ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 69 พาล

            แต่เรื่องฐานลับขององค์ชายห้าทั้งหลายที่เขามั่นใจนั้นก็ล้วนมีความเสี่ยงครั้งนี้ที่องค์ชายห้าตัดสินใจมาเล่นงานเขา อีกฝ่ายจะต้องวางแผนไว้อย่างดีแล้วแน่นอน

            ไม่แน่ว่าฐานลับพวกนั้นอาจจะถูกย้ายไปนานแล้ว โชคดีที่ครั้งนี้ซูหมิงเยว่ช่วยเขาเอาไว้ได้มากขอแค่เชียนซวินจือสืบความจริงมาได้ เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะเป็นฝ่ายโจมตีกลับ

            “องค์ชายสาม” ในตอนนั้นเอง องครักษ์คนหนึ่งเข้ามารายงานด้วยท่าทางร้อนรน “ฮ่องเต้เสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ”

            สีหน้าของพวกหลิงชวนเปลี่ยนมาเย็นเยียบทันที 

            จี๋โม่หานเลิกคิ้ว ถึงไม่พูดก็เข้าใจได้ว่าตอนนี้เป้าหมายของฮ่องเต้คืออะไรอีกฝ่ายต้องได้ยินข่าวก็เลยอยากมาดู ฮ่องเต้คนนี้มีความคิดลึกล้ำไม่มีทางเชื่อข่าวลือที่กระจายด้านนอก

            เขาออกคำสั่งอย่างเป็นลำดับขั้นตอน “หลิงชวน พยุงข้าไปนั่งบนเตียงจื๋อหลัน เจ้าออกไปรับแขก”

            “พ่ะย่ะค่ะ!”

            หลิงชวนพยุงจี๋โม่หานไปถึงในห้องก่อนจะถอดเสื้อนอกออกให้จากนั้นก็พยุงเขานอนลงบนเตียง

            จี๋โม่หานมักจะอยู่ในจวนเป็นประจำ ผิวจึงขาวกว่าคนปกติ บวกกับที่เขาสัมผัสเซวียนอวี้มาหลายปีภายในร่างกายจึงสะสมความเย็นเอาไว้ อุณหภูมิร่างกายจึงต่ำกว่าคนทั่วไป ดังนั้นแค่แสร้งทำเป็นป่วยใกล้ตายก็ง่ายดายมาก

            หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว หลิงชวนก็ออกไปรอที่หน้าประตู ผ่านไปครู่หนึ่งด้านนอกประตูก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น ฟังแล้วคงจะมีหลายคน

            “ถวายบังคมฝ่าบาท” หลิงชวนเอ่ยเสียงดัง “วันนี้องค์ชายสามอาการทรุดหนักกะทันหันตอนนี้กำลังพักผ่อนอยู่ ไม่สามารถออกไปต้อนรับได้พ่ะย่ะค่ะ”

            “ไม่เป็นไร” เสียงของฮ่องเต้ดังเข้ามา “วันนี้เจิ้นเพียงแค่มาเยี่ยม”

            “เช่นนั้นเชิญฝ่าบาทเข้าไปด้านในได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”

            ด้านหลังฮ่องเต้มีองค์ชายห้าตามมาด้วยจี๋โม่หานที่อยู่บนเตียงนอนหลับตานิ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็มองเห็นใบหน้าขาวซีดผิดปกติของเขาได้ดีริมฝีปากซีดไร้สีเลือด หากไม่มีการขยับที่หน้าอกเล็กน้อย ก็แทบจะไม่รู้สึกถึงสัญญาณการมีชีวิตอยู่ของเขาเลย

            สองมือของฮ่องเต้ไพล่ไว้ด้านหลังพลางขมวดคิ้ว นัยน์ตามีแววครุ่นคิดแล่นผ่านดูแล้วไม่เหมือนแกล้งทำ แต่จู่ๆอาการมาทรุดเอาในสถานการณ์เช่นนี้มันก็น่าสงสัยอย่างชัดเจน

            ส่วนองค์ชายห้าที่อยู่ด้านข้างก็กำหมัดแน่น แววตาดุร้ายจ้องคนที่อยู่บนเตียงเขาไม่เชื่อว่าจี๋โม่หานจะป่วยจริงๆ ตอนที่เจอกันเมื่อวานยังดีๆอยู่เลย เหตุใดวันนี้ถึงมาป่วยใกล้ตายกะทันหันกัน

            ดวงตาของหลิงชวนมองไปยังใบหน้าของฮ่องเต้โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า เขาเดินมาด้านหน้าสองก้าวก่อนจะโค้งแล้วพูดเบาๆ“องค์ชายสาม ฮ่องเต้เสด็จมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            คนที่อยู่บนเตียงไม่ขยับ หลิงชวนร้องเรียกอีกครั้ง “องค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ”

            ตอนนี้คนที่อยู่บนเตียงเหมือนจะขยับเล็กน้อย คล้ายพยายามจะลุกขึ้นมา

            หลิงชวนรีบหยิบหมอนมารองหลังจี๋โม่หานแล้วพยุงเขาให้ลุกขึ้นนั่งพิง แค่การเคลื่อนไหวง่ายๆจี๋โม่หานก็ทำมันได้อย่างยากลำบาก อีกทั้งยังหายใจถี่รัว

            จี๋โม่หานยังคงหลับตาดั่งเก่า หัวเอียงไปด้านนอกเล็กน้อย น้ำเสียงฟังดูอ่อนแรง“น้องไม่สามารถออกไปต้อนรับเสด็จพี่ได้ ขอฮ่องเต้โปรดให้อภัยด้วย”

            “พูดเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ ได้ยินว่าเจ้าป่วยหนัก เจิ้นก็เลยรีบมาเยี่ยมเจ้า”คำพูดของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความรู้สึก ราวกับกำลังเป็นห่วงเขาจริงๆ

            จี๋โม่หานหัวเราะเสียงเย็นในใจ เขายิ้มออกมาอย่างยากลำบาก “เช่นนั้นก็ทำให้ฝ่าบาทเป็นห่วงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            “เมื่อวานน้องยังดีๆ อยู่เลย เหตุใดวันนี้จู่ๆ ก็ป่วยหนักขึ้นมา?”

            จี๋โม่หานพลันยกมือขึ้นมาปิดปากไอทันที ไออยู่ครู่หนึ่งราวกับปอดจะขาดและหายใจไม่ทันทำเอาคนฟังตรงนั้นเจ็บปวดใจ

            หลิงชวนมององค์ชายสามด้วยความกังวลแล้วอธิบายให้ฮ่องเต้ฟัง“เรื่องเป็นเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ที่จริงร่างกายขององค์ชายสามแย่ลงทุกวันตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วตามหาหมอดีๆ มากมายมาตรวจก็แล้ว แต่ก็ตึงมือไม่มีวิธีรักษาทำได้แต่กินยาประทังอาการไป เช้าวันนี้จู่ๆ องค์ชายสามก็อาการทรุดหนัก หมอที่จวนมาตรวจแล้วพบว่าพิษที่ดวงตาขององค์ชายสามนั้นปล่อยไว้นานเกินไปตอนนี้ได้กระจายออกไปกัดกินเส้นเลือดหัวใจ ยาจึงไม่อาจรักษาได้แล้ว”

             ราวกับตอบรับคำพูดของหลิงชวน จี๋โม่หานก็กลั้วหัวเราะเย้ยหยันตัวเอง“ร่างกายของข้าเป็นเช่นนี้ตั้งแต่พลาดพลั้งที่สงครามตงฉือตอนนั้นแล้วเดิมทีข้าควรจะตายตั้งแต่ตอนนั้น แต่ก็ยังมีชีวิตมาได้นานขนาดนี้ข้าเองก็พอใจแล้ว”

            “เจ้าพูดอะไรของเจ้าน่ะ” ความสงสัยในดวงตาของฮ่องเต้ลดลงไปหลายส่วนเป็นเพราะว่าสีหน้าของจี๋โม่หานในตอนนี้ดูป่วยใกล้ตายแล้วจริงๆ“วันนี้เจิ้นพาหมอหลวงมาตรวจอาการให้เจ้าด้วย ด้านนอกล้วนแต่เป็นหมอหลอกลวงเชื่อไม่ได้”

            จี๋โม่หานปิดปากไออีกสองที เส้นเลือดเขียวที่ขมับก็นูนขึ้นมา“เช่นนั้นข้าก็ขอบพระทัยเสด็จพี่แล้ว”

            “หมอหลิน” ฮ่องเต้โบกมือเรียกหมอหลวงด้านหลัง “เจ้ารีบมาตรวจดูอาการองค์ชายสามต้องตรวจดีๆ หากมีตรงไหนผิดพลาดไปสักนิด เจิ้นจะไม่ปล่อยเจ้าไว้”

            “พ่ะย่ะค่ะๆ ๆ” หมอหลินหวาดกลัว “กระหม่อมจะตรวจองค์ชายสามให้ดีพ่ะย่ะค่ะ”

            เขาพูดไปก็เดินขึ้นไปด้านหน้า ดวงตามองจี๋โม่หานที่หายใจรวยรินบนเตียงแล้วถาม“องค์ชายสาม กระหม่อมขอตรวจชีพจรให้ท่าน”

            จี๋โม่หานยกมือออกมาก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “รบกวนแล้ว”

            หมอหลินพูดไปก็ถลกแขนเสื้อของจี๋โม่หานขึ้น เผยให้เห็นแขนขาวไร้สีเลือด จากนั้นก็วางสองนิ้วลงไปตรวจชีพจรอย่างละเอียด

            สายตาของทุกคนต่างจ้องไปยังมือที่ตรวจชีพจรไม่วางตาพร้อมกับกลั้นหายใจบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันตา

            พวกหลิงชวนกำหมัดแน่น ในฝ่ามือมีเหงื่อออก กลัวว่าหมอหลินจะมองออกว่าเป็นกลอุบายของซูหมิงเยว่

            ฮ่องเต้กับองค์ชายห้าเองก็สนใจการตรวจในครั้งนี้ ทั้งสองคนขมวดคิ้วแน่นแล้วสังเกตการกระทำของหมอหลวงหลินทุกรายละเอียด

            ผ่านไปครู่หนึ่ง หมอหลินก็ยังคงอยู่ในท่าทางนั้น คิ้วกลับค่อยๆขมวดเข้าหากัน ทั้งยังแอบเห็นเหงื่อที่ซึมออกมาเป็นชั้นบางๆ

            ทุกคนภายในห้องต่างเป็นกังวลจนระมัดระวังขึ้นมา

            ฮ่องเต้ถาม “เป็นอย่างไรบ้าง?”

            หมอหลินเก็บมือกลับมาแล้วเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก ท่าทางหวาดกลัวเล็กน้อย“กระหม่อมไร้ความสามารถ ชีพจรขององค์ชายสามนั้นอ่อนมาก ใกล้....ใกล้จะสิ้นพระชนม์แล้วจริงๆพ่ะย่ะค่ะ”

            เขาพูดไปก็ยังตัวสั่นไม่หยุด กลัวว่าผลการตรวจในครั้งนี้จะทำให้ฮ่องเต้พาลโกรธเขา

            เมื่อเอ่ยคำนี้ออกมา หัวใจของพวกหลิงชวนก็วางใจลงดูเหมือนว่าแผนนี้ของซูหมิงเยว่จะได้ผล แม้แต่หมอหลวงในวังก็ยังมองไม่ออก

            ส่วนฮ่องเต้กับองค์ชายห้าก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้

            ใบหน้าของฮ่องเต้แสดงความโมโหขึ้นมา เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงแล้วพูดเสียงเข้ม“ไร้ประโยชน์!”

            หมอหลินคนนั้นตัวสั่นหนักขึ้นกว่าเดิม

            ฮ่องเต้หมุนตัวไปมองหมออีกคน “หมอจ้าว เข้ามา”

            หมอจ้าวในตอนนี้ก็หวาดกลัวเป็นอย่างมาก หมอหลินพูดออกมาเช่นนี้แล้ว คาดว่าถึงเขาไปตรวจอีกครั้งก็ตรวจไม่เจออะไรอยู่ดีแต่ฮ่องเต้เรียกชื่อของเขาออกมาแล้ว เขาทำได้แค่เดินเข้าไป


    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247