19.00.
ทุกคนพร้อมกันที่หน้าสะพาน ณ เมืองหน้าด่าน ทุกคนเตรียมพร้อม 100% อัพเกรดตัวเอง พาหนะ เติมพลังซื้อไอเทมที่จำเป็ แล้วก็พากันเข้าไปยังด่านประลอง โดยรอบนี้เฉินกังเป็คนเข้าไปเป็คนแรกตามด้วยไป๋เซียน อาซือ และฟางลี่ โดยทั้งหมดก็เอาชนะแล้วเข้าสู่รอบ 4 คนอย่างไม่ยากนัก
ทั้งสี่ไปนั่งพักที่ร้านน้ำชารอบนอกลานประลอง พวกเค้าเลือกที่จะนัดประลองรอบต่อไปเลย เพื่อเซพเวลา เมื่อเห็นว่าพลังของทุกคนยังไหวเพราะไม่ลดไปเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่เกิน80% ถือว่าไหวอยู่สำหรับรอบต่อไป
ทั้งสี่เล่าเื่ราวการต่อสู้ของตัวเองพร้อมรับคำแนะนำจากเพื่อนทั้งสามที่ดูการต่อสู้อยู่ด้านนอกเพื่อนำไปปรับปรุงและระวังในรอบต่อๆไป
เฉินกังบอกกับไป๋เซียนว่าเค้ายังลังเลที่จะออกอาวุธ เหมือนไม่กล้าออกอาวุธ ทำให้ดูเหมือนตั้งรับมากกว่าจะรุก ทำให้คู่ประลองได้ใจ ถ้าไม่ได้ไป๋ซวงออกหน้าสู้เร็วกว่าก็คงจะชนะได้ยากกว่านี้ ไป๋เซียนพยักหน้ารับ
ฟางลี่บอกถึงอาซือว่าเค้าก็ติดเล่นมากไปทั้งที่โอกาสชนะก็มีตรงหน้า แต่ก็ทำเล่นจนตัวเองเกือบเสียท่า แต่ก็ดีที่ท้ายที่สุดก็เอาชนะมาได้
อาซือบอกถึงเฉินกังว่าเค้าเอาแต่รุก จนบางทีก็ไม่ได้ประเมินกำลังตัวเองอาซือพูดประชดว่าเค้าไม่ได้เป็ห่วงหรอกนะแต่แค่กลัวว่าเฉินกังจะทำเสียหน้ากลุ่มเราแล้วแพ้เพราะหมดแรงเป็คนแรก ไป๋เซียนได้ยินก็แอบขำเบาๆเพราะเค้ารู้ว่าจริงๆแล้วอาซือก็เป็ห่วงเฉินกังอยู่เหมือนกัน
ไป๋เซียนบอกฟางลี่ว่าเค้ายอมรับในความสามารถในการต่อสู้ของเธอแต่ถ้าต่อสู้ในระยะประชิดก็ต้องยอมรับว่าเธอยังอ่อนอยู่มากดังนั้นเค้าจึงอยากให้เธอระวังตัวในเื่นี้ให้มากยิ่งขึ้น ฟางลี่พยักหน้ารับรู้
จากนั้นทั้งสี่ก็คุยเล่นหัวเราะเล่นกันอย่างสนุกสนานเป็การคลายเครียดและไม่ได้แสดงถึงอาการกังวลต่อการต่อสู้ที่จะมาถึงแต่อย่างใด
การประลองรอบรองชนะเลิศ2 คนที่ชนะ จะเข้าไปชิงเพื่อเป็ที่ 1 ของสายธาตุตัวเอง เพื่อเข้ารอบไปชิงตำแหน่ง King of God ต่อไป
รอบ 4 คนของแต่ละสายนั้นมีความดุเดือดเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวมากเมื่อเทียบกับรอบที่ผ่านมาคู่ต่อสู้ของไป๋เซียนเป็หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง มีทรวดทรงที่แสน Sexy สวมชุดสีขาว คล้ายของผู้ชายผูกเอวด้วยผ้าสีแดงเข้ม ผมยาวสีดำสนิทมัดสูงยกหางม้า ท่วงท่าเต็มไปด้วยความมั่นใจ หยิ่งทระนงนอกจากฟางลี่ที่ไป๋เซียนสนิทด้วยแล้วเค้ายังไม่เคยเจอผู้เล่นที่ดูมั่นใจและหน้าตาสะสวยขนาดนี้ในเกมส์มาก่อนเลย
ข้างกายสาวงามมีกวางดาวสีทองตัวสูงเกือบถึงหน้าอกของจอมยุทธ์สาวท่านนี้ดวงตาสีแดงมุก ท่วงท่ามั่นใจไม่แพ้กับเ้าของเลย
ไป๋เซียนและไป๋ซวงเตรียมพร้อมรับมือกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ต่อหน้าเค้าเหลือบไปมองเพื่อนๆที่เกาะของสนามรอเชียร์ ให้กำลังใจเค้าอยู่ อาซือที่โบกไม้ โบกมือ ส่งพลังใจให้ตลอดเวลาฟางลี่ สาวสวยประจำกลุ่ม ส่งยิ้ม โบกมือเชียร์เค้าไม่ต่างกัน เฉินกังยังคงคีพลุค ยืนกอดอกแต่สายตาบ่อบอกได้ว่าส่งกำลังใจและคอยเชียร์เค้าอยู่เช่นเดียวกัน ก่อนเข้าประลองเฉินกังมักจะแอบเอาข้อมูลคู่ต่อสู้มาบอกเค้าอยู่เสมอไป๋เซียนไม่รู้ว่าเฉินกังไปรู้ข้อมูลพวกนี้มาจากไหนแต่เค้ามักจะรู้ข้อมูลของคู่ต่อสู้ของทุกคนแล้วนำมาบอกก่อนเสมอ เื่นี้ก็บอกได้ว่าเฉินกังก็เป็คนที่รักเพื่อนมากเช่นเดียวกัน
การต่อสู้ระหว่างไป๋เซียนและสาวชุดขาวผ่านไปถึง 1 ชั่วยามแล้วก็ยังไม่มีใครแพ้ ใครชนะ ด้านของไป๋ซวงและเ้ากวางดาวก็ไม่แพ้กัน พลังของไป๋เซียนเริ่มลดน้อยลง ตอนนี้เหลือเพียง30% เท่านั้น ขอบสนามเริ่มอยู่ไม่เฉย เฉินกังแสดงสีหน้ากังวลออกมาอย่างชัดเจน อาซือและฟางลี่พยายามะโบอกให้ไป๋เซียนยอมใช้ท่าไม้ตายของดวงตาหงส์แดง ถึงแม้ไป๋เซียนจะไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดแต่เค้าก็รู้ว่าเพื่อนของเค้าบอกอะไร ไป๋เซียนยังคงไม่ยอมใช้ท่าไม้ตาย เค้าคิดว่าตัวเองยังไหวอยู่ เค้าเองก็อยากเก็บของขวัญชิ้นนี้ไว้จนวินาทีสุดท้าย
ณ ร้านน้ำชาหน้าด่าน
กลายเป็ร้านประจำของ สี่สหายนี้ไปเสียแล้วสำหรับร้านน้ำชาหน้าด่านนี้
ไป๋เซียนที่ดูหมดสภาพที่สุด นอนฟุปอยู่ที่โต๊ะน้ำชาโดยมีเพื่อนทั้งสามนั่งมองด้วยความสมเพช กึ่งสงสารอยู่ ไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่งคนที่ความอดทนต่ำที่สุดทนไม่ไหวก็ะเิออกมา
“ทำไมตอนนั้นนายไม่ยอมใช้พลังจากดวงตาหงส์แดง!!!” อาซือพูดใส่ไป๋เซียนที่ตอนนี้ดูท่าจะสลบไปแล้ว
“ปล่อยเค้าพักไปก่อนเถอะน่า นายก็เลิกบ่นได้แล้ว” ฟางลี่ ปรามอาซือ
“ชนะมาได้ก็ดีแล้วไง” เฉินกังพูดจบก็ลุกออกจากโต๊ะไป
“อ้าวแล้วนายจะไปไหนล่ะ ไม่ฉลองก่อนหรอ พวกเรา 4 คนได้เข้ารอบชิงที่1 ของสายทั้งหมดเลยนะ เฮ้ย เฉินกัง....กลับมาก่อน!!!” อะไรเนี้ยะ แทนที่จะอยู่ฉลองด้วยกันก่อน เราก็ฉลองกันสามคนล่ะกันนะอาซือเรียกเสี่ยวเออร์ มาสั่งอาหารชุดใหญ่ทันที
ไป๋เซียนที่ฟื้นจากอาการเหนื่อยมากก็ร่วมมื้ออาหารแห่งชัยชนะนี้ สักพักเฉินกังก็เดินกลับมาพร้อมของสามสี่อย่างในมือ แล้วเค้าก็วางของแต่ละชิ้นต่อหน้าเพื่อนแต่ละคน โดยอาซือ ได้เป็กล่องเหล็กใส่พัดสลักชื่อสวยงาม ฟางลี่ได้ปิ่นปักผมที่สามารถเปลี่ยนเป็อาวุธลับได้ ไป๋เซียนได้เป็มีดสั้นสลักลายัที่เอาไว้ใช้ในการต่อสู้แบบประชิดตัว
ทั้งสามมองหน้าเฉินกัง อย่างตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าเฉินกังจะมีโมเมนต์แบบนี้ด้วยเฉินกังที่โดนเพื่อนจ้องนาน เค้าเองก็รู้สึกเขิลขึ้นมาเลยกลบเกลื่อนโดยการเรียกเสี่ยวเออร์มาสั่งอาหารเพิ่ม แล้วอาซือก็หลุดหัวเราะออกมาเป็คนแรกพร้อมขอบคุณเฉินกังยกใหญ่
ไป่เซียนและฟางลี่ก็ขอบคุณเฉินกังและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
เวลาในการประลองในรอบชิงที่ 1 ของสายธาตุ จะจัดขึ้นพร้อมกันเวลา เที่ยงตรงของโลกจริงดังนั้นตอนนี้พวกเขาจึงพอมีเวลาที่จะออกไปพักก่อนสัก 4-5 ชั่วโมงก่อนกลับเข้าเกมส์มาใหม่ ทั้งสี่นัดกันเข้าเกมส์พร้อมกันตอน 11โมง โดยรอบนี้พวกเค้าจะไม่ได้ดูการต่อสู้ของเพื่อน เพราะเป็การแข่งพร้อมกันหมดดังนั้นพวกเขาจึงต้องมาวางแผนกันก่อนที่ตัวเองจะเข้าสู่สนามประลองในรอบชิง
โลกแห่งความจริง
ตอนนี้เป็เวลา ตี3 แล้ว เรย์ที่ออกจากเกมส์มาก็รู้สึกหิวมากเนื่องจากใช้พลังในการต่อสู้ไปเยอะ เค้าจึงไปเสียบกระติกน้ำร้อนเพื่อต้มมาม่ากระป๋องที่ซื้อมาตุนไว้ก่อนเข้านอนเอาแรง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของสายธาตุได้
ระหว่างรอน้ำร้อนเดือดเรย์ก็นั่งคิดว่าตัวเค้ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรเกือบเดือนที่เข้าตัดสินใจเข้าไปเล่นเกมส์ King of God เหมือนเค้าได้เปลี่ยนโลกทั้งใบของเค้าไปโดยสิ้นเชิง เค้ามีเพื่อนมีสัตว์คู่ใจ มีทักษะฝีมือ จนเข้ามาถึงรอบนี้ได้ จนตัวเค้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลยเช่นกัน
เสียงสวิซท์น้ำเดือดดังขึ้นเรียกให้สติของเรย์กลับมา แล้วกดน้ำร้อนใส่ถ้วยมาม่า จบภารกิจท้องอิ่มเค้าก็ปิดไฟเข้านอน
9.00น. เรย์ตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงโวยวายของคนข้างห้องวันนี้เป็วันอาทิตย์ คนที่หอเลยอยู่กันเยอะเพราะเป็วันหยุด เรย์ตื่นขึ้นมาเสียบกระติกน้ำร้อนไว้ กะว่าจะกินโจ๊กกระป๋องเป็อาหารเช้า พร้อมนมสด 1 กล่อง ก่อนเตรียมเข้าเกมส์ ระหว่างนั้นเค้าก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดอยู่บ้านสบายๆ เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยก็เตรียมเข้าเกมส์ไป
จุดนัดพบ ณร้านโรงน้ำชาเมืองหน้าด่าน ที่เก่าเวลาเดิม
ไป๋เซียนเดินมุ่งหน้าไปที่ร้านน้ำชา โดยเจอกับเฉินกังระหว่างทางเค้าเห็นสัญญาณทั้งเพื่อนทั้งสามว่า ทุกคนเข้าเกมส์มากันหมดแล้วเค้าเดาว่าทุกคนก็คงตื่นเต้นและเตรียมพร้อมมาไม่ต่างจากเค้า ถึงได้เข้าเกมส์กันมาก่อนเวลากันทั้งหมดแบบนี้
เนื่องจากเป็รอบชิงที่1 ของสายธาตุแล้ว จำนวนผู้เล่นก็ดูบางตาลงอย่างชัดเจนจะมีก็แต่คนที่อยากดูการประลอง ก็เข้าเกมส์มาเพื่อเชียร์ผู้เล่นคนอื่นๆ
ทั้งสี่นั่งลงโต๊ะประจำเฉินกังหยิบม้วนกระดาษออกมา กางออกบนโต๊ะ ที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือตารางการประลอง
ชิงที่1 สายวารี ไป๋เซียน - xxx
ชิงที่1 สายอัคคี เฟยลู่ - xxx
ชิงที่1 สายปฐี เฉินกัง - xxx
ชิงที่ 1 สายวาโย อาซือ - xxx
ชิงที่1 สายพฤกษา ฟางลี่ - xxx
“นี่มันคนที่ชอบตามจองล้างจองผลาญนายนี่... ไม่น่าเชื่อจะอยู่มาถึงตอนนี้เลยนะเนี้ยะ ชักจะไม่ธรรมดาแล้วสิ” อาซือชี้ให้ไป๋เซียนดูในแผนที่
แผนที่กางอยู่บนโต๊ะมีรูปหน้าของคนเข้าประลองรอบชิงทั้ง10 คน พร้อมรายชื่อ ทั้งหมด 5 คู่เริ่มประลองในเวลาเดียวกัน กติกาคือใช้ได้เฉพาะธาตุของตัวเอง ห้ามเล่นนอกกติกา และหากฝ่ายใดยอมแพ้ สิทธิ์การชนะก็จะตกเป็ของอีกฝ่ายทันที
เฉินกังบอกกติกาคร่าวๆให้กับทุกคนฟังและเริ่มเล่ารายละเอียดของคู่ต่อสู้ของแต่ละคนให้เพื่อนฟังว่าพวกเขาจะต้องไปเจอกับใคร และต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง
ไป๋เซียนไปเจอกับ ดาวหางน้ำ ฉายาของคนที่เค้าต้องสู้ด้วยมีความไวเป็เลิศ ถนัดการต่อสู้แบบระยะประชิดมากเข้ามาจนถึงรอบนี้แล้วก็ยังไม่เคยมีใครเห็นท่าไม้ตายของเค้าเลยแปลว่าเค้ายังไม่เคยใช้ท่าไม้ตายกับใครมาก่อนจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือเป็อย่างมาก ไป๋เซียนพยักหน้ารับรู้
อาซือต้องเจอกับเ้าแห่งเฮอริเคนนักสร้างพายุหมุนที่แรงที่สุดในเกมส์ตอนนี้เค้าต้องเตรียมพร้อมตั้งรับและพยายามอย่าหลุดเข้าไปในวงโคจรของพายุเป็พอ
ฟางลี่ต้องเจอกับชายหนุ่มยืนยง เป็ชายที่บุคลิกดี สุภาพ สวมชุดสีเขียวตัดขาวแต่ภายใต้ความสุภาพนั้น ก็มีพญางูอยู่ข้างกายและพร้อมจะทำร้ายและปล่อยพิษได้ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเธอจะเชี่ยวชาญเื่พิษเช่นกัน แต่ก็ต้องระวังตัวให้มากด้วย
“แล้วนายล่ะคู่ต่อสู้นายเป็ไงบ้าง” ไป๋เซียนถามกลับเฉินกัง
“ปฐีคงพยัคฆ์ เป็ชายร่างใหญ่ กำยำ มีฝีมือในการสร้างเขาวงกตเพื่อลวงให้เราเข้าไปติดกับ แล้วใช้ท่าไม้ตายสลายธาตุ จัดการคู่ต่อสู่ทันที” เฉินกังบอกเสียงเรียบ
ทั้งสี่นั่งรวบรวมสมาธิ พร้อมสร้างพลังใจ ของตัวเองให้พร้อมก่อนจะพากันข้ามฝั่งไปยังดินแดนประลอง ทั้งสี่เดินเข้าสู่ลานประลอง ทั้งสี่มองหน้ากันพยักหน้าแล้วต่างอวยพรให้กันและกันโชคดี ก่อนจะแยกย้ายกันไปที่ตำแหน่งของตัวเอง