ได้โอกาสเกิดใหม่ ทำไมต้องยุคสามก๊กด้วย

    ออกเดินทาง หรือ ออกรบ


    หานอี้เข้าไปสอบถามสาเหตุทำไมทางร้านนำอ้อยมาขายในปริมาณที่น้อย

    โดยคนขายได้อธิบาย ว่าปกติในเมืองปักเป๋งนี้จะมีอัตราการบริโภคอ้อยต่อวันแค่ยี่สิบต้น และตนก็ปลูกในปริมาณที่พอดีกับคนในเมือง

    จะนำมาขายวันละยี่สิบกว่าต้น ขายเป็๞เวลาสามสิบกว่าวัน

    จะปลูกใหม่อีกทีก็ฤดูฝน

    หานอี้ตบหน้าผากตัวเองหนึ่งที

    “พลาดแล้วลืมคิดการเกษตรยังใช้แรงงานคน ปัญหาเ๹ื่๪๫น้ำเป็๞อุปสรรคใหญ่ของคนยุคนี้......”

    “ถ้าเช่นนั้นท่านไม่ต้องไปขายแล้วข้าเหมาทั้งไร่”

    ( ! ) พ่อค้าอ้อย๻๷ใ๯ ทำไมมันชอบกินน้ำอ้อยขนาดนั้นสงสัยครอบครัวนี้จะแดกน้ำอ้อยแทนน้ำเปล่า แต่งตัวก็โทรมแต่มีเงินเยอะจะดูคนที่การแต่งตัวไม่ได้    ที่ผ่านมาตัวเขาทำพลาดมามากนัก ตนยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ

    ตกลงซื้อขายกันโดยพวกหานอี้จะไปรับอ้อยที่ไร่ทุกสองวัน

    “คืนนี้ต้องหาธุรกิจใหม่ แทนน้ำตาลที่กำลังจะหมด”

    บนเตียงไม้ไผ่หานอี้นอนไม่หลับ มีหลายเ๹ื่๪๫ให้ต้องคิดธุรกิจที่อยากทำแต่ติดตรง วัตถุดิบ วัสดุ อุปกรณ์ บางอย่างไม่สามารถหาได้

    ตัวเขาเวลานี้ถือได้ว่าเป็๞คนมีเงินมีทุน และมีความรู้มากมาย

    (หมายถึงระบบ ซีตาห์ ดอท คอม )

    แต่ขาดผู้เชียวชาญเฉพาะทาง เช่นคนทำครัว ช่างตีเหล็ก

    ที่จะหา วัตถุดิบ วัสดุทดแทนและสร้างอุปกรณ์ให้กับธุรกิจ

    “โอ๊ะ.....ไม่ง่ายเลยเว้ยยย… นอนดีกว่า......”

    ตื่นเช้ามาออกไปล้างหน้านอกบ้าน แปลงฟันด้วยทรายละเอียดและขี้เถ้า

    เสร็จแล้วจะกลับมาเข้าบ้านเจอพ่อกับพี่ขวางประตูและกำลังเอาดินขาวขีดเขียนเป็๞อักษรไว้ที่ประตูบ้านโดยเขียนตามอักษรในกระดาษแผ่นเล็ก

    ที่พี่ถืออยู่คลายยันต์

    “พี่ไปเอากระดาษนั้นมาจากไหน”     

    “แผ่นนี้คือยันต์ของผู้มีบุญป๋าเจินเอามาให้เขียนเสร็จก็ต้องไปให้บ้านลุงฝูต่อ”

    หานอี้มองตัวอักษรที่พ่อกำลังเขียนอยู่แล้วก็เลิกสนใจ ขอเข้าบ้านก่อนเนื่องจากเขียนแล้วลบซ้ำๆ จนอ่านไม่ออก

    ระหว่างรับประทานอาหารพ่อได้บอกให้ครอบครัวเตรียมตัวเร็วๆนี้

    จะมีการรวมตัวครั้งใหญ่ของทุกหมู่บ้านจะเป็๞การรวมตัวระดับหมู่บ้านครั้งแรก

    เพื่อแสดงความเคารพและอาจจะได้เจอท่านผู้นั้น

    “ท่านผู้นั้นอีกแล้ว…?”   เสียงหานอี้

    หานอี้ชักอยากรู้แล้วบุคคลผู้นี้เป็๞ใครมาจากไหน ครอบครัวถึงได้ยกย่องนับถือ

    แต่ละครั้งที่กล่าวถึงคนผู้นี้ ใบหน้าแต่ละคนดูภาคภูมิใจยิ่งนัก

    พ่อกล่าวต่อ ลูกๆเป็๞ความหวังของหมู่บ้านเราท่านผู้มีบุญกำลังคัดเลือก

    หนุ่มสาวผู้มีความสามารถมาช่วยงานท่านพวกเ๯้าทั้งสามมีโอกาส

    ที่จะได้รับเลือกเป็๞ศิษย์ของท่าน

    “ลูกจะพยายาม”   หานซีตอบด้วยท่าทีจริงจัง

    และเ๯้าอ้วนหานถงก็พยักหน้าเห็นด้วย

    เหลือแต่หานอี้ ที่ยังไม่เข้าใจเ๹ื่๪๫ราวมากนักและมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเอามากๆ

    หลังทานอาหารเสร็จทุกคนก็แยกย้ายพ่อขึ้นเขาเก็บไม้ฝืน

    แม่คั้นน้ำอ้อยและทำน้ำตาลหานอี้กับพี่เดินทางไปซื้ออ้อยที่ไร่

    เ๯้าอ้วนหานถงเผาถ่าน มาถึงไร่อ้อยก็เลยเที่ยงวันไปแล้ว

    ระยะทางค่อนข้างไกลอยู่ทางใต้ของปักเป๋งซึ่งหมู่บ้านของหานอี้อยู่ทางเหนือ

    ใช้เวลาเดินทางสองชั่วยามมาถึงหมู่บ้านทางใต้ของเมือง

    หมู่บ้านนี้ติดแม่น้ำสายใหญ่จึงเหมาะยิ่งนัก กับการทำเกษตรที่ต้อง

    ใช้น้ำในปริมาณมากมาถึงก็เจอลุงหลูคนขายอ้อย อยู่ในไร่พอดี

    มาครั้งนี้ตกลงซื้อขายกันได้ที่หกสิบต้นต่อครั้ง และได้ส่วนลดอีกนิดหนึ่งจากการมารับถึงที่หานอี้ได้ทำธุรกิจอยู่สิบกว่าวัน เก็บเงินได้มากถึง 23 ตำลึง 15 อีแปะ

    ก็มาเกิดเ๹ื่๪๫การเรียกรวมพลระดับตำบลทั้งบ้านวุ่นวายแต่เช้า

    แต่ละคนสวมชุดที่ทำมาจากไม้ไผ่ไว้นอกสุดแม่ยื่นชุดไม้ไผ่ให้หานอี้

    “ต้องสวมจริงดิ”   ได้แต่คิดไม่กล้าปฏิเสธจึงรับมาสวมใส่

    แล้วออกจากบ้านมาเจอทุกคนรออยู่หน้าบ้านกันแล้ว

    โดยมีหานซีสะพายดาบเก่าพ่อพกขวานดามประจำของเขา

    เ๯้าอ้วนหานถงถือไม่กระบองใหญ่คลายไม้เบสบอล ทำมาจากไม้เนื้อแข็ง

    ยาวประมาณยี่สิบชุ่น หากใครโดนทุบด้วยท่อนไม้นี้น่าจะได้นอนยาว

    แม่พกมีดทำครัวเล่มใหญ่ที่มีอันเดียวในบ้านหานอี้ได้ธนูที่ใช้ล่าสัตว์เป็๞ประจำ

    ทุกคนไปรวมตัวกันที่บ้านผู้ใหญ่กัวโดยมีกัวปังลูกผู้ใหญ่บ้านเป็๞หัวขบวนนำชาวบ้านออกเดินทาง จุดหมายคืออำเภอตุ้นก้วน

    ระหว่างทางก็ได้อีกหลายหมู่บ้านมาร่วมเดินไปด้วยกัน

    หานอี้สังเกตส่วนใหญ่ก็คล้ายครอบครัวตนพกอุปกรณ์เกษตรหรือของที่มีในบ้าน

    มาเป็๞อาวุธที่มาทั้งครอบครัวเหมือนตนก็มีมาก ลุงฝูเพื่อนบ้านก็มา

    แต่ก็มีคนสะพายดาบเหมือนหานซีหลายคนอย่างกัวปังลูกผู้ใหญ่บ้าน

    หวงเจิ้งชายวัยกลางคนผู้ที่เคยเป็๞ทหารมาก่อน

    เดินทางมาได้สามชั่วยามมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งมีคนแต่งตัวคล้ายบัณฑิต

    มาต้อนรับที่ทางเข้าหมู่บ้านได้พักและกินข้าวต้มเกลือมีผักเล็กน้อย

    ขณะกำลังทานอยู่หนึ่งในกลุ่มบัณฑิตได้มาแจกจ่าย

    ผ้าสีเหลืองให้กับชาวบ้าน โดยผู้แจก แนะให้ผูกไว้ที่ศีรษะ

    “คุ้นๆนะ มันเหมือนเหตุการณ์หนึ่ง..............”

    ผ้าสีเหลืองไว้บนหน้าผาก

    “หรือว่าแค่เหมือน......ไม่ได้ต้องมองแง่ร้ายไว้ก่อน”     

    หานอี้ทานต่อไม่ไหวละเพราะถ้าเป็๞แบบที่คิด

    หายนะมาเยือนเขาและครอบครัวแน่

    ต้องทำอะไรสักอย่าง มองซ้ายมองขวาพ่อกับพี่เป็๞แค่ผู้ตามกัวปัง

    คงไม่รู้เ๹ื่๪๫อะไรหานอี้มองชายที่ทานข้าวต้มอยู่ข้างพ่อเหมือนจะเป็๞ผู้นำอีกกลุ่มที่เดินอยู่ข้างกัวปังตลอดทาง จึงตัดสินใจถามชายผู้นั้น

    “ท่านลุงท่านพอจะทราบมั้ยว่าเราจะไปทำอะไรที่ไหน”

    ชายผู้นั้นมองหน้าหานอี้แบบไม่พอใจ

    “สีหน้านี้แบบนี้......จะเป็๞เ๹ื่๪๫มั้ยเนี้ยยย.....”