็บอกว่าจัดการมัน ทหารองครักษ์ สามคนที่ยืนอยู่ก็พุ่งเข้าไปจับอาอู่ตามสั่งทันที เปรี้ยง! ปั๊ก! โป๊ก! มีไม้สีดำโผล่มาจากมืออาอู่ฟาดไปที่กลางหน้าผากองครักษ์ที่1 แล้วเหวี่ยงอีกทีไปโดนซอกคอขององครักษ์ที่ 2
และหันหลังกลับมาไปฟาดที่หัวขององครักษ์คนที่ 3 แล้วไม่หยุดแค่นี้ อาอูไล่ฟาดองครักษ์ที่ 4 ที่ลุกขึ้นที่ขา พลั่ก ! แล้วหมุนไปฟาด องครักษ์ที่ 5 ที่ประคององค์ชายเดโช และสุดท้ายฟาดไปที่หัวองครักษ์ที่ 6 ที่ประคององค์ชายห้าแห่งพิษณุโลก เปรี้ยง!
อาอู่ยังไม่หยุด ะโเข่าลอยเข้าที่ท้องขององค์ชายห้าแห่งเมืองพิษณุโลก ที่เพิ่งจะยืนขึ้นมาได้ พลั่ก! จุกครั้งแรกยังไม่ทันหาย ครั้งนี้โดนอีก คราวนี้ลงไปคุกเข่าหน้าเขียวหนักกว่าเก่าเข้าไปอีก อาอู่สะบัดมือ ไม้สีดำก็หายไป
เด็กทั้งสามคน พี่มั่น พี่เดช และแก้วฟ้า อ้าปากจะร้องแต่ไม่รู้จะร้องไปทำไม เลยได้แต่เอามือปิดปากตัวเองไว้ อาอู่เดินเข้าไปใกล้ องค์ชายห้า จากเมืองพิษณุโลก
“ ท่านคงรู้คำตอบแล้วซินะ ที่ท่านถามว่าจริงหรือเปล่าที่ข้ารุมทำร้ายองค์ชายทั้งสอง” อาอู่พูดเสียงแ่เบาแต่ได้ยินกันทั่ว
“ พวกเราไปกันเถอะ “ อาอู่บอกเสร็จแล้วไปหยิบมะยมเชื่อมที่ฝากไว้กับแก้วฟ้ามากินต่อ เด็กทั้งสามคนรีบเดินตามอาอู่ไปทันที
“ อาอู่ นี่เ้าจะไปอย่างนี้เลยหรือ ต้องไปบอกเ้าอาวาสหรือไม่” พี่มั่นถามอย่างเร็ว
“ นั่นซิ คนเจ็บตั้ง 9 คนเชียวนะ และเป็คนสำคัญทั้งนั้น” เดชเป็ห่วงเหมือนกัน
“ ใช่ พี่อู่ไปบอกหลวงปู่ก่อนดีกว่าไหม” แก้วฟ้าก็เป็ห่วง
“ ไม่ต้องหรอกป่านนี้หลวงปู่รู้แล้ว พวกเราไปดูปลากันก่อนเถอะ หากมีเื่หลวงปู่จะส่งคนมาเรียกเอง” เทียนส่งกระแสจิตบอกหลวงปู่แล้ว หลวงปู่บอกไม่มีอะไรหรอกทำอะไรก็ไปทำกันเถอะ
เื่ราวไม่จบแค่นี้อย่างแน่นอน องค์ชายทั้งสามแค้นอาอู่เป็อย่างมาก ตอนนี้เรียกหัวหน้าองครักษ์ทั้ง 3 เมืองมาปรึกษากัน ว่าจะทำการแก้แค้นเด็กคนนี้อย่างไรดี หัวหน้าองครักษ์เมือง พิษณุโลกกล่าวว่า
“ เื่นี้อาอู่ ทำเพียงคนเดียว แล้วพวกเราหลายคน เราจะไปฟ้องใครคงไม่ได้ถ้าจะสั่งสอนก็คงได้แต่แอบทำ และใช้กำลังคนมากก็ไม่ได้ ข้าจะส่งไอ้ทด นักมวยฝีมือดีไปช่วย 1 คน มันต่อยชนะมาทั่วแดนเหนือหาใครมีฝีมือเท่ามันไม่” หัวหน้าองครักษ์แนะนำ
“แต่ข้าว่าไม้สีดำนั่นหน้าจะมีผีสางนางไม้คอยช่วยมันอยู่ น่าจะส่งหมอผีไปกำราบไม้ผีสิงอันนี้ด้วย” องครักษ์ที่โดนฟาดมาแนะนำสุดท้ายแล้วองค์ชายเดโช ส่งนักมวยมาเพิ่มอีกคน ส่วนองค์ชายสิงหล ส่งหมอผีมาคอยปราบไม้ผีสิง
เช้าวันรุ่งขึ้นหลวงปู่เรียกอาอู่พบแต่เช้า ด้วยความเป็ห่วงเื่ที่ไปมีเื่กับ 3 องค์ชาย
“ อาอู่ เ้าต้องระวังตัวใน่นี้ด้วย เพราะพวก 3 เมืองนี้มันคงแค้นเ้าไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ หากมีเื่อะไรที่เ้าไม่ไหวส่งกระแสจิตมาบอกข้าได้ทันที” หลวงปู่เริ่มห่วง
“ หลวงปู่ถ้าเราจะจัดการกับผีโหงพรายนี่จะทำอย่างไรดีขอรับ” อาอู่ถามเพราะรู้ว่าวันนี้จะต้องเจอผีโหงพรายแน่
“ เ้าััถึงมันได้แล้วหรือ” หลวงปู่ถาม
“ พี่เทพธิดาบอกมา” อาอู่รีบบอกออกไป
“ ถ้าอย่างนั้นเ้ารอซักครู่ “ หลวงปู่ลุกไปหยิบผ้ายันต์มา 1 ผืน แล้วให้อาอู่ส่งมือซ้ายมา หลวงปู่ จับให้อาอู่แบมือซ้าย แล้วเอาผ้ายันต์8ทิศ มาวางไว้ แล้วหลวงปู่ก็เป่ามนต์ เข้าไป พรวด! ลายยันต์8ทิศ เข้าไปอยู่ที่มือซ้ายทันที ซักพักลายยันต์ก็หายไป
“ นี่คือยันต์8ทิศ เวลาเ้าเจอปีศาจเ้าใช้จิตส่งไปที่มือซ้ายของเ้ายันต์8ทิศจะปรากฏ แล้วเ้าก็ใช้ส่งจิตไปที่ภูติผีปีศาจตนนั้น แล้วส่งยันต์เข้าไป ยันต์จะเข้าไปกักขังผีตนนั้น หลังจากนั้นเ้าก็ใช้บทสวดคาถาพญายม ส่งมันไปให้พญายมตัดสินโทษมัน” หลวงปู่อธิบายรายละเอียด
“ เ้าโหงพรายตนนี้มันมาแล้วหลวงปู่” อาอู่แจ้งหลวงปู่ทันที
“ ไปจัดการมัน” หลวงปู่สั่งอาอู่ทันที