"หลินฉางชิง เ้าสำนึกผิดหรือไม่!"
"ในฐานะศิษย์เอกของสำนักชูซาน กลับถูกคนปีศาจล่อลวงจนปล่อยปีศาจสาวในหอคอยผนึกมารให้หลบหนีไป ในเมื่อรู้ความผิดแล้ว บัดนี้ขอถอดถอนตำแหน่งศิษย์เอกสำนักชูซานของหลินฉางชิง และทำลายวรยุทธ์เสีย"
"เนรเทศไปยังูเาด้านหลัง ให้เฝ้าหอคอยผนึกมาร ชั่วชีวิตนี้ห้ามก้าวออกจากูเาด้านหลังแม้แต่ก้าวเดียว!"
...
ในหัวยังคงดังก้องด้วยเสียงตวาดอันเกรี้ยวกราดของผู้าุโใหญ่ที่ตำหนักใหญ่ซึ่งมีต่อตนเอง
หลินฉางชิงรู้สึกเพียงว่าในสมองของเขามีแต่ความสับสนวุ่นวาย เมื่อพยายามลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนสะพานโซ่เหล็กแห่งหนึ่ง พื้นสะพานสั่นไหวไม่หยุดตามจังหวะการก้าวเดินของเขา
หลินฉางชิงตกอยู่ในอาการเหม่อลอยชั่วขณะ
"ศิษย์พี่หลินฉางชิง ข้างหน้าคือหอคอยผนึกมารขอรับ พวกข้าสองพี่น้องส่งท่านได้เพียงเท่านี้ ทางที่เหลือขอให้ท่านเดินไปเองขอรับ" เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูของหลินฉางชิง
เขาเงยหน้าขึ้น และได้เห็นหอคอยสูงสีดำทมิฬตั้งตระหง่านเสียดฟ้าอยู่เบื้องหน้าสะพานโซ่เหล็ก ซึ่งตัดกับภาพทิวทัศน์ูเาสีเขียวและเมฆสีขาวโดยรอบอย่างชัดเจน
บนหอคอยสูงนั้นไม่มีแม้แต่หน้าต่างสักบาน บนกำแพงเต็มไปด้วยอักขระโบราณแปลก ๆ ที่หลินฉางชิงอ่านไม่ออก ซึ่งแผ่ซ่านกลิ่นอายความเก่าแก่ออกมาเป็ระลอก
ทว่าอำนาจของอักขระโบราณเหล่านี้ กลับยังไม่สามารถปกปิดความผันผวนอันแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากภายในหอคอยได้
"นึกไม่ถึงเลยว่าข้าเพิ่งจะมาถึงโลกใบนี้ ก็ถูกโยนมาอยู่ในสถานที่แบบนี้เสียแล้ว" หลินฉางชิงยิ้มขื่นและกล่าวอย่างจนใจ
เขาเดินตามศิษย์สองคนนี้มาตลอดทาง จึงถือว่าได้ย่อยความทรงจำในหัวของตนเองจนเสร็จสิ้น
เ้าของร่างเดิมนี้คือศิษย์เอกของสำนักชูซาน มีชื่อแซ่เดียวกับหลินฉางชิง อีกทั้งยังมีรากปราณสมบูรณ์แบบ ถูกขนานนามว่าเป็อัจฉริยะในรอบร้อยปีของสำนักชูซาน ทว่ายามนี้ กลับถูกยัดข้อหาว่าบังอาจปล่อยปีศาจสาวให้หลบหนี
สิ่งที่ทำให้หลินฉางชิงรู้สึกสงสัยที่สุดคือเนื้อหาในความทรงจำส่วนนี้ ไม่รู้ว่าเป็เพราะเขาเคยถูกล่อลวงหรือไม่ จึงกลายเป็ว่ามันเลือนลางไม่ชัดเจน
"วันเวลาหลังจากนี้ จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกัน" น้ำเสียงของหลินฉางชิงดูโศกเศร้า
ในโลกแฟนตาซีแห่งนี้ เขากลับถูกทำลายรากปราณจนตกต่ำกลายเป็เพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง
ไม่สิ เพราะการถูกทำลายรากปราณจะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อร่างกายของหลินฉางชิงด้วย และสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ ต่อให้ฟื้นฟูได้ทั้งหมดเกรงว่าคงเทียบไม่ได้แม้แต่คนธรรมดา
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของหลินฉางชิงก็เย็นเยียบลงทันที
"ศิษย์พี่ฉางชิง เชิญขอรับ"
เมื่อเห็นหลินฉางชิงยืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่มีการเคลื่อนไหว ศิษย์ที่คุมตัวเขามาจึงอดไม่ได้ที่จะเร่ง หลินฉางชิงหันกลับไปมองอีกฝ่าย แต่ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม
"ลำบากศิษย์น้องทั้งสองแล้ว" เขาพยักหน้าและกล่าวอย่างสงบ
เมื่อกล่าวจบ หลินฉางชิงก็หันกลับไป และค่อย ๆ ก้าวเดินไปยังปลายทางของสะพานโซ่เหล็ก ศิษย์สองคนที่อยู่ด้านหลัง มองแผ่นหลังอันซูบผอมของหลินฉางชิงที่เดินอยู่บนสะพาน ราวกับว่าหากมีลมพัดมาวูบหนึ่ง ก็สามารถพัดเขาให้ปลิวหายไปได้ทันที พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
"นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าศิษย์พี่ฉางชิงที่เคยรุ่งโรจน์ไร้ผู้ต้านในตอนนั้น จะต้องมาพบจุดจบเช่นนี้"
"นั่นสินะขอรับ บังอาจปล่อยปีศาจสาวในหอคอยผนึกมารให้หลบหนี หากท่านอาจารย์ไม่พบเข้าเสียก่อน เกรงว่าผลที่ตามมาคงเกินจะจินตนาการได้"
"เฮ้อ โบราณว่าไว้โชคชะตาเล่นตลก เกรงว่าจะเป็เช่นนี้จริง ๆ "
เสียงของศิษย์น้องทั้งสอง ลอยผ่านลมหนาวบนสะพานโซ่เหล็กเข้ามาถึงหูของหลินฉางชิง ฝีเท้าของเขาชะงักไป ร่างกายดูเหมือนจะสั่นเทาเล็กน้อย ทว่าไม่ช้าก็กลับมาเป็ปกติ และเดินต่อไปยังอีกฟากหนึ่งของสะพานโซ่เหล็ก
ศิษย์ทั้งสองมองส่งหลินฉางชิงจนก้าวเข้าสู่เขตูเาด้านหลัง จากนั้นจึงตัดสะพานโซ่เหล็กทั้งหมดทิ้งที่ฝั่งนี้ทันที และด้วยวิธีนี้ หลินฉางชิงจึงไม่มีโอกาสที่จะออกจากูเาด้านหลังได้อีกอย่างเด็ดขาด
หลังจากทำสิ่งนี้เสร็จสิ้น ทั้งสองก็หันหลังเดินจากไป
ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป อดีตศิษย์เอกหลินฉางชิงกับพวกเขา จะไม่ใช่คนที่อยู่ในโลกใบเดียวกันอีกต่อไป
...
หอคอยผนึกมารทีู่เาด้านหลัง ถูกเรียกว่าเป็พื้นที่ต้องห้ามของสำนักชูซาน
หอคอยผนึกมาร ทำหน้าที่ตามชื่อของมัน สิ่งที่ถูกผนึกอยู่ภายในล้วนเป็ปีศาจที่ดุร้ายอำมหิตหรือสิ่งชั่วร้ายที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่โลก ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยเ้าสำนักรุ่นแรกของสำนักชูซาน
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป อักขระโบราณบนหอคอยค่อย ๆ หลุดลอกออก พลังในการกดข่มปีศาจของตัวหอคอยผนึกมารเองจึงลดน้อยลง
บรรพชนของสำนักชูซานพบจุดนี้ จึงได้กำหนดให้สุสานของตนตั้งอยู่ที่นี่หลังจากเสียชีวิต โดยใช้พลังปราณจากการบำเพ็ญเพียรตลอดชีวิต เพื่อกดทับหอคอยผนึกมารเอาไว้
ดังนั้นทั่วทั้งูเาด้านหลัง นอกจากตัวหอคอยผนึกมารแล้ว ยังเป็ป่าศิลาจารึกผืนใหญ่ ซึ่งเป็ที่ฝังศพของผู้ยิ่งใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนของสำนักชูซานในอดีต
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น เมื่อมาถึงรุ่นของหลินฉางชิง ไอปีศาจภายในหอคอยผนึกมารก็ยังคงรั่วไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
"ยิ่งเข้าใกล้หอคอยผนึกมาร ร่างกายก็ยิ่งสั่นเทาชัดเจนขึ้น"
หลินฉางชิงหยุดฝีเท้าและสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ร่างกายนี้ของเขาอ่อนแอเกินไป เมื่อต้องเผชิญกับปราณปีศาจที่เข้มข้นในสถานที่แห่งนี้ จึงไม่มีแม้แต่ความสามารถในการต่อต้าน
"หากต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยสภาพร่างกายนี้ จะทนอยู่ได้กี่วัน เกรงว่าจะเป็เื่ที่ไม่อาจคาดเดาได้เลย" หลินฉางชิงถอนหายใจยาวและกล่าวอย่างจนใจ
ในขณะนั้นเอง หลินฉางชิงก็เห็นชายชราผู้หนึ่งกำลังเดินตรงมา อีกฝ่ายหลังค่อม ผมสีขาวโพลน สวมเสื้อผ้าหยาบ ๆ ที่ทำจากผ้าป่าน ดูเหมือนชาวนาในป่าเขา อีกทั้งบนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น ราวกับผืนดินที่แตกระแหงเพราะความแห้งแล้ง เบ้าตาที่ลึกโอบล้อมดวงตาที่ดูขุ่นมัวเล็กน้อย
"เ้าคือหลินฉางชิงรึ" ชายชราถามตรง ๆ เมื่อเห็นหลินฉางชิง
หลินฉางชิงพยักหน้า
เขาเคยได้ยินมาว่าในูเาด้านหลังมีผู้เฒ่าเฝ้าเขาคนหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลหอคอยผนึกมารโดยเฉพาะ คิดว่าคงจะเป็คนตรงหน้านี้เอง
"ข้าเฝ้าูเาด้านหลังมาห้าสิบปีแล้ว ไม่ได้เห็นคนนอกมานานมาก เ้าไปทำความผิดอะไรมาถึงได้ถูกเนรเทศมาที่นี่" ชายชรามองหลินฉางชิงและกล่าวอย่างสนใจ
หลินฉางชิงตั้งใจจะอธิบาย ทว่าไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปาก ชายชรากลับโบกมือห้ามเสียก่อน
"ช่างเถิด เื่พวกนั้นข้าไม่สนใจ เ้าตามข้ามา ในเมื่อหลังจากนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ข้าต้องบอกกฎเกณฑ์บางอย่างให้เ้าเข้าใจก่อน" ชายชราหันหลังและส่งสัญญาณให้หลินฉางชิงตามมา
หลินฉางชิงที่ถูกขัดจังหวะการพูดก็รู้สึกจนใจแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก ได้แต่รีบเดินตามไป
ชายชรานำเขาเข้าใกล้หอคอยผนึกมารมากขึ้นเรื่อย ๆ
"ความจริงแล้ว การเฝ้าหอคอยผนึกมารทีู่เาด้านหลังก็ไม่ใช่หน้าที่ที่ลำบากอะไรนัก ทุกวันเพียงแค่ตรวจสอบว่าไอปีศาจในหอคอยผนึกมารไม่รั่วไหลออกมา หากเกิดเหตุไม่คาดคิดก็รายงานให้ทันท่วงที เพียงเท่านี้ก็พอ และนอกเหนือจากนั้นก็คือป้ายศิลาเหล่านี้ที่อยู่นอกหอคอย"
เมื่อระยะห่างจากหอคอยผนึกมารเหลือไม่ถึงร้อยจั้ง หลินฉางชิงก็ได้เห็นป้ายศิลาจารึกจำนวนมากปรากฏขึ้นตรงหน้า
ป้ายศิลาเหล่านี้ บางป้ายเพิ่งตั้งขึ้นใหม่ ตัวอักษรบนนั้นยังชัดเจน บางป้ายดูเก่าแก่ ตัวอักษรที่สลักไว้เริ่มชำรุด บางป้ายเหลือเพียงเศษศิลาที่หักพัง ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว
"เพราะอย่างไรเสีย ป้ายศิลาเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งที่บรรพชนของสำนักชูซานทิ้งไว้ พวกเราในฐานะรุ่นหลัง ควรจะดูแลให้ดี เมื่อเ้าว่างในแต่ละวันก็จงไปเช็ดฝุ่นบนป้ายศิลาเ่าั้ ถือว่าเป็การแสดงความกตัญญูต่อผู้าุโ" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
ขณะนี้ หลินฉางชิงยืนอยู่หน้าป้ายศิลาจารึกแผ่นหนึ่ง ตัวอักษรบนป้ายศิลานี้เลือนลางไปบ้าง แต่ยังพอจะจำแนกตัวอักษรที่ขาดหายเป็่ ๆ ได้
"กระบี่ เข้าสู่มรรค เซียน..."
หลินฉางชิงพยายามจำแนกตัวอักษรบนนั้น ทว่าขณะที่มองอยู่ ความรู้สึกวิงเวียนที่ไม่มีสาเหตุก็จู่โจมหลินฉางชิงทันที
บึ้ม!
ในตอนนั้น หลินฉางชิงรู้สึกราวกับว่าในสมองะเิออกเสียงดังสนั่น ตัวอักษรบนป้ายศิลาตรงหน้าดูเหมือนจะะโขึ้นมาและพุ่งเข้าสู่สมองของหลินฉางชิง ตัวอักษรที่เดิมทีขาดหายเป็่ ๆ ในเวลานี้กลับเชื่อมต่อกันเป็ผืนเดียว และถูกหลินฉางชิงตีความออกมาได้อย่างง่ายดาย
"นี่คือจารึกศิลาที่ผู้าุโเซียนกระบี่ท่านหนึ่งของสำนักชูซานทิ้งไว้"
หลินฉางชิงเข้าใจความหมายของจารึกศิลาในทันที
และในเวลานั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของหลินฉางชิง
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : เคล็ดกระบี่เมฆคราม]