ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๙๗ ครอบครองป้าย (re-edition)

            ความโกลาหลบังเกิดราวอยู่ในสมรภูมิ .. เปลวอัคคีหลากสีพวยพุ่ง เสียงมังกรคำรามเกรี้ยวกราดกระหึ่มกึกก้อง ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์นับพันจากสำนักต่างๆ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อสยบมังกรปราณ ทั้งยังต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงป้ายมังกรเหินอีก

            อุทัยเหลียวซ้ายมองขวาพบเห็นยอดยุทธ์หลายร้อยรายล้อมมันอยู่ แต่ละคนกระหยิ่มยิ้มจ้องมองมันราวเป็นขนมกรุบกรอบ หวังช่วงชิงมังกรปราณตัวน้อยจากผู้ฝึกยุทธ์ที่มีสารรูปบ้านนอกเช่นมัน

            อยาลองและวันฉลองยืนอยู่ด้านหน้าของฝูงชน อยาลองกล่าวคุยกันว่า “มังกรปราณตัวเล็ก .. ตัวเล็กที่สุด ..”

            วันฉลองยิ้มกล่าวว่า “ตัวเล็กสุด ความดุร้ายย่อมน้อยสุด เรื่องราวไม่ยากเกินไปแล้ว ฮา ฮา”

            อยาลองกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ “เช่นนั้นก็ดี .. ป้ายมังกรเหินคือสิ่งเบิกทางในงานประลองยุทธ์ ต้องแย่งชิงมาให้ได้ ฮี ฮี”

            วันฉลองกล่าวต่อ “แต่เจ้าผู้นี้เป็นใคร .. ดูท่าทางวรยุทธ์ยังอ่อนด้อย .. แม้พลังปราณยังสัมผัสไม่ได้ ..”

            เสียงคนผู้หนึ่งตอบ “มันเป็นคนงานในคณะของข้าเอง ทั้งยังขี้เมา ดูหน้าตาของมันยังไม่สร่างเมาแม้เพียงน้อย” เป็นม่องน้อยได้ยินทั้งคู่สนทนากัน จึงอดที่จะกล่าววาจาสอดมิได้

            จงน้อยกล่าวเสริม “อิ อิ .. ป้ายมังกรเหินอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว”

            วันฉลองเหลียวมองกลับมาเห็นทั้งสองสวมชุดยุทธ์ประจำแคว้น จึงกล่าวว่า “ที่แท้ก็ยอดยุทธ์จากกุสุมา .. นับถือ .. นับถือ ..”

            ม่องน้อยหันมามองโดยไม่ใส่ใจ ส่วนจงน้อยยังเย่อหยิ่งไม่ตอบคำใด อยาลองเห็นเช่นนั้นจึงกระซิบถามวันฉลอง “ยอดยุทธ์กุสุมาฝีมือเป็นเช่นไร พี่ท่าน ..”

            วันฉลองหันมากล่าวตอบเบาๆ “อ่อนนนน มากกกก” .. คำตอบทำอยาลองยิ้มกริ่ม ผู้ฝึกยุทธ์ยังอ่อนด้อย ส่วนคนงานผู้นั้นคงอ่อนด้อยยิ่งกว่า .. ฮา ฮา

             

            .. อุทัยถูกห้อมล้อมด้วยยอดยุทธ์นับพันแล้ว เสียงตะโกนดังลอดออกมา

            “มังกรเป็นของสำนักหมัดดาวเหนือ ใครก็ห้ามแตะต้อง” ยอดยุทธ์ร่างใหญ่ห้าหกคนก้าวเดินมาด้านหน้า พวกมันกล่าววาจาโดยไม่เกรงใจผู้ใด

            “เป็นของสำนักเทพเมฆาต่างหาก ส่งมังกรตัวนั้นมาให้ข้าเสียโดยดี” ยอดยุทธ์ร่างสูงโปร่งผู้หนึ่งกล่าว แล้วจึงกระโดดลอยตัวขึ้นกลางอากาศ

            “มันต้องเป็นของข้า .. สำนักดาบของข้าเท่านั้น ..” ยอดยุทธ์ผู้ใช้ดาบ ศิษย์สำนักดาบเจ้ายุทธ์ผู้เดิมกล่าว

            “ฮา ฮา .. ต้องดูว่าผู้ใดเป็นผู้สมควร” ยอดยุทธ์ร่างโย่งมือถือทวนยาว พร้อมพวกอีกสองคนยืนขวางผู้อื่นไว้ ทั้งหมดคือกลุ่มที่โจมตีอุทัยเมื่อครู่

            “ทิ้งมังกรปราณไว้ตรงนั้น ! ส่วนเจ้าก็ไสหัวไปได้ ..” ยอดยุทธ์ชุดขาวแผ่พลังปราณรุนแรงกล่าวสั่งอุทัย ในมือถือกระบี่เล่มงามกำลังยกชี้ใส่หน้า

            อุทัยครุ่นคิดในใจ .. การสยบมังกรปราณร้ายกาจดุร้ายสักตัวหนึ่ง อาจง่ายดายกว่าการประจันหน้ากับยอดยุทธ์หลากหลายสำนักกว่าพันคน

            หรือจะไปแย่งชิงป้ายมังกรเหินจากยอดยุทธ์ผู้อื่นก็ไม่เลวอยู่ อุทัยกล่าวเรียกเจ้ามังกรน้อย “นี่ .. เจ้าตัวน้อย”

            มังกรน้อยที่เกาะบนศีรษะของอุทัยก้มลงมากล่าวถาม “มีอันใดหรือ ..”

            อุทัยยกเจ้ามังกรน้อยลงมาจากศีรษะของมัน แล้วใช้สองมือถือไว้ราวกับเป็นตุ๊กตา เจ้ามังกรจ้องมองอุทัยด้วยตาคู่โตส่องประกาย .. วิบวิบ .. วับวับ

            เจ้ามังกรน้อยกล่าวอย่างใสซื่อ “ท่าน .. ยอมเป็นสหายของข้าแล้วหรือ ..”

            “ถูกต้องแล้ว ..” อุทัยกล่าว ที่มุมปากของมันยกยิ้มอย่างชั่วร้าย “เราเป็นสหายกัน ฮึ ฮึ ฮึ” แล้วจึงยกเจ้ามังกรน้อยขึ้นไว้บนฝ่ามือซ้าย

            อุทัยกล่าว “เช่นนั้นมาเล่นกัน .. เจ้าพร้อมแล้วหรือไม่ ..”

            แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ .. เจ้ามังกรน้อยระรัวตบมือ กล่าวอย่างลิงโลด “ดี ดี .. เอาเวย .. เอาเวยยย .. ข้าพ้อมแย้ว ..”

            อุทัยก้าวเดินยาวๆ ปล่อยเจ้ามังกรน้อยลงมา ขาซ้ายก้าวออกไปด้านหน้าปักยืนอย่างมั่นคง ขาขวาง้างออกไปด้านหลัง แล้วบิดสะโพกปล่อยแข้งขวาเตะส่งเต็มแรง ..

            ตู้มมมมมมม ! .. เจ้ามังกรน้อยถูกอุทัยเตะเข้าเต็มข้อ ร่างของมันลอยละลิ่วปลิวละล่องอยู่กลางอากาศ

            .. เสียงของเจ้ามังกรน้อยร้องอย่างรื่นเริง .. ฮา ฮา ฮู่ ฮู่ววววววววว

            อุทัยไม่รอข้ารีบกล่าวดังๆ ว่า “โน่นนนน .. โน่นนนน .. มังกรบินหนีไปโน่นแล้ว ..”

            .. ยอดยุทธ์ทั้งหลายเงยหน้ามองมังกรตัวน้อยสีชมพูสดพุ่งลอยแหวกอากาศไปต่อหน้าต่อตา

            .. พวกมันไม่รอช้ายกโขยงวิ่งตามไปยังทิศทางนั้นโดยบัดดล ต่างยื้อแย่งตะเกียกตะกายให้เป็นบุคคลแรกที่ไปถึงตัวมังกร

            .. เพียงนับหนึ่งถึงสามรอบข้างอุทัยคงเหลือแต่พื้นที่ว่างเปล่าพร้อมฝุ่นผงตลบอบอวล ลูกเตะลูกนี้ส่งเจ้ามังกรน้อยลอยไปไกลหลายร้อยหลา

            อุทัยรู้สึกโปร่งโล่งอย่างบอกไม่ถูก ส่งสายตามองยอดยุทธ์นับพันวิ่งแข่งกันไปจับเจ้ามังกรน้อย

            แต่ .. เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างใจหวัง .. อุทัย “!!!” .. มันอ้าปากหวอ ไม่สามารถกล่าววาจาอันใดได้ ..

            เจ้ามังกรน้อยไม่รู้กลับมาตั้งแต่เมื่อไร ขยับปีกน้อยๆ ของมันมาบินอยู่ตรงหน้าอุทัยอีกแล้ว

            “สนุกจัง .. สนุกจัง ..” มังกรน้อยร้องกล่าวอย่างเริงร่า

            “เอาอีก .. เอาอีก .. เตะข้าอีก ..” ขยับปีกอีกทีหนึ่ง ร่างเจ้ามังกรน้อยก็ไหววูบมาอยู่ทางด้านซ้าย

            “นะ นะ นะ .. เตะข้าอีก ข้าอยากบินอีก ..” ขยับปีกอีกหนึ่งที ร่างเจ้ามังกรน้อยก็วูบวาบมาอยู่ทางด้านขวา

            เสียงฝีเท้าห้อตะบึง พร้อมเสียงอื้ออึงของฝูงชน .. “โน่นนนน .. โน่นนนน .. เจ้ามังกร มันกลับไปโน่นแล้ว ..” ยอดยุทธ์เหล่านั้นวิ่งฝุ่นตลบกลับมาหาอุทัย

            “มารดาเรา ..” อุทัยอุทาน เมื่อมองเห็นคลื่นฝูงชนวิ่งกลับมาราวน้ำป่าหลาก

            อุทัยไม่รอช้าสับขาออกวิ่งในทันใด ขืนชักช้าต้องถูกยอดยุทธ์มากมายรุมสกรัม ส่วนเจ้ามังกรปราณยังหัวเราะร่าเกาะอยู่บนหัวของอุทัย

             

            .. อีกฟากหนึ่งของลานหิน .. มังกรปราณสามหัวยืนตระหง่าน ร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดสีทองแดงเลื่อมประกายวับวาว หางยาวเรียวกระหวัดไปมา ปีกทั้งสองสยายกว้าง ท่อนขาแข็งแกร่งหยัดยืนบนพื้น กรงเล็บตีนของมันแหลมคมจนเจาะพื้นผิวศิลาขาดเป็นริ้วๆ ราวกระดาษสา

            โฮ๊กกกกก ! โฮ๊กกกกก ! โฮ๊กกกกก ! ใบหน้าทั้งสามของมันถมึงทึงดุร้าย ส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับราชาแห่งมวลมังกร

            มังกรเทวะสามเศียร ! .. มังกรปราณจากดวงจิตมังกรเทวะ

            .. เป็นมังกรปราณเพียงตัวเดียวที่ไม่มียอดยุทธ์ผู้ใดหาญกล้าเข้าใกล้

            ระหว่างที่เหล่ายอดยุทธ์ชุลมุนไล่จับมังกรปราณ มีบุคคลผู้หนึ่งเดินออกมาจากตำหนักมังกรคำรน คนอยู่ในชุดคลุมเป็นอาภรณ์สีขาว ปักดิ้นหลากสีเป็นลวดลายมังกรงามสง่า ชุดปกคลุมตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า

            คนผู้นี้รูปร่างสูงโปร่ง มาหยุดยืนอยู่ลานด้านหน้าชั้นบนสุดของขั้นบันได มองลงไปยังมังกรปราณเบื้องล่าง

            เจ้ามังกรปราณสามหัวมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยทันใด .. หัวทั้งสามหันขวับ ดวงตาทั้งหกจ้องเขม็ง พร้อมก้าวเดินเเข้าหา ทั้งยังกระพือปีกจนเกิดสายลมพลิกม้วน เดินมาหยุดอยู่หน้าบันไดนั้น

            โฮ๊กกกกกกกก ! เสียงคำรามดังกระหึ่ม ปากทั้งสามพ่นอัคคีสีทองแดงร้อนแรง จนมังกรปราณตัวอื่นต้องเงียบเสียงลง

            บุคคลผู้นั้นยังสงบนิ่ง แล้วก้าวเดินเข้าหา มือขวายื่นยกขึ้น เห็นเพียงนิ้วทั้งห้าเรียวยาว กางโผล่พ้นออกมาจากเสื้อคลุม

            ฮ๊ากกกก ! เจ้ามังกรชะงักค้าง ดวงตาทั้งหกเปลี่ยนเป็นถลนหวาดหวั่น

            ราวช่วงเวลาถูกผนึกไว้ บังเกิดแสงสว่างเรืองบางเบาที่บนฝ่ามือคนผู้นี้ เจ้ามังกรปราณยังแหกปากอ้ากว้าง

            .. ภาพที่ไม่อาจเชื่อได้บังเกิดขึ้น

            .. ร่างมังกรปราณสามหัวเริ่มแปรสภาพ กลายเป็นเส้นแสงสีทองแดง ค่อยๆ กระจายออก

            .. เส้นแสงสว่างวับไหวกระเพื่อมเป็นเส้นสายหลายร้อยหลายพันเส้น แล้วจึงพุ่งสะบัดไปด้านหน้า

            .. ว๊าบบบบ .. ว๊าบบบบ .. สายเส้นพลังปราณไหลรวมไปอยู่ในฝ่ามือของบุคคลภายใต้อาภรณ์สีขาวนั้น

            มังกรปราณเทวะสามเศียรสลายเป็นเส้นพลังปราณถูกดูดรั้งเข้ามา เกิดเป็นแสงสว่างวาบจนแสบตาอยู่ด้านหน้าตำหนักมังกรคำรน

            .. เพียงชั่วครู่แสงนั้นจึงหายวับกลับกลายเป็นป้ายมังกรเหินสีทองแดง อยู่ในอุ้งมือของบุคคลผู้นั้นแล้ว

            ด้วยเวลาเพียงสิบลมหายใจ ยอดยุทธ์ผู้นี้ไม่เปลืองแรงแม้แต่น้อย แต่สามารถสยบมังกรปราณสามเศียรอันดุร้ายได้อย่างง่ายดาย เมื่อได้ครอบครองป้ายมังกรเหินก็ยืนนิ่งอย่างองอาจมองไปยังลานหินเบื้องล่าง

            .. เหตุการณ์ช่างวุ่นวายโกลาหล

            ศิษย์สำนักบุบฝาเหมันต์ .. ‘วาวา’ ผู้ครอบครองป้ายมังกรเหินจากดวงจิตมังกรปราณขั้วโลก ..

            แต่นางยังมิสามารถไปไหนได้ ถูกห้อมล้อมด้วยศิษย์ร่วมสำนัก .. พวกนางทั้งห้าหยุดยืนอยู่กึ่งกลางลาน วาวาอยู่ตรงกลาง ศิษย์ที่เหลือกระจายอยู่ทั้งสี่ทิศ ทำการร่ายรำเพลงกระบี่ปกป้องนางไว้

            ยอดยุทธ์กว่าห้าสิบคนล้อมกรอบพวกนางไว้ พวกมันมิได้มาเพียงชื่นชมความงาม แต่ยังต้องการช่วงชิงป้ายมังกรเหิน .. ต่างแสดงท่าทางโอหัง ทั้งยังกล่าววาจาแทะโลม

            “อิ อิ .. แม่หญิงเช่นพวกเจ้า สมควรอยู่บ้านปรนนิบัติสามี จะดีกว่าหรือไม่”

            “สะโพกช่างผึ่งผาย สมควรเป็นภรรยาที่ดี เหมาะแก่การให้กำเนิดบุตรสักหลายคน .. ฮา ฮา”

            “หน้าที่ทางด้านนี้ ให้บุรุษเช่นพี่กระทำแทน .. ส่งป้ายมังกรอันนั้นมา แล้วคืนนี้พี่จะแวะไปหา .. ฮี ฮี ฮี”

            พวกมันเป็นศิษย์ชาวมิจฉาชีพจากหลากหลายสำนัก ทั้งยังเยาว์วัยมีเลือดลมพลุ่งพล่าน เมื่อเห็นหญิงงามจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงกิริยาดิบเถื่อนพูดจาโอ้โลม

            “มอบป้ายนั้นให้พี่ แล้วน้องน้อยไปกลับไปรอในห้องหอ .. คืนนี้เราสนิทสนมกัน ดีหรือไม่ อื่มมมม” ยอดยุทธ์เจ้าชู้ลามกผู้หนึ่งกล่าว

            “บัดซบ ! ไอ้ปากสุนัข” เสียงตวาดจากศิษย์สำนักบุปผาเหมันต์ แล้วจึงสะบัดฝ่ามือออกไปหนึ่งฝ่ามือ

            .. เปรี้ยง !!! ปราณวารีเหมันต์สีฟ้าสว่างวาบ ประทับถูกหน้าอกของยอดยุทธ์ปากสุนัขผู้นั้นอย่างจัง .. ร่างของมันลอยปลิวตามแรงมือ เลือกกระฉูดออกจากปาก .. ส่งเสียงร้องดัง .. อ๊ากกกกกก !

            ศิษย์สำนักบุปผาเหมันต์ผู้เป็นศิษย์พี่หัวหน้า กล่าวขึ้นว่า “ช้าก่อน ! พวกเจ้าอย่าแตกขบวน .. ปกป้องศิษย์น้องไว้ ..”

            วาวาที่อยู่ตรงกลาง กล่าวว่า “ศิษย์พี่กล่าวถูกต้อง .. ไม่มีความจำเป็นต้องประมือกับพวกมัน” นางหยุดเล็กน้อยหันมองไปรอบๆ ตัว แล้วกล่าวต่อ “.. ต้องออกไปจากที่นี่ก่อน พวกมันมีมากเกินไป ..”

            “อ่ะ นั่นแน่ ! แม่หญิง ..” ยอดยุทธ์อีกผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาขวางทาง ปากร่ำร้อง “คิดจะหนีไปไหน ส่งป้ายมังกรเหินมา” ดาบเล่มเรียวยาวถูกนำขึ้นมากวัดแกว่ง แล้วจึงโถมร่างเข้าฟาดฟัน

            .. เคร๊ง ! เคร๊ง ! เคร๊ง ! .. ศิษย์สำนักบุปผาเหมันต์ผู้หนึ่งร่ายรำเพลงกระบี่สกัดเอาไว้

            เมื่อยอดยุทธ์ผู้อื่นเห็นเช่นนั้นจึงไม่รอช้า พวกมันต่างชักอาวุธพุ่งเข้าใส่โดยทันใด เกิดเป็นภาพยอดยุทธ์หลายสิบคนห้อมล้อมศิษย์สตรีทั้งห้าอย่างแน่นหนา

            .. เคร๊ง ! เคร๊ง ! เคร๊ง ! คร๊าง ! .. คมกระบี่ปะทะกับอาวุธนานาชนิดเสียงดังเกรียวกราว เพลงกระบี่ของศิษย์สำนักบุปผาเหมันต์อยู่ในระดับสุดยอด สามารถสกัดยอดยุทธ์ที่บุกเข้ามาจนไม่สามารถรุกเข้าหา

            ทั้งยังมีวาวาที่อยู่ตรงกลาง คอยสนับสนุนด้วยการปล่อยพลังปราณผ่านดัชนีโจมตีจากระยะไกล มองดูท่าร่างของศิษย์สตรีทั้งห้าสอดประสานกันอย่างกลมกลึง

            .. นั่นคือท่วงท่ากระบวนยุทธ์ .. ค่ายกลบุปผาเหมันต์

            กลีบบุปผาทั้งสี่คือกระบี่คอยปะทะตั้งรับ ที่ทำร้ายผู้คนคือเกสรบุปผา เป็นพลังดัชนีที่ปล่อยออกจากวาวา .. เพียงอึดใจยอดยุทธ์ห้าหกคนล้มลงตัวแข็งทื่อ ร่างกายถูกทำร้ายด้วยพลังปราณวารีเหมันต์อันเย็นเยือก

            ถึงกระนั้นพวกนางก็ยังถูกล้อมเอาไว้ ในเวลาอันสั้นยังไม่เห็นหนทางจะหลบหนีจากกลุ่มคนเหล่านี้ไปได้

            แต่แล้วแผ่นดินที่ใต้ฝ่าเท้าเกิดการสั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าเหยียบย่างดังกระหึ่ม มีกลุ่มคนกำลังวิ่งมาทางด้านนี้

            วาวาเห็นอุทัยวิ่งหน้าตั้งนำอยู่ด้านหน้า บนหัวของมันมีบางสิ่งเกาะอยู่ด้านบน ที่ด้านหลังมียอดยุทธ์นับพันวิ่งติดตามมันมา มองเห็นฝุ่นผงตลบเป็นทางยาวแต่ไกล

            “แม่นาง ! ขอทางหน่อย ..” เสียงของอุทัยตะโกนบอกให้สาวงามหลีกทาง ส่วนเจ้ามังกรน้อยที่เกาะบนหัวร้องอย่างสนุกสนาน .. “หลีกหน่อยจร้า ม้าด่วนมาแล้ว .. ฮี๊ .. กับ กับ .. ฮี๊ .. กับ กับ ..”

            อุทัยวิ่งผ่าค่ายกลบุปผาเหมันต์ไปอย่างรวดเร็ว ศิษย์ที่รำกระบี่ป้องกันค่ายกลซึ่งระวังตัวอยู่ก่อน กลับไม่เข้าใจว่าบุคคลผู้นี้รอดผ่านคมกระบี่ของนางเข้าไปได้อย่างไร

            เมื่อวิ่งไปถึงกึ่งกลาง อุทัยก็ขยิบตาซ้ายให้วาวาคราหนึ่ง .. กล่าวเบาเบาขึ้นว่า “แม่นางน้อย .. รีบออกไปจากที่นี่ ..”

            .. วาวายังงุนงงกับบุคคลผู้นี้ ถึงกับร่างชะงักค้าง จิตใจเหม่อลอยมองดูอุทัยวิ่งหนีจากไป

            เพียงชั่วครู่ทั้งหมดถึงกับสะดุ้ง สิ่งที่ติดตามเจ้าผู้นี้คือฝูงชนกำลังห้อตะบึงติดตามมา เป็นผู้คนจำนวนมากที่ไม่สามารถคะเนด้วยสายตา

            .. วาวาได้สติคิดอันใดได้ รับส่งสัญญาณให้พวกพ้องเคลื่อนไหวในทันใด “ศิษย์พี่ทั้งหลาย ! ติดตามข้ามา ..”

            ราวน้ำป่าเชี่ยวกรากกลืนกินผู้คน คลื่นฝูงชนเหยียบย่ำผู้ที่หยุดยืนมอง ศิษย์สำนักบุปผาเหมันต์ทั้งห้าดีดตัวลอยหลายตลบไปหยุดยืนหน้าประตูมังกรสวรรค์แล้ว

            พวกนางสามารถหนีออกจากวงล้อม ทั้งยังหลบรอดเท้านับพันคู่ .. ศิษย์พี่หัวหน้ากล่าวว่า “โอกาสช่างเหมาะเจาะ พวกเรารีบกลับไปหาอาจารย์กันก่อน” นางหันมามองวาวาดังต้องการความคิดเห็น

            วาวาพยักหน้ากล่าวว่า “กลับกันก่อนก็ดี ที่นี่ไม่ควรอยู่นานเกินไป ..”

            “เช่นนั้น .. พวกเรากลับ!” ศิษย์พี่หัวหน้ากล่าวออกคำสั่ง พร้อมพุ่งกายผ่านประตูมังกรสวรรค์ ศิษย์สำนักบุปผาเหมันต์ทั้งหมดติดตามจากไปอย่างรวดเร็ว

            .. เหตุการณ์วุ่นวายอยู่แล้ว ยิ่งวุ่นวายเข้าไปอีก .. อุทัยวิ่งไปทั่วลานหิน ตามติดด้วยผู้คนจำนวนมากซึ่งต้องการแย่งชิงเจ้ามังกรปราณ

            อุทัยวิ่งไปปากก็กล่าวกับเจ้ามังกรปราณว่า “นี่เจ้า ! เหตุใดจึงตัวหนักเช่นนี้”

            เจ้ามังกรน้อยกล่าว “อิ อิ .. ท่านเป็นอาชา ที่วิ่งเร็ว และแข็งแรงที่สุดเท่าที่ข้าเคยขี่มา .. ฮี๊ .. กับ กับ .. ฮี๊ .. กับ กับ ..” มันยังเล่นขี่ม้าอย่างสนุกสุดเหวี่ยง

            อุทัยกล่าวต่อ “เป็นผู้โดยสาร ทำตัวให้มีประโยชน์ได้บ้างหรือไม่ .. อย่างเช่น ทำตัวให้เล็กๆ เบาๆ กว่านี้หน่อย”

            เจ้ามังกรน้อยกล่าว “อย่างไรหรือ .. ทำตัวให้เล็กๆ เบาๆ ..” มันครุ่นคิดนิดหนึ่งแล้วจึงร้อง “อ่ออออ ข้ารู้แล้ว ..”

            แว่บบบบ ! ร่างเจ้ามังกรน้อยสว่างวาบโดยทันใด แสงสีชมพูสดส่องเจิดจ้า ร่างของมันหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นแผ่นป้ายมังกรเหินสีชมพูแปะอยู่บนหน้าผากของอุทัย

            “เล็กและเบาพอหรือไม่ .. อาชาข้า .. .. ฮี๊ .. กับ กับ .. ฮี๊ .. กับ กับ” เสียงเจ้ามังกรน้อยดังออกมาจากป้ายมังกรเหินอันนั้น

            อุทัยยิ้มแหยๆ หยิบแผ่นป้ายมังกรเหินลงมา ชื่อของมันปรากฏขึ้นบนป้ายนั้น .. อุทัยได้ครอบครองป้ายมังกรเหินแล้ว ..

            อุทัยครุ่นคิด .. มังกรปราณประจำป้ายอันนี้ดูผิดปกติอย่างที่สุด

            .. หรือสมควรทิ้งมันไป แล้วไปสู้กับมังกรปราณตัวอื่นดีหรือไม่

            .. แต่ป้ายอันนี้ก็คือป้ายมังกรเหินอันหนึ่ง เมื่อได้มาแล้วจึงสมควรเก็บเอาไว้

            .. สิ่งที่ควรกังวลยิ่งกว่า ก็คือการรักษาป้ายมังกรเหินอันนี้ไว้จวบจนรุ่งเช้า

            .. ที่ต้องทำตอนนี้คือ ออกไปจากพระราชวังนี่ก่อน .. คิดได้เช่นนั้นจึงเร่งเร้าท่าร่างอีกเล็กน้อย ร่างของอุทัยไหววาบไหลไปอยู่บนหลังคาป้อมมังกรสวรรค์ แล้วจึงอันตรธานหายไปราวกับว่าร่างกายของมันสลายไปกับสายลม ..

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258