รุ่งอรุณมาถึง
แสงอาทิตย์แรกแห่งวันสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็กของเรือนพักสายรองตระกูลเจียงขับไล่ความมืดมิดในยามค่ำคืน แต่ไม่อาจขับไล่ความมืดมนในหัวใจของเจียงเฉินได้
วันนี้ก็คือวันที่เขาต้องไป "เข้าพิธี"ที่ตระกูลหลิง
ร่างผอมบางลุกขึ้นจากเตียงไม้แข็ง ๆอย่างเชื่องช้า ความว่างเปล่าในดวงตายังคงอยู่เช่นเดิม หกปีแห่งความสิ้นหวังได้กัดกร่อนจิติญญาของเขาจนด้านชา แม้มันอาจจะเป็วันแห่งความอัปยศที่สุดในชีวิตเขากลับไม่รู้สึกรู้สาอันใดเป็พิเศษ
สาวใช้ในจวนของเขาเข้ามาปลุกั้แ่เช้าตรู่พร้อมกับถ้วยยาบำรุงสีเข้มข้นที่ส่งกลิ่นหอมเจือจางเขาต้องดื่มยาบำรุงที่ปู่เป็คนซื้อมาให้เขาทุกวัน
"คุณชายดื่มยาเสียหน่อยเถิด" เสียงสดใสของหญิงรับใช้เต็มไปด้วยความห่วงใยและเ็ป"วันนี้... ไม่ว่าอย่างไร ท่านก็ต้องอดทนไว้นะเ้าคะ"
เจียงเฉินพยักหน้าอย่างเงียบๆเขารับถ้วยยามาถือไว้ แม้จะรู้ดีว่าร่างกายของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับถังรั่วยาบำรุงล้ำค่าเพียงใดก็ไร้ผล แต่เพื่อไม่ให้ปู่ต้องเสียใจ เขาก็จำต้องดื่มมัน
เขายกถ้วยยาขึ้นจรดริมฝีปาก และดื่มรวดเดียวจนหมด
"แค่ก! แค่ก..."เขาวางถ้วยลง ก่อนจะไอออกมาเล็กน้อย
ทว่า... เพียงชั่วอึดใจ
ความรู้สึกผิดปกติก็จู่โจมเขาราวสายฟ้าฟาด!
มันไม่ใช่ความอบอุ่นของยาบำรุงแต่มันคือความเ็ปแสนสาหัสที่แล่นพล่านจากช่องท้อง!
"อึก...!"
ใบหน้าของเจียงเฉินบิดเบี้ยวทันควันความเ็ปนี้รุนแรงกว่าการทดลองที่ล้มเหลวครั้งใด ๆ ที่เขาเคยประสบมามันราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงอวัยวะภายในของเขากัดกร่อนทุกอย่างจากภายในสู่ภายนอก
"อ๊ากกก!"
เขาทรุดลงกับพื้นร่างกายบิดเกร็งเป็กุ้ง ถ้วยยาหล่นแตกกระจาย
"คุณชาย! ท่านเป็อะไรไปเ้าคะ!"หญิงรับใช้ร้องเสียงหลง ถลันเข้าประคองร่างเจียงเฉินด้วยมืออันสั่นเทา
"ช...ชิงเอ๋อร์... ข้า...ปวด..."
"แค่ก!" เจียงเฉินกระอักเืสีดำคล้ำออกมาคำใหญ่เืนั้นมีกลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียน
"พิษ! มีคนลอบวางยาพิษ!"ดวงตาชิงเอ๋อร์เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและเสียใจ
เสียงร้องของเธอดังลั่นปลุกความสนใจของคนในตระกูลเจียงที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจนเกิดความโกลาหลขึ้นทันที
"เกิดอะไรขึ้น!"ปู่ของเขารีบถลันเข้ามา
“มีคนลอบวางยาพิษในยาบำรุงของคุณชายเ้าค่ะ”ชิงเอ๋อร์ตอบ เธอประคองเจียงเฉิน ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
“ใครกัน.. มันช่างกล้า!!” เจียงสยงะโ “รีบตามหมอ!”
"นั่นมัน...คุณชายเจียงเฉินนี่!" "์! เืนั่น...ช่างเป็กลิ่นพิษที่ร้ายกาจนัก!"
ตระกูลเจียงปั่นป่วนวุ่นวายผู้าุโหลายคนรุดมาถึงอย่างรวดเร็ว หมอหลวงประจำตระกูลถูกเรียกตัวมาโดยด่วน
หมอชราผมขาวโพลนรีบเข้าจับชีพจรของเจียงเฉินที่นอนหายใจรวยรินบนพื้นร่างกายเริ่มมีไอเย็นสีดำแผ่ออกมา เพียงครู่เดียว ใบหน้าของหมอก็ซีดเผือด
"แย่แล้ว..." เขาส่ายหน้าช้าๆ "นี่คือ 'พิษสลายิญญา'!"
ชื่อของพิษร้ายนี้ทำให้ทุกคนที่ได้ยินสูดลมหายใจเย็นเยียบ!
พิษสลายิญญา... พิษร้ายอันดับต้น ๆที่เล่าลือกันในใต้หล้า มันไม่เพียงทำลายร่างกายแต่ยังกัดกร่อนไปถึงจิติญญาและทะเลจิตสำนึก เมื่อใดที่พิษเข้าสู่ทะเลจิตสำนึก...แม้เป็ยอดฝีมือขั้นราชันก็มิอาจช่วยได้!
"ท่านหมอ... ได้โปรด...ได้โปรดช่วยหลานข้าด้วย!" ปู่ของเจียงเฉินเข้าไปจับมือหลานชาย
หมอชราถอนหายใจยาว"พิษนี้ไร้ทางรักษา... ข้าทำได้เพียงใช้เข็มเงินสกัดกั้นการแพร่กระจายของพิษชะลอมันไว้... แต่ก็คงได้เพียง... หนึ่งชั่วยาม"
หนึ่งชั่วยาม!
คำพูดนี้ไม่ต่างจากคำตัดสินปะาชีวิต
"รีบไปเชิญหมอเทวดาจากหอโอสถในเมืองมาเร็วเข้า!ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ตาม!" ผู้าุโตระกูลเจียงคนหนึ่งตวาดลั่น
แต่ทุกคนรู้ดี... มันไม่ทันแล้ว
ในขณะที่ภายนอกกำลังโกลาหล...สติสัมปชัญญะของเจียงเฉินกลับกำลังดับวูบลง
ความเ็ปทางกายหายไปแล้ว...แต่เขากลับรู้สึกถึงความหนาวเย็นอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังคืบคลานเข้าสู่ส่วนที่ลึกที่สุดในตัวตนของเขา
...ทะเลจิตสำนึก...
เขารู้สึกได้...พลังงานสีดำอันชั่วร้ายนั้นกำลังมุ่งหน้าไปยัง "ที่นั่น"มันกำลังจะกัดกร่อน "จิต" ของเขาให้แหลกสลาย
'ข้า... กำลังจะตายหรือ...'
นี่คือความคิดสุดท้ายของเขา... 'หกปีแห่งความอัปยศ... สุดท้ายก็จบลงด้วยความตายอันน่าสมเพชเช่นนี้หรือ...'
'พ่อ... แม่... ท่านปู่... ข้า...ทำให้พวกท่านผิดหวัง'
ความมืดมิดกลืนกินสติของเขา...
...
ในห้วงลึกที่สุดของทะเลจิตสำนึกอันเงียบสงัด...ที่ซึ่งเจียงเฉินไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน
มี "ผนึก"โบราณอันซับซ้อนและยิ่งใหญ่บางอย่างซ่อนเร้นอยู่ มันหลับใหลอยู่ที่นั่นมาตลอดสิบหกปี
และในวินาทีที่"พิษสลายิญญา" อันเย็นเยียบและชั่วร้ายแตะััเข้ากับขอบเขตของผนึกนั้น...
วูบ!!!
ผนึกที่นิ่งสงบมาตลอดพลันสั่นะเือย่างรุนแรง!
ราวกับราชันผู้หลับใหลถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงอึกทึกของไพร่ทาส!
พลังงานอันเย็นเยียบของพิษร้าย กับพลังงานอันสูงส่งและลึกลับของผนึก... ปะทะกัน!
มันไม่ใช่การต่อสู้... แต่มันคือการ"หักล้าง" กันอย่างสมบูรณ์!
พิษสลายิญญาพยายามกัดกร่อนผนึก...แต่ผนึกนั้นกลับปลดปล่อยพลังงานบางอย่างออกมา "เผาไหม้"พิษนั้นจนสิ้นซาก!
กระบวนการนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา...แต่ผลกระทบของมันรุนแรงมหาศาล
เปรี๊ยะ!
เสียงแตกร้าวเล็ก ๆดังขึ้นภายในส่วนลึกที่สุดของจิติญญาเจียงเฉิน...
ผนึกที่กักขังบางสิ่งไว้... กำลังจะสลายไป!
...
"อึก!"
บนเตียงที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นและเืสีดำ...ร่างที่ควรจะตายไปแล้วของเจียงเฉิน พลันกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง!
"เฮือก!!"
เขาลืมตาโพลง!สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างบ้าคลั่งราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ
"ฟ...ฟื้นแล้ว!""เป็ไปได้อย่างไร! นั่นมัน..พิษสลายิญญาเชียวนะ"
ทุกคนในห้องตกตะลึงจนพูดไม่ออกหมอชราที่กำลังเก็บเข็มเงินถึงกับทำกล่องเข็มหล่นลงพื้น
เจียงเฉินหอบหายใจอย่างหนัก...เขายังมีชีวิต!
ความเ็ปทางจิตใจหายไปแล้ว...แต่ร่างกายยังคงอ่อนเพลีย อย่างไรก็ตาม วันนี้... เขารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด!
แต่... รอดได้อย่างไร?
เมื่อครู่... ในห้วงมืดมิดนั้น...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เขารู้สึก... แตกต่างออกไป...ในหัวของเขา... ทะเลจิตสำนึกของเขา... มันโล่งโปร่งอย่างประหลาด...ราวกับกรงที่ขังเขาไว้มานานได้ถูกปลดออกไป...
"เร็วเข้า!"
ยังไม่ทันที่เจียงเฉินจะได้สำรวจความเปลี่ยนแปลงใดๆ เสียงะโของผู้เฒ่าตระกูลเจียงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"์ยังเมตตา! เขารอดแล้ว!แต่พิธีการ... งานแต่งงานกับตระกูลหลิง!"
"แย่แล้ว! นี่มันใกล้จะถึงฤกษ์ยามมากแล้ว!เกี้ยวของตระกูลหลิงจอดรออยู่หน้าประตูั้แ่เช้า!"
ความโกลาหลระลอกใหม่เกิดขึ้นอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่เื่คอขาดบาดตาย แต่เป็เพราะ "การแต่งงานของเขากับคุณหนูหลิงเยว่"
เจียงเฉินที่ยังคงมึนงง ถูกชิงเอ๋อร์และคนรับใช้อีกสองสามคนลากไปเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับเ้าบ่าวที่จัดเตรียมไว้ แม้จะหรูหราแต่เมื่ออยู่บนร่างผอมซีดของเขา มันก็ดูน่าสังเวชเล็กน้อย
เขาถูกประคองเข้าไปในเกี้ยวเ้าบ่าวที่ตระกูลเจียงเตรียมไว้
ตลอดการเดินทางไปยังตระกูลหลิง...เจียงเฉินนั่งนิ่งอยู่ในเกี้ยวที่โคลงเคลง จิตใจของเขาสับสนวุ่นวาย
เขาเพิ่งผ่านความเป็ความตายมาหมาด ๆ... เขาถูกวางยาพิษในบ้านของตัวเอง และความรู้สึกประหลาดในทะเลจิตสำนึกนั่น... มันคืออะไรกันแน่?
เจียงเฉินไม่มีเวลาคิดนานนัก...เมื่อเกี้ยวหยุดลง เสียงอึกทึกครึกโครมของพิธีการก็ดังกลบความคิดของเขาทั้งหมด
คฤหาสน์ตระกูลหลิงประดับประดาไปด้วยผ้าแดงและโคมไฟมงคลแเื่เต็มลานกว้างแม้สายตาของแขกเ่าั้ที่มองมาจะเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามและความสงสัย...แต่ในด้านพิธีการ ตระกูลหลิงจัดงานอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ
เมื่อเขาเดินลงจากเกี้ยวด้วยท่าทางซวนเซเล็กน้อยเขาก็ต้องประหลาดใจ
บุรุษวัยกลางคนผู้องอาจในชุดหรูหราและสตรีผู้งดงามสูงศักดิ์ที่ยืนเคียงข้าง... ผู้นำตระกูลหลิง"หลิงเทียน" และภรรยา "ซูหว่าน"กำลังยืนรอต้อนรับเขาอยู่ที่หน้าประตูด้วยตนเอง
"เฉินเอ๋อร์!"
เป็ซูหว่านที่ก้าวเข้ามาก่อนนางมองเขาด้วยแววตาซับซ้อน... มีทั้งความสงสาร ความห่วงใย และความรู้สึกผิด
"เ้า... ลำบากแล้ว"
นางพูดเสียงเบา "ป้าซูได้ยินเื่ที่เกิดขึ้น...ไม่นึกเลยว่าจะมีคนชั่วช้ากล้าลงมือในวันเช่นนี้...เป็ตระกูลหลิงของเราที่ดูแลเ้าไม่ดีพอ"
เจียงเฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ...
นี่เป็ครั้งแรกในรอบหกปี...ที่เขารู้สึกถึงความอบอุ่นจากผู้อื่นที่ไม่ใช่ปู่ของเขา
"ป้าซู..."เขาเรียกเสียงแ่
"ตอนเ้ายังเล็ก...ป้ายังเคยอุ้มเ้าเล่นอยู่เลย" นางยิ้มบาง ๆ แต่ดวงตากลับแดงก่ำ "หาก...หากพ่อแม่ของเ้ายังอยู่..."
หลิงเทียน ผู้เป็ประมุขตระกูลก้าวเข้ามายืนข้างภรรยา เขามองเจียงเฉินอย่างพินิจพิเคราะห์แม้จะไม่ได้แสดงอารมณ์มากเท่าภรรยา แต่ก็ไม่มีแววรังเกียจมีแต่ความเป็ห่วงดั่งบุตรชาย
"เ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว"หลิงเทียนกล่าวเสียงทุ้ม "เื่ยาพิษ ตระกูลหลิงจะช่วยตระกูลเจียงสืบหาความจริงแน่นอน... เอาล่ะ เข้าพิธีการเถิดอย่าให้เสียฤกษ์ยาม"
ความอบอุ่นเพียงชั่วครู่นี้ทำให้จิตใจที่ด้านชาของเจียงเฉินสั่นไหวเล็กน้อย...
เขาเห็นนาง หลิงเยว่ในชุดเ้าสาวสีแดงเพลิง แม้จะมีผ้าคลุมหน้าแต่รัศมีแห่งความงามและพลังปราณที่สูงส่งก็ไม่อาจปิดบังได้
เขาและนาง... ยืนเคียงข้างกันราวกับหงส์ฟ้ากับไก่ดิน
"คำนับฟ้าดิน...""คำนับบิดามารดา..." "คำนับกันและกัน..."
เจียงเฉินทำตามทุกขั้นตอนราวกับหุ่นเชิด...จิตใจของเขาล่องลอยไปไกล จนกระทั่งพิธีการทั้งหมดเสร็จสิ้น...และเขาถูกนำตัวไปยังห้องหอ
กลิ่นกำยานหอมอ่อน ๆลอยอบอวลอยู่ในห้องที่ประดับประดาด้วยสีแดงมงคล แสงเทียนสีแดงคู่สั่นไหว
หลิงเยว่นั่งรออยู่บนขอบเตียงแล้วนางได้ปลดผ้าคลุมหน้าของตัวเองออก เผยให้เห็นใบหน้างดงามล่มเมืองที่บัดนี้เรียบเฉยทว่า... ดวงตาคู่นั้นที่มองมายังเขา... มันสงบนิ่ง... ไม่มีความเกลียดชังมีเพียงความซับซ้อนบางอย่าง
เจียงเฉินยืนนิ่งอยู่กลางห้องความเงียบอันน่าอึดอัดโรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งสอง
"ข้าได้ยินเื่ยาพิษแล้ว"
นางเป็ฝ่ายทำลายความเงียบก่อนน้ำเสียงของนางเย็นเล็กน้อยตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่ไร้ความรู้สึก "เ้ารู้สึกดีขึ้นแล้วหรือยัง"
เจียงเฉินประหลาดใจเล็กน้อยที่นางทักทายด้วยเื่นี้"ข้า... ไม่เป็ไรแล้ว"
หลิงเยว่พยักหน้าเบา ๆ นางลุกขึ้นยืนเดินไปยังโต๊ะน้ำชาและรินชาถ้วยหนึ่ง "ดื่มชาอุ่น ๆ ก่อนเถิด...เ้าเพิ่งผ่านเื่ร้ายแรงมา"
เขารับถ้วยชามาอย่างงงงวย... นี่มัน...แตกต่างจากที่เขาคิดไว้อย่างสิ้นเชิง
"เจียงเฉิน..." นางกล่าวต่อ"ข้ารู้ว่าเ้าคงสับสนว่าเหตุใดการแต่งงานนี้จึงยังดำเนินต่อไป ทั้งที่สภาพของเ้าในตอนนี้..."
นางหยุดเล็กน้อย "การแต่งงานนี้คือคำสัญญาที่ท่านพ่อของข้าให้ไว้กับท่านพ่อของเ้า...ตระกูลหลิงติดค้างบุญคุณตระกูลเจียงโดยเฉพาะบิดาของเ้า การที่ข้ายอมแต่งงาน ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณนี้"
เจียงเฉินกำถ้วยชาในมือแน่น "ข้าเข้าใจ"
"แต่...ข้ามีเื่สำคัญที่ต้องบอกเ้า" หลิงเยว่มองสบตาเขาตรง ๆ"ข้าคือศิษย์ผู้สืบทอดแห่งสำนักบงกชหิมะ อีกเพียงหนึ่งเดือนข้าก็ต้องออกเดินทางกลับไปยังสำนักแล้ว"
"นอกจากนี้วิชาที่ศิษย์สำนักบงกชหิมะฝึกคือ 'เคล็ดบงกชหิมะ' มีข้อกำหนดที่เข้มงวด...มัน้ากายที่บริสุทธิ์ในการฝึกฝน"
นางผายมือไปยังโต๊ะไม้เนื้อแข็งที่มุมห้องอย่างสุภาพ
"ดังนั้น...ข้าคงต้องรบกวนเ้า ตลอดหนึ่งเดือนนี้ ให้เ้านั่งสมาธิหรือพักผ่อนที่โต๊ะตัวนั้น" น้ำเสียงของนางเจือปนความรู้สึกขอโทษเล็กน้อย"ข้าหวังว่าเ้าจะเข้าใจ"
เจียงเฉิน...กลับรู้สึกโล่งอกอย่างประหลาด
สิ่งที่เขาหวาดกลัวไม่ใช่การถูกปฏิเสธ...แต่คือการถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรง ทว่าท่าทีของนางกลับเป็การ"อธิบายเหตุผล" อย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้มีเจตนาดูแคลนเขาเลย
"ข้าเข้าใจ" เขาวางถ้วยชาลง"เ้าไม่ต้องกังวล... ข้าไม่มีเจตนาจะล่วงเกินเ้าอยู่แล้ว"
หลิงเยว่ชะงักไปเล็กน้อย...นางคาดว่าเขาจะโกรธหรือแสดงท่าทีไม่พอใจ... แต่เขากลับยอมรับอย่างง่ายดาย
"ขอบคุณ" นางกล่าวเบา ๆ
จากนั้น นางก็ไม่พูดอะไรอีกกลับไปนั่งบนเตียง เริ่มต้นนั่งสมาธิเข้าสู่สภาวะฝึกตนทันที...นางมีเวลาเพียงหนึ่งเดือน นางต้องรีบฝึกฝน
เจียงเฉินมองใบหน้าอันงดงามนั้นครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังเดินไปยังโต๊ะตัวนั้น
เขาไม่ได้รู้สึกอัปยศ...แต่กลับรู้สึกขอบคุณในความตรงไปตรงมาของนาง
เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แข็ง ๆ
ความเหนื่อยล้า... ความสับสน...ถาโถมเข้ามา
แต่ในความเงียบงันนั้นเอง สติของเขากลับมาชัดเจนอย่างที่สุด
'เื่อื่นช่างมันก่อน' เขาคิดในใจ
'เื่ที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือในทะเลจิตสำนึกของข้า'
เขายืดหลังตรง หลับตาลง
แทนที่จะฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยความสิ้นหวัง เจียงเฉินเลือกที่จะนั่งสมาธิ
เขาต้องรู้ให้ได้.ว่าสิ่งที่ช่วยชีวิตเขาไว้จาก "พิษสลายิญญา" และสิ่งที่"ผนึก" นั้นได้ปลดปล่อยออกมา มันคืออะไรกันแน่!