Dream ฝันค้างบนทางรัก
อารัมภบท
นายอัทธ์ประพันธ์กุลนักธุรกิจชาวไทยได้เดินทางไปทำธุรกิจที่ประเทศอนันตะปุระจนประสบความสำเร็จเขาได้พบรักกับนาริกะหญิงสาวชาวญี่ปุ่นทั้งคู่ได้แต่งงานกันจนมีบุตรด้วยกัน ๒ คนคือนายแพทย์อรรณพกับแพทย์หญิงอันณิภา
ต่อมานายอัทธ์้ารวมบริษัทกับนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีบุตรสาวแสนสวยคนหนึ่งชื่อแพทย์หญิงนานาโกะ จึงจัดแจงคลุมถุงชนให้ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน โดยผู้ใหญ่ทั้ง ๒ฝ่ายไม่รู้ว่า ทั้งอรรณพและนานาโกะ ต่างก็มีคนรักแล้วและไม่ได้ยินยอมพร้อมใจกับการแต่งงานในครั้งนี้เลย
โดยอรรณพนั้นเป็นายแพทย์หนุ่มไฟแรงเขาได้ขอทุนกับรัฐบาลเพื่อศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการรักษาโรคในทวีปเอเชียโดยเลือกที่ไปศึกษาวิจัยดังกล่าวที่ จังหวัดแห่งหนึ่งในประเทศไทยจนได้พบรักกับนภาวรรณ สาวสวยในจังหวัดนั้น จนนภาวรรณท้องได้ ๕ เดือนอรรณพก็ต้องเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นเพราะนายอัทธ์ โทรศัพท์ไปบอกว่านางนาริกะมารดาของเขาป่วยหนัก ทั้งๆที่ยังอาลัยรักนภาวรรณและลูกน้อยในท้อง แต่เมื่อเขาไปถึงกลับพบว่าบิดามารดาได้จัดงานแต่งงานให้เขากับนานาโกะ
ส่วนนานาโกะเธอเป็แพทย์หญิงเเสนสวยที่เหมือนหญิงสาวทั่วๆไป แต่หัวใจของเธอนั้นเล่ากลับยกให้กับเพศเดียวกันแพทย์หญิงอันณิภา คือ คนรักของเธอ ทั้งคู่สนิทสนมกันมาั้แ่สมัยเรียนอนุบาลจวบจนเข้าเรียนคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งด้วยกันจนความใกล้ชิดดังกล่าวก่อเกิดความผูกพันจนกลายมาเป็ความรัก
อรรณพและนานาโกะจึงจำใจแต่งงานเพื่อธุรกิจของครอบครัวทั้งคู่จึงตัดสินทำกิฟต์๑ จนให้กำเนิดบุตรสาวฝาแฝด ๒ คนคือ ฐิติณัชชากับณัฏฐรินีย์ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี เด็กฝาแฝดทั้ง ๒ เติบโตขึ้นทั้งคู่จึงหย่าร้างกันเพื่อไปอยู่กับคนที่ตนรัก หลังจากต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับคนที่ตนไม่ได้รักนับสิบๆปี
โดยฐิติณัชชานั้นเลือกอยู่มารดาที่ญี่ปุ่นและ ณัฏฐรินีย์นั้นต้องไปอยู่กับอรรณพที่ประเทศไทย ทำให้เด็กสาวฝาแฝดทั้ง ๒คน รู้สึกเศร้าใจที่ต้องแยกจากกันเพราะทั้งคู่มีความผูกพันและรักกันราวกับเป็คนคนเดียวกัน
ใน่ก่อนการเดินทางระหว่างที่บิดามารดาแยกกันอยู่และหย่าร้างกันแล้วณัฏฐรินีย์ต้องไปอยู่กับนายอรรณพที่บ้านนายอัทธ์ส่วนฐิติณัชชาและนางนานาโกะผู้เป็มารดาที่บ้านหลังเดิมต่อไป
......................................................................
วันหนึ่งฐิติณัชชาได้กลับมาจากไปหาณัฏฐรินีย์ที่บ้านบิดาของเธอ เมื่อเธอกลับมาถึงบ้านเธอต้องพบกับภาพที่มารดากอดจูบอยู่กับอันณิภา อาสาวของเธอที่โซฟาฐิติณัชชาจึงเรียกชื่อคนทั้งสองออกไปด้วยความใในสิ่งที่เห็น
“คุณแม่ คุณอานี่มันอะไรกันคะมันเกิดอะไรขึ้น คุณแม่กับคุณอาถึง...”
“ลูกฟาง ! มันไม่ใช่อย่างที่ลูกคิดนะ หนูฟังแม่ก่อนนะลูก แม่กับอาอันเป็แค่เพื่อนกันจริงๆ” เสียงเรียกของฐิติณัชชา ทำให้นานาโกะและอันณิภาหันมามองด้วยความใก่อนจะผละออกจากกันและแก้ตัวไปอย่างน้ำขุ่นๆ
“แล้วสิ่งที่ฟางเห็นมันหมายความว่าอย่างไรคะคุณแม่ คุณอา ช่วยอธิบายให้ฟางฟังหน่อยสิคะว่าคนเป็เพื่อนกัน เขาต้องกอดจูบกันอย่างที่คุณแม่กับคนอาทำใช่ไหมคะ”
“เอ่อ...ลูกฟางแม่ขอโทษ แม่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นแต่แม่กับคุณอารักกันั้แ่ก่อนที่แม่กับคุณอาของหนูจะแต่งงานกันเสียอีก หนูต้องเข้าใจแม่นะลูก”
“ถ้าคุณแม่กับคุณอารักกันก่อนที่คุณแม่จะแต่งงานกับคุณพ่อจริงๆแล้วทำไมคุณแม่ถึงยอมแต่งงานกับคุณพ่อคะ”
“เื่มันยาวหนูฟางที่จริงพ่อกับแม่ของหนูไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรัก มันเป็ความเห็นชอบของคุณปู่คุณย่า และคุณตาคุณยายของหนู โดยที่พ่อกับแม่ของหนูไม่ได้รู้เื่มาก่อน” อันณิภาอธิบายให้หลานสาวฟังแทนนานาโกะเมื่อหญิงสาวได้แต่ทำหน้าอึกอักไม่รู้จะตอบคำถามลูกสาวว่าอย่างไร
“หมายความว่าอย่างไรคะคุณอา หนูสับสนไปหมดแล้ว ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้รักกันแล้วจะแต่งงานกันทำไม”
“หนูฟาง ถ้าหนูเคยได้ยินคำว่าคลุมถุงชน๒ นั่นแหละคือสิ่งที่พ่อกับแม่หนูต้องแต่งงานกันทั้งๆที่ไม่ได้รักกันเลย”
“ใช่จ๊ะลูกแต่แม่ก็รักหนูกับแฟร์มากนะลูก แม่เองก็ไม่อยากให้ครอบครัวเราต้องแตกแยกกันแบบนี้ แต่ลูกรู้ไหมว่าคนที่ไม่ได้รักกันแล้วต้องมาอยู่ด้วยกัน มันทรมานแค่ไหน”
“คุณแม่คะ หนูขอบอกตรงๆเลยว่าหนูรับกับสิ่งคุณแม่กับคุณอาเป็ไม่ได้” พูดจบฐิติณัชชาก็วิ่งเข้าห้องนอนของตัวเองก่อนที่จะปิดประตูดังปัง!
“ฟาง ทำไมหนูไม่เข้าใจแม่” นานาโกะร่ำไห้ออกมาด้วยความปวดร้าวที่บุตรสาวไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอร่างบนทรุดตังลงนั่งกับโซฟา อันณิภาโอบกอดร่างอันสั่นเทานั้นไว้และพูดปลอบใจคนรัก
“ใจเย็นๆนะนานาโกะวันนี้ที่หนูฟางยังไม่เข้าใจเรา เพราะแกยังไม่เคยมีความรักแต่ถ้าวันหนึ่งแกรู้จักรักใครสักคน อันเชื่อว่าแกต้องเข้าใจเรา”
“ค่ะอัน ฉันเองก็หวังให้เป็เช่นนั้น” นานาโกะพูดพร้อมกับมองไปที่ประตูห้องของฐิติณัชชาด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งบุตรสาวจะเข้าใจ
ทางด้านฐิติณัชชาหลังจากเข้าห้องมาแล้วเธอล็อคประตูก่อนที่จะร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจในสิ่งที่เธอพบเห็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นทำให้เธอเสียใจมากและรับไม่ได้กับสิ่งที่มารดาและอาสาวของเธอเป็อยู่ เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนตัวกับณัฏฐรินีย์โดยขอไปอยู่กับนายอรรณพที่ประเทศไทยและให้ณัฏฐรินีย์อยู่กับนานาโกะที่ประเทศญี่ปุ่นแทน
ในวันเดินทางณัฏฐรินีย์มาส่งฐิติณัชชากับนายอรรณพที่สนามบิน ด้วยหัวใจที่เศร้าสร้อยที่ครอบครัวต้องแตกเเยกและเธอต้องจากกันกับฐิติณัชชาฐิติณัชชาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ทั้งคู่กอดกันด้วยความรู้อาลัยที่ต้องจากกันไปไกลแสนไกล
................................................................
จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
หลังจากเดินทางมาถึงกรุงเทพมหานคร นายอรรณพก็ได้พาบุตรสาวเดินทางต่อที่จังหวัดดังกล่าว และพามาอยู่บ้านหลังหนึ่งที่เป็คฤหาสน์หรูในหมู่บ้านที่อยู่ในตัวจังหวัดเมื่อได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้วฐิติณัชชาได้โทรศัพท์ไปหาณัฏฐรินีย์ฝาแฝดผู้น้องของเธอ หลังจากวางสายจากณัฏรินีย์แล้ว ฐิติณัชชาสำรวจรอบๆตัวบ้านที่เธอต้องอาศัยอยู่ต่อไป
................................................................
๒ การคลุมถุงชน หมายถึง ลักษณะการแต่งงานที่ผู้ใหญ่จัดการให้โดยที่เ้าตัวไม่รู้จักคุ้นเคยหรือรักกันมาก่อน