บทที่ 2-2 จากสวยและรวยมาก
หวังิเยว่ตื่นขึ้นใน่เช้าตรู่ของวันถัดมานางนั่งรอผู้เป็บิดาและพี่ชายทั้งสองคนอยู่ที่ห้องโถง ทันทีที่เห็นใบหน้าของหวังหลินข่ายนางรีบเอ่ยกับเขาว่า
“ท่านพ่อเ้าคะ ลูกขอเข้าป่าด้วยเ้าค่ะ”
“เยว่เอ๋อร์ ลูกจะเข้าไปทำไม ที่นั่นอันตรายและพ่อกลัวว่าเ้าจะล้มป่วยลงอีก” หวังหลินข่ายไม่อยากให้บุตรสาวเข้าป่าไปกับพวกตน
“ลูกแข็งแรงขึ้นมากแล้วเ้าค่ะ ข้าอยากไปข้างนอกบ้าง อยู่แต่ในบ้านข้าเบื่อเ้าค่ะท่านพ่อ”หวังิเยว่มองบิดาด้วยสายตาอ้อนวอน
‘ข้าจะได้ไปหาเงินเ้าค่ะท่านพ่อ’ ิเยว่คิดในใจ
“ให้น้องสามไปกับพวกเราเถอะขอรับท่านพ่อข้ากับน้องรองจะช่วยดูแลเยว่เอ๋อร์เอง พวกเราจะเก็บของป่าอยู่รอบนอก ไม่ขึ้นเขาเข้าไปในป่าลึกขอรับ”หวังหนิงเฉิงกล่าวกับบิดา
“ใช่ขอรับท่านพ่อ ข้าจะช่วยดูน้องสามด้วยขอรับ” หวังหนิงเทียนเอ่ยสนับสนุนพี่ใหญ่ทันทีเพราะรักและสงสารหวังิเยว่ที่มิค่อยได้ออกไปข้างนอกบ้าน
“ถ้าลูกเหนื่อยลูกจะนั่งพัก จะไม่หักโหมทำให้ตัวเองป่วยเด็ดขาดเ้าค่ะ”หวังิเยว่ใช้สายตาและน้ำเสียงออดอ้อนผู้เป็บิดา
“ก็ได้ พวกเ้าไปเตรียมตัว ประเดี๋ยวพวกเราจะเข้าป่ากัน”หวังหลินข่ายตอบตกลง
“ท่านพ่อใจดีที่สุดเลย เยว่เอ๋อร์รักท่านพ่อ” หวังิเยว่เดินเข้าไปกอดบิดา
“เ้ารักแต่ท่านพ่อรึ” หวังหนิงเฉิงและหวังหนิงเทียนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
หวังิเยว่ปล่อยมือจากท่านพ่อแล้วรีบเดินเข้าไปหาพี่ชายทั้งสองคน ใช้มือทั้งสองข้างของตนจับไปที่ฝ่ามือของพี่ใหญ่และพี่รองพร้อมกับกล่าวว่า
“ข้ารักทั้งท่านพ่อ พี่ใหญ่ และพี่รองเ้าค่ะ” หวังิเยว่ส่งยิ้มให้ทั้งสามคนแล้วกล่าวต่อว่า
“พวกเรารีบไปเตรียมของกันเถิดเ้าค่ะ พี่ใหญ่ พี่รอง” หวังิเยว่จูงมือพี่ชายทั้งสองคนไปเตรียมของเพื่อเดินเข้าป่าในวันนี้
สี่คนพ่อลูกเดินทางเข้าป่าด้วยความสุขใจ โดยหวังหลินข่ายได้แยกตัวจากบุตรชายและบุตรสาวเดินขึ้นเขาเข้าไปในป่าลึกระหว่างทางหวังิเยว่เห็นเห็ดดอกโต ๆ ขึ้นอยู่มากมาย จึงรีบเดินเข้าไปเก็บ หวังหนิงเฉิงเห็นเช่นนั้นเลยรีบร้องห้ามออกมา
“น้องสามระวัง เคยมีคนเก็บเห็ดที่มิรู้จักไปกินแล้วตายเห็ดชนิดนี้พวกเรามิเคยกิน”
‘ก็เพราะพวกท่านไม่รู้เองว่า เห็ดชนิดไหนกินได้รึกินไม่ได้แต่ข้ารู้ เพราะข้าฉลาด อิอิ’
“พี่ใหญ่เ้าคะ ข้าเคยฝันเห็นว่ามีคนกินเห็ดชนิดนี้ได้เ้าค่ะ”
“เหลวไหล มันเป็เพียงแค่ความฝัน”หวังหนิงเฉิงเอ่ยตำหนิน้องสาว
“พี่ใหญ่ หลังจากที่ข้าหายป่วยครานั้น ข้าฝันเห็นเื่ราวมากมายข้าฝันเห็นคนกินเห็ดชนิดนี้จริง ๆ เ้าค่ะ” หวังิเยว่เอ่ยยืนยัน
หวังหนิงเฉิงมองหน้าหวังิเยว่ด้วยความสับสนและคับข้องใจแต่ก็ร้องตอบออกไปว่า
“ก็ได้ พี่จะลองเชื่อเ้าดู แต่เ้าต้องลองเอาเห็ดมาวางไว้แล้วรอให้พวกสัตว์มากินก่อน”
“ได้เ้าค่ะพี่ใหญ่” หวังิเยว่ตอบรับ
เมื่อหวังหนิงเฉิงเห็นสัตว์มากินเห็ดที่น้องสาวนำมาวางล่อไว้จึงอนุญาตให้หวังิเยว่เก็บเห็ดได้ จากนั้นหวังหนิงเฉิงและหวังหนิงเทียนได้ช่วยน้องสาวเก็บเห็ดจนเต็มตะกร้าผ่านไปสักพักบิดาเดินกลับมาหาพวกนางพร้อมกับไก่ป่าสองตัวและกระต่ายสามตัว หวังหลินข่ายมองดูเห็ดในตะกร้าแต่มิได้ว่ากล่าวสิ่งใดทั้งสี่คนจึงเดินกลับบ้านพร้อมกับสิ่งของเต็มมือ เมื่อกลับถึงบ้านหวังิเยว่ได้เห็นว่าท่านแม่ออกมายื่นรอพวกนางที่หน้าบ้าน
“เหตุใดพวกเ้าจึงเก็บเห็ดมามากมายถึงเพียงนี้พวกมันมีพิษหรือไม่” เหอฟางหรูเอ่ยถามด้วยความกังวล
หวังิเยว่จึงใช้ความฝันเป็ข้ออ้างเล่าให้คนในครอบครัวฟังว่าทำไมนางถึงมีความรู้มาก ตอนแรกทั้งบิดาและมารดายังสงสัยติดใจอยู่ แต่เพราะรักลูกไม่อยากให้ลูกเสียใจ เลยมิได้กล่าวสิ่งใดออกมา
เนื่องจากฐานะของครอบครัวค่อนข้างยากจนทำให้ในห้องครัวไม่มีพวกเครื่องปรุงต่าง ๆ หวังิเยว่จึงนำเห็ดที่เก็บกลับมาไปย่าง ด้วยความที่เห็ดมีความสดใหม่มากจึงทำให้มีรสชาติดีทั้งที่ไม่ได้ปรุงรสใด ๆ นางยังขอให้มารดานำเห็ดไปผัดกับน้ำมันซึ่งน้ำมันได้มาจากที่เหอฟางหรูเจียวไขมันหมูเก็บไว้
“เห็ดอร่อยมาก พี่สามทำเห็ดได้อร่อยมากเลยขอรับ” หวังหนิงหลงกล่าวชมพี่สาว
“ซินเอ๋อร์ ก็ชอบเห็ดมากเลยเ้าค่ะพี่สาม” หวังิซินผู้เป็น้องสาวคนเล็กของครอบครัวเคี้ยวเห็ดไปพูดไป
“ถ้ามีน้ำจิ้ม จะอร่อยมากกว่านี้” หวังิเยว่กล่าวบอกน้องชายและน้องสาว
‘เสียดายที่ไม่มีเครื่องปรุงไม่งั้นต้องอร่อยเหาะแน่’
“น้ำจิ้ม ซินเอ๋อร์อยากกินน้ำจิ้มเ้าค่ะ” หวังิซินเอ่ยเสียงดัง
“ไว้พี่สามจะทำให้เ้ากินนะน้องเล็ก”
‘แต่ต้องรอให้พี่หาเงินให้ได้ก่อนนะน้องสาว’
“ขอบคุณพี่สามเ้าค่ะ” หวังิซินเอ่ยขอบคุณพี่สาวของตนเองด้วยรอยยิ้มหวังิเยว่จึงยิ้มตอบกลับให้น้องสาวคนเล็กที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูแต่ออกจะผอมไปสักหน่อย
“ท่านพ่อ พรุ่งนี้ลูกขอตามเข้าป่าอีกนะเ้าคะเผื่อจะเจอของอย่างอื่นที่สามารถนำมากินได้เ้าค่ะ” หวังิเยว่เอ่ยกับบิดา
“ได้ แต่เ้าห้ามหักโหม ถ้าเหนื่อยต้องพักทันที”หวังหลินข่ายเห็นว่า วันนี้หวังิเยว่กลับบ้านอย่างปลอดภัยอีกทั้งยังได้เห็นรอยยิ้มของบรรดาบุตรชายและบุตรสาวของเขาที่เอร็ดอร่อยกับเห็ดป่าจึงอนุญาตให้หวังิเยว่เข้าป่าในวันพรุ่งนี้ได้
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ”
สี่คนพ่อลูกเข้าป่าอีกครั้งใน่รุ่งสาง โดยครานี้หวังหลินข่ายกับบุตรชายคนรองขึ้นเขาไปล่าสัตว์ด้วยกันแลให้บุตรชายคนโตอยู่ดูแลบุตรสาว วันนี้หวังิเยว่กับหวังหนิงเฉิงเดินเข้าไปในป่าลึกมากกว่าเมื่อวาน
“เอ๊ะ! นั่นถั่งเช่า” หวังิเยว่รีบเดินเข้าไปดูปรากฏว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือถั่งเช่าจริง ๆ การที่นางรู้จักถั่งเช่าได้นั้น เป็เพราะในภพชาติที่แล้วถั่งเช่าเป็ที่นิยมมาก นางได้เห็นรูปของถั่งเช่าในสื่อโฆษณาต่าง ๆ โดยเฉพาะสรรพคุณที่ทำให้ผู้ชายเด้งดึ๋งตามที่โฆษณาบอกกล่าว
“เ้าเจออะไรรึน้องสาม” หวังหนิงเฉิงเอ่ยถามน้องสาว
“ถั่งเช่าเ้าค่ะพี่ใหญ่ มันคือถั่งเช่าท่านมาช่วยข้าขุดเก็บเร็วเ้าค่ะ” หวังิเยว่กวักมือเรียกพี่ชาย
‘รวยแล้ว เราจะรวย เราจะรวย’
“ต้นที่เหมือนหนอนนี้นะหรือ เ้าจะเก็บไปทำไม” หวังหนิงเฉิงเอ่ยถามน้องสาว
“พี่ใหญ่ มันคือสมุนไพรที่ราคาแพงมากเ้าค่ะ”
“แล้วเ้ารู้ได้อย่างไร”
“ข้าเคยเห็นในฝัน”
“____”
คนส่วนใหญ่ของที่นี่ จะรู้จักแต่ต้นโสมและเห็ดหลินจือว่าขายได้ราคาแพง แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จักถั่งเช่าจึงทำให้ป่าบริเวณนี้มีถั่งเช่าอยู่จำนวนมาก แต่ไม่มีต้นโสมและเห็ดหลินจือเพราะโดนเก็บไปขายจนหมดสิ้น
ถึงแม้ว่าหวังหนิงเฉิงจะไม่เข้าใจในสิ่งที่น้องสาวกล่าว แต่ด้วยความที่รักน้องจึงช่วยนางขุดเก็บได้เต็มตะกร้าพอดีกับที่หวังหลินข่ายและหวังหนิงเทียนกลับมาพร้อมกับกวางตัวใหญ่หนึ่งตัวและไก่ป่าอีกสองตัว
“วันนี้โชคดี ท่านพ่อล่ากวางได้ด้วย” หวังหนิงเทียนกล่าวพร้อมกับหยักยิ้มที่มุมปาก
“พรุ่งนี้พวกเราเอากวางไปขายในตำบลกันเถอะ” หวังหลินข่ายเอ่ยกับทุกคน
“ลูกขอเข้าไปในตำบลด้วยนะเ้าคะท่านพ่อจะได้ลองเอาถั่งเช่าไปขายด้วยเ้าค่ะ” หวังิเยว่เอ่ยกับบิดา
“อะไรคือถั่งเช่ารึน้องสาม” หวังหนิงเทียนเอ่ยถามหวังิเยว่
“มันคือสมุนไพรชนิดหนึ่ง ราคาแพงมากเ้าค่ะพี่รอง”
“เ้ารู้จักได้อย่างไร”
“จากในฝัน”
“___”