บทที่11
หยางอินเห็นว่าในเวลานี้คนพวกนั้นเหมือนกับกำลังเฝ้าจับผิดทั้งคนนอกและคนภายในจวน จนทำให้คนของเขาเข้าไปตรวจสอบได้ยากลำบากขึ้น จนถึงตอนนี้แทบไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย นั่นยิ่งเพิ่มความสงสัยให้เขามากขึ้นไปอีก ว่าจวนเฟิ่งตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่กันแน่ถึงได้มีความระวังตัวมากขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้คุมเข้มอะไรมากมายเหมือนตอนนี้ด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ติดว่าเขาสงสัยในตระกูลนี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่ที่มารดาของเขาถูกสังหารตายเมื่อสามปีก่อนเขาก็คงจะไม่ใส่ใจมากขนาดนี้ พอมีเื่ของเทียนไท่เข้ามาอีกมันก็ทำให้เขาเกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น
จนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาถึงกับต้องลงมาตรวจสอบด้วยตนเองเพราะไม่มีสิ่งใดคืบหน้า…และเพราะระดับพลังที่ต่างกันเกินไประหว่างเขากับคนของจวนเฟิ่งอีกทั้งพลังธาตุมืดของเขาที่ยังสามารถทำให้เขาไปไหนมาไหนได้ดั่งใจในที่มืด ทำให้ไม่มีใครสามารถจับััเขาได้ และเมื่อได้มาตรวจสอบเองมันก็ทำให้เขาสังเกตได้ว่าคนในจวนเฟิ่งกำลังจับตาดูบ่าวผู้หนึ่งเป็พิเศษอยู่ เขาลงมาตรวจสอบอยู่หลายครั้งก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ แต่ทว่าบางอย่างทำให้เขารู้สึกคาใจจึงจำต้องมาตรวจสอบซ้ำ
เช่นวันนี้เขาลอบเข้ามาได้ไม่นานก็เห็นว่าบ่าวเด็กผู้นั้นกำลังจะเข้าไปในห้องอาบน้ำ ทว่าในนั้นมีคนของจวนแอบเฝ้าอยู่ก่อนแล้ว…กระทั่งในที่แบบนี้ก็ตามเข้ามาเฝ้าสังเกตรึ! เขารู้สึกพูดไม่ออก มันไม่ผิดที่ทำตามคำสั่งให้เฝ้าดูของเ้านายถ้าคนผู้นั้นอันตรายและน่าสงสัยจริงๆ ทว่าบ่าวผู้นั้นเป็เด็กทั้งยังไม่เห็นว่าจะดูมีอันตรายใดๆ จากที่เขาเฝ้าสังเกต อีกทั้งระดับยังต่ำมากด้วย…ก่อนที่จะได้สงสัยกับการกระทำของคนจวนเฟิ่งเขาก็ต้องแปลกใจเมื่ออยู่ๆ บ่าวผู้นั้นก็พูดขึ้นกับตัวเองแต่กลับใช้เสียงที่ดังเกินกว่าจะเป็การพูดพึมพำ…
“แฮ่ม…วันนี้อากาศเย็นขึ้นหรือเปล่านะ ทำข้าไม่อยากอาบน้ำเลย อืม ไว้ค่อยอาบพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
คนของจวนเฟิ่งได้ยินดังนั้นก็รีบจากไปทันที ส่วนเขาเมื่อเห็นเ้านั่นออกมาจึงพาตัวเองเข้าไปในห้องอาบน้ำแทน แต่ที่เขาเข้ามาก็เพราะการกระทำแปลกๆ ของเด็กคนนั้นที่อยู่ๆ ก็พูดออกมาเสียงดังเช่นนั้น…มันค่อนข้างผิดปกติ
“ไม่มีใครแล้วจริงรึ?”
ความสงสัยของเขาดูจะถูกต้อง แม้จะเป็เสียงที่เบาแต่เขาที่มีพลังระดับนี้อีกทั้งยังอยู่ใกล้เช่นนี้จึงทำให้เขาได้ยินชัดเจน เด็กนั่นรู้ว่ามีคนอยู่ในนี้ก่อนแล้วสินะ…
“แฮ่ม แต่ถ้าเข้าห้องไปสภาพนี้อาจื้อต้องบ่นแน่ๆ หรือจะอาบสักหน่อยดีนะ”
คงจะมีััที่ดีมากเ้าคนเมื่อครู่นี้พลังระดับสี่ แต่เด็กนี่กลับััได้…ช่างน่าสนใจ แต่สำหรับเขาที่ระดับแปดไม่มีทางที่เด็กนี่จะัั….!
ยังไม่ทันได้คิดจบดีอยู่ๆ เด็กนั่นก็หันมามองตรงที่ๆเขาซ่อนตัวอยู่ สีหน้าเช่นนั้นบอกให้เขารู้ว่าเด็กนั่นรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ มันเป็ไปไม่ได้!
เมื่อเด็กนั่นลงไปอยู่ในถังอาบน้ำเรียบร้อยก็ไม่ได้หันมามองทางเขาอีกเลยตั้งหน้าตั้งตาอาบน้ำอย่างสบายใจราวกับว่าเมื่อครู่นี้เขาแค่คิดไปเองเท่านั้น…
ทว่าจู่ๆ เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่จะเข้ามาทำร้ายเขาจากด้านหลัง เขาจึงพุ่งตัวไปด้านหน้าเพื่อหลบภัยอันตรายความรวดเร็ว! ทำไมเขาถึงััไม่ได้เลยว่ามีคนลอบเข้ามาจากด้านหลัง!
พึ่บ!
เด็กนั่นหน้าซีดใยิ่งกว่าเมื่ออยู่ๆ เขาก็พุ่งตัวมาประชิดเช่นนี้ เขารีบหันกลับไปเตรียมต่อสู้ทว่า…ด้านหลังกลับว่างเปล่าไม่มีแม้เงาหรือร่องรอยใดๆ ของใครเลยสักคนที่ควรอยู่ตรงนั้น เขารีบหันกลับมามองเด็กตรงหน้าอีกครั้งหรือว่าเป็ฝีมือของเด็กนี่…แต่สีหน้าใปนหวาดกลัวทำให้เขาแน่ใจว่าไม่ใช่เด็กคนนี้ทำแน่นอน เมื่อเห็นท่าไม่ดีเพราะถูกพบตัวเขาจึงรีบพุ่งตัวหนีออกมาจากที่นั่นทันที…
มาถึงตรงนี้เขาก็คิดแล้วว่าจวนเฟิ่งคงไม่ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล การที่ให้คนเฝ้าจับตาเด็กคนหนึ่งขนาดนี้แปลว่ามันจะต้องมีอะไรที่สำคัญอยู่แน่ๆ
“ช่างน่าสนใจ”
เื่จับััจากตัวเขาได้นับว่าแปลกแล้ว แต่เื่ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นนับว่าแปลกยิ่งกว่า…เขาคงนิ่งเฉยกับเื่นี้ไม่ได้เสียแล้ว
.
วันถัดมาเถียนถิงก็เรียกตัวหนิงเหอไปพบอีกครั้ง
“อาเหอ พวกข้าเข้าใจที่เ้าจะสื่อกับพวกข้าแล้ว และข้าก็รับรู้แล้วว่าเ้าไม่ได้คิดร้ายต่อจวนเฟิ่งแน่นอน พี่ใหญ่เองก็เลิกให้คนติดตามเ้าแล้วเ้าวางใจได้ และบอกด้วยว่าเ้าไร้พิษสงเกินกว่าจะเป็สายลับได้ อีกทั้งพลังเ้าก็อยู่แค่ระดับสองต่อให้เป็สายลับจริงพี่ใหญ่ก็บอกว่าจัดการได้เหมือนมดตัวหนึ่งเท่านั้น เช่นนั้นก็วางใจเ้าได้ไม่มีปัญหา”
เถียนถิงคิดว่าหนิงเหอเองก็น่าจะทราบเื่ที่มีคนติดตามตนเอง วันนั้นที่นางเรียกมาหนิงเหอจึงดูระวังตัวและไม่พูดอะไรซึ่งนางก็เข้าใจในจุดนี้ มันไม่แปลกที่หนิงเหอจะกังวลเมื่อมีคนมาจ้องคอยจับผิดทั้งที่ตนเองนั้นก็บริสุทธิ์ใจกับจวนเฟิ่งจริงๆ
ในส่วนของหนิงเหอนั้นก็กำลังเบาใจลงในเื่นี้ เพราะวันนี้ทั้งวันพี่อ้ายเจียบอกว่าไม่มีคนเฝ้าติดตามตัวเขาแบบเฉพาะเจาะจงเลย มีแต่ที่เฝ้าตรวจตราตามจวนเหมือนเคยๆ เท่านั้น สงสัยเมื่อคืนจะทิ้งทวนด้วยการตามเข้าไปในห้องอาบน้ำ พอเห็นว่าถูกจับได้แล้วว่าแอบติดตามเลยเลือกที่จะหยุดสินะ ดีๆ แต่ไอ้ประโยคบอกเล่าจากเถียนถิงนี่สิ ฟังแล้วช่างระคายหูยิ่งนัก…
“…”
มันเป็คำบอกกล่าวที่น่าประทับใจมากจนเขาพูดไม่ออก ไว้ใจเพราะเขาเหมือนมดตัวหนึ่ง ตรงดีแท้คุณหนูใหญ่ แต่ก็ดีแล้วที่เข้าใจว่าเขาอ่อนแอไร้พิษสงเช่นนั้น…บ่าวตัวน้อยๆ อย่างเขาจะไปทำอะไรได้นั่นก็ถูกต้องแล้ว เขามันก็แค่มดคันไฟตัวหนึ่งเท่านั้นเอง คึคึ
“อ่า…เช่นนั้นเมื่อคืนนี้ก็คงเป็คนของคุณชายใหญ่ด้วยสินะขอรับ วันนี้ข้ากะว่าจะไปฟ้องลุงเฉินว่ามีพวกถ้ำมองในจวน แต่คุณหนูก็เรียกมาและพูดถึงเื่นี้พอดี เพราะเมื่อคืนนี้มีคนตามข้าไปถึงในห้องอาบน้ำเชียว ข้าใแทบแย่คิดว่าเป็พวกถ้ำมองเสียอีก”
จะอย่างไรก็ขอบ่นเื่นี้สักหน่อยก็แล้วกัน มีอย่างที่ไหนให้คนไปเฝ้าถึงในที่แบบนั้น
“หือ…ห้องอาบน้ำ! ตามเ้าไปถึงในนั้นน่ะรึ”
สีหน้าใของเถียนถิงทำให้เขารู้ว่าเถียนถิงไม่รู้เื่นี้ด้วย คงจะรู้แค่ว่ามีคนเฝ้าติดตามสังเกตเขาแต่คงไม่รู้ว่าเฝ้าระยะประชิดขนาดไหน…
“ขอรับ ข้าคิดว่าคุณหนูทราบเื่พวกนี้ด้วยเสียอีก”
“ใครจะบ้ารู้เห็นเป็ใจให้ทำเื่ลามกเช่นนั้น พี่ใหญ่ก็ทำเกินไปแล้ว ถึงกับให้ตามเข้าไปในที่แบบนั้น”
เถียนถิงคิดเดี๋ยวจะต้องไปต่อว่าสักหน่อยเสียแล้ว! ว่าแต่หนิงเหอนี่สิรู้ได้อย่างไรว่ามีคนแอบตามไปถึงในที่แบบนั้นด้วย?
“เอาไว้พี่หญิงค่อยไปคุยกับพี่ใหญ่เื่นี้อีกทีเถิด ข้าก็ว่าพี่ใหญ่ทำเกินไปจริงๆ นั่นมัน…ถ้ำมองชัดๆ”
เื่นี้เยว่เล่อก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน
“ใช่เกินไปจริงๆ ข้าจะไปจัดการเื่นี้ให้เ้าในภายหลังนะอาเหอ ขอโทษแทนพี่ชายข้าด้วย”
หนิงเหอไม่ได้ดูอันตรายขนาดนั้นเสียหน่อย นางบอกแค่ให้ช่วยตรวจสอบว่ามีการพบปะใครที่น่าสงสัยหรือเป็สายลับให้ใครหรือไม่ก็เท่านั้น แล้วอยู่ในจวนแ่าขนาดนี้ทั้งยังในห้องอาบน้ำหนิงเหอจะไปพบกับใครได้ในที่แบบนั้น เพราะถ้าจะมีคนลอบเข้ามาก็ต้องรู้ั้แ่ที่อื่นก่อนแล้วสิ!
“ไม่เป็ไรขอรับ อย่างไรข้าก็เป็เด็กทั้งยังเป็บุรุษย่อมไม่เสียหาย”
เขาบอก
“ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรีย่อมเสียหายทั้งนั้น เ้าปล่อยตัวเกินไปแล้ว”
เถียนถิงบ่นเหมือนพวกพี่สาวเลย
“ขอรับๆ เสียหายก็เสียหาย ว่าแต่คุณหนูเรียกข้ามาเพราะเื่ใดขอรับ”
เขาเลิกสนใจเื่นั้นแล้วกลับมาเข้าเื่สำคัญที่ถูกเรียกมาในวันนี้แทน
“ก็เื่ที่ข้าเคยถามเ้าไปครั้งที่แล้วนั่นแหละ…เ้าพอจะรู้อะไรหรือไม่”
เถียนถิงเองก็ไม่รอช้า นางเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหนิงเหอจะรู้เื่ที่พวกนางถามไปก่อนหน้านี้หรือไม่
‘ที่นี่ไม่มีใครเลยนอกจากคุณหนูและคุณชาย เ้าพูดได้ๆ ดูเหมือนคุณหนูใหญ่และคุณชายของข้าจะไว้ใจเ้าแล้วนะอาเหอ’
เขาพยักหน้าเล็กน้อยเป็การตอบรับพี่เจีย ส่วนพี่ฝูยังคงลอยตัวตรวจสอบทุกซอกมุมของห้องเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“ขอรับ เื่ที่ท่านอยากรู้เป็เื่ส่วนตัวหรือความชอบอะไรพวกนี้ใช่หรือไม่ขอรับ”
พอเห็นพี่ฝูยืนยันอีกครั้ง เขาก็วางใจ ในเมื่อเถียนถิงและเยว่เล่อเปิดใจยอมรับเขาแล้ว เขาก็ไม่จำเป็ต้องลีลาให้มากความต่อไปจึงถามกลับทันที
“อืม…ประมาณนั้น”
“เป็องค์ชายองค์ไหนหรือขอรับ”
แม้เขาจะรู้แล้วว่าเป็ใครแต่เขาก็ต้องถามออกไปเหมือนไม่รู้ ถ้าเป็เยว่เล่อองค์ชายผู้นั้นจะเป็ใครได้ถ้าไม่ใช่องค์ชายเจ็ด
“เป็อะ…องค์ชายเจ็ด เ้าพอจะรู้หรือไม่”
ผิดจากที่คิดเสียที่ไหนล่ะ
“เช่นนั้นขอเครื่องเขียนสักชุดและรอสักครู่ขอรับ”
เขาบอก เพราะให้พูดไปก็คงจำได้ไม่หมดสู้จดไปทีเดียวเลยน่าจะง่ายกว่า
“เ้ารู้รึ! เื่ในวังเ้าก็รู้จริงๆ น่ะรึ แม้จะเป็เื่ประวัติส่วนตัวเ้าก็รู้งั้นรึ!!!”
เยว่เล่อถามด้วยความใปนตื่นเต้น
“ก็พอรู้แต่อาจจะไม่ละเอียดเท่าคุณชายเทียนไท่ขอรับ ในวังย่อมแ่ากว่านอกวัง สิ่งที่รู้มาจึงไม่เท่ากันขอรับ”
พอรู้มาจากในนิยายเล็กน้อยและฟังที่พวกพี่สาวเล่ามานี่แหละ
ตอนที่เขานึกอยากจะหาข้อมูลขององค์ชายเจ็ดเป็เพราะเขารู้ดีเื่ที่เยว่เล่อชอบองค์ชายผู้นี้ และคิดว่าไม่ช้าก็เร็วข้อมูลพวกนี้น่าจะมีประโยชน์ต่อเยว่เล่อ เพราะเขาคิดจะช่วยให้เยว่เล่อสมหวังในรักและไม่ต้องตาย แต่ไม่คิดว่าเถียนถิงจะพาเยว่เล่อมาพบเขาเสียก่อนและพาเข้าประเด็นเื่นี้ในทันทีสองคนนี้ต้องไว้ใจกันมากพอสมควรสินะ
เนื้อหาในนิยายกล่าวว่าเยว่เล่อชอบมาหาเถียนถิงบ่อยๆ แต่พอเถียนถิงมีเื่ของเทียนไท่เข้ามาทั้งสองก็ได้พบกันน้อยลงจึงทำให้เยว่เล่อไม่มีคนให้พูดคุยและปรึกษาเื่ราวดังที่ผ่านมา
“ความมั่นใจของเ้ามีกี่ส่วนกับเื่นี้”
เถียนถิงถามด้วยความสงสัยเื่ในวังเช่นนี้อาเหอจะรู้มากขนาดไหนกันนะ นางอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้
“แปดถึงเก้าส่วนขอรับ”
“อ่า…ถ้าเ้าพูดถึงขนาดนั้นแปลว่าเชื่อถือได้ เพราะเก้าส่วนของคุณชายลั่วเทียนไท่ที่เ้าให้ข้ามาตรงและแม่นยำซะข้านึกว่าเ้าเป็บ่าวข้างกายคุณชายเสียอีก!”
เื่เทียนไท่ก็ว่าน่าแปลกใจแล้วแต่เื่ในวังยังบอกว่ารู้ เช่นนั้นนางคงต้องรอชมข้อมูลดีๆ เสียแล้ว
“นี่เครื่องเขียนเ้า”
เยว่เล่อไม่รีรอรีบส่งเครื่องเขียนให้หนิงเหอทันที
“ขอบคุณขอรับ”
แม้จะบอกว่ารู้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ใช้กระดาษไปถึงหนึ่งแผ่นครึ่งเชียว แต่ของคุณชายลั่วเขาก็ใช้ไปถึงสามแผ่นล่ะนะ นับว่าต่างกันครึ่งๆ แต่ก็ต้องเข้าใจนะว่านั่นเื่ในวังหลวงใช่ว่าจะมีใครรู้เื่พวกนี้ง่ายๆ เสียหน่อย อีกทั้งบทบาทขององค์ชายเจ็ดในนิยายก็มีเพียงน้อยนิดรู้แค่ว่าเป็คนที่เยว่เล่อแอบหลงรักแต่ทั้งสองก็ไม่ได้มีการสานสัมพันธ์ใดๆ กันเลยเพราะเยว่เล่อมัวแต่มาคอยกีดกันองค์รัชทายาทกับเยว่ซินจนคนอ่านต่างคิดไปว่าเยว่เล่อชอบองค์รัชทายาทแทนที่จะเป็องค์ชายเจ็ดคนที่ตนเองแอบรักอยู่จริงๆ ...
“โอ้โห เ้ารู้ถึงเพียงนี้เชียว!”
ที่จริงมันเป็เื่ที่รู้กันในวังหลวง แค่มันไม่ออกมานอกวังเท่านั้นเอง นอกเสียจากว่า คนที่รู้มาเป็คนอ่านนิยายเช่นเขาไม่ก็อย่างพี่ฝูและพี่เจียที่มีพี่สาวทำงานอยู่ในวังหลวง คร่าวๆ ก็รู้ว่าองค์ชายเจ็ดเลี่ยงหรงชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีผู้ใดในใจหรือไม่ อันนี้องค์ชายเจ็ดยังไม่มีเลยสักคนอย่างแน่นอนเพราะในนิยายกล่าวมาแบบรวบรัดประมาณครึ่งหน้ากระดาษ…ก็คนเขียนบอกมาแบบนั้นว่าเป็ข้อมูลแบบรวบรัด! เขียนว่าองค์ชายเจ็ดในวัยสิบเจ็ดปีเป็คนรูปงามอ่อนโยนใจดีน้ำเสียงละมุนฟังแล้วชวนเคลิ้ม เขาไม่ชอบแก่งแย่งชิงดีกับผู้ใดอยู่ในพื้นที่ของตนเองเป็หลัก ชอบเสียงดนตรีโดยเฉพาะขลุ่ย ความสามารถอะไร พลังพิเศษอะไรระดับไหน และก็บลาๆๆๆ …เขาก็เขียนไปตามนี้พร้อมกับข้อมูลจากพวกพี่สาวอีกนิดหน่อยไปปะติดปะต่อเลยได้ออกมาหนึ่งแผ่นครึ่ง อ่อ ถ้าในนิยายบอกอายุสิบเจ็ดปี ปีนี้องค์ชายเจ็ดก็อายุสิห้าปีเท่าพวกเขาพอดีเื่นี้ข้าไม่ได้สับสนแน่นอน จะว่าไปพวกพี่สาวเป็คนของเยว่เล่อ เยว่เล่อไม่เคยถามเื่พวกนี้กับพวกนางเลยงั้นรึ?
“เหลือเชื่อที่รู้กระทั่งพลังและระดับ เื่พวกนี้แม้แต่ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ยังไม่รู้เลย เ้าสุดยอดเลยอาเหอ”
เถียนถิงได้อ่านข้อมูลขององค์ชายเจ็ดจากเยว่เล่อก็ต้องใให้กับข้อมูลที่น่าเหลือเชื่อพวกนี้
“นี่มันเกินกว่าที่ข้าคิด…เ้าแน่ใจเื่ข้อมูลที่ให้ข้ามาแน่นะ”
เยว่เล่ออ่านข้อมูลทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างจากเถียนถิงนัก ยิ่งในนั้นเขียนว่าคนที่เขาแอบชื่นชมนั้นยังไม่มีคนในใจทั้งลักษณะนิสัยเป็เช่นไรเขายิ่งรู้สึกดีจนยากจะเชื่อ จึงถามกลับหนิงเหออีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
“ก็อย่างที่บอกขอรับ แปดถึงเก้าส่วน บางอย่างอาจคลาดเคลื่อนได้คุณชายรองก็โปรดอย่าถือสานะขอรับ”
“อ่า…ขะ...ข้อมูลพวกนี้เ้าคิดเท่าใด”
มาถึงตรงนี้เยว่เล่อก็รู้สึกมือไม้สั่นกับข้อมูลที่ได้มา…ข้อมูลในวังทั้งยังดีและละเอียดเช่นนี้หวังว่าคงไม่เกินกำลังเขานะ…
“….”
หนิงเหอไม่อิดออดแบมือขึ้นบอกจำนวนคือห้าเหรียญทอง…เท่านี้คงได้กระมัง เื่ของในวังย่อมต้องแพงกว่าเื่นอกวังอยู่แล้ว หวังว่าคุณชายจะเข้าใจ
“ห้าสิบเหรียญทองงั้นรึ!”
ตอนที่เห็นข้อมูลเยว่เล่อก็คิดไว้แล้วว่าราคาน่าจะประมาณหกเจ็ดสิบเหรียญทอง แต่เขาพกมาแค่สามสิบเหรียญทองเอง เพราะไม่คิดว่าจะได้ข้อมูลละเอียดขนาดนี้ เขาคิดว่าข้อมูลคงน้อยกว่านี้สามสิบเหรียญทองก็น่าจะเอาอยู่…แต่พอหนิงเหอบอกราคามาแม้มันจะถูกกว่าที่เขาคิดแต่อย่างน้อยก็อยากจะต่อรองสักเล็กน้อยถ้าสักสามสิบสี่สิบเขาจะไปเอามาเพิ่มให้ในภายหลัง หวังว่าหนิงเหอจะลดให้เขาบ้างอีกสักนิดก็ยังดีเท่านั้นจริงๆ!
“…!!!”
ส่วนทางหนิงเหอนั้นกำลังอึ้งกับจำนวนเงินที่ได้ยินอยู่…ห้าสิบเหรียญ! ผีผลักให้รวยไปเลยจ้า!!!
------------------------------------------------
ตอนแรกว่าจะลงตอนเดียว เซอวิช ดึกๆมาลงให้อีกตอนนะคะ จุฟๆ
น้องเหอจะรวยและไม่อยากให้ขาดตอน 555+
ปล.นี่พระ-นาย ของนิยายที่น้องหลงเข้ามาอยู่ยังไม่ออกเลยนะ แพงกว่าค่าตัวพระเอกก็ พระ-นาย ของนิยายที่น้องหลงเข้ามานี่แหละ 555
ปล2.ต้องบอกอีกครั้งว่านิยายเื่นี้ยาวพอสมควรนะคะเพราะเนื้อเื่จะค่อยๆดำเนินไปและพูดถึงพัฒนาการของน้องเป็หลักในระยะเวลาสองปีก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาของนิยายที่น้องหลงเข้ามา(เพราะน้องหลงเข้ามาก่อนเนื้อเื่สองปี) หากใครที่ขัดใจแนวนี้ต้องขออภัยจากใจค่ะไรท์แค่อยากเปลี่ยบรรยากาศการเขียนบ้างเท่านั้น เพื่อความหลากหลาย^^
กราบขอบคุณอีกครั้งค่ะ รักและคิดถึงคนอ่านทุกคนเสมอค่ะ^^