ณ ดินแดนอาหรับ ที่มีอารยธรรมอันเก่าแก่และลึกลับ แต่กระนั้นก็มีความสวยงามของสถาปัตยกรรม ในยุคหลายร้อยหลายพันปีให้เห็น จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่นิยมชมชอบ ต่างพากันมาชื่นชมความวิจิตรงดงาม นับหมื่นนับแสนคนเลยก็ว่าได้
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี มัญชุสา คงคาไพรสน ผู้หญิงสาวสวยชาวไทยรวมอยู่ด้วย หากเธอมีเวลาและมีกำลังทรัพย์มากพอ เธอก็จะลางานมาแบกเป้ท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งครั้งนี้ไม่เหมือนกับทุกๆ ครั้ง เธอไม่ได้แบกเป้เหมือนเช่นดังเดิม แต่เธอได้มากับบริษัททัวร์
“ว้าว! สวยงามมากกกก กไก่ล้านตัวไปเลย......”
“สวยตรงไหนกันยะ น่ากลัวก็ออกจะปานนั้น อะไรก็ไม่รู้ ยังจะพามาอยู่ได้ พาไปที่แบบศรีวิไลกว่านี้ก็ไม่พาไปนะ”
มัญชุสามองดูลวดลายบนฝาผนังห้อง บนเพดาน และการปลูกสร้างต่างๆ ที่มีมาเป็พันๆ ปี ด้วยสายตาเปล่งประกายแห่งความชื่นชอบชื่นชม แต่พอเธอเอ่ยปากชม ก็มีเสียงไม่เห็นด้วยของ วิลาสินี ผู้ซึ่งเป็เพื่อนที่ร่วมทัวร์มาด้วยกันพูดขึ้น พอมัญชุสาหันไปมอง ก็เห็นวิลาสินีทำหน้าไม่ค่อยชอบกับสิ่งที่ได้เห็นเป็อย่างมาก
“เธอไม่ชอบที่จะได้เห็น ยังจะมาอีกนะ”
มัญชุสาอดไม่ได้จึงพูดขึ้น พร้อมกับส่ายหน้าให้วิลาสินี อย่างไม่เข้าใจที่ทำไมวิลาสินีจะต้องฝืนตัวเอง เพื่อมาเที่ยวในทริปนี้ด้วย ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ชอบพวกของเก่าแก่โบราณหลายร้อนพันปีเช่นนี้เลย
“จริงๆ ฉันก็ไม่ได้อยากจะมาหรอกนะ หากวิชเขาไม่มาน่ะ”
คำพูดของวิลาสินีทำให้มัญชุสาต้องกลอกตามองบน อย่างรู้แจ่มแจ้งว่าที่แท้ วิลาสินีตามผู้ชายมานั้นเอง
มิน่าล่ะถึงได้ชวนเธอมา ทั้งที่ปกติเวลาไปไหนมาไหน วิลาสินีจะไม่ค่อยชอบที่จะชวนเธอไปด้วย แต่พอมาทริปนี้กลับคะยั้นคะยออย่างหนัก ให้มาด้วยให้ได้ ตอนโน้นเธอก็สงสัยนั่นแหละ แต่ด้วยความอยากจะมาที่นี่เหมือนกันจึงสลัดความสงสัยออกไป
“อ้าว!... แล้วนี่วิชไปไหนแล้วล่ะ ไปสิไปหาวิชกัน”
วิลาสินีไม่ได้สนใจมัญชุสาจะคิดยังไง สายตาของวิลาสินีกวาดมองหา เอกวิช แต่ไม่เห็นเอกวิชอยู่ตรงไหนสักที่ วิลาสินีจึงยื่นมือมาจับมือเรียวเล็กของมัญชุสา ฉุดดึงเดินไปโดยไม่สนใจมัญชุสาจะอยากเดินไปด้วยหรือไม่
“เธอจะรีบอะไรนักหนา วิชเขาไม่หนีไปไหนหรอก”
มัญชุสาเดินไปตามแรงฉุดดึงของวิลาสินี ปากบางจิ้มลิ้มส่งเสียงพูดกับเพื่อนไปด้วย อย่างติดรำคาญนิดๆ ที่เพื่อนเห็นผู้ชายสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
“โอ๊ะ!!!!!!......”
ในจังหวะที่ก้าวเดินไปอย่างเร็วไว ขาเรียวของมัญชุสาดันขัดกัน จึงทำให้มือเรียวเล็กหลุดออกจากการฉุดดึง ร่างบางเซไปปะทะเข้ากับร่างแกร่งของใครบางคนเข้าอย่างจัง
O_O ... O_O
มัญชุสาเบิกตากว้างอย่างใ และยิ่งใมากขึ้นเมื่อมองสบประสานสายตากับดวงตาคมกริบ ที่กำลังจ้องมองดวงหน้าหวานๆ เหมือนกับว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นมีพลังบางอย่าง ที่ทำให้เธอจังงัง ทั้งเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าแรงต่ำวิ่งเข้ามาช็อตที่ร่างบางเข้าอย่างจัง
“ขะ ขอโทษ ขอโทษจริงๆ”
แต่พอตั้งสติได้ มัญชุสารีบกล่าวคำขอโทษขอโพยเป็ภาษาอังกฤษ และรีบเอาตัวเองออกจากอ้อมแขนแกร่งของผู้ชายหน้าตาคมเข้มอย่างคนอาหรับ ไม่เพียงแค่หน้าตาหรอก การแต่งกายของเขาก็เป็อาหรับจ๋าเลยล่ะ
และก็ต้องใอีกรอบ เมื่อมัญชุสาหันไปเห็นผู้ชายสี่ห้าคน ที่สวมใส่ชุดอย่างผู้ชายที่เธอโผเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง กำลังจ้องมองเธอเป็จุดเดียวกัน เธอไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเป็ใคร เธอก็ไม่อยากจะรู้ด้วย ที่อยากจะทำในตอนนี้ คืออยากจะออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เป็อะไรไหม?”
“มะ ไม่เป็อะไร เรารีบไปกันเถอะ”
มัญชุสาออกจากวงล้อมของกลุ่มผู้ชายแปลกหน้านั้นได้ ก็รีบจ้ำอ้าวมาหาวิลาสินีทันที วิลาสินีที่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ เมื่อเห็นมัญชุสาเดินเข้ามาใกล้ๆ จึงเอ่ยถาม มัญชุสารีบบอกอย่างเร็วไว พร้อมกับจับมือวิลาสินีเดินไป โดยไม่คิดจะหันกลับมามอง คนที่กำลังยืนมองดูเธอจนลับหายไปจากสายตา
๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒
สวัสดีค่ะรีดทุกๆ ท่าน ไรท์ฝากเื่นี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ.............................. ^_^ ^_^ ^_^ ^_^