กลางสวนสาธารณะในเวลาสองทุ่มมีไฟส่องสว่างสาดส่องตามทางมันไม่ได้มืดมากแต่ด้วยที่ตอนนี้เริ่มดึกทำให้ผู้คนภายในสวนสาธารณะเริ่มน้อยลงเต็มทีเราอยู่ที่กลางสวนสาธารณะผมยืนมองคาร่าด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบายไม่คิดว่าจะเจอเธออีกครั้งและไม่รู้ว่าการเจอเธอครั้งนี้เธอจะมาไม้ไหนบ้าง
“จะว่าไปเราไม่ได้เจอกันนานเลยนะบิล”
“อือ นั่นสิ”
บรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้งคาร่าเดินเข้ามาหาผมก่อนจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“วันนี้ดาวสวย ไปดูดาวเป็เพื่อนเราหน่อย”
“ห๊ะ? เดี๋ยว!”
เธอไม่ปล่อยให้ผมพูดจบก็คว้าข้อมือให้เดินตามผมทั้งยื้อทั้งท้วงแต่ก็ไม่ได้ผลเธอพาผมเดินมาที่โซนด้านหลังสวนสาธารณะรอบๆมีแต่ต้นไม้และมีทะเลสาบอยู่ไม่ไกลผมกวาดสายตามองรอบๆเหมือนว่าบริเวณนี้จะไม่มีคนด้วยลมเย็นโชยปะทะร่างให้ขนทั้งตัวลุกวาบ ผมมองแผ่นหลังของคนตรงหน้าที่กำลังเงยหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะหันมาหาผม
“บิล เห็นดวงจันทร์นั่นมั้ย”
“เห็น”
“แล้วบิลรู้มั้ย ว่าดวงจันทร์เป็บริวารของโลก”
คราวนี้ผมไม่ได้ตอบได้แต่ขมวดคิ้วมองอีกคนคาร่าหันมามองค่อยๆแสยะยิ้มก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ ในขณะเดียวกันผมก็เดินถอยห่างในจังหวะนั้นจู่ ๆก็เหมือนมีอะไรบางอย่างมากระแทกเข้าที่หัวจนทำให้ผมล้มลงกับพื้นผมยกมือขึ้นจับที่หัวเหมือนเจออะไรบางอย่างที่เปียกชื้นก่อนจะเอามือลงพบว่ามันเป็เืที่ไหลออกมา
“เธอ…โอ๊ย”
ยังไม่ทันจะพูดจบความเจ็บมันแล่นแปร๊ดเข้ามาอีกครั้งผมเงยหน้ามองคนตรงหน้าในมือของเธอถือประแจสีแดงอันใหญ่ให้ตายเถอะเธอใช้ไอนั้นตีหัวผมเรอะ
ผมพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ก็ถูกคาร่าถีบเข้าที่ท้องอย่างจังทำให้ล้มลงกับพื้นเธอกระทืบเข้าที่ท้องพร้อมกับบดขยี้ผมพยายามจะหรี่ตามองอีกคนแต่ด้วยความมืดปนกับเืที่ไหลเข้าตาทำให้ไม่สามารถเห็นได้
“เธอทำแบบนี้ทำไมวะ อึก”
“เหตุผลน่ะ มันมีไม่มากหรอกบิล เธอก็รู้ว่าดวงจันทร์มันควรจะมีแค่ดวงเดียวและดวงนั้นมันก็คือฉัน ไม่ใช่เธอ”
คาร่ากระทืบเท้าที่กลางท้องของผมอีกครั้งมันทั้งจุกเหมือนไส้จะทะลักออกมาเลยเสียงฟ้าร้องครืนดังไม่นานฝนก็เทสาดลงมามันช่างเหมาะเจาะอะไรขนาดนี้สายตาเหลือบเห็นก้อนหินก้อนใหญ่มันวางอยู่ไม่ไกลมือระหว่างนั้นผมเอื้อมหยิบก่อนจะอาศัยจังหวะทีเผลอปาใส่หน้าของคาร่าจนเธอปล่อยผมให้เป็อิสระ
“กรี๊ด!!!”
เธอกรีดร้องอย่างเ็ปผมอาศัยจังหวะนั้นพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแค่เพราะความเจ็บจากแผลมันทำให้แรงของผมมันแทบไม่เหลือแล้วผมใช้แรงทั้งหมดลากสังขารตัวเองออกมาจากจุดนั้นแต่ทุกอย่างก็ต้องหยุดลงพร้อมกับเสียงของปืนที่ดังขึ้นผมล้มลงก่อนจะหันไปมองที่ต้นเสียงเป็คาร่าที่ยิงใส่ผม
เธอสาวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่เปลี่ยนมาจ่อที่หัวของผมแทนผมมองเธอผ่านปืนกระบอกที่ใช้จ่อหัวตอนนี้เธอไม่ต่างอะไรกับฆาตกรเลย
“นี่เธอจะฆ่ากันจริงๆสินะ เธอทำแบบนั้นทำไมวะคาร่าเธอรู้บ้างป่าวว่าตอนนี้เธอไม่ต่างอะไรกับฆาตกรเลยด้วยซ้ำ”
“แล้วยังไงล่ะ!! ถ้ามันทำแล้วพี่คลื่นหันมาสนใจฉัน รักฉันฉันก็จะทำ”
ผมมองอีกคนด้วยความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจผมรู้ว่าคาร่ารักพี่คลื่นเกินกว่าคำว่าพี่น้องและเธอก็รักเขามากแต่สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นั้นเธอรู้หรือป่าวว่ามันไม่ได้ทำให้พี่คลื่นหันมาสนใจเธอเลยแม้แต่น้อยจะมีแต่ความเกลียดที่เข้ามาแทน
“แต่ยิ่งเธอทำแบบนี้ก็มีแต่จะแย่ลงนะคาร่ามีแต่เธอจะติดคุกไม่ก็ปะาชีวิต”
“ฉันไม่สนเื่นั้นหรอกเพราะถ้าเธอตายก็ไม่มีใครมาแย่งพี่คลื่นไปจากฉันอีก”
“ใช่ ถ้าเราตายก็จะไม่มีใครแย่งพี่คลื่นแต่เธอก็จะได้พี่คลื่นที่เขาไม่รักเธอแบบที่เธอรักเขาไงเผลอๆเขาอาจจะเกลียดเธอด้วยซ้ำ”
“อย่ามาทำเป็รู้ดี!!!! เธอไม่ได้รู้จักพี่คลื่นจริงๆด้วยซ้ำ!”
“แล้วเธอล่ะ รู้จักเขาดีมากนักหรอ ถึงได้ตัดสินใจแทนเขาได้”
“แก!!!!!”
ปัง!
ลูกะุเฉียดหน้าผมไปเพียงแค่ไม่กี่มิลส่งผลให้เกิดรอยแผลถลอกเล็กน้อยสิ่งที่ผมพูดออกไปไม่ใช่จะยุยงปั่นประสาท ผมแค่พูดถึงในความเป็จริงเธอพูดถูกที่ผมไม่รู้จักพี่คลื่นขนาดที่จะรู้เื่ทุกอย่างแต่เธอก็เองก็ไม่ได้รู้ทุกอย่างเหมือนกับผมเช่นกันและอีกอย่างเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทนใครด้วย
“ถ้างั้นมันก็ไม่ต้องมีใครได้ทั้งนั้น ถ้าฉันไม่ได้แกก็ต้องไม่ได้!!!!!”
เมื่อเธอพูดจบประโยคตผมก็หลับตาปี๋ทันทีเพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ยิงแน่ ๆเสียงปืนดังขึ้นสายฝนเริ่มหยุดแต่ที่น่าแปลกผมกับไม่ได้รับความเจ็บเพิ่มเติมแต่อย่างใดผมค่อยๆลืมตามองภาพตรงหน้าที่ตอนนี้มันเริ่มเบลอจากความเจ็บแผลที่หัวคาร่านอนลงกับพื้นและมีใครอีกคนที่ยืนอยู่หน้าเธอผมพยายามหรี่ตามองคนๆนั้นเป็ผู้หญิงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสั้นกางเกงขายาวกำลังกระชากคอเสื้อคาร่าขึ้นมามองจากแผ่นหลังหญิงคนนั้นคุ้นเคยมากแต่ไม่ว่าจะนึกยังไงก็นึกไม่ออกผมพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้นแต่ตอนนี้ไม่มีแรงเหลือแล้วกลายเป็ว่าตอนนี้ผมนอนคว่ำกับพื้นแทนผมพยายามเงยหน้ามองคนตรงนั้นแต่ก็ไม่ไหวเจ็บไปหมดแรงก็แทบจะไม่มีเหลือแล้วเอาไว้ตื่นมาค่อยถามคนอื่นเอาล่ะกัน
คลื่น…
กว่าจะคุยงานเสร็จก็ปาไปกว่าสามทุ่มผมรีบกลับบ้านด้วยความเหนื่อยสุดๆ แน่นอนว่าผมไม่ลืมที่จะทักหาบิลด้วย
sea:นอนยัง
sea:พี่กำลังกลับ
ผมนั่งมองแชทอยู่ครู่ไม่มีวี่แววที่อีกคนจะตอบกลับสงสัยคงจะนอนไม่ก็ไปทำธุระส่วนตัวอยู่ผมขับรถตรงกลับบ้านพลางเหลือบมองโทรศัพท์ที่วางอยู่เบาะข้างๆเป็ระยะไม่รู้ทำไมถึงจู่ๆก็รู้สึกเป็ห่วงอีกคนก็ไม่รู้กลัวว่าอีกคนจะเจอเื่ไม่ดีเสียงสั่นของโทรศัพท์ผมเอื้อมหยิบขึ้นมารับตอนแรกก็แอบดีใจคิดว่าเป็น้องแต่ไม่ใช่กลับเป็ไอ้คินแทนผมตบไฟเลี้ยวจอดข้างทางก่อนจะกดรับ
“ว่า”
[มึงอยู่ไหนเนี่ย]
“กำลังกลับบ้าน ทำไมวะ”
[มึงรีบมาโรงบาลด่วนเลย บิลโดนทำร้าย]
“มึงว่าไงนะ” เมื่อได้ยินว่าน้องโดนทำร้ายหัวใจผมก็ตกลงไปที่ตาตุ่มทันที
“แล้วน้องเป็ไงมั่ง ปลอดภัยมั้ย”
[ตอนนี้ถึงมือหมอแล้ว มึงรีบมากูส่งโลเคชั่นให้ในแชทละ]
หลังจากวางสายไอ้คินเสร็จผมก็รีบบึ่งรถไปโรงพยาบาลตามแผนที่ที่ไอ้คินส่งมาให้ใจผมเต้นระส่ำไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ความรู้สึกต่างๆนาๆที่มันถาโถมจนอธิบายไม่ถูกใช้เวลาเพียงสิบนาทีก็มาถึงที่หมายก่อนจะรีบรุดมายังห้องฉุกเฉินพบว่าไอ้คินกับไอ้ทิมอยู่ก่อนหน้าแล้ว
“น้องอยู่ไหน”
“น้องทำแผลอยู่ข้างใน มึงนั่งรอตรงนี้ก่อนเดี๋ยวน้องมันก็ออกมา”
ไอ้ทิมกดไหล่ผมให้นั่งลงก่อนที่มันจะหย่อนตัวตามสายตาของผมจดจ้องไปที่ประตูบานใหญ่ที่มีคนเข้าคนออกแล้วหลายคนแล้วหลายคนเล่าแต่ก็ไม่มีวี่แววของบิลเสียทีเอนตัวพิงกำแพงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางสวดภาวนาให้น้องปลอดภัย
“มึงร้องไห้เหรอ”
ไอ้ทิมเอ่ยทักผมหันไปหามันมองด้วยความสงสัยก่อนจะยกแตะที่ตาตัวเองจนถึงรู้ว่ามีน้ำตาเอ่อออกมา
“นี่กูร้องไห้หรอวะ”
ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือก่อนจะเอามือปิดหน้าเพื่อไม่ให้คนข้างๆเห็นน้ำตาที่มันออกมาไม่หยุดความรู้สึกต่างๆที่มันประดังประดาเข้ามาความรู้สึกผิดนึกโทษตัวเองที่ปล่อยให้น้องกลับคนเดียวความรู้สึกผิดที่ผมดูแลน้องไม่ดี
ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับเมลที่นั่งรถเข็นออกมาก่อนพยาบาลจะเข็นเธอมาจอดไว้ข้างๆสภาพของเธอแขนข้างซ้ายถูกใส่เฝือกแขนข้างขวามีผ้าพันแผลพันเอาไว้
“หวัดดีค่ะ”
“เมล บิลเป็ยังไงบ้าง”
“มันปลอดภัยดีค่ะ ไม่ได้โดนจุดสำคัญอะไร”
ผมได้ยินดังนั้นก็เหมือนยกูเาออกจากอกแค่รู้ว่าน้องปลอดภัยก็ดีใจแล้วผมหันไปถามเื่คนร้ายกับเธอต่อเมลหันมองด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ
“คาร่าเป็คนทำ เธอพาเรียกบิลเข้าไปที่สวนสาธารณะก่อนจะลงมือ”
พอรู้ว่าคนร้ายเป็ใครผมก็แทบจะหยุดหายใจทันทีเป็คาร่าเองหรอที่ทำ จะบ้าตายชัก
“จริงดิ แล้วเธอทำแบบนั้นไปทำไมวะ”ไอ้คินที่นั่งอยู่ถึงกับลุกขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมการสนทนาด้วย
“อยากได้พี่คลื่นไงพี่ พี่เคยดูหนังป่ะเวลานางร้ายมันชอบพระเอกมากๆทำทุกอย่างแล้วพระเอกก็ไม่สนใจจนสุดท้ายตัวเองก็สติแตกจะฆ่านางเอกเพื่อให้พระเอกหันมาสนใจนางแค่คนเดียว”
พอเมลอธิบายแบบนี้พวกผมก็ถึงกับบางอ้อเลยขนาดผมที่เป็พี่ของเธอแต่กับคิดไม่ถึงเื่นี้เลยด้วยซ้ำ
“งั้นมึงก็คงต้องเป็คนจัดการเื่นี้ล่ะนะ”
“เออ แต่กูต้องหาหลักฐานมัดตัวเธอก่อน”
“หนูมีหลักฐาน”
ประโยคของเมลทำเอาพวกผมถึงกับหันมองเธอหยิบมือถือที่อยู่ในกระเป๋าเป้ออกมาก่อนจะกดหาอะไรบางอย่างไม่นานเสียงแจ้งเตือนจากมือถือผมก็ดังขึ้นเป็เมลที่ส่งวีดีโอมาให้ทันทีที่วีดีโอถูกกดเล่นจนเห็นภาพใครบางคนในวีดีโอพอมองดูชัดจึงได้รู้ว่าผู้หญิงชุดขาวนั่นคือคาร่าและสิ่งที่เธอทำมันทำให้ผมเล่นเอาช็อคจนพูดไม่ออก
“นี่เธอจะฆ่ากันจริงๆสินะ เธอทำแบบนั้นทำไมวะคาร่าเธอรู้บ้างป่าวว่าตอนนี้เธอไม่ต่างอะไรกับฆาตกรเลยด้วยซ้ำ”
“แล้วยังไงล่ะ!! ถ้ามันทำแล้วพี่คลื่นหันมาสนใจฉัน รักฉันฉันก็จะทำ”
“แต่ยิ่งเธอทำแบบนี้ก็มีแต่จะแย่ลงนะคาร่ามีแต่เธอจะติดคุกไม่ก็ปะาชีวิต”
“ฉันไม่สนเื่นั้นหรอกเพราะถ้าเธอตายก็ไม่มีใครมาแย่งพี่คลื่นไปจากฉันอีก”
“ใช่ ถ้าเราตายก็จะไม่มีใครแย่งพี่คลื่นแต่เธอก็จะได้พี่คลื่นที่เขาไม่รักเธอแบบที่เธอรักเขาไงเผลอๆเขาอาจจะเกลียดเธอด้วยซ้ำ”
“อย่ามาทำเป็รู้ดี!!!! เธอไม่ได้รู้จักพี่คลื่นจริงๆด้วยซ้ำ!”
“แล้วเธอล่ะ รู้จักเขาดีมากนักหรอ ถึงได้ตัดสินใจแทนเขาได้”
“แก!!!!!”
ปัง!
“ถ้างั้นมันก็ไม่ต้องมีใครได้ทั้งนั้น ถ้าฉันไม่ได้แกก็ต้องไม่ได้!!!!!”
ในที่สุดวีดีโอก็หยุดลงผมยกมือกุมขมับพลางนวดเส้นเืที่ตอนนี้มันเต้นตุบๆอยู่ด้านในไม่คิดเลยว่าคาร่าจะทำได้ถึงขนาดนี้ถ้าผมรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ผมคงไม่ปล่อยให้น้องกลับบ้านคนเดียวแน่ ๆ
“เดี๋ยวนะ แล้วเราไปเอาคลิปนี้มาจากไหนอ่ะ”คินหันไปถามเมลก่อนที่เธอจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ั้แ่วันนั้นที่คาเฟ่หนูก็คิดว่าเพื่อนหนูเริ่มไม่ปลอดภัยแน่ ๆ และยิ่ง่ฝึกงานหนูกับบิลต้องแยกกันแม้จะพี่คลื่นอยู่หนูก็ยังไม่ไว้ใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยติดกล้องเอาไว้ที่สร้อยของบิลปกติมันก็ไม่ใส่หรอก แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้มันถึงใส่แล้วดูก็เลยรู้เื่ถึงไปช่วยทัน”
“ว้าว”
“แล้วตอนนี้คาร่าอยู่ที่ไหนหรอ” ไอทิมถามขึ้นด้วยความสงสัย
“อยู่โรงบาลตำรวจค่ะพอดีตอนหนูปะทะกับเธอหนูโมโหมากไปหน่อยเธอเลยกระทืบเธอเต็มแรง”
“อ-อ่อ”
ไม่รู้ว่าจะอึ้งเื่กล้องหรือเื่ที่เธอกระทืบคาร่าก่อนดีแต่ผมเข้าใจที่เมลพูดนะก่อนหน้าที่ผมจะเข้าหาบิลทั้งสองคนอยู่ด้วยกันไปไหนกันมาตลอดซึ่งบิลก็เคยเล่าให้ผมฟังว่าเวลาบิลเจอเื่ลำบากใจหรือมีคนจ้องทำร้ายเมลก็จะเป็คนคอยมาช่วยทุกครั้งแต่ตอนนี้บิลมาอยู่กับผมและเธอต้องเริ่มถอยห่างทำให้ไม่สามารถมาดูแลเพื่อนได้เหมือนเดิมและต้องมาอยู่กับผมที่เป็คนที่น้องชอบและไม่รู้ว่าผมจะสามารถดูแลบิลได้มั้ยจึงไม่แปลกที่เธอจะเป็ห่วงเพื่อนเป็พิเศษ
หลังจากคุยกันเสร็จสรรพทุกคนต่างก็แยกย้ายทิมเป็คนไปส่งเมลแทนส่วนคินก็แยกตัวกลับไปก่อนเหลือแต่ผมที่ยังคงอยู่ต่อผมเดินไปหยุดที่หน้าห้องพักฟื้นมองอีกคนผ่านกระจกบานเล็กบิลยังคงหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงตามตัวเขามีทั้งสายน้ำเกลือ สายไฟระโยงระยางเต็มไปหมดมองแล้วก็เ็ปหัวใจเหมือนกันที่จะต้องเห็นน้องมาเจ็บกับเื่แบบนี้
“พี่สัญญาว่าจัดการเื่นี้ให้จบ แล้วตื่นมาเราไปเที่ยวกันเหมือนเดิมนะฝันดีครับ คนดีของพี่”