ราคาประมูลสูงถึงแปดแสนห้าหมื่นเหรียญทองทำให้ผู้เข้าร่วมประมูลจากสามตระกูลใหญ่ถึงกับเบิกตากว้างแม้แต่เมิ่งซือซินยังอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองต้วนจื่อด้วยสายตาประหลาดใจ
ตัวเลขนี้มากพอจะซื้อเคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ระดับล่างได้ถึงแปดเล่ม!
โอวหยางลาเฟิงเองก็คาดไม่ถึงว่าจะมีผู้ใดกล้า่ชิงเคล็ดวิชายุทธ์ระดับสุดยอดกับตนแถมยังเพิ่มราคาทีเดียวห้าหมื่นเหรียญทอง ทำให้ราคาสูงถึงแปดแสนห้าหมื่นเหรียญทองต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายใจถึงไม่เบา
หากเป็เมื่อก่อน เมื่อได้ยินราคานี้เขาอาจจะลังเลใจ คิดคำนวณถึงผลได้ผลเสียทว่าในตอนนี้เคล็ดวิชาระดับสุดยอดเล่มนี้คือความหวังในการพลิกฟื้นตระกูลโอวหยางหากยอมยกให้ผู้อื่นไปละก็ ครั้งหน้าอาจจะไม่มีโอกาสดีๆ เช่นนี้อีกแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้นโอวหยางลาเฟิงจึงกัดฟันกรอด ยกป้ายขึ้นสูง "เก้าแสน!"
"โอ้โห!"
ทั้งลานประมูลส่งเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง
ไม่มีใครเชื่อว่าโอวหยางลาเฟิงจะมีเงินมากมายขนาดนี้เพื่อแย่งชิงเคล็ดวิชาระดับสุดยอด
เก้าแสนเหรียญทองเป็จำนวนเงินที่แทบจะสามารถสร้างตระกูลใหญ่ได้ตระกูลหนึ่ง
ผู้ประมูลจากตระกูลลวี่เห็นภาพตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะรำพึงรำพันด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ "ตระกูลโอวหยางถูกกดดันให้อยู่ในฐานะตระกูลระดับกลางมาหลายปีพยายามที่จะผงาดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เคล็ดวิชาระดับสุดยอดนี้คือกุญแจสำคัญแห่งโอกาสไม่แปลกใจเลยที่โอวหยางลาเฟิงจะกล้าทุ่มเงินขนาดนี้"
ผู้เข้าร่วมประมูลจากตระกูลระดับกลางอื่นๆที่นั่งอยู่รอบข้างต่างพยักหน้าเห็นพ้องต้องกัน
หากมีเงินทุนมากพอพวกเขาก็จะทำเช่นเดียวกับโอวหยางลาเฟิงพยายามที่จะนำเคล็ดวิชาระดับสุดยอดนี้มาให้ได้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
เงินทองหาใหม่ได้ แต่โอกาสดีๆนั้นมีเพียงชั่วครู่
"ท่านเ้าบ้านโอวหยางเสนอราคาเก้าแสนยังมีท่านใดให้ราคาสูงกว่านี้อีกหรือไม่?" เมิ่งซือซินเอ่ยถามผู้คนทั่วทั้งลานประมูลด้วยรอยยิ้ม
หากสังเกตให้ดีจะพบว่าสายตาของนางจับจ้องอยู่ที่ต้วนจื่อตลอดเวลา
เห็นได้ชัดว่าคำพูดนี้ราวกับเป็การถามผู้คนในที่แห่งนี้ทว่าในความเป็จริงแล้วเป็การถามต้วนจื่อแต่เพียงผู้เดียว
"เก้าแสนห้าหมื่น!" ต้วนจื่อยกป้ายขึ้นโดยไม่ลังเล
เหตุผลที่เขามาประมูลแข่งกับโอวหยางลาเฟิงก็เพียงเพื่อ้าเพิ่มราคา [เคล็ดกระบี่สายลม] ให้สูงขึ้นเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่เกินความคาดหมาย
และวิธีนี้ก็ใช้ได้ผลกับคนอย่างโอวหยางลาเฟิงที่ยึดมั่นกับ[เคล็ดกระบี่สายลม] ราวกับวัวคลั่ง แม้จะต้องเสียเืเนื้อเท่าไรก็ยอมแต่หากเปลี่ยนเป็ผู้ซื้อรายอื่นละก็ คาดว่าเมื่อเขาเสนอราคาแปดแสนห้าหมื่นก็คงถอดใจไปแล้ว
ว่ากันตามตรงแล้วต้วนจื่อไม่ได้ตั้งใจที่จะหลอกลวงคนมาประมูล [เคล็ดกระบี่สายลม] ั้แ่แรกเพราะการกระทำเช่นนี้มันไร้ซึ่งคุณธรรม ทำลายภาพลักษณ์พระเอกของเขา
แต่ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้คนที่มาประมูลเป็โอวหยางลาเฟิงล่ะ?
เมื่อต้องรับมือกับคนที่ไร้ศีลธรรมก็มิจำเป็ต้องมีคุณธรรม!
ดังคำกล่าวที่ว่า หากข้าไร้ซึ่งศีลธรรมไยเ้าจึงต้องใช้ศีลธรรมมาผูกมัดข้า!
"เ้า..." โอวหยางลาเฟิงโกรธจนหน้าเขียว
ของที่ควรจะได้ในราคาแปดแสนกลับถูกต้วนจื่อปั่นราคาขึ้นไปถึงเก้าแสนห้าหมื่น จะไม่ให้ขุ่นเคืองได้อย่างไร?
โอวหยางซวงเสนอว่า"ท่านพ่อ ยก [เคล็ดกระบี่สายลม] ให้เขาไปเถอะเ้าค่ะอย่างไรเสียพวกเราก็มีเงินทุนมากพอ สามารถไปที่สมาคมการค้าของจักรวรรดิเสรีได้ที่นั่นไม่ได้ขาดแคลนเคล็ดวิชาระดับสุดยอดนี่เ้าคะ"
"ข้าขอเสนอราคาอีกครั้งหากเ้าหมอนั่นยังเพิ่มราคา พวกเราก็จะยอมแพ้" โอวหยางลาเฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วยกป้ายขึ้นกล่าวว่า "หนึ่งล้าน!"
สิ้นเสียงของโอวหยางลาเฟิงทุกคนต่างก็มองไปยังต้วนจื่อเป็ตาเดียว คาดหวังว่าเขาจะเข้าร่วมแข่งขันอีกครั้ง
ใครจะรู้...
ต้วนจื่อกลับไม่ได้ยกป้าย ทว่ากางมือออก
"เอ่อ... ข้าแค่พูดเล่นๆแท้จริงแล้วในกระเป๋าของข้าไม่มีเงินสักแดงเดียว"
ผู้คน "..."
เ้าหมอนี่ หาใช่หนังเทียมไม่แต่หนังหน้าของมันคือของแท้แน่นอน!!
[ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่สร้างความปั่นป่วนในการประมูลสำเร็จทำให้ทุกคนในงานถึงกับอ้าปากค้าง ค่าเทียนซิ่ว +666!]
กล้าเรียกราคาแพงขนาดนี้ทั้งๆที่ไม่ได้พกเงินมาสักแดงเดียว ทุกคนต่างยอมรับในความกล้าหาญของต้วนจื่อ
เมื่อโอวหยางลาเฟิงยอมแพ้ก็หมายความว่าต้วนจื่อจะต้องนำเงินเก้าแสนห้าหมื่นเหรียญทองมาซื้อเคล็ดวิชาระดับสุดยอดเล่มนี้มิเช่นนั้นสิ่งที่รอคอยเขาอยู่ก็คือความโกรธแค้นของสมาคมการค้าเยี่ยน
"เ้าคนสารเลวผู้นี้จงใจหลอกล่อให้ข้าเพิ่มราคา"โอวหยางลาเฟิงจ้องเขม็งไปยังต้วนจื่อใบหน้าที่โกรธแค้นบิดเบี้ยวราวกับสิงโตคลั่งดวงตาลุกโชนราวกับเปลวไฟสามารถแผดเผาทุกสิ่ง
เพราะคำพูดไม่กี่ครั้งของต้วนจื่อทำให้เขาต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกหลายแสนเหรียญทองเทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายสองสามปีของตระกูลโอวหยางนี่เป็การสูญเสียที่ร้ายแรงเหลือเกิน
โอวหยางซวงเองก็มีสีหน้าที่เ็าดวงตาทั้งคู่แข็งกร้าว หากไม่ใช่เพราะอยู่ในลานประมูลแห่งนี้นางคงจะลงมือสั่งสอนต้วนจื่อไปแล้ว
ในทางกลับกันผู้ประมูลจากตระกูลฝู่กลับหัวเราะอยู่ในใจชูนิ้วโป้งให้ต้วนจื่ออย่างต่อเนื่องราวกับกำลังชื่นชมการกระทำของอีกฝ่ายความไม่พอใจที่ถูกโอวหยางลาเฟิงกดขี่ในการประมูลก่อนหน้านี้ในตอนนี้ก็มลายหายไปราวกับสายลมพัด
"เนื่องจากไม่มีผู้ใดในงานให้ราคาสูงกว่าท่านเ้าบ้านโอวหยางข้าขอประกาศว่า [เคล็ดกระบี่สายลม] ตกเป็ของท่านเ้าบ้านโอวหยาง" เมิ่งซือซินไม่ให้โอกาสโอวหยางลาเฟิงได้กลับคำรีบเคาะไม้ตัดสินอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้เคล็ดวิชาระดับสุดยอดเล่มนี้จึงตกเป็ของโอวหยางลาเฟิงไปด้วยราคาสูงถึงหนึ่งล้านเหรียญทองภายใต้สีหน้าเยาะเย้ยของต้วนจื่อ
หลังจากการประมูลเคล็ดวิชาจบลงก็ถึงคราวของการประมูลอาวุธ
ต้วนจื่อไม่ได้สนใจในสิ่งเหล่านี้เขารีบออกจากงาน แล้วเดินทางกลับไปยังห้องพักระดับสูงสุด เพื่อรอให้การประมูลจบลงแล้วค่อยไปรับเงิน
เมื่อมาถึงหน้าประตูก็พบกับเถียนโหรวโหรวก้มหน้าเฝ้าอยู่ข้างประตู ซบหน้าร่ำไห้
ราวกับรับรู้ได้ว่ามีคนมานางรีบเช็ดหางตาที่เปียกชื้น ทำทีเข้มแข็ง
รายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้มิอาจรอดพ้นสายตาของต้วนจื่อ
เขาขมวดคิ้ว ถามออกมาว่า"โหรวโหรว เกิดอะไรขึ้น?"
เถียนโหรวโหรวเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็ต้วนจื่อ ดวงตาก็พลันแดงก่ำขึ้นมา
นางอ้าปากออก ทว่าราวกับมีสิ่งใดขัดขวางไว้ทำให้กล้ำกลืนคำพูดเ่าั้กลับลงไป
"เข้าไปนั่งคุยกันข้างในเถอะ"ต้วนจื่อเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของอีกฝ่าย จึงกวักมือเรียก
ยังไม่ทันที่เถียนโหรวโหรวจะได้ขยับตัวเสียงหนึ่งก็ดังมาจากข้างหลัง
"หืมในเวลาทำงานกลับกล้ามายืนคุยกับคนจรหมอนิ่ที่นี่ เถียนโหรวโหรวเ้ามันกล้าดีนี่!"
ต้วนจื่อหันกลับไปมองก็พบกับชายร่างท้วมวัยสามสิบกว่าปี
เขาสวมใส่เสื้อผ้าดูดีมีราคาผมหวีเปิดข้างอย่างเนี้ยบนิ้งใบหน้าอ้วนท้วนราวสองร้อยกว่าจินนั้นวางไว้บนลำคอสั้นป้อมมองดูแล้วหวาดเสียวราวกับจะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ
ชายผู้นี้มีชื่อว่าจูโร่วผู่เป็ผู้ดูแลด้านธุรการของสมาคมการค้าเยี่ยนมีหน้าที่คัดเลือกคนจากเมืองจื่อหรานให้มาเป็ผู้ดูแลในห้องพักต่างๆ ของสมาคมคอยดูแลแขกผู้มีเกียรติ ดูแลความสะอาด และอื่นๆ
จูโร่วผู่กวาดสายตามองต้วนจื่อเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายใส่หน้ากากสวมเสื้อคลุม ดูแล้วไม่มีบุคลิกของชนชั้นสูงก็จัดการเหมารวมว่าเป็คนธรรมดาคนหนึ่ง จูโร่วผู่ผลักเขาออกไปเดินไปหาเถียนโหรวโหรวก่อนตบหน้านางอย่างแรง
"เถียนโหรวโหรวเ้าช่างไม่รู้จักสถานะของตนเอาเสียเลยเมื่อคืนบิดามารดาของเ้าขายเ้าให้ข้าด้วยราคาเพียงยี่สิบเหรียญเงินทำสัญญาขายตัวเป็ที่เรียบร้อย นั่นหมายความว่าข้าคือเ้านายของเ้ามีสิทธิ์ในการบัญชาเ้าทุกประการ"
"ข้าให้เ้ามาทำงานที่นี่ก็เพื่อ้าให้เ้าหาเงินให้ข้าไม่ใช่ให้มาทำตัวเอ้อระเหยก่อนหน้านี้ผู้ว่าจ้างบอกให้เ้าปรนนิบัติแขกผู้มีเกียรติในห้องพักระดับสูงสุดให้ดีแต่เ้ากลับไม่ได้เสียตัวให้เขา ซ้ำยังกินอาหารของห้องพักจนทำให้ข้าถูกนายท่านดุด่า และโดนหักค่าแรงไปอีกวัน”
"ข้าคิดว่าหลังจากที่ข้าสั่งสอนเ้าไปแล้วเ้าคงจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ในวันนี้ข้าจึงตั้งใจมาสังเกตการณ์ดูแต่เ้ากลับทำให้ข้าผิดหวังเหลือเกิน!!!"
ต้วนจื่อกระจ่างแจ้ง
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเถียนโหรวโหรวถึงมาทำงานเช่นนี้ที่แท้ก็เป็เพราะเหตุผลนี้นี่เอง
ส่วนเถียนโหรวโหรวได้แต่เม้มปาก ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาจูโร่วผู่
"ขออภัยด้วยเ้าค่ะ ข้า... ข้าแค่..."
"ไม่ต้องแก้ตัวแล้วเ้าไม่มีค่าพอที่จะอยู่ข้างกายข้า มีผู้คนอีกมากมายที่สามารถทำหน้าที่นี้ได้เพียงแค่ข้าโบกมือ ก็จะมีสาวงามมากมายให้เลือกสรร" จูโร่วผู่หัวเราะเยาะก่อนกล่าวอย่างเด็ดขาด "พรุ่งนี้ข้าจะขายเ้าให้กับสมาคมทาสใต้ดินจงใช้่เวลาสุดท้ายในค่ำคืนนี้ให้ดี"
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของเถียนโหรวโหรวก็ซีดเผือดลงทันที นางตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
สมาคมทาสใต้ดินคือกลุ่มอำนาจมืดที่น่ากลัวที่สุดในเมืองจื่อหรานมีการซื้อขายทาสกันพันกว่าคนต่อวันเมื่อกลายเป็ทาสแล้วคนผู้นั้นก็จะสูญเสียสิทธิ์ความเป็มนุษย์ทุกอย่างไปกลายเป็ทรัพย์สินส่วนตัวของนายทาส ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายของเมืองจื่อหราน
ลูกพี่ลูกน้องของนางก็เคยถูกหลอกไปขายเป็ทาสทุกวันจะต้องสวมตรวนทำงานภายใต้แส้ของหัวหน้าคนงาน ซักผ้า ทำอาหาร ให้อาหารหมูเลี้ยงแพะ ไม่ว่าจะเป็งานที่หนักและสกปรกเพียงใดก็ต้องทำเมื่อถึงเวลากลางคืนก็จะถูกนายทาสล่วงละเมิด ทรมานแสนสาหัส สุดท้ายก็ฆ่าตัวตาย
ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัว เมื่อคิดถึงจุดจบเถียนโหรวโหรวก็ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าจูโร่วผู่
"ข้า... ข้าผิดไปแล้วเ้าค่ะได้โปรดอย่าขายข้าให้กับสมาคมทาสใต้ดินเลย ข้าจะทำงานให้ดีข้าจะหาเงินให้ท่านอย่างแน่นอน..."
ระหว่างที่พูดนางก็หลั่งน้ำตาแห่งความหวาดกลัว ราวกับดอกไม้ที่บอบบางท่ามกลางพายุโหม
"รู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้ว"จูโร่วผู่หัวเราะอย่างเ็า หยิบท่อยาสูบออกมาจากกระเป๋าใส่ใบยาสูบที่ถูกหั่นไว้แล้ว จากนั้นก็จุดไฟสูบเข้าไปลึกๆ
"ข้าให้โอกาสเ้าแล้วแต่เ้าไม่รู้จักรักษา ข้าก็ช่วยอะไรเ้าไม่ได้"
เถียนโหรวโหรวคลานไปจับชายกางเกงของจูโร่วผู่กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น "ได้โปรด...ได้โปรดให้โอกาสข้าอีกครั้ง ข้าขอร้องท่าน ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเ้าค่ะนอกจากเป็ทาสแล้ว ท่านจะให้ข้าทำอะไรก็ได้..."
"จริงหรือ?" จูโร่วผู่แสยะยิ้มเ้าเล่ห์ ก่อนจะยื่นท่อสูบยาไปตรงหน้าเถียนโหรวโหรว
"หากเอาสิ่งนี้ยัดเข้าไปข้างในข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง"
ร่างของเถียนโหรวโหรวสั่นระริก
นางรับท่อยาสูบมาด้วยมือที่สั่นเทามองไปยังท่อที่ยาวราวๆ สามสิบเิเ และไฟที่ปลายด้ามยังไม่ดับลงนางลังเลอยู่สักพักว่าจะทำดีหรือไม่
"ข้าให้เวลาเ้าสามวินาที"จูโร่วผู่ชูสามนิ้วขึ้นมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
"3..."
ริมฝีปากของเถียนโหรวโหรวเริ่มซีดเผือด
"2..."
ร่างของเถียนโหรวโหรวสั่นเทามากขึ้น
"ดูท่าทางเ้าคงไม่อยากได้โอกาสนี้จริงๆสินะ..." จูโร่วผู่ส่ายศีรษะ ไม่ได้นับเลข '1' ที่เหลือ
"ข้าขอประกาศว่าชะตาชีวิตการเป็ทาสของเ้าได้ถูกกำหนดไว้แล้ว!"
"ไม่... อย่านะ! ข้าจะทำ!ข้าจะทำทุกอย่างเ้าค่ะ!" ในที่สุดเถียนโหรวโหรวก็เกรงกลัวต่ออีกฝ่ายไม่สนใจเื่ความบริสุทธิ์อีกต่อไป รีบร้อนฉีกเสื้อผ้าของตนออก
นางยอมเสียความบริสุทธิ์ที่นี่ถูกผู้คนหัวเราะเยาะ ดีกว่าไปเป็ทาสที่สมาคมใต้ดินนั่น
ในขณะที่เถียนโหรวโหรวกำลังจะฉีกผ้าชิ้นสุดท้ายที่ปิดบังร่างกายของตนมือหนึ่งก็คว้าจับจูโร่วผู่จากด้านหลังเหวี่ยงตัวคนที่มีน้ำหนักกว่าสองร้อยจินออกไปอย่างง่ายดาย
ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นช้าๆ
“ผู้คนบนโลกใบนี้ต่างเร่งรีบวุ่นวายก็เพื่อเงินทองเพียงน้อยนิด ทว่าเงินทองเ่าั้กลับสามารถแก้ไขความวุ่นวายทั้งปวงในโลกช่วยให้วัยชราอยู่อย่างสงบใน่บั้นปลายชีวิต ช่วยให้วัยเยาว์ ได้เข้าศึกษาช่วยเหลือเื่ปากท้อง"
"ทว่าเงินทองเพียงน้อยนิดเ่าั้กลับดับความหวังในวัยเยาว์ทำให้เด็กสาวต้องแปดเปื้อน ทำให้หัวใจต้องแหลกสลายทำให้ผู้คนต้องเศร้าเสียใจจนแทบขาดใจ"
"สาวน้อย…เ้ารู้หรือไม่ว่าวาจาของปีศาจนั้นมิอาจเชื่อถือ?"