ภายในบ้านมีเพียงโต๊ะเก่าๆกับเก้าอี้ไม้หัวโล้นเก่าๆอีกสองตัวเท่านั้น ครอบครัวเจียงทั้งหมดพากันนั่งอยู่บนพื้นแล้วยกเก้าอี้ให้คุณหนูทั้งสองคนแล้วเวินหนิงเหมยและเวินหนิงลี่จะกล้านั่งหรือ?
แน่นอนว่าไม่!!
"นั่งพื้นด้วยกันนี่ล่ะเ้าค่ะ อย่าได้เกรงใจกันขนาดนั้นเลย" เวินหนิงเหมยพูดขึ้นด้วยความสุภาพไม่ได้มีท่าทางดูถูกพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
"ท่านแม่ ท่านพ่อคุณหนูของข้าเป็คนดีมากๆไม่เคยถือตัวเลยเ้าค่ะ" เจียงเฟินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มทั้งเคารพคุณหนูทั้งสองคนจากใจจริง
จากนั้นเจียงเฟินก็แนะนำคุณหนูทั้งสองคนให้ครอบครัวรู้จักทั้งยังบอกว่าตอนนี้นางได้ขายตัวให้คุณหนูทั้งสองคนแล้ว แม้สองสามีภรรยาและคนอื่นๆจะใมากเพียงใดแต่หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของเจียงเฟินแล้วพวกเขาทุกคนก็ถอนหายใจออกมาพร้อมทั้งยังขอบคุณเวินหนิงเหมยและเวิินหนิงลี่ด้วยความซาบซึ้ง
หลังจากครอบครัวเจียงพูดคุยถามไถ่กันอยู่ราวครึ่งชั่วยามก็ได้ยินเสียงชาวบ้านกลุ่มใหญ่มายืนะโเรียกคนตระกูลเจียง คนบ้านเจียงเดินออกจากบ้านไปแล้วแต่เวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยไม่ได้ออกไปด้วยเพราะคิดว่ามันไม่ใช่เื่ของพวกนาง ดังนั้นจึงยังคงนั่งอยู่ในบ้านพร้อมกับนำชาออกจากมิตินั่งดื่มและฟังเสียงภายนอกด้วยท่าทีผ่อนคลาย
"ผู้นำหมู่บ้าน ท่านมาที่บ้านของข้ามีเื่อะไรหรือ?" เจียงห่าวเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
"เจียงห่าว มีคนไปแจ้งข้าว่าบุตรสาวของเ้าที่ถูกหย่าร้างกลับมาอยู่ที่บ้านเ้าแล้วเช่นนั้นหรือ?" ผู้นำหมู่บ้านถามออกไปทันทีที่เห็นคนบ้านเจียงเดินออกมาแล้ว
"เฟินเออร์บ้านข้ากลับมาแล้วจริงๆแต่ว่านาง………" เจียงห่าวยังพูดไม่ทันจบประโยคก็มีชาวบ้านคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาก่อนทั้งยังเสียงดังจนแม้แต่คนที่นั่งอยู่ในบ้านยังได้ยินอย่างชัดเจน
"เจียงห่าว บุตรสาวของเ้าเป็สตรีที่ถูกสามีหย่าร้างเ้าจะให้นางกลับมาอยู่ในหมู่บ้านของพวกเราได้อย่างไร? หากนางกลับมาอยู่ในหมู่บ้านแล้วชื่อเสียงของคนในหมู่บ้านจะทำอย่างไร? สตรีในหมู่บ้านของเรายังจะมีบุรุษมาสู่ขอหรือ?"
"ใช่ๆๆ ฮวาเออร์บ้านข้าปีนี้ก็สิบห้าหนาวแล้วหากบุตรสาวบ้านเ้าที่ถูกหย่าร้างเสียชื่อเสียงกลับมาอยู่หมู่บ้านของเราลูกสาวข้ายังจะคุยเื่แต่งงานได้อย่างไร? เ้าห้ามรับนางกลับเข้าบ้านเด็ดขาดเลยนะ!"
เจียงเฟินได้ยินคำพูดของชาวบ้านแล้วก็หน้าซีดเผือดทันที ยิ่งมีคนเริ่มก็ยิ่งมีคนวิจารย์ต่ออย่างไม่รู้สึกเกรงใจนางและครอบครัวเลยสักนิดแม้แต่ผู้นำหมู่บ้านก็ไม่คิดจะห้ามปรามคำพูดของชาวบ้าน พ่อเจียงปีนี้อายุสี่สิบห้าและแม่เจียงปีนี้ก็อายุสี่สิบสองแล้ว พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้มาหลายปีไม่เคยสร้างความเดือดร้อนหรือรบกวนใครมาก่อน
แต่วันนี้พวกเขากลับรวมตัวยกโขยงกันมาถึงหน้าบ้านของพวกเขาเพราะไม่้าให้บุตรสาวของพวกเขากลับบ้าน! ยิ่งเห็นชาวบ้านเริ่มพูดแรงขึ้นเรื่อยๆนางเจียงซื่อก็พูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจว่า "ลูกสาวของบ้านข้าจะกลับบ้านแล้วมันอย่างไร? ลูกสาวบ้านข้าถูกหย่าขาดแล้วมันอย่างไร? นางกลับมาบ้านข้า กินข้าวบ้านข้า กินน้ำบ้านข้าทั้งยังนอนอยู่ที่บ้านของข้าไม่ได้ไปขอข้าวบ้านพวกเ้ากินซะหน่อย แล้วพวกเ้ามายุ่งอะไรกับเื่ของครอบครัวข้า!!"
"เ้าจะพูดแบบนี้ได้อย่างไร? ในหมู่บ้านของพวกเราไม่เคยมีสตรีที่ถูกหย่าร้างมาก่อน หากบุตรสาวเ้ากลับมาแล้วชื่อเสียงของหมู่บ้านเราจะรักษาเอาไว้ได้อย่างไร?"
"ข้าไม่ยอมให้นางมาอยู่ในหมู่บ้านของเราหรอก สตรีที่ถูกหย่าร้างไม่รู้ว่านางไปทำความผิดร้ายแรงอะไรมา หากพวกเ้ายังยืนยันจะให้นางอยู่ก็ขนของออกจากหมู่บ้านของพวกเราไปเลย!!"
"พวกเ้าจะรังแกกันเกินไปแล้ว!!" หลังจากที่ยืนฟังมาตั้งนานเจียงเจาจึงพูดขึ้นด้วยความโมโห
"เป็พวกเ้าที่กำลังจะทำให้หมู่บ้านเราถูกผู้อื่นนินทาต่างหากล่ะ เจียงเฟินเป็สตรีที่ถูกหย่าขาดโดนบ้านสามีไล่ออกจากบ้านข้าจะยอมให้นางกลับมาอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างไร?…หากพวกเ้าอยากจะรับนางกลับเข้าบ้านก็ออกจากหมู่บ้านของพวกเราไปซะ!!"
คนบ้านเจียงรู้สึกใมากที่ได้ยินคำพูดของนางหูถึงขั้นเอ่ยปากไล่ครอบครัวของพวกเขาออกจากหมู่บ้าน เมื่อหันไปมองผู้นำหมู่บ้านที่เอาแต่ยืนเชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่งปลายตามองพวกเขาด้วยความเหยียดหยันแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าเื่นี้พวกเขาไม่สามารถพึ่งพาผู้นำหมู่บ้านคนนี้ได้แล้ว
"นี่มันเื่ของบ้านข้า!! พวกเราจะรับน้องสาวเข้าบ้านก็เป็สิทธิ์ของบ้านข้าพวกเ้าไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจแทนเรา หากยังรังแกกันไม่จบสิ้นข้าจะเข้าเมืองไปตีกลองฟ้องร้องกับทางการเสียให้สิ้น!!" เจียงเหวิน บุตรชายคนที่สองของบ้านเจียงะโขึ้นด้วยความโมโหแล้วเช่นกัน
เวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยนั่งฟังทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันมาั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้ก็ตัดสินใจจะออกมาดูข้างนอกเสียหน่อย สตรีท่าทีสูงศักดิ์ที่เดินออกมาจากบ้านเจียงด้วยท่าทีเ็า ยามพวกนางกวาดตามองกลุ่มชาวบ้านช่างทำให้พวกเขาถึงกับเสียวสันหลังหวาดระแวงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ยิ่งเห็นคุณหนูทั้งสองคนที่มีผ้าปิดหน้าเดินมาหยุดอยู่ข้างๆเจียงเฟินและคนบ้านเจียงแต่กลับไม่เอ่ยวาจาออกมาแม้สักคำชาวบ้านทั้งหลายก็เริ่มกลัวกันขึ้นมาแล้วจริงๆ
เจียงเฟินเห็นคุณหนูของนางเดินออกมาอยู่ตรงนี้ก็รีบพูดขึ้นด้วยความกังวลว่า "คุณหนู พวกท่านออกมาข้างนอกทำไมเ้าคะ รีบกลับเข้าไปเถอะเ้าค่ะ"
"เ้าเป็คนของเรา มีคนมารังแกเ้ากับครอบครัวนั่นไม่เท่ากับคนพวกนี้ปีนขึ้นมาเหยียบหน้าคุณหนูอย่างพวกข้าหรอกหรือ?" เวินหนิงลี่แสร้งพูดด้วยความไม่พอใจก่อนจะพูดกับเจียงเฟินอีกครั้งว่า "เ้าหลบไปซะ"
เวินหนิงเหมยจ้องมองไปยังชายที่น่าจะเป็ผู้นำหมูาบ้านด้วยสายตาดุดันก่อนจะพูดขึ้น "เ้าเป็ผู้นำหมู่บ้านหรือ?"
"ช่ะ ใช่ๆ ข้าเป็ผู้นำหมู่บ้านแล้วพวกเ้าเป็ใคร?" ผู้นำหมู่บ้านแม้จะรู้สึกใและหวาดระแวงแต่ก็ยังแสร้งทำตัวอวดเบ่งอย่างน่าขำ
"ข้าเป็ใครยังไม่ถึงตาเ้าที่ต้องรู้ แต่ว่า…ดูจากการกระทำของเ้าแล้วดูเหมือนว่าตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านนี้เ้าคงจะไม่้าแล้ว" เวินหนิงเหมยตอบกลับน้ำเสียงเรียบเย็นแล้วะโเสียงดังว่า “องครักษ์เงา…นำเื่นี้ไปแจ้งท่านลุงที่จวนเ้าเมือง!!!"
จบคำพูดของเวินหนิงเหมยอยู่ๆบนต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักก็มีกิ่งไม้ขยับสั่นไหวขึ้นเรียกสายตาจากชาวบ้านให้หันไปมอง เวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยแทบจะกลั้นขำไม่อยู่…ดูเอาเถิดแม้แต่กิ่งไม้ยังเป็ใจให้นางโกหก ฮ่าฮ่าฮ่า! เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของชาวบ้านและท่าทางตื่นกลัวของผู้นำหมู่บ้าน พวกเขานั้นต่างก็คิดว่าตนเองได้ไปล่วงเกินคุณหนูสูงศักดิ์เข้าแล้วจริงๆ
"คะ คุณหนู…ได้โปรดเมตตาข้าด้วย เป็ข้าที่เลอะเลือนเองต่อไปข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว!!" ผู้นำหมู่บ้านคุกเข่าพูดขึ้นด้วยความหวาดกลัว
เวินหนิงลี่คร้านจะสนใจชาวบ้านพวกนี้ อีกทั้งเมื่อครู่เวินหนิงเหมยก็เพียงแค่พูดข่มขู่ปั้นน้ำเป็ตัวขึ้นมาเท่านั้น ดังนั้นรีบจบเื่นี้เพื่อไล่ชาวบ้านกลับไปให้เร็วๆถึงจะดี "พวกเ้ารีบไปจากที่นี่ซะ ต่อไปหากข้ารู้ว่าเ้าปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่เป็ธรรมอีกตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านนี้เ้าก็ไม่ต้องเป็แล้ว"
"ข่ะ ขะ ขอรับ" ผู้นำหมู่บ้านขานรับพร้อมกับรีบนำชาวบ้านเดินกลับไปอย่างไว
เห็นชาวบ้านเดินไปไกลแล้วเวินหนิงเหมยก็หันไปพูดกับคนอื่นๆว่า “พวกท่านไปคุยกันในครอบครัวเถอะ วันนี้ค่ำแล้วพวกข้าจะกลับเข้าเมืองก่อน เจียงเฟิน…เ้ากับลูกก็อยู่กับครอบครัวนอนค้างที่นี่สักคืนเถอะ"
"จริงสิ…พวกท่านคงจะอยู่ที่นี่ได้ลำบากกว่าเดิมแล้ว หากพวกท่านยินดีติดตามข้าสองคนพี่น้องพวกเรายินดีจะดูแลพวกท่าน ยังไม่ต้องตอบข้าตอนนี้ คืนนี้พวกท่านลองปรึกษากันดูก่อนหากได้ความว่าอย่างไรพรุ่งนี้ค่อยให้คำตอบข้า" เวินหนิงลี่ยิ้มอ่อนก่อนจะพูดออกไปตามที่ได้ปรึกษากับพี่สาวก่อนหน้านี้
"เ้าค่ะ / ขอรับคุณหนู"
หลังจากเวินหนิงเหมยและเวินหนิงลี่ขี่ม้าออกไปไกลแล้วครอบครัวเจียงก็พากันกลับเข้าบ้านไป หลานเหลียนสะใภ้ใหญ่รีบเข้าครัวไปทำอาหารเย็นด้วยความเร่งรีบเพราะตอนนี้ฟ้าใกล้จะมืดแล้วปล่อยให้คนอื่นๆพูดคุยปรึกษากันไป ใบหน้าของแต่ล่ะคนเคร่งเครียดกันอย่างมาก
"ท่านแม่ ท่านพ่อเ้าคะ คุณหนูทั้งสองคนนั้นจิตใจดีมาก ไม่เคยคิดร้ายและไม่เคยเอาเปรียบข้าเลยนะเ้าคะ คนในหมู่บ้านนี้ล้วนไม่น่าคบหาหลายปีมานี้พวกเขาเอาแต่รังแกเอาเปรียบและดูถูกครอบครัวของเรา ท่านพ่อท่านแม่อีกไม่กี่วันคุณหนูก็จะพาข้ากับลูกออกเดินทางแล้ว แม้ว่าเื่ที่ข้าอยากจะให้พวกท่านติดตามคุณหนูไปด้วยกันแต่ว่า…เื่นี้ข้าก็จะยึดการตัดสินใจของพวกท่าน หากพวกท่านไม่อยากจะไปข้าก็ยอมรับและหากมีโอกาสข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกท่านแน่นอนเ้าค่ะ" เจียงเฟินพูดกับครอบครัวอย่างจริงจัง
"ท่านพ่อ พวกเราแล้วแต่ท่านขอรับ" เจียงเจาพูดขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง
"เื่นี่นับว่าเป็เื่ใหญ่ พวกเ้าลองบอกความคิดเห็นของพวกเ้ามา" เจียงห่าวพูดกับทุกคนอย่างจริงจัง
หลังจากสองสามีภรรยาได้ฟังความคิดเห็นของลูกๆและลูกสะใภ้แล้วก็นอนคิดถึงเื่นี้ทั้งคืนเพราะเอาแต่คิดถึงเื่นี้ ลูกชายและลูกสะใภ้ของพวกเขาล้วนแต่ยินดีจะติดตามคุณหนูทั้งสองคนนั้น แน่นอนว่าเหตุผลก็หนีไม่พ้นความยากจนของครอบครัวทั้งนั้น ต่อให้พวกเขายังอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานเท่าไรเพราะตอนนี้เงินเก็บของครอบครัวมีไม่ถึงหนึ่งตำลึงแล้ว อีกทั้งลูกสะใภ้ก็กำลังตั้งครรภ์จำเป็ต้องได้รับการบำรุงให้ดี
ทุกอย่างในเวลานี้ล้วนบีบบังคับให้พวกเขาตัดสินใจเช่นนี้เพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้นสองสามีภรรยาจึงพูดคุยกันถึงเื่นี้จนเกือบเช้าจนได้ข้อสรุปพวกเขาจึงพยายามข่มตาหลับเพื่อพักผ่อนจากคลายเหนื่อยล้า