เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 1 ที่นี่มันคือ โลกแฟนตาซี? (Rewrite)

    การใช้ชีวิตมันคงเป็นเรื่องยากถ้าหากเราไม่มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไปในโลกแห่งเทคโนโลยีแห่งนี้ เงินเท่านั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะมันทำได้ทุกอย่าง มันคือพระเจ้าแห่งโลกใบนี้ที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธมันแน่นอน คุณธรรมในโลกใบนี้ยิ่งลดน้อยลงไปทุกวี่ทุกวัน โลกแห่งสันติสุขชั่งเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างที่ว่าเอาไว้
    แต่ก็ไม่อาจปกปิดการนองเลือดของผู้คนในอดีตได้หมดทุกที่บนโลกนี้ล้วนแล้วแต่ลืมเลือนประวัติศาสตร์อันน่าเศร้าสลดเหล่านั้น พวกเขาเขียนบิดเบือนความจริงขึ้นมาเพื่อปัดพวกมันทั้งหมดลงหลุมไปแล้วกลบฝังมันไปตลอดกาล
    แทนที่พวกเขาจะจดจำมันเอาไว้เป็นบทเรียนราคาแพงที่เรียนรู้ได้จากประวัติศาสตร์อันน่าเศร้าสดพวกนั้น ทุกคนก็ยังคงเดินตามรอยของประวัติศาสตร์เก่าก่อนเช่นเดิมชั่งนำความบาดหมางมาสู่กันและกัน สุดท้ายก็วนกลับไปที่เดิมแบบนั้นต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด
    ผมมีชื่อว่า โรเบิร์ต ซัมเมอร์ เป็นคนที่มีชีวิตที่ดีอยู่ดีกินดี ฐานะก็ดี หน้าตาก็ดี ไหนจะเสน่ห์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดมามันได้ดึงดูดหญิงสาวที่สวยทั้งกายและใจให้มาแต่งงานกับผมกว่าหกคน พวกเธอทั้งหกคนที่ต่างชาติต่างภาษาได้มาเป็นภรรยาของผม แบบที่ผมเองก็ยังตกใจเช่นเดียวกัน แต่ที่ผมโชคดีมากก็คือพวกเธอทั้งหกไม่เคยทะเลาะกันเลยพวกเธอกลายเป็นพี่น้องที่รักใคร่กันดีจนผมเองก็ยังถามตนเองว่าตัวของผมเองจะโชคดีไปไหน
    ในแต่ละวันชีวิตดำเนินไปอย่างมีความสุข แต่ผมเองก็มีความคิดอ่านเป็นของตนเองผมจึงตัดสินใจแยกตัวออกมาจากตระกูลของตนเองตอนอายุยี่สิบหกปีสร้างบริษัทขึ้นมาด้วยเงินของตนเองผ่านไปไม่นานอาจไม่ถึงปีด้วยซ้ำไป ผมก็ประสบความสำเร็จกับมันจนแยกสาขาออกไปในแต่ละประเทศทั่วโลกกว่าห้าสิบแห่ง
    บริษัทของผมนั้นได้กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกจนทรัพย์สินของผมพุ่งแซงหน้าตระกูลของตนเองที่อยู่อันดับสิบห้าของโลกกลายเป็นผมที่อยู่อันดับเจ็ดของโลกในเวลาเพียงแค่สามปีกว่าๆ ความสำเร็จของผมนั้นกลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับการเขียนออกมาเล่าขานกันไปทั่วทั่งโลกด้วยการประสบความสำเร็จที่ไม่มีใครสามารถกระทำได้และยังเป็นการสร้างมาด้วยการไม่ได้พึ่งพาตระกูลของตนเองที่ร่ำรวยอยู่แล้ว
    ผมใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความสุขไปกับงานและภรรยาทั้งหกคนของผม ไม่นานนักภรรยาทั้งหกให้กำเนิดลูกของผมมาคนละสองคนรวมแล้วก็สิบสองคนแยกเป็นชายเจ็ดคนหญิงห้าคนมันนับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผมที่ได้มีทายาทเป็นของตนเอง
    ด้วยความสุขที่ผมมีผมได้บริจาคทรัพย์สินมากมายมากกว่าสามในสิบส่วนที่เป็นเงินเก็บต่างหากไม่เกี่ยวข้องกับเงินของบริษัทมอบไปให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือทั่วทั้งโลกจนกลายเป็นที่กล่าวขานไปอีกครั้งและมันก็สร้างแรงสั่นสะเทือนที่ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษต่อคนทุกคนจนตัวผมเองได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้ใจบุญไปแบบไม่ตั้งใจ
    การสอนลูกของผมทั้งหมดก็ไม่มีอะไรมากผมได้กล่าวกับพวกเขาไปไม่กี่คำ “จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุดเดินตามทางที่ตนเองอยากไป อยากจะทำอะไรก็ทำ สิ่งที่ตนเองทำก็จงตัดสินใจด้วยตนเองถ้าเห็นว่าดีก็จงทำถ้าเห็นว่าไม่ดีก็ควรหลีกเลี่ยงหรือตัดมันทิ้งไป แต่สิ่งที่พึ่งระลึกไว้เสมอจงมีคุณธรรมในหัวใจของตนเองอย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น”
    แต่ที่สร้างความประหลาดใจให้กับผมนั้นก็คือพวกเขาทั้งหมดทำตามคำสอนของผมทุกอย่าง มันทำให้คนที่เป็นพ่อคนแบบผมรู้สึกมีความสุขที่สุดพวกเขาแต่ละคนประสบความสำเร็จในเส้นทางที่ตนเองได้เลือกมา ด้วยความพยายาม ด้วยความมุ่งมั่นของตนเอง ส่วนเรื่องคู่ครองนั้นผมไม่แม้แต่จะไปยุ่งด้วย การเลือกคู่ครองของลูกปล่อยให้เขาเลือกตามที่เขาเห็นว่าดีเพราะคนที่จะอยู่กับเขาไปชั่วชีวิตก็คือคู่ชีวิตของเขาเท่านั้น
    เวลาล่วงเลยผ่านไปราวสามสิบปีผมก็อายุได้หกสิบกว่าปีแล้วผมได้ยกบริษัทแบ่งตามความสามารถของลูกของผมแต่ละคนแยกตัวออกไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านพักตากอากาศแห่งหนึ่งที่ผมได้ซื้อไว้เมื่อนานมาแล้วกับภรรยาทั้งหกคนของผม มันไม่ใช่บ้านหลังใหญ่โตแต่เป็นบ้านหลังธรรมดาสำหรับเจ็ดคนอยู่ได้อย่างสบาย
    ในแต่ละปีลูกของผมเองก็จะมาเยี่ยมเยือนบางคนก็ถึงกับพาหลานมาด้วย ยิ่งผมแก่ตัวลงเรื่อยๆการได้เห็นหลานของผมเองก็ทำให้ได้รับรู้ถึงการที่ตนเองได้เดินมาจนถึงจุดนี้แล้วจุดที่เป็นจุดสูงสุดของชีวิตนั่นก็คือชีวิตบั้นปลายของตนเอง วันเวลาก็ชั่งผ่านไปเร็วจนผมเองก็ใจหายไปด้วยทุกสิ่งรอบตัวมันเปลี่ยนไปจนผมเองก็แทบปรับตัวไม่ทันวันเวลาก็ล่วงเลยอีกครั้งจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของชีวิต
    ที่น่าแปลกประหลาดมากนั่นก็คือผมและภรรยาทั้งหมดรวมเป็นเจ็ดคนนั้นได้เสียชีวิตด้วยโรคชราไปพร้อมกันทุกคนในท่านอนที่สบายที่สุดบนเตียงเดียวกัน อายุของผมและภรรยานั้นอยู่ที่ หนึ่งร้อยปีเท่ากัน แสงสุดท้ายแห่งชีวิตได้ดับลงไปเหล่าญาติมิตรมากมายทั้งหลายมากันจนล้นงานพิธีมันไม่อาจรองรับได้อีกต่อไปจนต้องขยายพื้นที่เป็นห้าสิบไร่ถึงจะเพียงพอ
    งานพิธีนั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอย่างช่วยไม่ได้โดยเฉพาะสายเลือดโดยตรงของผมเองพวกเขาร่ำไห้ไม่ยอมหยุดแต่ด้วยคำสอนในอดีตที่เป็นสิ่งที่ตราตรึงใจพวกเขาทั้งหมดก็ไม่อาจโศกเศร้าต่อไป เพราะทุกชีวิตต้องเดินไปตามเวลาปัจจุบันที่พึงมีไม่อาจยึดติดกับอดีตได้
    “คำสอนของพ่อที่พวกลูกต้องจงจำเอาไว้ถ้าหากวันหนึ่งต้องลาจากกับใครสักคนจะเป็นชั่วคราวหรือตลอดไปก็อย่าได้โศกเศร้าเลยแต่พึงระลึกเขาไว้ในใจเสมอและก้าวเดินไปข้างหน้า”
    ……….
    ตัวผมนั้นได้ล่องลอยไปในที่แห่งไหนนั้นก็ไม่ทราบเพราะมันมืดมิดไปหมดแต่ผมก็พอจะคาดเดาได้ว่าตอนนี้ในที่ที่ผมได้ลอยอยู่นั้นที่นี่คงเป็นโลกวิญญาณที่เหล่าผู้วายชนม์ได้มายังจุดนัดหมายสุดท้าย บางทีผมอาจได้เจอกับเหล่าภรรยาของผมอีกครั้งก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะเป็นอะไรที่ดีมากเลยทีเดียวการได้เห็นพวกเธออยู่ข้างกายผม แค่นั้นผมก็รู้สึกว่าจิตใจและร่างกายมันแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีใครเทียบเคียงได้อีกแล้ว การล่องลอยไปแบบนี้ผมเองก็ไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดทีี่แท้จริงจะอยู่ที่ไหนแต่ในใจของผมลึกๆแล้วก็คาดหวังให้มันเป็นดินแดนที่สงบสุขไร้เรื่องน่าปวดหัวมากมายได้จะยิ่งดีมาก
    โอ๊ะ! นั่นแสงสว่าง มันเป็นแสงที่มีลักษณะเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ผมเองไม่ทราบว่าอีกฟากฝั่งนั่นมีอะไรรออยู่เพราะแสงมันเจิดจ้าเกินไป จุดหมายที่คิดเอาไว้คือโลกวิญญาณก็สลายหายไปในความคิดทันทีเมื่อข้ามผ่านแสงอันเจิดจ้านั่นมาได้
    เพราะภาพที่ปรากฏตรงหน้ามันคือทุ่งกว้างขนาดใหญ่สุดสายตาที่มองไปเกือบจะลับเส้นขอบฟ้าไปมันคือเมืองขนาดใหญ่เมืองหนึ่ง ผมได้ลองหยิกหน้าตนเองหนึ่งครั้งแต่ก็คิดว่ามันไม่พอจึงลองหยิกเพิ่มอีกสองครั้งทำให้ผมเข้าใจได้ในทันทีภาพตรงหน้าที่เห็นไม่มีทางเป็นไปได้มากกว่าโลกอื่นที่ไม่ใช่โลกวิญญาณที่ผมคิดเอาไว้
    อากาศที่บริสุทธิ์แบบนี้กี่ปีแล้วที่ผมไม่ได้สัมผัสกับมันเป็นเพราะโลกเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สร้างอุปกรณ์มากมายขึ้นมาอีกทั้งยังตัดต้นไม้กันจนแทบจะไม่เหลือทำให้อากาศปราศจากความบริสุทธิ์สดชื่น แต่ที่นี่นั้นแตกต่างออกไปเพราะอากาศมันบริสุทธิ์เกินกว่าจะบรรยายออกมาได้
    ผมลองขยับร่างกายของผมก็พบว่าร่างกายของผมตอนนี้มันแข็งแรงมากถึงจะไม่เท่าตอนที่เป็นวัยรุ่นก็ตามแต่ก็เทียบได้กับตอนที่ผมอายุได้สามสิบกว่าๆโดยเฉพาะร่างกายที่เยาว์วัยของผมที่ถ้าคาดคิดไม่ผิดก็คงสักอายุประมาณยี่สิบสองยี่สิบสามปียิ่งเป็นตัวบ่งบอกได้อย่างชัดเจน ในระหว่างที่ผมกำลังตื่นเต้นกับการได้ขยับร่างกายอย่างมีความสุขนั้นทันใดนั้นเองก็มีหน้าต่างบางอย่างปรากฏขึ้นมา
    โรเบิร์ต ซัมเมอร์เลเวล 1เผ่า แวมไพร์ ขั้น 1อาชีพ ผู้สืบทอดแวมไพร์ฉายา จุติใหม่ต่างโลก , สิ่งผิดปกติพลังชีวิต 99/99พลังเวทย์ 120/120กำลัง 10ว่องไว 99ปัญญา 120ทักษะ อัพเกรด เลเวล 1รังสรรค์ เลเวล 1เรียนรู้อย่างรวดเร็ว เลเวล 1กลืนโลหิต เลเวล 1
    “นี่มัน! แถบสถานะคล้ายพวกเกมที่ผมเคยเล่นเลย เดี๋ยวนะหรือว่าผมจะดีใจจนตาลายจนคิดไปเองแบบนี้”
    ผมลองใช้มือสัมผัสกับมันแต่ก็พบว่ามันทะลุไปอีกฝั่งได้ ในตอนนั้นเองหัวใจของผมก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆมันคือความตื่นเต้นที่ไม่เคยมีมาก่อนของผมเอง ผมจึงทดลองพยายามหาวิธีเรียกเก็บมัน
    “แล้วมันทำยังไงหรือว่าต้องพูดออกมาถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ดูพิลึกเกินไปถ้าอยู่ในที่คนเยอะๆ จริงสิมันต้องได้ผล ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆแล้วละก็ ผมก็จะใช้ชีวิตอย่างสบายใจแน่นอน”
    ปิดแถบสถานะ!
    มันได้ผล ผมเก็บมันลงไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะเรียกออกมาอีกครั้งก็แค่...
    แถบสถานะ!
    “ฮ่า ฮ่า ได้ผลจริงๆด้วย สงสัยพระเจ้าคงอำนวยพรมาให้ผมได้ท่องโลกกว้างอีกครั้งอย่างแน่นอน”
    ถ้าหากในครั้งนี้เป็นพระเจ้าจริงๆที่อวยพรให้ผมก็ขอขอบคุณเพราะมันเป็นสิ่งที่ผมเฝ้าจิตนาการมาโดยตลอดว่าสักวันต้องมาโลกแฟนตาซีให้ได้สักครั้ง..........
    การผจญภัยครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า . . .