บทที่7 ครอบครัวใหม่
หยางตงหยางหัวเราะหึๆ ขึ้นมาในลำคอ สองมือหนาผละออกจากร่างบางก่อนจะยกมือขึ้นไขว้หลังราวกับ้าให้นางได้ตรึกตรองอย่างถ้วนถี่
“เ้าคิดว่าใครกันที่ได้รับประโยชน์จากเื่นี้...เป็ข้าเช่นนั้นหรือ”หยางตงหยางพยายามหว่านล้อมและตอกย้ำให้ฉู่อันหลานได้ฉุกคิดอีกครั้ง
ฉู่อันหลานกำหมัดแน่นแม้นางจะไม่อาจเชื่อหยางตงหยางได้อย่างสนิทใจแต่ทว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาก็ล้วนแล้วแต่มีความเป็ไปได้แทบทั้งสิ้นใช่แล้ว...หากจะนับประโยชน์จากเื่นี้ แม้หยางตงหยางจะมีแผนการก็ตามแต่ก็ถือว่าเสี่ยงมากจนแทบจะเรียกว่าเอาชีวิตตนเองเป็เดิมพันก็ได้แล้วมันคุ้มกันหรอกหรือ เช่นนั้นคนที่้าประสงค์ร้ายกับนางคนที่้าวางแผนทำลายนางจนย่อยยับคนผู้นั้นย่อยต้องเกี่ยวข้องกับเสวียนเฟยหลง...รัชทายาทแห่งแคว้นเว่ยเป็แน่
“คุณหนูฉู่...เ้าเป็คนฉลาด ข้าคงมิต้องอธิบายความมากนัก...เอาเป็ว่าเวลานี้เ้าพักผ่อนเสียก่อนเถิด...หากเ้า้ารู้ความจริงเอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะพาเ้าไปพิสูจน์ด้วยตนเอง”
หยางตงหยางตัดบทออกมาพร้อมกับเดินเข้าไปด้านหน้าของฉู่อันหลานสองมือหนายกขึ้นจับลำแขนบางทั้งสองข้างของนางเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆประคองหญิงสาวมายังเตียงนอน
ฉู่อันหลานที่กำลังตกอยู่ในความคิดอันสับสนนางเดินตามหยางตงหยางมานั่งที่เตียงอย่างว่าง่ายและเมื่อนางช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าก็ได้เห็นสายตาวาววับที่ทอดมองมายังตนเอง
“นี่ท่านคิดจะทำอะไร”ฉู่อันหลานตวาดแหวออกมาด้วยความระแวดระวัง
หยางตงหยางหัวเราะหึๆอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีดังกล่าวเขาเพียงยกมือขึ้นลูบไล้แก้มนวลอีกครั้งอย่างเบามือ “เ้าวางใจเถิด...คืนนี้ข้าจะไปนอนที่ตั่งด้านข้างนั้นเอง”
พูดจบหยางตงหยางก็เพียงเบี่ยงตัวแล้วหยิบหมอนขึ้นมาใบหนึ่ง ก่อนจะหันกายเดินไปยังตั่งขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านข้างจากนั้นจึงล้มตัวลงนอนราวกับไม่มีเื่อันใดเกิดขึ้นอีก
ฉู่อันหลานยังคงมองตามร่างหนาไปจนกระทั่งเขาหันกายนอนลงไปแล้วนางยังคงนั่งนิ่งอย่างใช้ความคิดหนักอีกครั้ง คำพูดของหยางตงหยางทำให้นางสับสน ทว่าท่าทีที่ไร้การคุกคามของเขาทำให้นางก็เริ่มคลายความหวาดระแวงที่มีในตัวเขาไปได้เช่นกัน
ฉู่อันหลานถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะขยับกายล้มตัวลงนอนเช่นกัน ค่ำคืนที่ยาวนานทำให้นางเองก็เริ่มอ่อนล้าไปมากเพียงไม่นานหญิงสาวก็หลับลงไปในที่สุด
แสงแดดยามสายทอดทอประกายผ่านเข้ามาภายในห้องฉู่อันหลานลืมตาขึ้นช้าๆ และเมื่อลุกขึ้นจากเตียง นางเหลียวซ้ายแลขวาก็ไม่พบร่างของหยางตงหยางเสียแล้ว
หลงจูก้าวเข้ามาภายในห้องพร้อมอ่างน้ำก็ยิ้มบางออกมาเมื่อนึกว่านายหญิงของตนกำลังมองหาท่านเขยอยู่ “ท่านเขยออกไปเดินเล่นด้านนอกสักพักแล้วเ้าค่ะ”
คำบอกกล่าวที่ราวกับหยอกเย้าทำให้ฉู่อันหลานถึงกับหน้าแดง“ข้ามิได้มองหาเขาเสียหน่อย”
หลงจูเพียงก้มหน้าแล้วอมยิ้มกับท่าทีเขินอายของนายหญิง“ข้าจะช่วยท่านผลัดผ้านะเ้าคะ”
ฉู่อันหลานถึงกับค้อนขวับใส่สาวใช้ที่ช่างเพ้อฝันตรงหน้าแต่นางไม่อยากต่อความอันใดอีกจึงเลือกที่จะนิ่งเฉยไปเสีย
หลังจากแต่งกายเป็ที่เรียบร้อยฉู่อันหลานก็ออกมาด้านนอก แล้วเดินตรงไปยังห้องโถงเมื่อนางก้าวเข้ามาด้านในก็พบฉู่ม่อเย่และฉู่อี้เหรินที่กำลังนั่งรอทานข้าวอยู่ก่อนแล้ว
“เ้าไปตามองค์ชายหยางมาทานข้าวด้วย”ฉู่อันหลานหันไปสั่งหลงจู ก่อนจะเดินมานั่งสมทบกับบิดาและมารดาของตน
ฉู่ม่อเย่และฉู่อี้เหรินมองบุตรสาวตรงหน้าอย่างพิจารณาแต่เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติอันใด พวกเขาก็ค่อยคลายความกังวลใจลงไป
“เ้าหลับสบายหรือไม่”ฉู่อี้เหรินเอ่ยปากออกมาก่อนด้วยความห่วงใย
ฉู่อันหลานมองหน้ามารดาก่อนจะยิ้มบางออกมา“ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าสบายดี”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งคู่ก็ฉายรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า“เช่นนั้นก็ดี...ดีแล้ว”
เพียงไม่นานหยางตงหยางก็ก้าวมาด้านในห้องโถงเขาโค้งกายคำนับฉู่ม่อเย่และฉู่อี้เหรินตามมารยาท “คารรวะใต้เท้าฉู่...คารวะฮูหยินฉู่”
ฉู่อี้เหรินรีบลุกขึ้นพร้อมกับไปประคองบุตรเขยของตนเองอย่างเกรงใจ “องค์ชายหยาง...เ้าเกรงใจเกินไปแล้ว ต่อไปเ้าก็เรียกข้าว่าท่านแม่เถิด...มา...มานั่งทานข้าวได้แล้ว”
หยางตงหยางชะงักค้างไปเมื่อััได้ถึงความอ่อนโยนและจริงใจจากผู้เป็แม่ยายท่าทีเช่นนี้เป็ความอุ่นใจอย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนจากใครในวังหลวง “ขอบคุณท่านแม่”
บนโต๊ะอาหารมีทั้งโจ๊กเป็ดตุ๋นเห็ดหอมผัดน้ำมันงา และเกี๊ยวต้มร้อนๆ ที่กลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วห้อง
“ทานเถิด” ฉู่ม่อเย่เอ่ยปากพร้อมกับคีบอาหารเข้าปากอย่างพอเป็พิธี เพื่อให้ทุกคนเริ่มลงมือทาน
หลงจูเข้ามารินน้ำชาให้กับนายท่านทุกคนอย่างนอบน้อมและคล่องแคล่ว
หยางตงหยางเผลอมองบรรยากาศรอบตัวอย่างเงียบๆขณะที่ทุกคนเริ่มลงมือทาน เขาเห็นฉู่ม่อเย่คีบเห็ดใส่ถ้วยของฉู่อี้เหรินอย่างเอาใจจากนั้นก็เลื่อนถ้วยโจ๊กไปให้ฉู่อันหลานโดยไม่พูดอะไร ท่าทางเอาใจใส่กันและกันของคนทั้งสามราวกับเื่ต่างๆช่างเป็เื่ปกติประจำวันทั่วไป
“องค์ชายหยาง...เ้าลองชิมเกี๊ยวนี้ดูสิฮูหยินของข้าทำเองกับมือ ข้าเองยังต้องขอเพิ่มทุกครั้งที่นางทำ” ฉู่ม่อเย่เอ่ยเชิญชวนหยางตงหยางเขากล่าวพลางหัวเราะพลางพร้อมกับมองหน้าฮูหยินของเขาอย่างรักใคร่
“หลานเอ๋อร์...ตักเกี๊ยวให้องค์ชายหยางเสียสิ”ฉู่อี้เหรินสะกิดเตือนบุตรสาว เมื่อเห็นท่าทางประหม่าเกร็งของหยางตงหยาง
“เ้าค่ะ” ฉู่อันหลานหน้างอรับคำแต่ก็ยังมีน้ำใจตักเกี๊ยวให้หยางตงหยางตามที่มารดาสั่ง “ท่านลองสิ”
หยางตงหยางชะงักเล็กน้อย เขายกมือรับถ้วยเกี๊ยวที่กำลังอุ่นได้ที่จากมือของฉู่อันหลานมือของทั้งสองัักันโดยบังเอิญทำเอาฉู่อันหลานถึงกับสะดุ้งก่อนจะชักมือกลับอย่างเสียมิได้
หยางตงหยางยกยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะคีบเกี๊ยวเข้าปากแต่โดยดีรสชาติที่กลมกล่อมทำให้แววตาของเขาอ่อนโยนลงไปอย่างไม่รู้ตัว
“เป็เช่นใดบ้าง” ฉู่อี้เหรินถามอย่างเอ็นดู
“...อร่อยมากขอรับ” หยางตงหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งนัก
“เช่นนั้น...ท่านก็ทานเยอะๆ เถิดท่านผอมแห้งแรงน้อยเช่นนี้ คนอื่นจะคิดเอาว่าคนสกุลฉู่นั้นแล้งน้ำใจ”ฉู่อันหลานอดที่จะแขวะกลับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างนึกหมั่นไส้เสียมิได้ท่าทีที่นอบน้อมอ่อนโยนต่อหน้าบิดามารดาของตนเองนั้นช่างน่าหมั่นไส้เกินบรรยายเสียจริง