พลอยแท้ยังคงนั่งเงียบอยู่หน้ากระท่อมมาั้แ่เมื่อคืน สายตาคอยแต่จะเมียงมองไปที่หน้าประตูรั้วเพื่อหวังให้จักรธรโผล่หน้ามาเสียทีหลังจากหายเงียบไปหนึ่งคืนและหนึ่งวันเต็ม ๆ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
เธอมองไปที่ประตูรั้วด้วยแววตาที่อ้างว้างและไร้ที่พึ่งเหลือจะกล่าว
ส่วนคำพานั้นกำลังเข้าไปเก็บผักในสวนท้ายบ้านเพื่อนำมาทำกับข้าวมื้อเย็น วันนี้คำพาไม่ได้ไปขายผักที่ตลาดเพราะเป็ห่วงพลอยแท้และของขวัญ เธอถอนหายใจเป็รอบที่เท่าไรแล้วไม่รู้เมื่อนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จากเด็กที่มีนิสัยไม่ค่อยพูดคุยและค่อนข้างเอื่อยเฉื่อยทั้งคู่กลับกลายเป็คนเืร้อนเสียได้ เธอได้แต่เฝ้าภาวนาให้เื่ทุกอย่างคลี่คลายไปโดยไว
แล้วคำภาวนาของเธอก็ได้ผลใน่เย็นของวันเดียวกัน
่ห้าโมงเย็น จักรธรได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับเข้ามาในบ้าน และทันทีที่เห็นหน้าเขา พลอยแท้ถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย
“ฉันนึกว่านายจะหนีฉันไปแล้ว ฉันนึกว่านายจะทิ้งฉันไปแล้ว” พลอยแท้ต่อว่าสะอึกสะอื้น
จักรธรกระบอกตาร้อนผ่าว เขาเดินเข้ามาโอบบ่าและขอโทษเธออย่างสำนึกผิด “ฉันขอโทษนะพลอย ฉันผิดเอง ฉันใจร้อนเกินไปจริง ๆ”
“นายรู้ไหม ฉันเกือบจะวางเด็กนี่ทิ้งไว้และไปะโน้ำตายแล้ว ฉันรับผิดชอบชีวิตแบบนี้คนเดียวไม่ได้ ฉันยังเด็ก ฉันทำคนเดียวไม่ได้” พลอยแท้ปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง
จักรธรตาแดงก่ำ “ฉันสัญญา ต่อไปฉันจะใจเย็น ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอและเด็กคนนี้ตลอดไป เราทั้งคู่มาช่วยกันดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดเถอะ ฉันจะไม่ยอมให้คนกลัวเจ็บและกลัวตายแบบเธอคิดไปะโน้ำตายอีกเด็ดขาด เธอเชื่อฉันนะ”
พลอยแท้พยักหน้าเร็ว ๆ อยู่หลายทีกลางอ้อมอกของจักรธร
ในคืนนั้น พลอยแท้และของขวัญหลับไปแล้ว ส่วนจักรธรยังคงนั่งตัวตรงและมองนิ่งไปยังผู้หญิงทั้งสองคนในชีวิตของเขาด้วยแววตาที่มุ่งมั่น ผู้หญิงทั้งสองคนที่เป็ครอบครัวของเขาในชีวิตนี้
ในเมื่อคำว่าครอบครัวได้ตกลงมาอยู่ในมือแล้ว เขาก็จะลองสู้สักตั้ง สู้เพื่อประคองครอบครัวนี้ให้อยู่กลางอุ้งมือได้โดยไม่บุบสลาย
ต่อแต่นี้ เขาจะขอทำตัวให้สมกับเป็หัวหน้าครอบครัวที่อยู่ในวัยยี่สิบปี วัยที่มีสัมปชัญญะสมบูรณ์พร้อม มีความเป็ผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว สามารถนำพาสมาชิกทุกคนในบ้านให้เดินไปตามถนนที่ราบเรียบได้ตลอดเส้นทางของชีวิต
จักรธรได้แต่หวังว่าเทวดาจะเมตตาต่อความตั้งใจจริงของตนในครั้งนี้
“พลอย ออกไปด้วยกันหน่อย พาของขวัญไปด้วย” จักรธรเดินมาเรียกหญิงสาวที่ห้อง ในมือเขาตอนนี้ถือธูปและไม้ขีดไฟไว้ด้วย
“ไปไหน?”
“เดี๋ยวรู้เอง แป๊บเดียวเท่านั้น”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเขา พลอยแท้จึงไม่กล้าถามอะไรอีก เธออุ้มของขวัญซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปอย่างว่าง่าย กระทั่งห้านาทีให้หลังก็ถึงที่หมาย
“เรามาที่นี่อีกทำไม” หญิงสาวกวาดตามองไปรอบบริเวณที่เธอและเขาย้ายมาอยู่ในยุคนี้เป็ครั้งแรก
“มาไหว้จักรธรและพลอยแท้ตัวจริง อยากมาขอโทษพวกเขาทั้งคู่”
เมื่อได้ฟัง เธอจึงรีบอุ้มของขวัญเดินลงไปบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุคราวก่อนและทรุดลงนั่งคุกเข่าด้านข้างของจักรธรพลางรับธูปที่จุดแล้วมาประนมมือไหว้เงียบ ๆ
“พวกเราตั้งใจมาเพื่อกราบขอโทษพวกคุณสองผัวเมียนะครับ ขอโทษที่แย่งร่างของพวกคุณมาแบบนี้ แล้วยังดูแลลูกของพวกคุณได้ไม่ดีอีก ผมขอสัญญาว่านับจากนี้จะดูแลลูกสาวของพวกคุณให้ดีที่สุด จะรักแกเหมือนลูกของผมเอง ขอให้พวกคุณสู่สุคติ ไม่ต้องกังวลเื่ทางนี้อีก ผมจะดูแลแกให้มีความสุขมากที่สุดในชีวิต”
ดวงตาของพลอยแท้ได้มีน้ำตาเอ่อคลอออกมา เธอประนมมือไหว้อย่างตั้งใจ “ฉันก็อยากขอโทษพวกคุณทั้งคู่ด้วยเช่นกันที่่ก่อนทำเื่ล่วงเกินพวกคุณไปหลายอย่างโดยไม่สำนึกสักนิดว่าพวกคุณช่วยให้พวกเราได้มีชีวิตอีกครั้ง ถึงฉันจะไม่เคยเป็แม่มาก่อน แล้วก็ยังไม่รู้ว่าแม่ที่ดีนั้นควรทำยังไง แต่ฉันก็ขอสัญญาตรงนี้ว่าจะดูแลแกให้มีความสุขสมบูรณ์ที่สุด จะไม่ให้แกรู้สึกขาดอะไรเลยในชีวิตนี้”
ไม่รู้ว่าคิดกันไปเองหรือเปล่า ที่ตอนนี้ได้มีสายลมโชยพัดมาต้องผิวของสองหนุ่มสาวจนรู้สึกเย็นสบายไปทั่วร่าง ทั้ง ๆ ที่กำลังนั่งอยู่กลางแสงอาทิตย์เจิดจ้าใน่สายของวัน ทั้งสองเหลียวมาสบตากันด้วยสีหน้าประหลาดก่อนส่งยิ้มให้กันน้อย ๆ
จักรธรใช้มือััศีรษะนุ่มของของขวัญอย่างแ่เบา “กลับกันเถอะ แดดร้อนมากแล้วเดี๋ยวของขวัญจะไม่สบาย”
“อื้อ” พลอยแท้ตอบรับก่อนพากันเดินจากสถานที่แห่งนี้ไปด้วยจิตใจที่เบาสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิม