เยว่ชิงกลับมาที่เรือนเล็กของจื่อหลิงใน่สาย หลังจากที่ตามสืบเื่ราวของเสวี่ยฉินอยู่ค่อนคืน ก็พบแต่เื่ที่สำนักเทียนฉีกำลังตามหาเคล็ดวิชาลับ ว่ากันว่ามันหายสาบสูญไปก่อนที่เ้าของผู้คิดค้นเคล็ดวิชานี้จะสิ้นลมหายใจเสียอีก
ท้องฟ้าวันนี้ค่อนข้างแจ่มใส หลังจากที่หิมะตกลงมาทั้งคืน
กายิญญานี้ใช้ชีวิตราวกับมนุษย์ที่หัวใจยังเต้น เยว่ชิงไปมาแล้วทุกที่ที่เขาอยากไป คาดว่าภายหน้าเขาคงมีโอกาสได้ท่องยุทธภพ ร่อนเร่พเนจรหลังจากที่เื่ราวทุกอย่างจบสิ้น เยว่ชิงยกยิ้มเยาะให้กับความคิดเพ้อเจ้อของตนเอง
จะร่อนเร่พเนจรไปที่ใดได้อีก เขาไม่รอดพ้นทัณฑ์นรกที่กำลังมาเยือนถึงตัวด้วยซ้ำ!
คิดได้แบบนั้นเขาก็กลับเข้าไปในห้อง ภายในเรือนเล็กเงียบกริบไร้เสียงคนอยู่ เดาว่าจื่อหลิงคงจะไปเรียนแล้ว เยว่ชิงเปิดประตูห้องไปกลับใครพบบางคนนั่งอยู่ ดวงตาสีชาเบิกกว้างก่อนจะหรี่ลง หัวคิ้วขมวดผูกเป็ปม คำถามมากมายผุดขึ้นอยู่ในหัว
“พุทธองค์หลี่จิ้งหยาง!”
“อืม อาตมาเอง”
เขาพบเพียงความสงบนิ่งเฉย ในใจของพุทธองค์ไร้ความสับสนว้าวุ่น “ท่านเข้ามาทำไม!?”
“เยว่ชิง”
รอยยิ้มของเยว่ชิงเผยขึ้น “ข้าน้อยปลาบปลื้มยิ่งนักที่พุทธองค์ยังจดจำนามของข้าน้อยได้” บางครั้งโชคชะตาก็มักเล่นตลก เยว่ชิงอยากเจอพุทธองค์แต่ไม่ใช่ในตอนนี้ เขาต้องจัดการกับเสวี่ยฉินให้พ้นทางเสียก่อน
“...”
“ทำไมหรือ? เพียงท่านรู้ว่าิญญาของข้าน้อยยังอยู่ เลยร้อนรนทนอยู่ในวิหารระฟ้าไม่ได้ จึงต้องออกมาเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าข้าน้อยยังอยู่”
“ไม่เลย”
“ฮ่าฮ่า ข้าน้อยเองก็คิดว่าเป็เช่นนั้น พุทธองค์หลี่จิ้งหยางที่คนทั้งโลกยกย่อง แท้จริงแล้วก็จอมปลอมทั้งสิ้น” เยว่ชิงยังคงสาดถ้อยคำใส่พุทธองค์ที่ยังคงนิ่งเฉย ทำราวกับว่าไม่มีใบหู ไม่รับรู้สิ่งอื่นใดอีก
“เยว่ชิง จะตามอาตมานั้นย่อมได้ แต่อย่าออกไปยุ่งกับยุทธภพ”
“หือ!”
“ด้านนอกนั้นอันตราย –”
“มีอะไรที่จะอันตรายไปกว่าพุทธองค์อีกหรือ!? โลกใบนี้ข้าน้อยยังมองไม่เห็นใครที่มีจิตใจเืเย็นเช่นท่านเลยสักคน! ข้าน้อยตายไปแล้วท่านไม่เห็นหรือ? ข้าน้อยเหลือเพียงิญญาที่รอเวลาไปเยือนยมโลก แต่กว่าจะถึงวันนั้นท่านทำใจไว้เถิด”
“...”
“ข้าน้อยจะตามท่านเป็เงา ลากท่านไปเยือนยมโลกด้วยกัน”
“เยว่ชิง”
“อย่ามาเรียกข้าน้อย! นักบวชอย่างท่านมีดีอะไรกัน รักษาศีลอย่างนั้นหรือ? เมตตาสรรพชีวิต? แล้วท่านทำกับข้าน้อยได้อย่างไรกัน!!!”
“เยว่ชิง!”
นับเป็ครั้งแรกที่พุทธองค์หลี่จิ้งหยางเรียกเยว่ชิงเสียงดังเช่นนี้ “อาตมากับเยว่ชิงเราต่างกัน”
“...?”
“ทุกสิ่งนั้นมีเหตุและผลของมันอยู่ อาตมาไม่เคยทำร้ายเยว่ชิง ไม่มีเหตุผลและไม่จำเป็”
“ศพข้าน้อยอยู่ที่ไหน?”
“...”
“ข้าน้อยถามว่าร่างของข้าน้อยอยู่ที่ไหน!?”
แม้ความโกรธนี่จะถูกระงับไว้บ้างแล้ว แต่เยว่ชิงก็ไม่เคยลืมสิ่งที่คนตรงหน้าทำ การทำลายคนที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีเยี่ยงสุนัขเช่นนี้ ดูไม่มีคุณธรรมเลยสักนิด มือที่เปื้อนเืนั้นจะยังบอกว่าตนเองบริสุทธิ์ได้เช่นไรกัน
“อย่าถามหาสิ่งที่มันไม่มี เยว่ชิงฟังอาตมาให้ดี ยุทธภพนี้มีคำตอบที่้า แต่เยว่ชิงจะรับมันไหวหรือ?”
“อะไร!”
“ความจริงทั้งหมดที่ผลักเยว่ชิงลงไปในจิตมืดบอดพวกนั้น”
ดวงตาสีอำพันสะท้อนกลับมาหาิญญาตรงหน้า เยว่ชิงยังคงเคียดแค้นและไม่มีวันให้อภัย ในขณะเดียวกันนั้นพุทธองค์หลี่จิ้งหยางอยากซ่อนมันให้พ้นจากทุกคน จริงหรือที่อรหันต์กำลังเข่นฆ่า จริงหรือที่การเดินจงกรมใน่หิมะตกแล้วเผลอเหยียบแมลงตายโดยไม่ตั้งใจ ถือเป็เื่ที่ผิดบาปร้ายแรง
สิ่งพวกนี้หากไตร่ตรองดูให้ดี เยว่ชิงที่มีจิตใจงดงามคงคิดได้ไม่ยากเลย
“ท่านกำลังโกหก! มันคงน่าอดสูหากเื่นี้แพร่ไปทั่วทั้งโลก”
“...”
“ข้าน้อยไม่ยอมให้ท่านสมหวัง! ต่อให้ต้องรับความผิดบาปที่ทำไปชั่วกัลป์ก็ตาม!”
“อาตมาละวางแล้ว เยว่ชิงเองก็ไม่ควรดึงดันไปต่อ หนทางข้างหน้ารังแต่จะทำให้ทุกข์ระทม”
“มีสิ่งใดจะทุกข์กว่าตอนนี้อีกหรือ?”
เ้าของั์ตาสีชาเงยขึ้นมาสบกับพุทธองค์ เขาเอ่ยถามคำถามงี่เง่าและซ้ำซากเป็พันครั้ง ทว่ากลับไม่เคยได้รับคำตอบกลับ สองมือนั้นที่บีบร่างกายเขาจนแหลกเป็จุณ เป็สองมือที่พรากลมหายใจของเยว่ชิงไปตลอดกาล
แต่ไฉนเล่า! ไยพุทธองค์หลี่จิ้งหยางจึงปฏิเสธการกระทำเืเย็นนี้ เหตุใดจึงไม่ยอมรับว่าเป็ความผิดของตนเอง เหตุใดจึงไม่ยอมรับว่าเป็คนที่ทำให้เยว่ชิงเหลือเพียงิญญา
“อย่าให้ความแค้นบังตา จนทำให้พลั้งเผลอไปกับเื่ที่กลับตัวไม่ทัน”
“ทำไมข้าน้อยต้องตายด้วย”
เยว่ชิงยังคงถามพุทธองค์หลี่จิ้งหยางต่อ หวังเพียงคำตอบที่จะช่วยให้คลายความสงสัย ทว่ากลับพบแต่ความว่างเปล่าจากดวงตาสีอำพัน คำตอบนั้นจะไปสำคัญอะไรกับเื่นี้อีก เขาตายไปแล้ว รู้คำตอบไปก็ไม่มีวันฟื้นคืนกลับมาอยู่ดี
“สิ่งที่พุทธองค์หวั่นเกรง คงเป็เื่ที่ข้าน้อยออกไปวุ่นในยุทธภพ”
“...”
“อีกเื่ก็คงเกรงว่าจะไม่ได้ไปนิพพาน”
ไป๋เยว่ชิงหัวเราะอยู่ในลำคอ สีหน้าที่เฉยเมยอย่างกับรูปปั้นชั้นเลิศ ทั้งร่างกายนั้นนิ่งสงบยกเว้นก็เพียงดวงตาสีอำพันคู่นี้ที่ยังกรอกไปมาอยู่ “ท่านไม่รู้ว่าข้างนอกนั่นมีอะไร? จอมยุทธ์ต่างคิดเช่นไรกับวิหารระฟ้า”
“...”
“แท้จริงท่านก็มีความลับมากมาย เป็เื่ที่ข้าน้อยนั้นโง่งมเชื่อท่านทุกอย่าง”
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางปรายสายตามอง ก่อนจะเบนออกไปมองด้านนอกแทน เขาไม่อาจแก้ความเข้าใจผิดเพี้ยนของไป๋เยว่ชิงในตอนนี้ได้ หลี่จิ้งหยางจำต้องปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อ
ยิ่งฟังเยว่ชิงเอ่ยมาแต่ละคำ พุทธองค์ที่สงบนิ่งดังหินผาก็ไม่ต่างกับทรายสร้างวัดที่กำลังทลายลงมา สายตาที่มองมานั้นมีเพียงความชิงชัง มันจริงหรือที่พุทธองค์เช่นเขาฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา
ฝ่าพระหัตถ์หมื่นพุทธองค์นั้นมีไว้ปราบพวกคิดชั่ว มันไม่สามารถลงทัณฑ์กับผู้บริสุทธิ์ได้
พุทธองค์หลับตาของตนเองลง ไม่นานเขาก็กลับมาอยู่ในห้องชำระจิต พลังของเยว่ชิงที่ซ่อนอยู่เป็มนต์ดำที่มีความร้ายกาจและรุนแรง ภายใต้จิตของเยว่ชิงรองรับมันได้อย่างสมบูรณ์ การควบคุมมนต์ดำนี้เกรงว่าเยว่ชิงจะยังทำไม่ได้
เยว่ชิงมีพลังดาราดับ ในที่สุดหลี่จิ้งหยางผู้นี้ก็ปล่อยให้เื่กลับมาซ้ำรอยเดิม
หลังจากที่พุทธองค์หลี่จิ้งหยางหายวับไปจากห้อง เยว่ชิงก็ยิ่งทวีความโกรธแค้นมากขึ้น ควันสีดำพวยพุ่งไปมารอบกาย ั์ตาสีชานั้นเริ่มมีสีแดงแซมขึ้นมาเล็กน้อย อีกไม่นานคงโดนมันกลืนกินความนึกคิดและจิตใจ เขาเองก็ต้องหาวิธีควบคุมพวกมันให้อยู่เป็ที่ทาง
จื่อหลิงกลับมาใน่เย็นหลังสวดมนต์เสร็จ และพบว่าเยว่ชิงที่ลงเขาไปสืบเื่เสวี่ยฉินนั้นกลับมาแล้ว ทว่าเขากลับพบความผิดปกติของสหาย เยว่ชิงเงียบขรึมและเหม่อลอย แววตาเศร้าสร้อยและหม่นหมองมีให้เห็น หรือว่าเยว่ชิงจะไปพบเจอเื่ที่ไม่ดีมา
“เยว่ชิง”
“...”
“ไป๋เยว่ชิง!”
“หะ!?”
“เป็อะไรไป ข้าเห็นเ้าใจลอยมาสักพักแล้ว” จื่อหลิงเอ่ยถามขึ้น ทว่าเยว่ชิงก็ทำอย่างที่เคยนั่นก็คือส่ายหัวของตนไปมา แต่จื่อหลิงรับรู้ว่าสหายนั้นมีเื่ทุกข์อย่างแน่นอน
“บอกข้ามาเถอะน่า ทำอย่างกับว่าตอนนี้เก็บเอาไว้แล้วมันจะดีขึ้นอย่างนั้นแหละ” เยว่ชิงเพียงแค่ยกยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อยามค่ำคืนมาเยือนอีกหน รุ่งอรุณก็จะกลับมาในวันพรุ่งเช่นเดิม
สดับเพียรหมื่นภพชาติ