หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จทุกคนต่างช่วยกันเก็บของเพื่อเตรียมตัวลงจากเขาข้าวของของหลิ่วตี๋มีเยอะมาก นั่นเพราะชายหนุ่มมีผู้ติดตามมาด้วยหลายคนทว่าเวลานี้เจ้าตัวไม่รู้ไปอยู่ที่ใด ส่วนคนของเขาก็เสียชีวิตไปหมดแล้วสมุนไพรที่พวกหยวนเหล่าเอ้อร์เก็บมาได้ก็มีไม่น้อย ทั้งหมดจึงขนกลับไม่ไหวทว่าในสายตาพวกหยวนเหล่าเอ้อร์กลับคิดว่าข้าวของของหลิ่วตี๋นั้นมีประโยชน์อย่างมาก ทั้งยังราคาแพง ไม่ควรจะทิ้งไว้ที่นี่เป็นอันขาด
“ดาบและกระบี่เหล่านี้หากนำไปขายต้องได้ราคาดีเป็นแน่”หยวนเหล่าเอ้อร์มองดาบและกระบี่ที่ตกอยู่บนพื้น มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น
“ราชสำนักมีการควบคุมเรื่องอาวุธหากท่านนำดาบและกระบี่เหล่านี้ไปขายจะเป็นการนำภัยมาสู่ตัวได้”หมอเทวดาชวีกล่าวเตือน
จ้าวซื่อรีบโยนกระบี่ในมือทิ้งลงพื้นทันใด “ไม่เอาแล้ว ท่านพี่ พวกเราอย่านำกลับไปเลย”
“พวกเรากำลังจะเดินทางลงจากเขาหากแต่ละคนพกกระบี่ที่เหมาะมือติดตัวไปด้วยคนละเล่ม จะไม่ปลอดภัยกว่าหรือหาไม่แล้วหากระหว่างทางเกิดพบเจออันตรายเข้าจะทำเช่นไรอีกทั้งยังต้องคอยถางหญ้าระหว่างทางด้วย หรือไม่ก็ลองดูว่าในกระโจมมีมีดทำครัวอยู่หรือไม่ข้าจำได้ว่าพวกเขามีมีดทำครัว เคยเห็นพวกองครักษ์นำออกมาใช้”จ้าวจินจู้กล่าวอย่างลังเล
ย่อมต้องมีมีดทำครัวแน่อยู่แล้วจะมีองครักษ์คนใดตัดใจนำกระบี่คู่กายมาถางหญ้าได้ลงเล่า
ใช้เวลาหาเพียงไม่นานก็เจอมีดทำครัว แต่ละคนเลยนำมาเหน็บเอาไว้ตรงเอว ติดตัวไว้คนละหนึ่งเล่มอาหารแห้งที่เหลืออยู่ก็ต้องนำไปด้วยจะได้กินระหว่างทาง แม้แต่กระโจมก็ต้องนำไปด้วยเช่นกันตอนกลางคืนจะได้มีที่สำหรับหลับนอน อากาศหนาวเย็นเช่นนี้หากนอนกับพื้นคงได้แข็งตายเป็นแน่
จ้าวจินจู้หากิ่งไม้มาสามท่อน เพื่อทำเป็นไม้คานสำหรับแบกของพวกเขาสามคนช่วยกันรับผิดชอบ กระนั้นก็ยังเอาของไปได้ไม่หมด หยวนเหล่าเอ้อร์กลอกตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถึงค่อยหันไปเอ่ยกับบุตรสาว“ลูกสาวคนดีของพ่อ ของพวกนี้หากไม่เอาไปจะน่าเสียดายมากไม่รู้คุณค่าของข้าวของจะถูกสวรรค์ลงโทษเอาได้!”
ถูกสวรรค์ลงโทษ!!!
เจินเจินหวาดกลัวคำนี้อย่างมากพี่สาวสุนัขจิ้งจอกของนางถูกสวรรค์ลงโทษโดยการถูกอสนีบาตไม่เพียงแค่นี้ยังทำให้นางพลอยโดนไปด้วย รสชาติของการถูกอสนีบาตนั้นชีวิตนี้นางไม่อยากสัมผัสกับมันอีกแล้ว!
“ข้าจะให้เสี่ยวไป๋มาช่วยขน ข้าเองก็จะช่วยขนด้วยเช่นกัน” จากนั้นเด็กหญิงจึงเรียกเสี่ยวไป๋มาก่อนจะนำข้าวของที่ใส่ไว้ในห่อผ้าอย่างดีไปวางไว้บนตัวมัน แต่น่าเสียดายที่วางไม่ได้
หยวนเหล่าเอ้อร์บอกให้บุตรสาวกับเสือขาวรอประเดี๋ยวก่อนจะสั่งให้จ้าวจินจู้ช่วยทำชั้นวาง ครั้นทำเสร็จจึงนำของวางบนชั้นวางก่อนจะนำไปวางไว้บนหลังของเสี่ยวไป๋อีกที เพียงเท่านี้ก็หมดปัญหาเรื่องข้าวของแล้ว
ตอนลงเขาเจินเจินรังเกียจว่าทุกคนเดินทางช้าเกินไปจึงขี่หลังเสี่ยวไป๋นำหน้าไปก่อนเนื่องจากบนตัวคนมีกลิ่นของเสี่ยวไป๋ติดอยู่จึงไม่มีสัตว์ร้ายใดกล้าเข้ามากล้ำกรายนางจึงขี่หลังเสือนำหน้าไปได้อย่างวางใจ และหาที่พักสำหรับคืนนี้ให้เสร็จสรรพ
เจินเจินนำของลงจากหลังเสี่ยวไป๋เรียบร้อยก็ปล่อยให้มันไปทำธุระส่วนตัวจากนั้นถึงค่อยขี่หลังมันย้อนกลับไปหาทุกคน เพื่อแบ่งเอาสิ่งของที่บิดามารดาแบกเอาไว้ขึ้นบนหลังเสี่ยวไป๋ก่อนจะขี่มันเอาของไปวางไว้ยังที่จะพัก ทำเช่นนี้อยู่สองรอบจึงจะขนของได้หมดเมื่อทุกคนไม่ต้องขนของเลยเดินทางได้เร็วขึ้น
เจินเจินกลับไปหาทุกคนอีกครั้งนางให้หมอเทวดาชวีซึ่งเวลานี้มีอาการเหนื่อยหอบขึ้นไปขี่บนหลังเสี่ยวไป๋ แล้วให้มันพาชายชราไปยังที่พักก่อนแม้ในใจหมอเทวดาชวีจะรู้สึกหวาดกลัวเพียงใด แต่ก็ยอมขึ้นไปขี่หลังเสี่ยวไป๋แต่โดยดีโดยมีเจินเจินคอยช่วยเหลือพลางกำชับว่าให้จับขนที่คอของเสี่ยวไป๋ให้แน่นๆอย่าได้ปล่อยมือเป็นอันขาด กล่าวจบก็ตบตูดเสี่ยวไป๋ เจ้าเสือขาวพลันพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
หยวนเหล่าเอ้อร์รู้สึกอิจฉาหมอเทวดาชวีอย่างยิ่งหากเขาได้ขี่เสือบ้างคงจะดี คงจะดูมีหน้ามีตาไม่น้อย เมื่อขบคิดอยู่สักครู่เลยหันไปกระซิบพูดกับบุตรสาว“อีกเดี๋ยวพวกเราพ่อลูกขี่เสือไปด้วยกันดีหรือไม่ พ่อกลัว”
เจินเจินนิ่งคิดอยู่ไม่นานก่อนจะตอบตกลง “ก็ได้เจ้าค่ะ”
เสี่ยวไป๋ไปกลับเร็วมาก แต่ละเที่ยวใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยามเท่านั้นกลับมารอบนี้เจินเจินกวักมือเรียกให้บิดาปีนขึ้นไปบนหลังเสี่ยวไป๋ “ท่านพ่อท่านต้องจับตัวเสี่ยวไป๋เอาไว้ให้ดี เสี่ยวไป๋วิ่งเร็วมาก”
หยวนเหล่าเอ้อร์พยักหน้าตื่นเต้น ก่อนจะขึ้นไปนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังบุตรสาวเมื่อไม่เห็นหน้าเขาจึงไม่เกิดความรู้สึกกลัว ทว่าเพิ่งจะปีนขึ้นไปบนหลังเจ้าเสือขาวยังไม่ทันจะได้นั่งดีๆเสี่ยวไป๋ก็ส่งเสียงร้องคำรามแล้วทะยานพุ่งไปทันที
เสียงหวีดร้องของหยวนเหล่าเอ้อร์ดังก้องมาจากทิศทางที่เสี่ยวไป๋วิ่งไปจ้าวซื่อถึงกับหลุดหัวเราะออกมา นางเอ่ยกับน้องชายว่า“พี่เขยของเจ้านิสัยเหมือนเด็กไม่มีผิด ไม่หนักแน่นเหมือนเจ้าเลยแม้แต่น้อย”
“พี่เขยเป็นคนดีมาก ใต้หล้านี้ไม่มีบุรุษคนใดจะดีเท่าพี่เขยอีกแล้ว”จ้าวจินจู้ตอบคำ
ทั้งที่ตัวเองหวาดกลัวอย่างมาก แต่ยืนยันจะขึ้นยอดเขาเพื่อไปตามหาเจินเจินและทั้งที่หวาดกลัวจนฉี่ราดกางเกง หากก็ยังบอกให้พี่สาวกับหลานสาวของตนวิ่งหนีไปใต้หล้านี้ไม่มีบุรุษใดจะกล้าหาญเท่าพี่เขยคนนี้อีกแล้ว
จ้าวซื่อรู้สึกภูมิใจเวลาที่มีผู้อื่นชื่นชมสามีของตนเอง นางยิ้มอย่างมีความสุข
ครั้นเสี่ยวไป๋พาหยวนเหล่าเอ้อร์กับเจินเจินมาถึงที่พัก ผู้เป็นบิดาลงจากหลังเสือขาวอย่างไร้เรี่ยวแรงสายตาพลันสบเข้ากับใบหน้าของหมอเทวดาชวีที่มองมาพอดีต่างฝ่ายต่างเห็นแววตาที่ยังคงฉายแววหวาดกลัวของกันและกัน
หมอเทวดาชวียื่นชามน้ำแกงให้อย่างเป็นห่วง “ท่านรองหยวนดื่มน้ำแกงระงับความตกใจสักหน่อยเถิด”
เจินเจินให้เสี่ยวไป๋ไปพักสักครู่ ก่อนจะลูบหัวมันพลางกล่าวว่า“เจ้าไปรับท่านแม่กับท่านน้าของข้ามาที่นี่ ส่วนข้าจะไปล่าสัตว์”
เสี่ยวไป๋เลียมือของเด็กหญิง ส่งเสียงคำรามรับคำ จากนั้นก็วิ่งออกไปทำตามคำสั่งของเด็กหญิง
หมอเทวดาชวีเอ่ยอย่างทอดถอนใจ “ทุกสรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณเสือขาวตัวนี้ถึงได้ฟังรู้เรื่อง” ไม่เพียงฟังรู้เรื่องแต่มันยังยินดีที่จะฟังด้วยช่างหาได้ยากเหลือเกิน
หยวนเหล่าเอ้อร์ยืดอก เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนอยู่แล้วท่านไม่ดูเล่าว่านางคือบุตรสาวของผู้ใด มังกรย่อมให้กำเนิดลูกมังกรเสือย่อมให้กำเนิดลูกเสือ หนูย่อมให้กำเนิดลูกหนูที่สามารถขุดดินได้ และเป็นเพราะเจินเจินได้เชื้อที่ดีจากข้าไปถึงได้เก่งกาจเช่นนี้”
หมอเทวดาชวี “…”
หมอเทวดาชวีเพียงรับฟังแต่ไม่กล่าวคำใด จากนั้นหมุนกายไปจัดข้าวของดูท่าแล้วที่นี่น่าจะคือที่ที่เจินเจินเลือกแล้วว่าจะตั้งกระโจมค้างแรมในเมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงไปช่วยจัดข้าวของระหว่างรอคนที่เหลือทุกคนจะได้รีบพักผ่อน วันพรุ่งจะได้ออกเดินทางต่อ
หลังสังหารคนชุดดำจนหมดหลิ่วตี๋ก็เร่งออกเดินทางทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หยุดพักใช้เวลาเพียงแค่สามวันก็สามารถลงจากเขามาได้ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจวนลับซึ่งอยู่ในอำเภอ
“คุณชาย!” ทันทีที่หลิ่วตี๋ปรากฏตัวคนในจวนต่างตกใจอย่างมาก รีบเข้าไปช่วยประคองชายหนุ่มมองคนที่ไว้ใจได้เหล่านี้แล้วเอ่ยว่า “รีบส่งพิราบสื่อสารไปหานายท่านหกให้นายท่านหกส่งคนมารับข้า”
“จะไม่เชิญท่านหมอ…”
“แล้วนำตั๋วเงินนี้ไปที่บ้านสกุลกู้ที่หมู่บ้านเจ้าเจี่ยวบอกพวกเขาว่าสกุลหยวนทั้งสามคนเสียชีวิตบนภูเขาหมดแล้ว ให้เขาจัดงานศพให้แก่ครอบครัวนั้นด้วยแล้วจงจำเอาไว้ว่าห้ามเปิดเผยร่องรอยเป็นอันขาด!”
สิ้นประโยคนี้หลิ่วตี๋ก็หมดสติไปในทันที
ณ หมู่บ้านเจ้าเจี่ยว หลังสกุลหยวนขึ้นเขาไปก็มักมีชาวบ้านมาถามข่าวคราวที่บ้านสกุลกู้กู่ซื่อยิ้มตอบแค่เพียงว่า ขึ้นไปเก็บสมุนไพรกับท่านหมอที่มาจากในเมืองจะไปประมาณหนึ่งเดือนเท่านั้น
ชาวบ้านทุกคนล้วนเป็นคนแถวนี้จึงทราบดีว่าภูเขาลูกนั้นไม่ได้เดินขึ้นไปได้ง่ายๆต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หยวนเหล่าเอ้อร์คงเลอะเลือนไปแล้ว เพื่อเงินจนถึงกับเอาชีวิตคนในครอบครัวไปทิ้ง
กู่ซื่อฟังแล้วรู้สึกไม่ชอบใจจึงหาข้ออ้างไล่คนเหล่านี้กลับไป
ตกดึกในวันเดียวกันนั้นเอง บ้านสกุลกู้ก็มีแขกมาเยือน