ร่างสูงท้วมเยื้องกายตรงมาหาพวกเขาด้วยท่าทีผ่อนคลายใบหน้าดุดันที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็เผยรอยยิ้มแสยะราวกับกำลังชอบใจ เขาหยุดล้มตัวนั่งลงจ้องหน้าชายหนุ่มทั้งสองสลับกันไปมา
“พวกเอ็งตายกันยังไงบ้าง?”ชายปริศนาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยพลางยื่นแขนทั้งสองข้างออกมายืดเส้นยืดสาย
“อย่าพูดถึงมันอีกดีกว่า”เล้นตอบกลับเสียงแข็ง แค่นึกถึงเขาก็สมเพชตัวเองมากพอแล้ว ชายผิวคล้ำเบ้ปากยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามชายหนุ่มทั้งสองต่อ
“ว่าแต่พวกเอ็งตามหาฉันเื่อะไร?”
“ที่นี่คือที่ไหน?” ปอนด์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเจือสั่นเครือเล็กน้อยน้ำตาของเขาเริ่มเหือดแห้งลงบ้างแล้ว หลังจากกลับมาตั้งสติใหม่อีกครั้ง
“ไม่รู้” คนถูกถามเอ่ยขึ้นพร้อมกับยักไหล่อีกรอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
“อย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงของปอนด์แ่เบาลงยิ่งกว่าเดิม เขาผลุบตามองไปบนพื้นอย่างเหม่อลอยเล้นเองก็นิ่งเงียบไปเช่นกัน
“เฮ้! อย่าพึ่งพากันทำหน้าอย่างนั้นสิไอ้หนุ่ม ฉันเคยพยายามเดินสำรวจเมืองดูแล้วแต่มันกว้างใหญ่เกินไปที่จะสำรวจได้ภายในเวลาจำกัดแบบนี้” ชายคนนั้นกล่าวแย้งขึ้นท่าทีของเขายังคงดูผ่อนคลายไม่เปลี่ยน มันก็สมเหตุสมผลดังที่เขาว่าเมืองแปลกประหลาดกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ คงเป็ไปได้ยากที่จะสำรวจให้ทั่วภายใต้สถานการณ์บีบบังคับให้หนีความตายทุกคืน
“แล้วพี่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” เล้นถามขึ้นหลังจากที่นิ่งเงียบไปสักพัก
“ถ้าให้ฉันเล่าย้อนเหรอ พวกเอ็งลองคิดภาพตามฉันนะ...” เขาตอบด้วยโทนเสียงต่ำลงพร้อมกับโน้มตัวเข้าหาชายหนุ่มตรงหน้าทั้งสองชายผิวคล้ำฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเหลืองทั้งแถว ดวงตาแข็งกร้าวของเขาเป็ประกายแวววาวทว่าให้อารมณ์ชวนขนลุกซู่อย่างบอกไม่ถูกยิ่งไปกว่านั้นคำบอกเล่าถัดมาของเขาทำให้ปอนด์ถึงกลับเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะด้วยสีหน้าตกตะลึง
“ตอนนั้น...หลังจากข่มขืนแล้วก็ฆ่านางสก๊อยนั่นเสร็จ ฉันเปิดเพลงคลอเบาๆ ปากก็คาบบุหรี่ระหว่างที่จัดการศพมันในห้องน้ำอยู่ดีๆ ก็มีคนมาเคาะประตูขัดจังหวะอารมณ์เพลิดเพลินของฉัน...” ชายวัยกลางคนเล่าอย่างออกอรรถรสใบหน้าของเขาสะท้อนความสุขและตื่นเต้นที่ปิดเอาไว้ไม่มิด ราวกับว่ากำลังเล่านิทานสนุกๆ ให้เด็กฟัง โดยที่ความผิดชอบชั่วดีนั้นกลายเป็เื่ที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร
ปอนด์จ้องมองเ้าของใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็ไม่วางตาพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ตนกำลังอ้าปากค้างตะลึงงันอยู่ พอดึงสติกลับมาได้บ้างแล้วเด็กหนุ่มจึงหันไปมองสบตากับผู้เป็รุ่นพี่ที่นั่งข้างๆแต่ทางเล้นไม่ได้มีทีท่าแสดงอารมณ์อะไรออกมามากนัก มันคงจะเป็เื่ปกติสำหรับเขาเช่นกันส่วนชายวัยกลางคนยังคงแบ่งปันเื่ราวของตนเองอย่างต่อเนื่อง
“ตอนนั้นมันก็ตี 2 แล้ว ไอ้เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก แต่พอเปิดประตูออกไปกลับผิดคาดอยู่ๆ ฉันก็มาโผล่ที่เมืองแห่งนี้เสียงั้น เห็นตรงนั้นไหม? ประตูบ้านของฉันยังตั้งอยู่ตรงนั้นอยู่เลย”นิ้วมือคล้ำชี้ไปยังกำแพงซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนักจากกลุ่มพวกเขา เล้นและปอนด์หันมองตามไปแต่กลับต้องขมวดคิ้วเมื่อไม่เห็นประตูที่เขาอ้าง
“ฉันเคยหาอะไรมาทุบกำแพงดูแล้วก็ไม่เป็ผล ลองหาประตูอื่นๆ ก็หาไม่เจอว่าแต่พวกเอ็งหาประตูอื่นเจอไหม?”พูดจบเขาโน้มหน้าเข้ามาหาชายหนุ่มทั้งสองอีกครั้งดวงตาวาวโรจน์มองใบหน้าพวกเขาสลับไปมารอคอยคำตอบ
“ประตูที่พวกผมมาก็ถูกปิดไว้เหมือนกัน” เล้นตอบกลับด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“เฮ้อ! อย่างนั้นสินะ” เขาถอนหายใจออกมา สีหน้าที่ดูเบิกบานเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกเบื่อหน่ายทันใด
“หมายความว่า...หมดหวังที่จะออกไปแล้วอย่างนั้นเหรอ?”ปอนด์ถามขึ้นเสียงสั่น ไฟแห่งความหวังในใจเริ่มริบหรี่ลง
“จะพูดแบบนั้นมันก็คงไม่ถูกเสมอไป ตอนฉันมาที่นี่่แรกๆ ฉันเจอเด็กวัยรุ่นน่าจะหนุ่มกว่าเอ็งอยู่คนหนึ่งไอ้หนุ่มคนนั้นมาอยู่ที่นี่ก่อนฉันน่าจะนานแล้วมันก็เป็คนเสียสติพูดไม่รู้เื่เหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ โดนกวาดล้างทีไรก็ไม่เคยรอดสักครั้งเดียวก็เป็แบบนี้มาเรื่อยๆ จนอยู่มาวันหนึ่ง มันกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ฉันไม่เห็นเด็กหนุ่มนั่นอีกเลย”ใบหน้าที่เต็มใบด้วยรอยบากดูเคร่งเครียดจริงจังขึ้นมาทันใด
“เขาอาจจะไปเกิดใหม่ที่บริเวณอื่นของเมืองก็ได้” เล้นให้ความเห็นต่าง
“อาจจะเป็แบบนั้น...แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ? บางทีเราก็ต้องคิดให้ความหวังตัวเองบ้างสิวะ”ชายวัยกลางคนทิ้งคำตอบชวนคิดไว้ให้สองหนุ่ม ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นออกจากกางเกง
“เอาล่ะ เสียเวลาคุยกับพวกเอ็งมามากพอละ ทั้งหมดที่ฉันรู้ก็มีแค่นี้แหละ ไป! แยกย้าย!” พูดเสร็จชายคนนั้นหันหลังกลับเดินล้วงกระเป๋าผิวปากจากพวกเขาไปโดยไม่ได้รอให้ชายหนุ่มทั้งสองเอื้อนเอ่ยอะไรก่อนจากกัน
ทั้งสองกลับมายังที่หลบภัยเดิมอีกครั้ง พวกเขาใช้เวลากว่าครึ่งค่อนวันในการช่วยกันต่อเติมซ่อมแซมบ้านให้แข็งแรงยิ่งกว่าเดิมหลังจากทุกอย่างแล้วเสร็จ ชายหนุ่มทั้งสองต่างพากันนั่งคนละมุมของตน
เล้นมีสีหน้าเคร่งเครียด มือกำลังยุ่งง่วนกันการลับแผ่งสังกะสีเข้ากับแผ่นหินเขาลับมันอยู่เนิ่นนานจนแน่ใจแล้วว่า คมที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะนำมาผูกติดกับท่อนไม้ขนาดเหมาะมือเขาพลิกมันดูไปมาด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ อาจจะไม่ได้ดีที่สุดแต่มีไว้เผื่อว่าต้องใช้
แตกต่างกับปอนด์ที่กำลังนั่งคุดคู้อยู่มุมในสุดของบ้านอย่างหมดอาลัยตายอยากดวงตาของเขาเหม่อมองไปยังมือทั้งสองข้างของตน มือที่เคยขาดวิ่นของเขาครั้งนั้นกลับมามีปกติแล้วแต่เขาไม่มีอารมณ์ที่จะมาโห่ร้องดีใจในเมื่อสถานการณ์รอบกายตอนนี้ยังชวนให้หดหู่ไร้หนทางสู้มองไปทางใดก็มีแต่ความมืดมนจนตรอก ทำไมมนุษย์ถึงได้อ่อนแอหมดสภาพขนาดนี้
ยิ่งนึกไปถึงเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านมาเมื่อคืน คมดาบที่กรีดลงมาบนลำคอช้าๆ สร้างความเ็ปสุดแสนจะบรรยายความรู้สึกนี้ยังคงติดตรึงอยู่ไม่หาย และคงไม่อาจลบเลือนมันไปได้ คนในเมืองมรณะแห่งนี้รวมถึงพวกเขาไม่ต่างอะไรจากสัตว์ที่ถูกจับให้มาอยู่รวมกันเพื่อรอวันถูกสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ปราณี
“มันเจ็บมาก” ปอนด์เอ่ยขึ้นเสียงแ่และสั่นเทาท่ามกลางความเงียบงันมือผอมแห้งยกขึ้นมาลูบลำคอของตนเองเบาๆ
เล้นหยุดชมเชยอาวุธในมือ เขานิ่งงันไป สายตาทอดมองออกไปยังข้างนอกอย่างไร้จุดหมายเขาเองก็จำความรู้สึกเ็ปแสนสาหัสนั้นได้อย่างแม่นยำเช่นกัน รวมไปถึงความหวาดกลัวสุดขีดจากการพยายามหนีเอาชีวิตรอด
“กูเองก็พึ่งเข้าใจความรู้สึกของคนถูกล่า...” เพราะที่ผ่านมานั้นท่ามกลางวงการค้าขายสิ่งผิดกฎหมายเล้นเป็ผู้ล่ามาโดยตลอด นั่นเพื่อสิ่งที่เรียกว่า อิทธิพลและอำนาจ
“แต่กู! ไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมเป็เหยื่อ!” เล้นกัดฟันกรอดให้คำปฏิญาณกับตนเอง ดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายเพลิงพิโรธ
“...” ปอนด์เงยหน้าขึ้นมาสบตารุ่นพี่ด้วยดวงตาไหวระริก และไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆต่อ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะปล่อยโฮสะอึกสะอื้นในเวลาต่อมาจนร่างกายผอมแห้งหอบโยน ความรู้สึกอันอ่อนแอของรุ่นน้องคงจะอึดอัดหนักอึ้งจนทนแบกรับไม่ไหวแล้ว
“มึงไม่ต่างอะไรจากน้องชาย อยู่ในความรับผิดชอบของกู และกูจะพามึงออกไปเอง” นี่คงเป็คำพูดที่ดีที่สุดที่เขามอบให้รุ่นน้องได้ในเวลานี้แม้สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่นั้นจะยิ่งใหญ่เกินกว่าจะต่อกรได้ จะเป็ฝันร้ายหรือมิติแปลกประหลาดอะไรก็ช่างเถอะเขาจะไม่ยอมแพ้มันง่ายๆ อิสระกำลังรออยู่ปลายทาง
ห้วงเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความมืดจากภายนอกเริ่มคืบคลานเข้ามาชายทั้งสองกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ภายในบ้าน ปอนด์ซุกซบใบหน้าเข้าหาตัวเอง ร่างผอมแห้งสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัดดวงตาลึกโหลหลับปี๋ มือผอมยกขึ้นมาปิดหูไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป
ตรงกันข้ามกับเล้นที่กำลังจ้องมองออกไปข้างนอกด้วยดวงตาวาวโรจน์ไร้ซึ่งความหวั่นเกรงเขากัดฟันกรอดจนสันกรามนูนขึ้นเด่นชัด ประสาทััทั้ง 5 ถูกปลุกให้ตื่นตัวเต็มที่เปิดรับความเคลื่อนไหวรอบกาย
สัญญาณแห่งการเริ่มต้นที่มาพร้อมกับจุดจบของใครหลายคนได้ปรากฏขึ้น เมื่อแสงสีแดงสว่างวาบขึ้นมาส่องสว่างไปทั่วทุกหนแห่ง...
++++++++++++++++++
มาแล้ว อะไรจะมาอีกน้ออออ? นิยายเื่นี้จะมีทั้งหมด 8ตอนนะคะ (เราจะลงในเว็บประมาณ 90%) รอติดตามตอนต่อไปได้วันจันทร์จ้า