พลบค่ำความมืดมาเยือน เป็่เวลาที่ไป๋เฟยจูรอคอย
“วางเลย วางเลย รออยู่”ไป๋เฟยจูถูมือมองกับแกล้มและสุราหนึ่งไหบนโต๊ะหน้าเรือน
“อะไรกันเ้าซื้อสุรามาเพียงไหเดียวเองหรือ”ไป๋เฟยจูถาม จำได้ว่านางสั่งสุราสองไหนี่นา
“ซื้อมาสองไหเ้าค่ะ แต่ดื่มเพียงทีละไหก่อนถ้า้าอีกประเดี๋ยวบ่าวยกมาให้ใหม่ก็ได้เ้าค่ะ” อ้ายเยว่ตอบ
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง ฮ่าฮ่าฮ่า เวลาแบบนี้แหละดีไม่มีใครมารบกวนเราแล้ว มาๆ อ้ายเยว่นั่งลงเร็ว” ไป๋เฟยจูสั่ง อ้ายเยว่นั่งลงอย่างว่าง่าย
“เ้าต้องมาฉลองอิสรภาพให้ข้าข้าไม่มีสัญญาหมั้นหมายแล้ว เ้าได้ยินหรือไม่ ฮิฮิฮิ”ไป๋เฟยจูหัวเราะฮิฮิฮะฮะอย่างมีความสุข เหมือนคนเมาก่อนดื่มเสียแล้วกล่าวพลางยกไหสุราเทลงจอกสองจอก แล้วยกจอกหนึ่งส่งให้อ้ายเยว่
“คัมไป” ไป๋เฟยจูยกจอกขึ้นมา อ้ายเยว่เอียงคอมองด้วยความสงสัย
“ยกจอกเ้าขึ้นมาชูขึ้นแบบนี้สิ”ไป๋เฟยจูบอกและเขย่าจอกตัวเองให้ดูว่าชูแบบนี้ อ้ายเยว่ชูจอกตาม
ไป๋เฟยจูจึงยกจอกตัวเองขึ้นแล้วชนจอกกับนาง เสียงดัง‘กิ๊ก’ ไป๋เฟยจูกล่าว “คัมไป” แล้วกระดกจอกดื่มสุราทีเดียวหมดจอก
อ้ายเยว่งงๆ แต่ก็ยกจอกสุราขึ้นจิบ
“คัมไป คืออะไรหรือเ้าคะคุณหนูรอง” อ้ายเยว่ถาม
“หื้อ ขี้สงสัยจริง คัมไป แปลว่า หมดจอกน่ะคือดื่มให้หมดจอกเลย” แม้จะรู้สึกเหนื่อยใจกับอ้ายเยว่ที่ชอบถามแต่นางก็ใจดีอธิบาย
“อ๋อ คัมไปเ้าค่ะ”แล้วอ้ายเยว่ก็ยกสุราขึ้นดื่มจนหมดจอก
“ใช่แล้ว อย่างนั้นแหละ ดีมาก” ไป๋เฟยจูเอ่ยชมปรบมือแปะแปะ
คราแรกอ้ายเยว่ก็ยังคงดื่มสุรากับเ้านายสาวด้วยกิริยาสาวใช้ของคุณหนูชนชั้นสูงที่คงความเป็กุลสตรีดีอยู่หรอกแต่หลังจากเปิดสุราไหที่สอง สองนายบ่าวก็ไม่เหลือสภาพกุลสตรีอีกแล้วไป๋เฟยจูใช้ตะเกียบเคาะโต๊ะร้องเพลง อ้ายเยว่ลุกขึ้นเต้นรำ หัวเราะเฮฮาสนุกสนานเหนื่อยจากเต้นก็ลงมานั่งกอดคอกันร้องเพลง
บุรุษชุดดำที่แอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่บนต้นไม้ถึงกับส่ายศีรษะพูดกับตัวเองเบาๆ “นี่น่ะหรือสตรีที่พระองค์ทรงสนพระทัยจนถึงขั้นให้ข้าน้อยมาเฝ้าดู ทั้งอัปลักษณ์ ทั้ง....เฮ้อ” แม้ปากจะบ่นแต่ก็ยังเฝ้าดูต่อไป
ไป๋เฟยจูคนเดิมจะให้อ้ายเยว่อาบน้ำแต่งตัวให้แต่ไป๋เฟยจูคนใหม่กระดากอายเกินกว่าจะให้อ้ายเยว่ปฏิบัติต่อนางเช่นนั้นทุกวันนี้นางจะอาบน้ำสวมเสื้อผ้าเอง แม้ว่า่แรกๆจะทุลักทุเลในการสวมเสื้อผ้าเพราะช่างยุ่งยากและหลายชั้นเหลือเกิน แต่ก็ไม่มีอะไรเกินความเพียรในที่สุดนางก็สามารถสวมเสื้อผ้าเองได้ เพียงแต่นางไม่สามารถตกแต่งทรงผมได้เองอ้ายเยว่จึงยังคงทำหน้าที่นี้ ทุกเช้าอ้ายเยว่จะทำหน้าที่ทำผมและติดแผลปลอมให้ไป๋เฟยจู
แม้จะอยู่ในจวนแต่หากเป็เวลากลางวันไป๋เฟยจูก็จะติดแผลปลอมและไม่ใช้ผ้าคลุมหน้า แต่หากเป็กลางคืนนางจะไม่ติด เพราะรู้สึกนอนไม่สบายหน้านั่นจึงทำให้องครักษ์เงาที่ซุ่มดูอยู่เห็นรอยแผลตำหนิบนใบหน้าของนางชัดเจน
สุราเพียงสองไห ถ้าเป็ ‘อันโหย่วอี้’ คงไม่มีปัญหาแต่สำหรับร่างกายของไป๋เฟยจู มีปัญหาแน่นอน นี่ขนาดดื่มไปหนึ่งจอก สลับกับคีบกับแกล้มไปสองสามคำนะนี่เมื่อไหที่สองหมดไปเพียงครึ่งไห สองสาวก็พากันคลานขึ้นเรือนอ้ายเยว่ก้าวขึ้นเรือนไม่ไหว จึงเมาหลับไปบนพื้น ไป๋เฟยจูเดินเซไปอาเจียนข้างเรือนแล้วเดินเซกลับมา สะดุดอ้ายเยว่ที่นอนขวางทางอยู่ กำลังจะล้มหน้าทิ่มก็มีแขนแข็งแกร่งข้างหนึ่งมาคว้าเอวนางเอาไว้
“โอ๊ะ ขอโทษ ขอโทษ” ไป๋เฟยจูกล่าวตาลายมองคนที่รั้งเอวนางไว้ บัดนี้บุรุษที่รั้งร่างนางไว้ตาเขียวปัดแล้ว
“จู๋เอ๋อร์ พี่จะจัดการกับเ้าเช่นไรดีนี่”ไป๋เฟยิบ่นน้องสาว อยากจะดุด่าเหลือเกินแต่ถึงจะดุไปตอนนี้นางก็คงจะไม่รู้เื่
“อ๊ะๆๆ คุณเป็ใคร มาจับผมทำไม ผมไม่นิยมผู้ชายนะคร้าบ”ไป๋เฟยจูชูนิ้วชี้ขึ้นส่ายไปมา
“โอ้ว เปรี้ยวเหรอ ไว้ผมยาวขนาดนี้ อินดี้เกินไปแล้ว”ไป๋เฟยจูยังคงพูดลิ้นพันกันจับผมไป๋เฟยิเล่นไป๋เฟยิฟังไม่รู้เื่ได้แต่ส่ายศีรษะแล้วก็ตัดสินใจย่อตัวลงแล้วช้อนตัวนางขึ้น อุ้มไปส่งที่ห้องนอนของนาง
“นอนได้แล้วเ้าตัวดีคิดอะไรขึ้นมาถึงดื่มสุราจนเมามายขนาดนี้” เมื่อวางนางลงบนที่นอนอย่างเบามือแล้วเขาก็บ่นนาง
ไป๋เฟยจูอยากจะลุกขึ้นมาเถียง แต่ลุกไม่ไหวเมื่อหัวถึงหมอนแล้วโลกมันก็หมุนติ้วๆ ไปหมด “โอ๊ย เวียนหัวไปหมด ห้องหมุนติ้วๆเลย”
ไป๋เฟยิขยับปากเตรียมจะถามแต่นึกได้ว่านางเมาขนาดนี้คงจะถามไม่ได้ความอะไร จึงไม่เอ่ยสิ่งใดอีกส่วนไป๋เฟยจูก็หลับตานิ่งๆ ไม่นานก็หลับไปจริงๆ
ไป๋เฟยิส่ายศีรษะแล้วออกไปอุ้มอ้ายเยว่ไปวางบนที่นอนห้องของนางเช่นกันเพราะเขาเดินมาดูน้องสาวของเขาเพียงคนเดียวไม่มีบ่าวรับใช้หรือองครักษ์ตามมาหากไม่ทำเช่นนั้นสาวใช้คนสนิทของน้องสาวต้องถูกน้ำค้างจนป่วยไข้ไม่มีใครดูแลน้องสาวของเขาแน่ เขาบ่นนาง “พอกัน ทั้งนายทั้งบ่าว”
ไป๋เฟยิไปยกน้ำใส่อ่างเล็กๆ มาดึงแผลปลอมที่หน้าของน้องสาวออก แล้วชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดแขนให้น้องสาวแม้จะเป็น้องของเขา แต่นางก็เป็สตรีเขาจึงไม่กล้าเช็ดมากไปกว่านั้นจากนั้นจึงห่มผ้าให้นางจนถึงคอ แล้วออกจากห้องของนางไปตั้งใจว่าพรุ่งนี้ค่อยมาถามนาง
“โอ๊ย ปวดหัวจัง”ไป๋เฟยจูลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมอาการเมาค้าง
“เป็อย่างไรเล่า ปวดหัวละสิ” เสียงทุ้มข้างเตียงทำให้ไป๋เฟยจูที่กำลังงัวเงีย ยกมือกุมศีรษะ แล้วก็ต้องเบิกตาโพลง
“พี่ใหญ่! มาั้แ่เมื่อไรเ้าคะ” ไป๋เฟยจูใจริงๆลุกขึ้นนั่งทันที สายตาหลุกหลิก
“ไม่ต้องคิดหาทางหลบทางเลี่ยงอะไรแล้ว ดื่มยานี่ก่อน”ไป๋เฟยิกล่าวพร้อมกับยื่นชามยาสีน้ำตาลส่งให้
ไป๋เฟยจูย่นจมูก กลิ่นนี่ไม่น่าคบหาจริง“ยาอะไรหรือเ้าคะ”
“น้ำยาสร่างเมา” ไป๋เฟยจูไม่อยากดื่ม แต่มองตาดุๆของพี่ชายแล้ว จึงจำใจต้องยกขึ้นดื่มทีเดียวหมดชาม
ไป๋เฟยิใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดปากให้นางอย่างเอาใจใส่แล้วถาม “ทำไมจึงดื่มสุรากันเล่า”
“ฉลองได้ถอนหมั้นเ้าค่ะ ดีใจไปหน่อย แหะๆ”ไป๋เฟยจูตอบตามตรงและหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน
“ดีใจขนาดนั้นเลย?” ไป๋เฟยิถาม
“แน่นอนสิเ้าคะ เมื่อข้าไม่อยากแต่งข้าก็สมหวังได้ถอนหมั้น แล้วจะไม่ให้ข้าดีใจได้อย่างไร”ไป๋เฟยจูตอบแบบไม่อินังขังขอบ แบบคนไม่คิดอะไรมาก
“เฮ้อ พี่นี่ไม่รู้จะกล่าวเช่นไรกับเ้าเลยแล้วทำไมอ้ายเยว่ถึงดื่มด้วยเล่า”ไป๋เฟยิถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจกับผู้เป็น้องสาว
“โธ่ พี่ใหญ่ ดื่มสุราคนเดียวจะสนุกได้เช่นไรกันข้าก็เลยชวนนางดื่มด้วยน่ะสิเ้าคะ” ไป๋เฟยจูตอบ
“เ้ายังเด็กไม่ควรดื่มสุรา แต่คราวหน้าหากเ้าอยากดื่มถ้าพี่อยู่ก็ให้เรียกพี่มาดื่มด้วยก็แล้วกัน ไม่ใช่เมากันเพียงลำพังแบบนี้หากเมื่อคืนพี่มาไม่ทันเ้าอาจจะล้มหน้าทิ่มได้รับาเ็ได้”ไป๋เฟยิบอกน้องสาวด้วยความเป็ห่วง จริงๆแล้วเขาอยากจะห้ามไม่ให้นางดื่มอีกเลยมากกว่า แต่คิดดูแล้วนางคงไม่ดื่มบ่อยเท่าไรอีกทั้งถึงจะห้ามไป คนอยากจะดื่มก็ต้องหาทางแอบดื่มอยู่ดีดังนั้นเขาจึงเลิกคิดที่จะเอ่ยห้าม
“ได้หรือเ้าคะพี่ใหญ่ไม่หวงข้าดื่มสุราจริงหรือเ้าคะ” ไป๋เฟยจูยิ้มกว้าง เมื่อเห็นทางเปิดโล่ง
“ก็หวงอยู่หรอก แต่ห่วงมากกว่าเพราะถึงพี่จะห้ามเ้าเช่นไร เ้าก็แอบดื่มอยู่ดีดังนั้นหากเ้าดื่มก็ให้ดื่มอยู่ในสายตาพี่ดีกว่า” ไป๋เฟยิบอกน้องสาว
“พี่ใหญ่ดีที่สุด” ไป๋เฟยจูยิ้มกว้างไป๋เฟยิอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นวางบนศีรษะนางแล้วเขย่าเบาๆ แล้วบ่น“เ้าเด็กดื้อ”
“แล้วอ้ายเยว่เล่าเ้าคะ” ไป๋เฟยจูถามถึงสาวใช้คนสนิท
“ฮึ่ เหมือนเ้านั่นแหละ เมาค้าง ตอนที่พี่มาที่เรือนของเ้าทั้งนางและเ้ายังไม่ตื่น พี่ให้บ่าวนำยาสร่างเมาไปวางให้นางแล้วแล้วก็มานั่งเฝ้าเ้าตื่นนี่แหละ”
“โฮ้ พี่ใหญ่ใจดีจริงๆแม้กระทั่งสาวใช้พี่ใหญ่ก็ยังดูแล”
“พี่ไม่อยากให้ใครมาว่าเ้าได้ ว่าเป็สตรีขี้เมาหากใครรู้ว่าทั้งเ้าและสาวใช้พากันเมามายอาจจะติฉินนินทา ดังนั้นพี่เลยจัดการให้บ่าวของพี่ไว้ใจได้”
“พี่ใหญ่ใจดีจริงๆข้านี่อยากให้โล่พี่ชายใจดีแห่งแคว้นแก่พี่ใหญ่เหลือเกิน”
“โล่เขาเอาไว้ใช้ป้องกันหอกดาบ เ้าจะเอามาให้พี่ทำไม”
“เอิ่ม ช่างมันเถอะ พี่ใหญ่อย่าสนใจข้าเลย”
“วันนี้พี่ใหญ่ไม่ไปเข้าเฝ้าฝ่าาหรือเ้าคะเห็นทุกเช้าพี่ใหญ่ต้องเข้าท้องพระโรง”
“ไม่ละ วันนี้พี่จะไปตรวจค่ายทหารเสียหน่อย่นี้พี่ไม่ต้องไปค่ายที่ชายแดนแล้ว ฝ่าาให้พี่และท่านพ่อฝึกทหารที่นอกเมืองหลวงนี่”
“อุ๊ต๊ะ ค่ายทหารหรือ” ไป๋เฟยจูนึกภาพไม่ออกเลยเพราะทหารยุคนี้กับยุคที่นางเคยอยู่ต้องไม่เหมือนกันแน่ๆ อยากดูอาวุธของยุคนี้ด้วย
ไป๋เฟยจูจับแขนไป๋เฟยิเขย่า “พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่เ้าคะ”
ไป๋เฟยิมองหน้าน้องสาว “เ้าจะไปทำไมค่ายทหารมีแต่บุรุษ”
“ก็ข้ายังไม่เคยไปไหนนอกจวนเลยนี่เ้าคะมีได้ไปตลาดเมื่อวานนี้แค่ครั้งเดียวเอง ข้าอยากเดินดูอะไรนอกจวนบ้าง”ไป๋เฟยจูพยายามหาเหตุผลมาอ้าง
“แต่ที่ค่ายมีแต่บุรุษ พี่ไม่ยอมให้พวกเขาเห็นเ้าหรอก”ดูท่าทางแล้วอาการหวงน้องสาวของไป๋เฟยิน่าจะกำเริบ
“ถึงเห็นก็ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ ข้าอัปลักษณ์จะตาย”ไป๋เฟยจูกล่าว
“หากเ้าอัปลักษณ์ แล้วใครจะงดงามน่ารักเล่า”ไป๋เฟยิเริ่มคิ้วขมวดไม่พอใจที่น้องสาวดื้อรั้น
ไป๋เฟยจูคว้าแผลปลอมที่โต๊ะข้างเตียงแล้วทาบลงบนใบหน้าของนาง“แบบนี้ไม่เรียกว่าอัปลักษณ์จะเรียกว่าอะไรเล่าเ้าคะ”
เมื่อไป๋เฟยิเห็นก็นึกได้เขาลืมไปได้อย่างไรว่าเ้าตัวแสบนี่บอกว่าจะทำให้หน้าตาตัวเองดูอัปลักษณ์แล้วก็สร้างแผลปลอมขึ้นมา
“เช่นนั้นก็ได้ แต่เ้าต้องห้ามอยู่ห่างพี่นะ”ไป๋เฟยิสั่ง
“ได้เลยเ้าค่ะ พี่ใหญ่น่ารักที่สุด”ไป๋เฟยจูกล่าวพร้อมกับกอดแขนไป๋เฟยิแล้วเอียงหัวเอาแก้มแนบแขนของพี่ชาย
“เช่นนั้นพี่ให้เวลาเ้าครึ่งชั่วยามจัดการตัวเองให้เรียบร้อยพี่จึงจะให้ไปด้วย ช้ากว่านั้นพี่ไม่รอ”ไป๋เฟยิกล่าวแบบ้ากลั่นแกล้งให้น้องสาวเตรียมตัวไม่ทัน แต่มีหรือไป๋เฟยจูจะอิดออด
นางยกมือขึ้นตะเบ๊ะ แล้วกล่าวล้อเลียน “ขอรับ!”นางรีบผลุดลุกเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดบุรุษ
โชคดีจริงๆ ที่อ้ายเยว่ฟื้นแล้วและมาช่วยนางแต่งตัวและผูกผมหางม้าแบบบุรุษได้
เมื่อครบครึ่งชั่วยาม นางรีบวิ่งะโลงจากเรือนด้วยกลัวว่าพี่ชายจะหนีไปค่ายไม่รอนาง
“เซฟ”นางชูมือขึ้นทั้งสองข้างเมื่อวิ่งมาถึงพี่ชายทันเวลา
“อะไรของเ้า” ไป๋เฟยิถาม
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะ ข้าแค่ดีใจที่ข้ามาถึงทันเวลา แหะๆ”นางหัวเราะแห้งๆ ตอบ
“เอาละไปกันเถอะ เ้าขี่ม้าไม่เป็ ไปกับพี่ก็แล้วกัน”กล่าวจบเขาก็โอบเอวน้องสาวโยนนางขึ้นหลังม้าแล้วเขาก็เหวี่ยงตัวเองขึ้นตามไป
“แหม แค่ขึ้นหลังม้าข้าก็ตื่นเต้นจะแย่แล้วเ้าค่ะ”ไป๋เฟยจูตื่นเต้น เกิดมาไม่เคยขี่ม้าเลยไม่ว่าจะเป็ไป๋เฟยจูคนเดิมหรือคนใหม่
“แล้วอ้ายเยว่เล่าเ้าคะพี่ใหญ่จะทิ้งนางไว้ที่นี่หรือ”ไป๋เฟยจูถาม เพราะอ้ายเยว่ก็เตรียมตัว และมาในชุดบุรุษเช่นกัน
“เช่นนั้นก็ให้ไปกับชิวซานเถอะ” ไป๋เฟยิตอบแล้วมองหน้าชิวซาน
ชิวซานไม่กล่าวสิ่งใดเพียงมองอ้ายเยว่แล้วคว้าเอวนางโยนขึ้นหลังม้าเหมือนเ้านายอ้ายเยว่ใกรีดร้อง
แต่องครักษ์ชิวซานไม่สนใจ เขาตวัดตัวขึ้นบนหลังม้าตามจากนั้นม้าสามตัวก็ควบออกไปจากจวน