เช้าตรู่วันเสาร์ศวัสจอดรถหน้าคอนโดหญิงสาวแล้วเดินเข้ามานั่งรอภายในห้องโถงคราวนี้ รปภ. คนเดิมยิ้มต้อนรับเปิดประตูให้ดิบดีไม่ถามมากความเพราะจำได้ว่าเขาเคยมากับเ้าของห้องชั้น 15 เมื่อสัปดาห์ก่อน หญิงสาวเ้าของห้องลงมารับแขกด้วยเสื้อยืดตัวโคร่งกางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีหวาน ผมยาวถูกรวบไว้ง่ายๆ ด้วยกิ๊บติดผมตัวโตดวงหน้ามีเพียงรอยแป้งฝุ่นบางๆ เท่านี้หมอหนุ่มก็ตาพร่าไม่ชินกับลุคสาวน้อยของคนตรงหน้า
นี่เธอเกิดก่อนเขาแน่นะ...พอเห็นลุคใสๆ อยู่บ้านของเธอแบบนี้แล้วทำเอาเขาชักไม่แน่ใจว่ากำลังจีบสาวรุ่นพี่วัยสามสิบอยู่จริงรึเปล่าเหมือนกำลังหลอกเด็กมหาลัยมากกว่า
“ขอโทษนะหมอ เพิ่งอาบน้ำเสร็จ”
“รอแป๊บเดียวมาถึงก็ไลน์หาพี่เลยผมซื้อกับข้าวมาด้วย”
“เยอะเชียวจะกินยังไงหมดเนี่ย”
นอกจากกระเป๋าใบใหญ่แล้วยังมีถุงผ้าใส่เอกสารใบโตอีกสองและมีถุงอาหารอีกเพียบราวกับจะกักตุนไว้เป็เดือน
“เผื่อมื้อเย็น”
“โห นี่กะจะลากยาว”
มื้อดึกเลย...เขาคิดแต่ไม่พูดให้คนไหวตัว
มาถึงถิ่นสาว ใครจะยอมกลับไปง่ายๆ อย่างน้อยต้องตื้ออยู่จนถึงดึกดื่นเที่ยงคืนโน่นแหละ
“ทำไมมาเช้านักล่ะ”
“รู้สึกตัวก็ไม่อยากนอนต่อแล้ว”
โกหก! ยังไม่ได้นอนเลยต่างหากชายหนุ่มแอบตอบในใจขณะเดินตามคนตัวเล็กไปติดๆ
“หมอกินข้าวมาหรือยัง” เธอวางอาหารไว้บนเคาน์เตอร์ครัวขนาดย่อม
“ยัง พี่ล่ะ”
“เหมือนกันงั้นพี่เทเลยนะ กินอะไรก่อนดี”
“ข้าวต้ม เ้านี้อร่อย”
“ได้ๆ เอาอะไรอีกมั้ย” มือบางจัดการกับอาหารมื้อเช้าอย่างคล่องแคล่วแขกอย่างเขามองเธอหยิบจับของใช้ในครัวอย่างเพลินตา ร่างเล็กๆหมุนตัวไปมาอยู่ไม่กี่นาทีก็มานั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“กินเหมือนเด็ก” ศวัสมองเ้าของห้องที่เลื่อนเครื่องเคียงพร้อมกับเครื่องปรุงมาให้เขาใส่เครื่องปรุงเพิ่มรสชาติขณะที่เธอแทบจะไม่ปรุงเลยด้วยซ้ำ
“ใส่แค่น้ำส้มแค่นี้ก็อร่อยแล้ว”
“ชิมแบบปรุงสิอร่อยกว่านะ” เขาผลักถ้วยข้าวต้มของตนเองมาให้ลองเธอชั่งใจอยู่นิดนึงแต่พอเห็นสายตาของชายหนุ่มแล้วก็ยื่นช้อนตักเข้าปากตามคำชักชวน
อร่อยจริงด้วย
“เห็นมั้ยบอกแล้ว ผมปรุงให้” ชายหนุ่มยิ้มดูกระตือรือร้นจนเธอไม่กล้าปฏิเสธ
“ลองดู ยังมีรสเปรี้ยวนิดๆ”
รสชาติดีกว่าใส่น้ำส้มเพียงอย่างเดียวจริงๆ
หลังรับประทานมือเช้าเสร็จชายหนุ่มอาสาล้างจานขณะที่เธอเก็บอาหารที่เหลือเข้าตู้เย็น กระทั่งเรียบร้อยทั้งคู่จึงย้ายมาทำงานบนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้องรับแขกหน้าทีวี
“ผมขอใช้ห้องน้ำหน่อย”
“ทางโน้นเลยหมอ”
ชายหนุ่มหยิบอุปกรณ์ในห้องน้ำติดมือมาด้วยเห็นไหมบอกแล้วว่าเขาพร้อมมากสำหรับการใช้ชีวิตในวันเสาร์ที่ห้องนี้จนถึงดึก อย่าว่าแต่ดึกเลยรวมไปจนถึงวันอาทิตย์ด้วยเลยก็ได้
ถ้าเ้าของห้องอนุญาตอ่ะนะ...หึหึ...
ภายในห้องน้ำดูโล่งมากไม่มีครีมหรือแชมพูใดๆ วางบนหน้าอ่างล้างหน้า…อยู่คนเดียวแต่ซื้อคอนโดสองห้องนอน เขาสรุปให้กับตัวเองสั้นๆพลางซับหน้าด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก ส่องกระจกดูหน้าตัวเองแล้วได้แต่ปลงอนิจจัง
ง่วงตาจะปิดเพราะปั่นงานมาหลายคืนติดๆกัน
จะรอดไหมวะไอ้ไวน์!
ครืดครืด
“ค่ะหมอ”
“ผมส่งไฟล์ในอีเมลให้พี่ช่วยดูหน่อยนะครับเห็นพี่ยังไม่อ่านไลน์เลยโทรมาขอโทษที่รบกวน”
“ไม่เป็ไรค่ะ พี่ว่างพอดี”
ว่างตรงไหน?เธอกำลังดูวิจัยให้เขาอยู่
“ขอเป็บ่ายๆ นะหมอเดี๋ยวพี่บอกอีกที”
“เปิดกล้องคุยได้ไหมผมจะให้ช่วยดู EndNote ให้หน่อย”
นอกจากโปรแกรม SPSS สำหรับงานวิเคราะห์สถิติแล้วที่เป็ปัญหาก็ไม่พ้นEndNote โปรแกรมที่ใช้สำหรับการอ้างอิงเอกสาร เนื่องจากเป็โปรแกรมใหม่สำหรับทันตแพทย์ผู้เข้าอบรมดังนั้นการที่เธอต้องคอยให้คำปรึกษานอกเวลาราชการทั้งตอนดึกดื่นหรือวันหยุดเสาร์อาทิตย์จึงเป็เื่ปกติ
“ค่ะ” เธอเบี่ยงหน้าจอไม่ให้เห็นว่ายังมีหมอหนุ่มอีกคนถืออภิสิทธิ์มาเยือนถึงห้องพักต่างจากคนอื่นที่ติดต่อกันผ่านทางออนไลน์
นนทวัฒน์คุยกับหญิงสาวอยู่ราว 5 นาทีก็วางสาย เ้าของห้องนึกโล่งใจที่แขกพิเศษไม่ส่งเสียงให้ปลายสายรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเขาแต่พอหันมาอีกทีก็พบว่าสาเหตุเนื่องมาจากหมอหนุ่มฟุบหลับไปแล้ว
“หมอ” ภัควริณย์เรียกชายหนุ่มเบาๆ“ง่วงเหรอ”
“ครับ”
“งั้นนอนก่อนนะ พี่ว่าหมอไม่ไหวแล้ว” เธอมองตาแดงๆ นั้นอย่างเห็นใจ อดหลับอดนอนแบบนี้ทุกรุ่น
“นอนในห้องมั้ย โซฟาน่าจะเล็กไปไม่สบายตัวไม่ต้องห่วงงานระหว่างนี้เดี๋ยวพี่ช่วยแก้เชิงอรรถให้”
“ขอบคุณครับ” เขารับหมอนกับผ้าห่มมาก่อนจะเอนตัวลงแต่พอเธอจะหันกลับก็ถูกคว้ามือเอาไว้
“อยู่ด้วยกันก่อนสิอย่าเพิ่งไป”
“นอนเถอะพี่จะไปทำงานต่อ”
“คำตอบผม?”
“ยังมีแรงพูดอีก”
“ตอบก่อน ไม่งั้นหลับไม่ลง” ตาแดงก่ำมีแววคาดคั้นเล็กๆ
“ยังไม่ได้คิดเลย”
คิดแล้ว...แต่ไม่รู้จะตอบว่ายังไงดี
“อะไรผ่านมาตั้งหลายวัน”
“่นี้ยุ่งมากก็อย่างที่เห็น”
“ใจร้าย ทั้งที่รู้ว่าผมรออยู่”
“ก็ไม่ต้องรอ”
“หรือพี่มีใครอยู่แล้วรึเปล่า” ชายหนุ่มกลั้นใจถามเผลอบีบมือนุ่มเบาๆ
ขออย่าให้เป็แบบนั้นเลย ไม่งั้นเขากระอักเืตายแน่!
“แล้วหมอล่ะ”
“พี่ก็รู้ว่าเรียนทันตะยุ่งขนาดไหนทั้งเลกเชอร์ทั้งแล็บไหนจะคลินิก เวลากินเวลานอนแทบจะไม่มี”
“ตอนทำงานก็น่าจะพอมีเวลา” เธอแย้ง
“แต่ผมไม่มีใคร”
“่นี้ตั้งใจทำงานให้เสร็จก่อนดีกว่าอย่าเพิ่งคิดเื่อื่น”
“ผมอายุยี่สิบเจ็ดแล้วนะ ไม่ใช่วัยรุ่น”
“แต่ก็เด็กกว่าพี่ พี่ไม่อยากคบเล่นๆ ขำๆหมอเข้าใจใช่ไหม”
“ไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อยที่เกิดทีหลัง”
หญิงสาวถอนใจติดชีวิตโสดมานานจนถึงสามสิบปีจะลงจากคานไม่ใช่เื่ที่ตัดสินใจง่ายๆ เลย กลัวเสียใจกลัวผิดหวัง กลัวที่จะต้องเริ่มกับใครสักคน
“ไม่ต้องบอกใครได้มั้ย” ยอมถอยให้ชายหนุ่มอีกก้าว
“ยังไงก็ปิดไอ้พวกนั้นไม่ได้อยู่ดี”
“ปล่อยให้รู้เอง”
“กลัวเรตติ้งตก?”
“หมอต่างหากที่ต้องห่วงเรตติ้ง”
“ผมเป็หมอฟันนะ”
“เอฟซีหมอเยอะพี่กลัวไม่ได้หรือไง”
“แล้วพี่ไม่เยอะ?”
“ไม่มีเลย”
“หมอแต่ละรุ่นต้องถูกพี่ตกได้บ้างล่ะพี่แกล้งทำมึนเองต่างหาก”
“แค่ความประทับใจตอนทำกิจกรรมหรือพอใจกันแค่หน้าตา พอจบไปแล้วก็ลืม”
เธอเจอมาเยอะั้แ่สมัยเป็สต๊าฟเชียร์กลางของมหาวิทยาลัย รุ่นน้องแอบปลื้มถึงขั้นมาขอเป็แฟนตัวอย่างก็มีให้เห็น ‘เตวิช’ นั่นไง
“พี่อย่าเหมารวมสิผมไม่ใช่เด็กขนาดที่จะแยกแยะอารมณ์ความรู้สึกตัวเองไม่ได้” ชายหนุ่มตัดพ้อ
“เอาเป็ว่าเราค่อยๆ ดูกันไปดีกว่านะ ถ้าใช่ก็ใช่ ถ้าไม่เราจะได้ไม่ต้องมองหน้ากันไม่ติด”
“ผมถือว่าพี่ตกลงแล้วนะ” คนง่วงนอนรีบรวบรัดก่อนที่ตัวเองจะปิดสวิตซ์คลายมือบางลงแต่ยังไม่ยอมปล่อย
โรแมนติกว่านี้มีอีกมั้ย ทันตแพท์ศวัสขอสาวเป็แฟนในขณะที่ตัวเองตาปรือจะหลับแหล่มิหลับแหล่
“ต้องตอบด้วยเหรอ แทบจะหักคอเอาขนาดนี้” คนถูกขอเป็แฟนตวัดสายตาค้อน
ทำยังกับตัวเองยอมรับคำตอบที่เป็อื่นนอกจาก ‘เซย์เยส’ อย่างนั้นแหละ
ฮิตเล่อร์ชัดๆ!
“ตกลงเราเป็แฟนกันแล้วนะ” ร่างกายเริ่มชัตดาวน์ตัวเองลงช้าๆ
“กล่อมหน่อย ง่วง”
“ง่วงก็นอน” เธอนั่งลงข้างๆ คนตัวสูงที่นอนทอดร่างอยู่บนเตียง
“ขอชาร์จแบตก่อน” คนแบตเหลือน้อยสอดแขนผ่านเอวบางกอดร่างเล็กๆแ่เบาขยับศีรษะมาวางบนตักนุ่ม
“ขออยู่อย่างนี้สักครู่” อ้อมแขนแข็งแรงกระชับแน่นขึ้นเมื่อเธอทำท่าจะขยับออกห่าง
“พี่เหมือนจะเฟรนด์ลี่ แต่ความจริงหยิ่งมาก” คนที่กอดอยู่วิจารณ์เบาๆ “เข้าใกล้ได้แต่ห้ามแตะ”
“แล้วที่ทำอยู่นี่มากกว่าแตะอีกมั้ย ปล่อยได้แล้ว”
“ยังชาร์จได้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เอง ขอต่ออีกนิด”
“งานจะไม่เสร็จนะถ้าไม่ปล่อย” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็ยังนั่งนิ่งให้เขากอดอยู่ดี
ใจอ่อนอีกแล้วนะนังพี!
“ขู่อีกแล้ว” คนง่วงบ่นงึมงำ กุมมือบางแนบแก้ม
“่นี้ได้นอนบ้างรึเปล่า” ภัควริณย์ลูบผมคนที่เกยศีรษะอยู่บนตัก
“วันละไม่กี่ชั่วโมง” ศวัสตอบทั้งที่หลับตากุมมือนุ่มไม่ยอมปล่อย
“แล้วเอาเวลาไหนไปเที่ยว”
“ไม่ได้ไปไหนเลยั้แ่หลังปีใหม่ แอบส่องใช่มั้ยสนใจผมเหมือนกันล่ะสิ”
“ฟ้ามาเล่าต่างหาก น้องปลื้มหมอมากเลยนะเล่าเื่หมอให้ฟังจนพี่จะสมัครเป็แฟนคลับตามล่ะ”
ศวัสทำหน้าพิลึก “ผมไม่ใช่ดาราสักหน่อย”
“หมอน่าจะชินได้แล้วหน้าตาแบบนี้น่าจะรู้ตัวว่าตกสาวๆได้มากแค่ไหน” นิ้วเรียวเล็กข้างที่เป็อิสระไล้ลงมาั้แ่หน้าผากจมูก จนมาถึงริมฝีปากหยักสวยของเขา
“แล้วพี่ล่ะถูกตกหรือยัง” ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองใบหน้าหวานนิ่งจับมือที่ััใบหน้าเขาไว้แล้วจุมพิตเบาๆทีละนิ้ว
“มั้ง ไม่งั้นหมอคงไม่ได้อยู่ตรงนี้”
หวังว่าตอนนี้หน้าคงไม่แดงแจ๋จนเขามองเห็นหรอกนะ
“ขอบคุณครับ”
“นอนได้แล้วจะได้ตื่นมาทำงานต่อ”