“อืม...อย่างที่คุณAE จงชานเคยพูดถึงเกี่ยวกับการผลิตโฆษณาคุณภาพสูงด้วยงบประมาณเท่านั้นนั่นแหละคือสิ่งที่เราคาดหวัง...”
“ผมว่าการโฆษณาแบบแปลกแหวกแนวที่ฉายทางอินเทอร์เน็ตและกลางแจ้งอย่างบนป้ายรถประจำทางน่าจะได้ผลตอบรับดีกว่า TVC[1] ผมไม่ได้บอกให้เรายอมแพ้กับ TVC นะแต่พวกคุณวางแผนที่จะฉายคลิปวิดีโอของคนในวงการบันเทิงชื่อดังตาม่เวลาไพรม์ไทม์ระดับSA[2] ถ้าทำแคมเปญการตลาดอื่นด้วยงบประมาณแค่นี้ มันคงเป็ไปไม่ได้หรอก”
หลังเสร็จโครงการหนึ่งก็ต้องนัดประชุมกับผู้โฆษณารายใหม่ต่อทันทีทำให้่นี้จงชานหลับๆตื่นๆอยู่ตลอด การผล็อยหลับเพราะโหมงานหนักไม่ใช่เื่แปลกแต่สิ่งที่ทำให้เขาเหนื่อยล้าเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณคือการพยายามโน้มน้าวใจผู้โฆษณาบ้าบอบางรายอยู่นานสองนานต่างหาก
เวลานี้จงชานกำลังโดนคลื่นความหงุดหงิดถาโถมเข้าใส่เพราะเขาต้องพูดปากเปียกปากแฉะแต่เื่เดิมๆมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ชายหนุ่มทุ่มเทแรงกายแรงใจอธิบายจุดยืนของตัวเองเพื่อให้ผู้โฆษณาที่ร่ำร้องอยากทำาแต่ไม่ยอมสนับสนุนลูกะุสักเม็ดเข้าใจประเด็นสำคัญเสียทีพอใช้ไม้แข็งบอกว่า “ถ้าไม่พร้อมรับความเสี่ยงขนาดนั้นก็อย่าทำงานร่วมกันเลย”สำนักงานใหญ่จึงตอบกลับมาว่าจะลองไกล่เกลี่ยดูอีกที
จงชานรู้จักนิสัยตัวเองดีแม้สนุกสนานกับการจินตนาการโน่นนี่นั่นและนำเื่ราวต่างๆมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันั้แ่เด็กแต่เขากลับถ่ายทอดออกมาไม่เก่งนักเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีพร์ด้านศิลปะ...ชายหนุ่มจึงเลือกสื่อสารมวลชนเป็วิชาเอกโดยคิดง่ายๆว่าอาชีพนักข่าว้าแค่ทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลเท่านั้นที่ไหนได้เขาดันตัดสินใจสมัครเข้าทำงานในบริษัทเอเจนซีโฆษณาเพราะหลงเสน่ห์ของโฆษณาที่ต้องเสนอสินค้าจับใจลูกค้าให้ได้ภายในสิบห้าวินาที
“ประชุมเสร็จแล้วหรือไงถึงรับสายเร็ว”
“อืม นายออกมาแล้วเหรอ”
“อดทนหน่อยเดี๋ยวงานก็เบาลงไม่เห็นก็รู้ว่านายตกอยู่ในสภาพเดิมอีกแล้ว เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงเอง”
“เนื่องในโอกาสอะไร”
“โบนัสออกน่ะสิ”
ต่อให้ AR Planning มีระบบการทำงานแบบอินเฮาส์[3]ที่สะดวกสบายมากแค่ไหนแต่เขายังต้องเหน็ดเหนื่อยกับงานเอเจนซีอยู่ดี หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก
แต่ถึงอย่างไรจงชานก็ชอบงานเอเจนซีมากกว่าเพราะตราบใดที่จัดการงานได้อย่างยอดเยี่ยม ค่าตัวก็ยิ่งทะยานสูงขึ้นไปรายได้ประจำปีเพิ่มพูนไม่มีวันขัดสน แถมเอเจนซียังรับผิดชอบงานทุกอย่างั้แ่ผลิตสื่อโฆษณาและวางกลยุทธ์การตลาด เรียกว่าได้ทำงานที่หลากหลาย เหนือสิ่งอื่นใดแล้วเสน่ห์ของงานเอเจนซีที่จงชานยกให้เป็อันดับหนึ่งคือการที่เขาสามารถทำงานพร้อมกับทะเลาะตบตีกับหัวหน้าได้ในเวลาเดียวกันชายหนุ่มรู้ดีว่าตัวเองอดทนกับวัฒนธรรมองค์กรแบบปกติที่ต้องปอกเปลือกไล่จากบนลงล่างไม่ไหว
“ว่าแต่นายออกมากินข้าวแบบนี้ได้เหรอไหนบอกว่าต้องส่งรายงานวันมะรืนไง ยุ่งจนแทบไม่มีเวลากินมื้อเที่ยงอยู่แล้วนี่”
“อ๋อ! ฉันโยนไปให้พนักงานฝึกหัดแล้ว”
“โอ๊ะ!ทีมนายมีพนักงานฝึกหัดด้วยเหรอ”
“ไม่ ไม่ใช่ทีมฉันของทีมวางแผนหนึ่งต่างหาก”
ถึงเวลาที่พวกพนักงานออกไปกินข้าวกลางวันกันพอดีจงชานเลยเปลี่ยนใจหมุนตัวเดินขึ้นบันไดแทน เพราะไม่ชอบลิฟต์แออัดทว่าทันทีที่ได้ยินบทสนทนาดังกล่าวฝีเท้าของเขากลับชะงักไปครู่หนึ่ง
ทีมวางแผนหนึ่งงั้นเหรอ
“อะไรเนี่ยทำไมต้องโยนรายงานให้พนักงานฝึกหัดทำด้วย! แถมยังอยู่ทีมวางแผนหนึ่งอีก!ถ้าหัวหน้าส่วนรู้เข้าจะทำยังไง”
“มันเป็งานที่แค่หาแบบฟอร์มแล้วกรอกข้อมูลลงไปเองค่อนข้าง...เอาเถอะ สุดท้ายฉันต้องตรวจทานอีกรอบอยู่ดีแต่หมอนั่นทำงานดีเกินคาดเลย”
“เฮ้!เราจะเจอกันที่ไหนดี!!”
เมื่ออยู่ดีๆก็โดนปลายสายเงียบใส่ยูซองจึงะโแว้ดออกมาราวกับหงุดหงิด ทำเอาจงชานสะดุ้งเพราะกลัวสองคนนั้นจะได้ยินเขาจึงปิดเครื่องแล้วหันไปสนใจบทสนทนาที่แอบได้ยินแทน
“พนักงานฝึกหัดนั่น...”
“อื้ม ดูมีอายุแล้ว แต่ขยันและใจดีโคตรเวลานี้ไม่มีใครอยู่ในทีมวางแผนหนึ่งหรอก ถ้านายมีงานอะไรน่ารำคาญลองโยนให้หมอนั่นทำแทนสิ ฉันเองก็ได้ยินพวกเพื่อนๆบอกต่อมาอีกทีเหมือนกัน”
ใจดีงั้นเหรอ
ช่างเป็คำชมที่ไร้ประโยชน์สิ้นดีพนักงานบริษัทผู้ใจดีที่ยอมก้มหน้าก้มตาทำเื่น่ารำคาญทุกอย่างโดยไม่ทักท้วงถ้าพ่วงคำชมว่า “ฉลาด” และ “ขยัน” ไปด้วยละก็นี่มันเข้าเงื่อนไขของการเป็คนบื้อหัวอ่อนแบบครบเครื่องเลย
ว่าแต่ไอ้หมอนั่นมันเป็ใครในทีมวิจัยการตลาดนะ
รอจนกระทั่งผู้ชายสองคนที่กำลังหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีเดินจากไปก่อนจงชานจึงค่อยหมุนปลายเท้าเดินกลับลงไปชั้นหนึ่ง
“อวดดีมาจากไหนกัน”
ถ้าไม่แอบได้ยินก็คงไม่รู้ชอบหรือไม่ชอบขี้หน้าก็ช่างปะไร เอาไว้ก่อนแต่เขาปล่อยให้ลูกน้องที่เพิ่งเข้ามาใหม่โดนแกล้งไม่ได้หรอก
********************
[1] ย่อมาจาก TelevisionCommercial Advertising หมายถึงการโฆษณาทางโทรทัศน์เชิงพาณิชย์
[2] ่เวลาไพรม์ไทม์ระดับ SA ของเกาหลีใต้ หมายถึง ่เวลาที่มีผู้ชมสูงสุดถ้าเป็วันปกติคือ ั้แ่สองทุ่มถึงเที่ยงคืนแต่ถ้าเป็วันหยุดจะเป็่แปดโมงเช้าถึงห้าทุ่มครึ่ง
[3] อินเฮาส์ (In-house) คือ ระบบการบริหารงานที่ให้บริษัทดูแลควบคุมและดำเนินธุรกิจเองโดยไม่มีการว่าจ้างองค์กรหรือเอเจนซีอื่น เช่น Cheil Worldwide ของ Samsung หรือ Innocean ของ Hyundai