“อืมมม...อาหญิงเล็กเหตุใดท่านมองข้าด้วยแววตาประหลาดพิกลเช่นนั้น?”เมื่อเีเ่รู้สึกว่าบรรยากาศกลับกลายเป็กระอักกระอ่วนชายหนุ่มกลั้นลมหายใจก่อนถามอย่างระมัดระวัง
หลังจากได้ยินเสียง ดวงตาอันงดงามของเซียวหลิงซีซึ่งปกคลุมไปด้วยความวุ่นวายสับสนพลันสั่นสะท้านเล็กน้อยนางเบนสายตาหนีอย่างรวดเร็วและก้มศีรษะลง พร้อมพูดเสียงแ่เบาว่า“เ้าไม่กลัวว่าภรรยาของเ้าเซี่ยชิงเยว่จะได้ยินคำพูดเหล่านี้หรอกหรือ?”
เีเ่แกล้งทำเป็มองสำรวจไปรอบๆก่อนจะพูดอย่างไร้เดียงสาว่า “ดูเหมือนจะไม่มีใครแถวนี้ ท่านกลัวอันใด? หรือถึงแม้นางจะได้ยินคำพูดพวกนั้นข้ายังไม่จำเป็ต้องกลัวอะไร ท่านไม่รู้ว่านางเองไม่ได้้าแต่งงานกับข้าจริงๆและข้าเองก็ไม่ได้้าแต่งงานกับนาง หากเปลี่ยนเป็อาหญิงเล็กละก็ ข้า...”
“ห้ามพูดนะ!...หยุดพูดได้แล้ว!”
เซียวหลิงซีพลันยื่นมือของนางออกพร้อมทั้งกดปิดลงบนริมฝีปากของเีเ่ปิดกั้นคำพูดคำต่อไปของชายหนุ่มอย่างแ่าหลังจากผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่งจึงค่อยปล่อยออกนางพิงตัวลงกับไหล่ของเีเ่อีกครั้ง พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบว่า “เีเ่แม้ว่าข้าจะอายุน้อยกว่าเ้าถึงหนึ่งปีหากแต่ข้ายังคงมีฐานะเป็อาหญิงของเ้าอย่างไม่ต้องสงสัยมีคำพูดบางคำเ้าสามารถพูดกับสตรีอื่น แต่เ้าไม่สามารถพูดต่อข้าได้...ตลอดชั่วชีวิตนี้...ล้วนไม่อาจพูดมันออกมาได้...ข้ารู้ว่าภายในใจของเ้าเ้าหมายความเช่นนั้นจริงๆ...ทว่า...เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว...”
เมื่อคำพูดผ่านมาถึงสองประโยคสุดท้ายสุ้มเสียงของเซียวหลิงซีแปรเปลี่ยนเป็แ่เบาอย่างยิ่งในเสียงพึมพำของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกขื่นขมและโศกเศร้าจนแทบบดขยี้จิตใจของผู้รับฟัง
จิตใจเีเ่สั่นสะท้านหวั่นไหวอย่างรุนแรงเขาไม่ได้พูดสิ่งใดต่อชายหนุ่มปิดตาลงรับฟังเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจเต้นของหญิงสาวข้างกายอย่างสงบเงียบ
“ตอนที่ข้ายังเด็กข้าทั้งผอมโซ ทั้งดำคล้ำ ซ้ำยังเตี้ยเล็กทุกคนล้วนเรียกข้าเป็ลูกเป็ดขี้เหร่และมักล้อเลียนข้า...รังแกข้า...” เซียวหลิงซีอิงแอบเข้ากับชายหนุ่มสุ้มเสียงคล้ายตกอยู่ในห้วงความฝันหลุดออกมาจากริมฝีปากนาง“มีเพียงเ้าที่มักมาเล่นกับข้าเสมอ หากข้าถูกพวกมันรังแกเีเ่จะต้องรีบเข้ามาช่วยข้าและขับไล่พวกมันไปทุกครั้งตัวของเ้ามักมีแต่รอยแผลและถลอกปอกเปิกตลอดเวลา...เ้ามักาเ็เพราะข้าเสมอั้แ่เมื่อก่อนจนข้าเปลี่ยนเป็เคยชินและเริ่มชมชอบความรู้สึกที่ถูกปกป้องโดยเีเ่ข้าเชื่อมาตลอดว่าเ้าจะสามารถปกป้องข้าเช่นนี้เรื่อยไป...”
คำพูดของเซียวหลิงซีเตือนให้เีเ่หวนรำลึกถึงเซียวหลิงซีตัวน้อยณ เวลานั้น นางทั้งผอมแห้ง ผิวคล้ำ และเตี้ยเล็กอย่างที่นางบรรยายจริงๆเรียกได้ว่าสมญานาม “ลูกเป็ดขี้เหร่” ไม่ผิดแม้แต่น้อยแต่เนื่องจากนางคืออาหญิงเล็กของเขา ในฐานะบุรุษ ทั้งยังอายุมากกว่านางถึงหนึ่งปีเีเ่ในวัยเด็กมักจะปกป้องนางอย่างสุดกำลังประหนึ่งว่านั่นเป็ภาระหน้าที่สำคัญยิ่ง...ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าหญิงสาวจะเติบโตมีรูปลักษณ์แตกต่างจากจากสมัยเด็กถึงเพียงนี้ลูกเป็ดขี้เหร่ได้กลายร่างมาเป็สาวงามในปัจจุบันใครจะรู้ว่ามีเด็กหนุ่มตระกูลเซียวมากน้อยเท่าใดล้วนต้องน้ำลายไหลย้อยขณะที่พวกมันคะนึงหาเซียวหลิงซี
“หลังจากนั้นเีเ่ถูกพบว่าเส้นชีพจรลมปราณไม่สมประกอบข้าเริ่มฝึกฝนวรยุทธ์อย่างหนักในทันที...เพราะนี่คือโอกาสของข้าที่จะปกป้องเีเ่ ณ ตอนนั้นข้าคิดว่าไม่ว่าจะเป็เีเ่ปกป้องข้าหรือข้าปกป้องเีเ่ล้วนไม่มีสิ่งใดแตกต่างไม่ว่าอย่างไรพวกเราล้วนสามารถอยู่ด้วยกันไปตลอด...กระทั่งข้าค่อยๆ เติบโตขึ้นและทำความเข้าใจว่าเีเ่ต้องตบแต่งภรรยา ข้าเองก็ต้องแต่งออกไปสักวันหนึ่ง เมื่อวันนั้นมาถึงเราสองคนคงไม่สามารถเป็ดังเช่นสมัยก่อนได้...นอกจากนี้ ในบรรดาสตรีทั้งหลายในโลกหล้าสตรีเพียงคนเดียวที่เีเ่ไม่อาจตบแต่งได้เพียรเป็ข้า...ในบรรดาบุรุษทั้งหลายแหล่ในโลกนี้บุรุษเพียงคนเดียวที่ข้าไม่อาจแต่งให้ได้พาลเป็เีเ่แต่เพียงผู้เดียว...”
เีเ่ “...”
“เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งข้าคิดว่าข้าสมควรทำใจยอมรับได้ทั้งหมดแล้ว วันนี้เีเ่ตบแต่งภรรยาข้าสมควรยินดี ทว่าั้แ่เช้าจรดเย็น ข้ารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งทิ่มแทงใจตลอดเวลาข้าเ็ปใจจนไม่อาจบรรยายได้ เมื่อข้าล้มตัวลงบนเตียง ไม่ว่าจะทำเช่นไรข้าล้วนไม่อาจข่มตาหลับลงได้...เีเ่เมื่อได้ฟังคำพูดที่เ้าพูดเมื่อครู่ ใจข้ารู้สึกยินดีทว่าขณะเดียวกันก็รู้สึกเศร้าเสียใจ...มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่?”
เีเ่รู้สึกว่างกลวงโหวงวูบในอกชายหนุ่มไม่ได้กล่าวโต้ตอบอันใด เขาเองไม่ทราบว่าตนเองควรพูดสิ่งใดเช่นกัน
ความรู้สึกถึงแรงดึงดูดอันแสนอันตรายระหว่างเขาและเซียวหลิงซีได้พัฒนามาเป็ระยะเวลายาวนานเมื่อทั้งสองล้วนตระหนักถึงความรู้สึกอันตรายเยี่ยงนี้ความรู้สึกอันต้องห้ามระหว่างกัน พวกเขายังคงใช้เวลาร่วมกันทั้งวันและคืนหากทว่าไม่เคยสนทนาเปิดอกอย่างจริงใจเกี่ยวกับความรู้สึกนี้ในใจของพวกเขาล้วนหลอกตัวเองว่ามันเป็เพียงความห่วงหาอาทรของครอบครัวเท่านั้น
ตัวตนของเีเ่คนก่อนหน้าที่จะได้รับความทรงจำของชาติที่แล้วในดินแดนเมฆครามนั้นมีบุคลิกที่ขลาดกลัวและดูถูกตนเองอยู่เสมอแม้ว่าจะต้องตาย เขาจะพยายามอย่างที่สุดในการหลีกเลี่ยงการพูดความรู้สึกนั้นออกมากระทั่งความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลเ่าั้ล้วนถูกกลบฝังจนมิดชิดส่วนเซียวหลิงซีเอง...ล้วนไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกของตนแม้แต่ครั้งเดียว
ทว่าเีเ่ในวันนี้ไม่ใช่เีเ่เมื่อวันวานชายหนุ่มกล้าพูดถ้อยคำต้องห้ามที่สามารถสั่นสะท้านจิตใจทุกผู้คนเ่าั้ออกไปกระตุ้นปฏิกิริยาของเซียวหลิงซีผู้อ่อนไหวภายใต้บรรยากาศยามค่ำคืนบนยอดภูในเขตหุบเขาหลังอันร้างไกลผู้คนนางจึงเปิดเผยความรู้สึกอันไม่อาจหักห้ามใจ และกล่าวคำพูดต้องห้ามเ่าั้ออกมา
หัวใจของเีเ่เต้นผิดจังหวะจมูกที่สูดลมหายใจเข้าอย่างยินดีได้กลิ่นกายหอมกรุ่นของหญิงสาวเขาเหยียดแขนข้างขวาออกไปและโอบกระชับร่างกายของเซียวหลิงซีเข้ามาเซียวหลิงซีร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อยทว่ามิได้ขัดขืนต่อต้าน นางพริ้มตาลงทิ้งร่างลงพักพิงอยู่กับอกของเซียวเช่อ
ร่างกายงดงามของหญิงสาวอ่อนนุ่มราวไร้กระดูกให้ความรู้สึกััหอมกรุ่นนุ่มนิ่ม และอบอุ่นดังหยกเนื้อดีิัเรียบลื่นนุ่มนวล แม้จะถูกกั้นด้วยเนื้อผ้าหลายชิ้นยังคงสามารถเขย่าจิติญญาผู้คน เีเ่ไม่กล้าโอบรัดนางแรงเกินไปด้วยเกรงว่าจะสร้างความเ็ป หรืออาจสร้างความตื่นตระหนกแก่หญิงสาว อย่างไรก็ตามเขาพลันรู้สึกได้ถึงััของแขนเรียวงามทั้งสองข้างที่ค่อยๆโอบรอบแผ่นหลังของตนอย่างแ่เบา รัดรึงตัวเขาให้เข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆไม่ทราบมีกลิ่นหอมจางๆรวยรินจากที่ใดโชยพัดเข้าสู่รูจมูกของเขาและแทรกซึมลึกลงไปถึงจิตใจ
ความเต็มอกเต็มใจของเซียวหลิงซีเจือจางความลังเลไม่แน่ใจของเีเ่ออกไปเขายืดเหยียดแขนข้างซ้ายเพื่อโอบรัดไปที่สะโพกของหญิงสาวทว่าจิตใจของเขาพลันรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง เมื่อเซียวหลิงซีบิดตัวโดยบังเอิญแขนของเีเ่ที่วางลงไปพลันรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของก้อนเนื้ออันแสนอบอุ่นนุ่มนิ่มถ่ายทอดมายังฝ่ามือของชายหนุ่ม
“อ๊า...”
ริมฝีปากของเซียวหลิงซีเปล่งเสียงออกมาเีเ่จิตใจสับสนยุ่งเหยิง ชายหนุ่ม้ายกมือออกทว่า่แขนอันงดงามอ่อนนุ่มของเซียวหลิงซีพลันวางทาบลงบนฝ่ามือที่เกาะกุมส่วนนั้นของนางเีเ่คาดว่านางจะปัดมือที่ซุกซนโดยไม่ตั้งใจของเขา...หากมืองามประดุจหยกของนางกลับยึดเกาะลงบนฝ่ามือของเขาทั้งอย่างนั้นไม่ปัดป้อง หากก็ไม่อนุญาตให้ฝ่ามือข้างนั้นเคลื่อนไหวไปทางอื่นเีเ่รู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงเสียงหัวใจเต้นอย่างรุนแรงของเซียวหลิงซีผ่านััทางฝ่ามือ
เสียงหอบหายใจของเซียวหลิงซีทั้งกระชั้นถี่ทั้งหนักหน่วงใบหน้าจรดลำคอล้วนแดงก่ำเนื่องจากเืลมสูบฉีดนางหลับตาลงแแ่พร้อมทั้งซุกหน้าลงบนอกของเีเ่ นิ่งแข็งเงียบงันคล้ายความพยายามอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ว่านางกำลังหลับใหลอยู่ในความฝัน
เีเ่ปิดตาลงและชะงักนิ่งไปเช่นกันทั้งสองโอบประคองกันและกันอยู่เช่นนั้นอย่างสงบเงียบ ชั่วขณะนั้นทั้งสองล้วนไม่้ากล่าวสิ่งใด...เพราะนั่นอาจทำลายความฝันอันแสนงดงามใน่เวลานี้ลงไป
.........
วิกาลยาวนานลึกล้ำเมื่อเซี่ยชิงเยว่พบเห็นทั้งสอง พวกเขายังคงอยู่ในท่าเดิมทว่ากำลังหลับใหลอยู่ในห้วงความฝันอันลึกซึ้ง
เซี่ยชิงเยว่ออกมาตามหาเีเ่นางเพียงคาดคำนวณว่าชายหนุ่มออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามค่ำคืน ขณะที่เีเ่นั้น“ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์” นางได้ลุกขึ้นจากเตียงและปูผ้าห่มไว้ที่มุมห้องเตรียมไว้ให้ชายหนุ่มเพื่อให้เขาสามารถนอนหลับได้อย่างสบายตัวเมื่อเขากลับเข้าไปทว่าหลังจากนางรอคอยเป็เวลานาน เีเ่ยังคงไม่กลับไปที่ห้อง
กลับกันจากทิศทางของเสียงที่ได้ยินก่อนหน้า คล้ายกับว่าชายหนุ่มได้ปีนข้ามกำแพงตึกตระกูลเซียวเข้าสู่เขตูเาหลัง
ด้วยพลังยุทธ์อันน้อยนิดเพียงขั้นแรกของขอบเขตลมปราณแรกเริ่มชายหนุ่มกลับมุ่งสู่เขตูเาหลังเป็ระยะเวลานานโดยไม่มีวี่แววท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด...ท้ายที่สุดเซี่ยชิงเยว่ไม่สามารถอดรนทนรอได้ นางออกมาเพื่อตามหาเีเ่ แน่นอนว่าเมื่อนางได้พบเห็นฉากนี้ด้วยตาของตนเองล้วนส่งผลให้นางต้องเหม่อมองอย่างสับสนโง่งม
วันนี้คือวันแรกของเีเ่และนางในฐานะสามีภรรยาเมื่อชายหนุ่มเดินทางไปรับนาง ระหว่างทางกลับมาบ้านตระกูลเซียวชายหนุ่มแสดงออกอย่างเงียบๆ ถึงความภาคภูมิทระนง ภายในห้องโถงพิธีเขาข่มกลั้นอารมณ์ความโกรธแค้นทั้งมวล ในห้องหอแม้ชายหนุ่มจะพูดจาล่วงเกินและปากพล่อยไปบ้างสีหน้าท่าทางและแววตาของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้งระหว่างความสับสนไม่แน่ใจความไม่ยินยอมพร้อมใจ และความท้อแท้สิ้นหวัง ทั้งยังเต็มไปด้วยความอ้างว้างโดดเดี่ยวที่นางเองก็ไม่อาจเข้าใจได้
ทว่า ณ ขณะนี้เีเ่ผู้ซึ่งแอบอิงอยู่กับเซียวหลิงซีกำลังหลับใหลอย่างมั่นคงไม่หวั่นไหวมุมปากของชายหนุ่มหยักยิ้มเล็กน้อย เปิดเผยชัดเจนถึงรอยยิ้มอันอบอุ่นประสาทััทั้งห้าล้วนผ่อนคลาย สีหน้าท่าทางปล่อยตัวตามสบายเรียบนิ่งและสงบสุขประดุจดังทารกหลับใหลในอ้อมอกของมารดา
ทันใดนั้นเองความรู้สึกอึดอัดใจอย่างหนึ่งพลันท่วมท้นขึ้นในใจของเซี่ยชิงเยว่...แน่นอนนี่ไม่ได้หมายความว่านางมีความรู้สึกบางอย่างให้แก่เีเ่ ทว่านางและเีเ่ขณะนี้เป็คู่สามีภรรยากันนางยึดถือมาตลอดว่าการแต่งงานนี้เป็เพียงพิธีการเท่านั้นเชื่อมั่นว่าฐานะสามีภรรยาอันใดล้วนเป็เพียงคำเรียกขานและยังมั่นใจว่าไม่มีสิ่งใดที่สามารถสร้างความหวั่นไหวในใจของนางได้ อย่างไรก็ตามในบางครั้ง หัวใจของท่านมิได้เชื่อฟังคำสั่งท่านเสมอไป นี่เป็ความจริงอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับสตรีหากพวกนางมิได้ไร้หัวใจอย่างแท้จริงแล้วพวกนางล้วนมีอารมณ์ความรู้สึกอันอ่อนแอหวั่นไหวได้อย่างง่ายดาย
ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้นางและเีเ่กราบไหว้ฟ้าดินเป็สามีภรรยา แม้ว่าในความคิดคำนึงของนางเองนางไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อยในความสัมพันธ์นี้หากทว่าความจริงที่เีเ่เป็สามียังคงประทับลงในจิตใต้สำนึกของนางอย่างเด่นชัดและในเมื่อเขาคือสามี เขาสมควรเป็ของนางแต่เพียงผู้เดียว กลับกันในคืนแรกของการแต่งงานเีเ่กลับซบพิงอิงแอบกับสตรีอื่นกระทั่งหลับใหลไปด้วยกัน ด้วยสีหน้าท่าทางที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นอิ่มใจบนใบหน้า...จิตใต้สำนึกของนางจึงก่อเกิดซึ่งปฏิกิริยาอันไม่คุ้นเคยเช่นนี้ตามธรรมชาติ
แม้ว่าสตรีนางนี้จะเป็อาหญิงเล็กของเขาก็ตามที
ความรู้สึกอันน่าอึดอัดใจนี่ส่งผลให้จิตใจที่ปกติราบเรียบเยือกเย็นประดุจจิตเซียนของนางพลันรู้สึกเจ็บแปลบเล็กน้อยความรู้สึกรบกวนจิตใจนี้กระตุ้นเตือนนางให้ถอนตัวจากภวังค์และชักนำจิตสมาธิจดจ่อไปที่สภาพจิตใจของตนเองหลังจากผ่านไปชั่วเวลาหนึ่ง ความรู้สึกประดุจหนามเล็กทิ่มแทงใจค่อยเลือนหายไปจิตใจของนางกลับสู่ความใสกระจ่างอีกครั้ง
นางไม่ได้รบกวนเีเ่และเซียวหลิงซีเซี่ยชิงเยว่เดินจากไปด้วยฝีเท้าที่แ่เบา
ผ่านไปสักพักใหญ่เซี่ยชิงเยว่ค่อยเดินกลับมาอย่างไม่เร่งรีบ นางโอบอุ้มผ้าห่มสีแดงเข้มในอ้อมแขนหญิงสาวค่อยๆ คลี่คลุมผ้าห่มผืนนั้นลงบนตัวของเีเ่กับเซียวหลิงซีและเดินจากไปโดยปราศจากสุ้มเสียงใด
………
เีเ่รู้สึกตัวตื่นขึ้นเมื่อเวลาเช้าตรู่เซียวหลิงซียังคงหลับใหลแอบอิงไปกับอ้อมอกของเขาพร้อมเสียงกรนน้อยๆท่วงท่าหลับใหลของนางอ่อนหวานน่ารัก...หากท่านมองข้ามคราบน้ำลายดวงใหญ่บนบ่าของท่านไป
เมื่อเมฆหมอกแห่งความง่วงงุนในจิตใจของเขาค่อยสลายไปทีละเล็กทีละน้อย ฉากเหตุการณ์เมื่อคืนหวนกลับมาในหัวของเีเ่แม้ว่าบ่าของเีเ่จะด้านชาและเมื่อยขบหลังจากผ่านไปทั้งคืนชายหนุ่มยังคงไม่กล้ารบกวนการนอนอันแสนสงบสุขของเซียวหลิงซีแม้แต่น้อย ทันใดนั้นชายหนุ่มพลันได้สังเกตถึงผ้าห่มผืนสีแดงเข้มที่คลุมกายของตนอยู่
“นี่มัน...ซวยแล้ว!”
เขายกมือขึ้นจับปลายผ้าห่มสุ้มเสียงครางต่ำแ่เบาอันไม่อาจควบคุมพลันดังออกมาจากปากเซียวหลิงซี
...ผ้าห่มผืนนี้เป็ผืนเดียวกันกับที่ถูกเตรียมไว้เมื่อคืนวานผืนที่ถูกปูลาดลงบนเตียงคู่บ่าวสาวเมื่อวานนี้
เีเ่จับจ้องไปยังทิศทางที่ตั้งของเขตตึกพักอาศัยของตนเองภายในใจคร่ำครวญอย่างหวนโหย...ในคืนแต่งงานเขาไม่เพียงแต่ไม่อยู่ในหอห้องของตนเองหากทว่ายังออกมานอนยังภายนอกกับสตรีอีกนางหนึ่งตลอดทั้งคืนทั้งเ้าสาวแรกวิวาห์ของเขา ยังเป็คนนำส่งผ้าห่มมาให้ด้วยตนเองอีกด้วย!
นี่คือสถานการณ์อันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงอย่างแท้จริง!
....................................................