หมอกหนาทึบยามค่ำคืนลอยปกคลุมสุสานบรรพชนตระกูลหลิน บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ฟังดูคล้ายเสียงคร่ำครวญของคนตาย
คณะเดินทางทั้งสามชีวิตยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าสุสานที่ทำจากหินแกรนิตบานใหญ่
กรุ๊ง... กริ๊ง...
ฉินอวี่ ผู้ตรวจการหนุ่มจากเมืองหลวงขมวดคิ้วแน่น หันไปมองต้นเสียงที่น่ารำคาญ ต้าหนิว มือปราบร่างั์กำลังยืนขาสั่นพั่บๆ บนคอของเขาห้อยตระกรุด เครื่องราง ยันต์กันผี พระพุทธรูปไม้แกะสลัก ไปจนถึงกระเทียมเป็พวง! ทุกครั้งที่เขาขยับตัว ข้าวของพวกนี้จะกระทบกันเสียงดังลั่นป่าช้า
"ต้าหนิว... ถ้าเ้ายังไม่หยุดทำเสียงดัง ข้าจะเชือดคอเ้าก่อนที่ผีจะทันได้กินเสียอีก" ฉินอวี่เอ่ยเสียงเย็น
"ข...ข้าขอโทษขอรับใต้เท้าฉิน แต่ที่นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!" ต้าหนิวกุมพระพุทธรูปไม้ไว้แน่น
ฉินอวี่ส่ายหน้าอย่างระอา เขาก้าวขึ้นไปหน้าประตูหิน ยกฝ่ามือขึ้น รวบรวมพลังปราณสีทองเตรียมจะซัดกระแทกทำลายประตูให้สิ้นซาก
"หยุดก่อนใต้เท้า! ช้าก่อน!" สวี่อันรีบพุ่งเข้าไปกางแขนขวางหน้าประตูไว้ "ท่านจะใช้กำลังพังมันไม่ได้เด็ดขาด!"
"ทำไม? หรือสัปเหร่ออย่างเ้ามีวิธีเปิดประตูที่เร็วกว่าฝ่ามือของข้า?"
"ไม่ใช่เร็วกว่า แต่ปลอดภัยกว่าต่างหาก!" สวี่อันชี้ไปที่รอยต่อของประตูหิน "ท่านดูนี่ สุสานตระกูลหลินไม่ได้สร้างแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ใช้โครงสร้างแบบ 'วงกตปิดตาย' รอยแตกพวกนี้เชื่อมต่อกับถุงเพลิงและก๊าซพิษใต้ดิน หากท่านใช้พลังปราณกระแทก ประตูนี่อาจจะพังก็จริง แต่พวกเราทั้งหมดจะถูกฝังทั้งเป็พร้อมกับไฟบรรลัยกัลป์!"
ฉินอวี่ชะงัก ชักมือกลับทันที เขาเริ่มมองสัปเหร่อหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "แล้วเ้าจะเปิดมันอย่างไร?"
สวี่อันยิ้มกริ่ม หยิบพู่กันและกระดาษออกมาคำนวณทิศทางลมและโครงสร้างอย่างรวดเร็ว (สวมิญญานักออกแบบแผนที่) เขาเดินไปคลำตามกำแพงหิน ก่อนจะกดแผ่นหินแผ่นหนึ่งลงไป
ครืด... ประตูหินบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นทางเดินทอดยาวเข้าสู่ความมืดมิด
"วิชาโจรขุดสุสานของเ้านี่ ยอดเยี่ยมสมคำคุยจริงๆ" ฉินอวี่เอ่ยชมเรียบๆ "แหม... เขาเรียกว่าศิลปะการทำความเข้าใจที่พำนักสุดท้ายต่างหากล่ะขอรับ" สวี่อันยักคิ้ว
ทั้งสามจุดคบเพลิงและเดินลึกเข้าไปในสุสาน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินปะทะจมูก จนกระทั่งพวกเขามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูหินบานที่สอง ซึ่งเป็ทางเข้าสู่ห้องโถงหลัก
แต่ประตูบานนี้แตกต่างออกไป บนบานประตูมีสลักสัญลักษณ์ของกลุ่มดาวต่างๆ ไว้มากมาย และมีช่องว่างสำหรับใส่หินทรงกลมเจ็ดก้อนที่วางระเกะระกะอยู่บนพื้น
"ค่ายกลดารา..." ฉินอวี่สีหน้าเคร่งเครียด "นี่คือกลไกเดิมพันชีวิต หากเรียงตำแหน่งดวงดาวผิดแม้แต่ดวงเดียว กลไกหน้าไม้กริชอาบยาพิษนับพันดอกจะยิงพรุนร่างพวกเราทันที ข้าไม่มีความรู้เื่ดาราศาสตร์เลย สวี่อัน... เ้าทำได้หรือไม่?"
สวี่อันกลืนน้ำลาย เขาก้มลงหยิบก้อนหินขึ้นมาดู บนหินแต่ละก้อนมีสัญลักษณ์ธาตุและดวงดาวสลักอยู่
ถ้าเป็ดาราศาสตร์ยุคโบราณ ข้าคงตายแหงๆ... แต่เดี๋ยวก่อน! สัญลักษณ์พวกนี้มัน... กลุ่มดาวนายพราน (Orion) นี่นา!
สวี่อันเบิกตาโพลง ความรู้เื่ดาราศาสตร์จากโลกยุคปัจจุบันแล่นเข้ามาในหัว เขาจำรูปแบบการเรียงตัวของกลุ่มดาวนายพราน เข็มขัดสามดวง และตำแหน่งที่ชี้ไปหาดาวเหนือได้อย่างแม่นยำ!
"ต้องเรียงตามวิถีการโคจร... ผสมกับหลักเบญจธาตุ!" สวี่อันพึมพำ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาเริ่มหยิบก้อนหินยัดใส่ร่องตามตำแหน่งดวงดาวอย่างรวดเร็ว "เข็มขัดนายพราน... ดาวไถ... ชี้ไปที่ดาวเหนือ ทิศอุดรธาตุน้ำ... ทิศทักษิณธาตุไฟ!"
"เร็วเข้าสวี่อัน! ข้าได้ยินเสียงกลไกมันฟันเฟืองกำลังขยับ!" ต้าหนิวร้องลั่น
"เสร็จแล้ว! ก้อนสุดท้าย!" สวี่อันกระแทกหินก้อนที่เจ็ดลงไปในร่องตรงกลางสุดแรง!
กริ๊ก... เสียงกลไกหยุดชะงัก ความเงียบปกคลุมไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ประตูหินบานั์จะค่อยๆ แยกออกเป็สองฝั่ง
"ฟู่... รอดไปที" สวี่อันปาดเหงื่อ
แต่ทว่า... ทันทีที่ประตูเปิดออก ลมปราณหยินอันเย็นเยียบก็พัดกระโชกออกมา พร้อมกับเสียง ตึง... ตึง... ตึง... ที่ดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ
ในความมืดของห้องโถงด้านใน ปรากฏดวงตาสีเขียวเรืองแสงนับสิบคู่ ร่างในชุดขุนนางโบราณที่แห้งกรัง ิัปกคลุมด้วยขนสีขาวกำลังะโพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา!
"ผีดิบขนขาว! ศพเฝ้าสุสานตื่นขึ้นมาแล้ว!" สวี่อันะโลั่น
"สวะชั้นต่ำ!" ฉินอวี่ตวาดกร้าว ชักดาบยาวที่เอวออกมา แสงปราณสีเงินสว่างวาบเคลือบใบดาบ "เพลงดาบศาลต้าหลี่ พิรุณโปรยปราย!"
ร่างของผู้ตรวจการหนุ่มพุ่งทะยานเข้าใส่ฝูงผีดิบ ดาบในมือตวัดฟาดฟันอย่างรวดเร็วและแม่นยำราวกับสายฝน ศพผีดิบที่โดนฟันขาดสะบั้นล้มกลิ้งไปกับพื้น
ต้าหนิวที่ตอนแรกกลัวจนตัวสั่น พอเห็นสถานการณ์จวนตัวก็ควักตะปูเจ็ดดาวออกมาสองกำมือใหญ่ หลับตาปี๋แล้ววิ่งชาร์จเข้าใส่ผีดิบตัวหนึ่ง "ย๊ากกก! ตายซะไอ้พวกผีบ้า!" เขาะโตอกตะปูเข้ากลางหน้าผากผีดิบจนมันหงายหลังตึง
ส่วนสวี่อันที่มีพลังปราณแค่ระดับ 1 รีบถอยมายืนหลบมุม อาศัยจังหวะชุลมุนชักร่มกระดาษน้ำมันสีแดงออกมากางพรึบ!
"ไป๋ลู่! ออกมาทำงานเร็วเข้า!"
ควันสีแดงพวยพุ่ง ร่างโปร่งแสงของผีสาวโฉมงามปรากฏขึ้น แต่นางกลับกอดอกและทำหน้ามุ่ย "ค่าธูปยี่สิบกำของเก่ายังไม่ได้จ่าย นี่เ้ากล้าเรียกข้ามาทำโอทีอีกแล้วรึ! ไอ้สัปเหร่อหน้าเื!"
"เอาน่าๆ! จบคดีนี้รับรองข้าเหมาธูปให้เ้าทั้งร้านเลย! ช่วยกันก่อน!" สวี่อันไหว้ปะหลกๆ
ไป๋ลู่แค่นเสียงจิ๊ปากเบาๆ แต่นางก็ตวัดแขนเสื้อสีแดงออกไป แขนเสื้อยาวสลวยพุ่งไปรัดคอผีดิบสองตัวเอาไว้ นางใช้พลังหยินที่กล้าแข็งกว่าแทรกแซงจิติญญาของพวกมัน บังคับให้ผีดิบทั้งสองตัวหันไปะโกัดคอกันเองอย่างบ้าคลั่ง!
เมื่อการประสานงานของหนึ่งผู้ตรวจการสุดเทพ หนึ่งมือปราบสายบวก(แบบหลับตา) และหนึ่งสัปเหร่อสายซัพพอร์ต(ที่พึ่งผีสาว) สิ้นสุดลง ซากผีดิบก็นอนเกลื่อนกลาดเต็มพื้น
"จบสักที..." ต้าหนิวหอบแฮ่กๆ ทรุดตัวลงนั่ง
แต่ฉินอวี่กลับสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม เขามองลึกเข้าไปในห้องโถงหลัก "ยังไม่จบ... กลิ่นอายความตายที่แท้จริง อยู่ด้านในต่างหาก"
ทั้งสามเดินข้ามซากผีดิบ ก้าวเข้าสู่โถงทองคำซึ่งเป็ใจกลางของสุสาน
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ทุกคนต้องเบิกตาโพลง!
โลงศพทองคำขนาดใหญ่ของปฐมบรรพชนตระกูลหลินถูกกระชากเปิดออก ฝาโลงแตกกระจาย... และรอบๆ แท่นวางโลงศพ มีร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำนับสิบคน นอนแห้งเหือดกลายเป็ศพถูกดูดเืไปจนหมดสิ้น!
กลางลานนั้น มีเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนหันหลังให้พวกเขา ในมือของคนผู้นั้นถือ 'ลูกแก้วสีโลหิต' ที่กำลังส่องแสงเรืองรอง... ของวิเศษที่นิกายบัวโลหิตตามหา!
เงาร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา แสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยคราบเืสดๆ ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากช่องเพดานสุสาน
"มากันช้าจริงๆ... ศาลต้าหลี่" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังกังวาน "ข้าอุตส่าห์เตรียม 'งานเลี้ยงเื' ไว้รอต้อนรับพวกเ้าเชียวนะ..."
สวี่อันกลืนน้ำลายดังเอื๊อก... คดีนี้ สเกลมันชักจะใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้เสียแล้ว!