เมื่อมีเงินในมือก็ต้องใช้ ทนอดมาได้หลายวัน วันนี้ขอซื้อของให้เต็มที่แล้วกัน ซูหนี่ก็ซื้อทุกอย่างเต็มที่อย่างที่ใจนางนึกจริงๆ
ข้าวสาร แป้งขาว ธัญพืช เกลือ น้ำตาล เครื่องปรุงที่ในร้านมีนางซื้ออย่างละชั่ง เนื้อหมู กระดูกหมู เนื้อสามชั้น ผัก ผักดอง ฯลฯ คือนางซื้อเยอะมากจริงๆ ตอนแรกนางจะให้หนิงหลงพาเด็กๆไปนั่งรอที่โรงน้ำชา ทั้งคนโตและเด็กต่างไม่ยอม
นางสงสารที่เด็กแฝดต้องเดินเยอะขนาดนี้จึงพาไปซื้อเสื้อผ้าเป็อย่างสุดท้าย นางเลือกร้านธรรมดาเพราะร้านใหญ่ๆให้การต้อนรับที่ไม่ดี นางไม่อยากจะให้เด็กแฝดโดนขับไล่ออกจากร้านเพราะจะเกิดภาพจำที่ไม่ดีกับเด็กเล็ก ทั้งสี่ได้เสื้อผ้ากันคนละห้าชุด รองเท้าสองคู่ ผ้าห่มอีกสี่ผืน
ตอนแรกจ้าวหนิงหลงจะไม่ยอมให้นางซื้อให้เพราะนางให้เงินเขามาแล้ว แต่นางคิดว่าซื้อให้ทุกคนจะไม่ซื้อให้เขาคนเดียวก็ดูจะใจดำเกินไป อีกอย่างหากวันใดที่นางจากไปแล้วเขาเกิดคิดแค้นเื่เก่าที่ร่างนี้ทำไว้ก็ยังมีเื่ดีให้ได้นึกถึงจะได้ไม่ต้องตามฆ่านาง
จ้าวหนิงหลงต้องไปจ้างรถม้าเพื่อขนของกลับหมู่บ้าน ระหว่างที่รอรถม้าไปรับของซูหนี่ก็ชวนทุกคนไม่หาข้าวกลางวันกิน
"เฉิงเออร์ อันเออร์พวกเ้าอยากกินอะไร" นางอยากให้เด็กๆได้เลือก เพราะพวกเขาเป็เด็กดีเหลือเกิน นางซื้อของนานก็ไม่บ่น เดินไกลแค่ไหนใจก็สู้
"ท่านแม่ ข้าอยากกินเกี๊ยวขอรับ" อันเออร์จับมือซอยนี่เฉิงเออร์ก็พยักหน้าเห็นด้วย ส่วนหนิงหลงนั่น ไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็น
"ได้ ได้" ทั้งสี่นั่งกินเกี๊ยวกันอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อจ่ายเงินแล้ว ซูหนี่ให้ทุกคนไปรอนางที่รถม้าที่จอดอยู่ไม่ไกล นางขอไปซื้อของก่อนจะรีบตามไป
ของที่นางซื้อก็เป็ของกินเล่นและขนมสำหรับเด็กแฝดทั้งหมด พอทั้งคู่เห็นก็ดีใจจนน้ำตาคลอ ทั้งคู่อยากให้ท่านแม่ของเขาเป็เช่นนี้ตลอดไป อันเออร์ะโกอดซูหนี่แน่น จนนางจุกไปเลยพอหนิงหลงดุ อันเออร์จึงได้สงบเสงี่ยมขึ้น
โลกช่างกลมทั้งสี่ยังไม่ได้ขึ้นมานั่งบนเกวียน ลี่อินก็รีบเดินเข้ามาทักทันที
"พี่หลงท่านเช่าเกวียนทำไมเ้าคะ กลับด้วยกันกับข้าก็ได้เ้าคะ" ลี่อินยังชะโงกหน้าเข้ามาดูในเกวียนอย่างเสียมารยาท จนซูหนี่ต้องถลึงตาใส่นางถึงได้หลบออกไป
"ไม่รบกวนเ้า"
"ซูหนี่ทำไมเ้าถึงได้ใช้เงินมือเติบเช่นนี้ ไม่สงสารพี่หลงที่ต้องคอยหาเงินเข้าบ้านหรือไร ไหนจะเฉิงเออร์กับอันเออร์อีก" ซูหนี่อมยิ้มมองแม่ดอกบัวขาวที่วุ่นวายกับนางเสียจริง
"ข้าใช้เงินเ้าซื้อเช่นนั้นหรือ"
"เ้า เ้า ข้าเพียงแต่เป็ห่วงเท่านั้น ไยต้องพูดรุนแรงเช่นนี้ด้วย" ซูหนี่อยากจะกรี๊ดใส่หน้า พูดแค่นี้บอกรุนแรง การแสดงเช่นนี้ข้าจะทำให้เ้าดู
"ลี่อิน เ้าจะต่อว่าข้าเช่นนี้ตลอดเพื่อสิ่งใด เ้าจะเข้ามาดูแลหนิงหลงข้าก็ไม่เคยจะว่า หากเ้ามีใจให้หนิงหลงก็ขอให้อดทนสักนิด" ซูหนี่แสร้งก้มหน้าอย่างคนโดนรังแก สาวงามน้ำตาคลอมีใครบ้างจะไม่สงสาร ยิ่งเห็นนางจูงมือเด็กแฝดขึ้นเกวียนไปก็ยิ่งเห็นใจ
ลี่อินหน้าซีด ยิ่งคนรอบข้างเริ่มตำหนินาง นางยิ่งอับอายพอหันมาขอความเห็นใจจากหนิงหลงเห็นเขาไม่แสดงท่าทีตำหนิหรือต่อว่าซุกนี่เช่นทุกทีนางก็ยิ่งเสียใจ
"แม่นางลี่อิน เวลาไม่เช้าแล้วข้าขอตัวกลับก่อน" จ้าวหนิงหลงตามขึ้นเกวียนไป แล้วสั่งให้คนขับออกเดินทางทันที
จ้าวหนิงหลงเขารู้มาตลอดว่าลี่อินชอบพูดจายั่วยุซูหนี่มาตลอด เขายอมรับว่าเมื่อก่อนที่ตนไม่สนใจเพราะรังเกียจนิสัยของซูหนี่จริง นางใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาเท่านั้น เมื่อโดนพูดยั่วยุเพียงนิดก็เหมือนประทัดที่พร้อมจะะเิตลอดเวลา
มาตอนนี้นางคงคิดได้เลยใช้หัวคิดได้แล้ว ก่อนหน้านี้หากไม่มีซูหนี่เขาคงแต่งลี่อินเพื่อตอบแทนที่นางให้การช่วยเหลือเขากับท่านย่ามาโดยตลอด ตอนที่เขาต้องไปร่ำเรียนก็เป็นางที่มาคอยดูแลท่านย่าให้ แต่ในเมื่อเขาแต่งกับซูหนี่แล้วเขาจำต้องเว้นระยะห่างจากนาง
ซูหนี่คิดว่าตัวนางที่พูดเช่นนั้นออกไปไม่ผิด หากหนิงหลงปกป้องภรรยาตนเองเสียหน่อย นางก็คงไม่ต้องพูดให้ทั้งคู่เสียหายต่อหน้าคนอื่น
เมื่อเกวียนเคลื่อนตัวออกมาไม่นาน ตัวรถที่โยกไปโยกมาก็เหมือนกล่อมให้สามคนแม่ลูกนั่งพิงกันหลับไป ซูหนี่ลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าเกวียนได้หยุดลงแล้ว
"ถึงแล้วหรือ" นางขยี้ตายังคงมีอาการง่วงงุนอย่างคนเพิ่งตื่นนอน
"อืม ถึงแล้ว" ซูหนี่ไม่ได้สังเกตเลยว่า น้ำเสียงของหนิงหลงในวันนี้ดูอ่อนลง
จ้าวหนิงหลงอุ้มเด็กแฝดเข้าไปนอนต่อในบ้าน ซูหนี่ก็ยกของเข้าไปจัดเก็บ หลังจากนั่งพักเหนื่อยนางก็เริ่มคิดแล้วว่าจะพูดเื่จะย้ายออกไปกับจ้าวหนิงหลงเช่นไร แล้วจะบอกกับหนิงเฉิงกับหนิงอันให้เข้าใจได้ยังไง อย่างไรวันหนึ่งก็ต้องไป หากอยู่นานกว่านี้แล้วเกิดผูกพันกับเด็กๆขึ้นมานางจะตัดใจไปได้ยาก
"เอ่อ ข้าขอคุยด้วยได้หรือไม่" จ้าวหนิงหลงหลุบสายตาลง เขารู้ว่าถ้านางมีเงินแล้วคงถึงเวลาที่นางจะไปเสียที
จ้าวหนิงหลงนั่งลงฝั่งตรงข้ามซูหนี่ เขาไม่ได้พูดอันใดเพียงรอให้นางเริ่มพูดเท่านั้น
"ข้า คิดว่าคงถึงเวลาที่จะไปเสียที" นางไม่กล้าสบสายตาเขา คงเป็เพราะยังมีความละอายอย่างไรเสียนางร่างนี้ก็เป็แม่ของเด็กแฝดทั้งสอง หากมองในมุมของคนนอกที่นางทิ้งพวกเขาไปก็ดูจะเป็เหมือนสตรีไร้ยางอาย ใจร้ายทิ้งลูกได้ลงคอ แต่หากมองในมุมของนางที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขา กับเด็กทั้งสองนางยังมีความอาลัยอาวรณ์ แต่กับจ้าวหนิงหลงนางอยู่ด้วยแล้วมีแต่ความอึดอัด
หากเขาจะโวยวายหรือด่าทอเสียหน่อยนางยังคงจะหาทางรับมือได้ แต่เขาเล่นไม่พูดคิดสิ่งใดนางก็ดูไม่ออกแบบนี้ใครจะไปอยู่ด้วยได้ ซูหนี่คนเดิมจะโวยวายจนกลายเป็สตรีเสียสติในสายตาคนอื่นก็คงไม่แปลก หากอยู่นานกว่านี้นางอาจจะเป็ไปด้วยก็ได้
"แล้วเ้าไม่สงสารเฉิงเออร์กับอันเออร์หรือไร" นั่นไงเอาลูกมารั้งนางแล้ว
"ท่านให้เฉิงเออร์กับอันเออร์อยู่กับข้าดีหรือไม่ ข้าสาบานว่าจะดูแลพวกเขาอย่างดี" แค่เอาเด็กๆไปด้วยคงไม่ลำบากสักเท่าใด
"ไม่ได้ ข้าไม่เชื่อใจเ้า"
"แล้วท่านจะให้ข้าทำเช่นใด" พลาดแล้ว นางพูดผิดไปแล้ว มีหนังสือหย่าแล้วจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ นี่นางตกหลุมพรางเขาแล้ว
จ้าวหนิงหลงหลุบสายตาลงซ่อนแววตาเ้าเล่ห์ไว้ เื่วางแผนนางไม่มีทางสู้เขาได้แน่นอน
"เ้าอยู่ดูแลเด็กๆต่ออีกหกเดือน หากเ้าดูแลได้เป็อย่างดีข้าถึงจะเชื่อว่าต่อไปสามารถให้เด็กๆไปอยู่กับเ้าได้"
ซูหนี่สูดหายใจเข้าเพื่อสงบสติอารมณ์ แค่หกเดือนเท่านั้น นางทนอึดอัดต่ออีกหกเดือนก็จะจากไปโดยที่ชาวบ้านจะครหานางไม่ได้ แต่ทำไมนางต้องสนสายตาของคนอื่นด้วย หากไม่ใช่ว่ายุคนี้สตรีที่หย่าร้างจะใช้ชีวิตอย่างยากลำบากนางคงไม่ต้องทนเช่นนี้ นางเดินหนีเข้าห้องไปเมื่อเื่ราวไม่เป็ไปอย่างที่นางคิด
ต่อจากนี้หกเดือนนางจะหาวิธีที่ทำให้ได้เงินเยอะๆ เมื่อพาเด็กๆไปด้วยจะได้ไม่ลำบาก ส่วนจ้าวหนิงหลงเขาจะได้เป็เสนาบดีหรือจะได้กับนางเอกก็เื่นั้นก็ไม่เกี่ยวกับนางแล้ว