อันที่จริงผู้ควบคุมธาตุมักจะเรียกขานกันเป็ประเภท และมักจะวัดฝีมือกันที่ระดับของพลังธาตุิญญาเป็หลัก
โดยจะประเภทของผู้ควบคุมธาตุ มี 6 ประเภท
1.ผู้ควบคุมธาตุ
มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมธาตุหลักลำดับที่ 1 จนถึงขั้นนำมาใช้ร่วมกับการต่อสู้หรือประยุกต์ใช้ได้ จำนวนธาตุที่สามารถควบคุมธาตุได้ ขึ้นอยู่กับความเข้ากันได้ของธาตุกับร่างกาย
แบ่งย่อยได้เป็ ผู้ควบคุมธาตุไฟ ผู้ควบคุมธาตุน้ำ ผู้ควบคุมธาตุดิน ผู้ควบคุมธาตุลม ผู้ควบคุมทวิธาตุ ผู้ควบคุมไตรธาตุ ผู้ควบคุมจตุธาตุ
2.ผู้ควบคุมธาตุผสาน
สามารถผสานธาตุหลักเป็ธาตุผสานและควบคุมธาตุผสานได้
แบ่งย่อยได้เป็ ผู้ควบคุมหิมะ ผู้ควบคุมพฤกษา ผู้ควบคุมลาวา ผู้แผดเผา
3.ผู้เชี่ยวชาญธาตุ
สามารถควบคุมธาตุหลักลำดับที่สองได้
ได้แก่ ผู้ควบคุมสายฟ้า ผู้ควบคุมโลหิต ผู้ควบคุมเสียง ผู้ควบคุมโลหะ
4.ปรมาจารย์ธาตุ
มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมธาตุหลักทั้งสี่และธาตุผสานทั้งสี่ได้
5.ผู้ชำนาญธาตุ
สามารถควบคุมธาตุหลักลำดับที่3ขึ้นไปได้
6.มหาธาตุ
ผู้แตกฉานในการควบคุมธาตุ
แม้ว่าลำดับที่สองของธาตุจะมีความรุนแรงกว่าลำดับแรก แต่หากมีระดับพลังธาตุวิญาณเท่าๆ กัน เมื่อถึงเวลาต่อสู้จริงผู้เชี่ยวชาญธาตุก็อาจจะต้องแพ้ผู้ควบคุมธาตุได้ เพราะพลังธาตุิญญาหมดตัวก่อน และหลายครั้งก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้เช่นกัน จึงทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะฝึกฝนธาตุลำดับที่สองใน่ปลายระดับิญญาธาตุ
เมื่อเธียถึงบ้านเธอสั่งเด็กทั้งสองให้ไปเก็บข้าวของเอาไว้ทันที
“ทำไมต้องเก็บของด้วยละคะพี่เธีย เราจะโดนไล่ออกเหรอค๊ะ ฮือๆ ๆ ๆ” เชอรรีนพูดไปร้องไปา แต่เธียก็ค่อยปลอบเธออย่างอ่อนโยน
“ไม่ได้โดนไล่หรอกจะ พรุ่งนี้พี่จะไปที่ทำงานใหม่ เราจะได้ไปอยู่บ้านใหม่ไงจ๊ะ” เธอปลอบเด็กน้อยพลางลูบหลังไปด้วย
รูนไม่ร้องไห้แต่ก็เงียบไม่พูดไม่จาอะไรเลย เขารู้ว่าพี่ของเธอลำบากขนาดไหนเพื่อพวกเขาสองคน และเขาตั้งใจว่าเมื่อเขาโตขึ้นเขาจะเป็คนแบกพาระไว้กับตัวเขาเอง ถึงความคิดจะเกินตัวแต่มันคือความตั้งใจของเขา
ทางกอนเมื่อเห็นเธียเดินกลับไปจนลับสายตาเขาก็นึกถึงเื่ราวของเขาในชาติก่อน เขาเป็ขอทานั้แ่ตัวเล็กๆ น่าจะพอๆ กับน้องๆ ของเธีย เขาต้องขโมยอาหารกินเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด บางครั้งก็ถูกจับได้และโดนซ้อมจนสาหัส
กระทั้งวันหนึ่งเขาก็ได้พบกับอาจารย์ของเขา อาจารย์ของเขาเป็ผู้บำเพ็ญเพียร เขาถูกอาจารย์พามารักษาตัว และรับเขาเป็ลูกศิษย์ถ่ายทอดความรู้หลายๆ แขนงให้ รวมถึงการหลอมยาและการใช้ธาตุ เมื่อเขาโตขึ้นจนสามารถเอาตัวรอดเองได้แล้ว
อาจารย์ก็สั่งให้เขาเดินทางด้วยตัวคนเดียวและใช้ความรู้ที่ถ่ายทอดให้หาเลี้ยงตนเองรวมถึงช่วยเหลือผู้อื่น ทีแรกเขายืนกรานที่จะติดตามอาจารย์ไปบำเพ็ญเพียร แต่อาจารย์ของเขาก็ยืนยันคำเดิม ว่าจะกลับไปบำเพ็ญเพียรในบ้านเกิดของท่านที่อยู่แสนไกล
เขาล่ำลาอาจารย์ทั้งน้ำตา บุญคุณที่มีเขาไม่อาจทดแทนได้ กอนจึงยึดถืออาจารย์เป็แบบอย่างและจะช่วยผู้ยากไร้ ผู้ตกละกำลำบากแบบเขาเท่าที่เขาจะทำได้ เป็การตอบแทนอาจารย์ของตนที่เขาสามารถทำได้
และเขาก็ไต่เต้าขึ้นมาจนเป็ผู้ครองหนึ่งในแปดดินแดนแห่งมู เมืองแห่งสมดุล เขาปกครองผู้คนด้วยความเมตตาแต่ก็มีความเด็ดขาดพอๆ กัน อาชญากรรมในเมืองของเขานั้นมีน้อยมาก และมืองของเขาแทบไม่มีขอทานเลย ส่วนเด็กกำพร้าถูกนำไปเลี้ยงที่บ้านเด็กกำพร้าของเขา
ความเป็อยู่ของชาวเมืองแทบไม่มีความลำบากเลย ความรู้ในการควบคุมธาตุเบื้องต้นก็ถูกสอนให้กับทุกคนในเมือง ทั้งยังเปิดโรงเรียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็โรงเรียนฝึกวิชาชีพ โรงเรียนสอนความรู้หลายๆ ด้าน รวมถึงโรงเรียนฝึกฝนธาตุจนถึงขั้นสูง
เมืองของเขาจึงเป็เมืองที่แข็งแกร่งทีเดียว เขายังคิดถึงพวกเด็กๆ ในบ้านเด็กกำพร้าอยู่เลย ถึงแม้จะโกรธแค้นที่ถูกหักหลัง แต่ตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านมากี่ปีั้แ่เขาตาย ดังนั้นเื่แก้แค้นไว้ว่ากันทีหลัง
“กอน..... นี่ กอน.......” ฟราเซียะโเรียกกอนอยู่หลายรอบกว่ากอนจะหันมาหาเธอ
“อาหารเย็นละเตรียมรึยังใกล้เวลาแล้วนะ” เธอทวงข้าวเย็นจากกอนเพราะอีกไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงเวลาทานข้าวแล้ว
กอนะโลงมาจากบนต้นไม้ แล้วรีบกลับไปหน้ากระท่อมของเขา และทำเมนูที่เธียทำให้เขาทานเมื่อครู่ และแล้วอาหารก็เสร็จทันเวลาพอดี เมื่อเขาเปิดฝาหม้อ กลิ่นทั้งหมดก็โชยไปทั่วบริเวณก่อสร้าง ทำเอาคนงานและช่างต้องหยุดทำงานเพื่อหาต้นตอของกลิ่นเลยทีเดียว ทัพพีตักข้าวหลายอันโดนจับด้วยมือหิน กอนบังคับมือหินเ่าั้ ตักข้าวสวยนำมาเรียงรายบนโต๊ะ ก่อนจะเรียกให้ฟราเซียมาคอยแจก
ทุกคนที่ได้ดินต่างเอ่ยชมไม่ขาดปาก บางคนถึงกับน้ำตาไหล คิดถูกแล้วที่มาทำงานที่นี่ เงินก็ได้ข้าวก็มีให้กิน มันช่างเป็การทำงานที่มีความสุขมากเหลือเกิน หากพวกเขาไปเป็แรงงานที่อื่น เงินค่าจ้างคงเหลือแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นเพราะต้องหาอาหารกินกันเอง บางที่ดีหน่อยก็ออกค่าข้าวให้ครึ่งนึง
“หากวันไหนที่เ้ามี จงแบ่งปันให้กับผู้ที่้าบ้าง” มันเป็คำพูดที่อาจารย์มักเอ่ยเป็ประจำ และเขาก็นึกถึงคำพูดนี้เมื่อทุกๆ นแสดงอาการยินดีผ่านทางสีหน้าหลังจากได้ทานอาหารที่เขาทำ
เมื่อดวงอาทิตย์ตกดินเบรนก็กลับมายังร้าน วันนี้เขาออกไปสำรวจตลาดทั้งเมืองและหาข่าวสาราจากต่างเมือง และได้ทำบันทึกราคายาชนิดต่างๆ เอาไว้ด้วย
ถ้าขายราคาต่ำกว่าร้านอื่นก็จะเป็การหักหน้าร้านอื่นจนเกินไป เขาจึงตั้งใจจะขายยาประเภทต่างๆ ในราคาตลาด แต่ด้วยคุณสมบัติของยาร้านเขาที่ดีกว่าตลาด เขาจึงไม่ต้องกังวลว่ามันจะขายไม่ออก
ดีที่ร้านเขาใช้การหลอมแบบที่กอนสอนกอน ดังนั้นแม้จะมีวัตถุดิบเท่ากัน แต่พวกเขาสามารถรีดเอาสรรพคุณออกมาได้เกือบทั้งหมด ถึงขายในราคาตลาดเขาก็ได้กำไรอยู่ดี
กอนเรียกการหลอมยาแบบนี้ว่า การหลอมธาตุ หมายถึงการหลอมยาโดยการใช้พลังธาตุช่วยหลอมโดยมีวงเวทย์และอักขรเวทย์เป็ตัวควบคุม และมันก็เป็ศาสตร์ที่พัฒนามาจากการแปรธาตุ เ
เขาไม่ได้ซักถามกอนว่าเรียนมาจากที่ไหน เมื่อถึงเวลาสมควรกอนก็จะบอกเขาเอง ดังนั้นเขาจึงไม่ก้าวก่ายเื่ส่วนตัวจนมากเกินไป
หลังจากที่ทุกคนกินข้าวเสร็จก็ไปเก็บรายละเอียดงานของตัวเองอีกเล็กน้อย จากนั้นจึงแยกกันกลับบ้านไป เบรนเริ่มจัดวางแผนการขายในกระท่อมของเขาเพียงคนเดียว เพราะตอนนี้มีนายังไม่กลับจากการทำภารกิจเลย
คืนนี้ฟราเซียเริ่มเตรียมทำงานตีเหล็กแล้ว เธอทำการถลุงเหล็กจากก้อนเหล็กดิบให้บริสุทธิ์ขึ้น กอนก็มามองดูการทำงานของฟราซียทุกขั้นตอน แต่สีหน้าของเ้าหล่อนนั้นกลับไม่พอใจเลยในผลงานเลย กอนจึงเอ่ยปากถามเ้าหล่อน
“เป็อะไรเหรอฟราเซีย”
“ความร้อนมันยังไม่ถึงขั้นนะ ไฟมันแรงไม่พอ ทั้งไฟของชั้นและของเชื้อเพลิงรวมกันมันก็ยังไม่ได้ความร้อนที่ฉัน้าเลย ในเมืองนี้ก็หาซื้อถ่านหินแดงไม่ได้ด้วย เหล็กที่ถลุงมันเลยไม่บริสุทธิ์มากพอนะ” เธอพูดจบกอนก็เสนอความช่วยเหลือทันที
“งั้นให้ผมช่วยเอง” กอนโคจรพลังธาตุไฟในร่างกายทันที และพ่นออกไปจากมือของเขาเข้าเตาถลุง ตอนนี้ไฟของเขาเป็สีแดงก่ำ และร้อนแรงกว่าเดิมมาก
ทันทีที่ฟราเซียเห็นไฟสีแดงตาของหล่อนก็แทบถลนออกจากเบ้า เพราะมันร้อนกว่าไฟของเธอตั้งสี่ถึงห้าเท่า เธอหยุดงานของเธอทันที และเอ่ยปากขอบางสิ่งจากกอน
“กอน ช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหม” ได้ยินดังนั้น กอนก็หันหน้ากลับไปหาเธอทันที
“หะ หา ว่าไงนะ” เขาตอบกลับไปแบบงงๆ กลัวว่าเธอจะขอให้สอนอะไรแปลก
“พลังธาตุไฟ ที่เป็สีแดงแบบเธอเนี่ย สอนฉันหน่อยได้ไหม” เธอพูดด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่จริงจัง
หากเป็ชาติก่อนเขาคงจะสอนคนอื่นได้ลำบากเพราะชาติก่อนถึงแม้จะมีภาพแสดงจุดต่างๆ ที่ละเอียดแค่ไหน ก็ยังไม่สามารถเรียนมันได้ง่ายๆ เลย แต่ชาตินี้เขามีลมปราณเป็ตัวช่วยและเขาเองก็อยากจะลองสอนด้วยวิธีนี้เช่นกันเพราะเขาเองก็อยากรู้ว่ามันจะให้ผลลัพธ์ได้ดีแค่ไหน
“คุณแน่ใจนะครับว่าจะให้ผมสอน” กอนถามเธออีกครั้งเพื่อยืนยันให้ชัดเจน ประโยคนี้ดังเข้าหูของเบรนด้วย ทำให้เขาถึงกับหนาวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“แน่ใจแล้วนะว่าจะให้กอนสอน” เขาพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางคิดว่า
“ขอให้โชคดีกับทัวว์นรกนะ” เบรนถอนหายใจและหลับตาไว้อาลัยให้กับฟราเซียเป็เวลาหลายนาที เมื่อฟราเซียได้ใคร่ครวญสักครู่ก็ตอบตกลง
“ใช่....... ช่วยสอนฉันด้วย” น้ำเสียงที่จริงจังและมุ่งมั่น ออกมาจากสาวร่างใหญ่ แต่ทางด้านชายหนุ่มอีกคนนั้น กลับแสยะยิ้มด้วยความยินดีจนหน้าตาดูน่ากลัว เนื่องเพราะเขาชอบการสอนเอามากๆ และยิ่งได้เห็นพัฒนาการของคนที่เขาสอนเขายิ่งมีความสุข
ั้แ่ตอนที่ 8 ถึงตอนที่ 26 สามารถติดตามต่อได้ในฉบับตีพิมพ์นะครับ มีทีั้งแบบ E-Book ใน MEB-EBOOK , Fictionlog , Ookbee หรือจะเป็แบบรูปเล่ม ก็สามารถซื้อออนไลน์กับ สนพ.อาเธน่า ที่เพจ Athena Publishing House ได้โดยตรงครับ และสามารถหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปเช่นกัน แต่คงต้องรอโควิตก่อนครับ
และั้แ่ตอนที่ 27 - 57 ติดตามต่อได้ในเล่มสองนะครับ จะวางจำหน่ายในงานหนังสือ เล่มสองจะวางจำหน่ายงานหนังสือที่จะถึงนี้นะครับ ประมาณวันที่ 30 ก.ย. 63 - 11 ต.ค. 63 นี้นะครับ และหลังจากนั้นจะวางขายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปครับ