แวมไพร์หนุ่มเกิดใหม่พุ่งทะยานผ่านประตูหน้าของคฤหาสน์ออกมาด้วยความหวังว่าจะได้อิสรภาพแต่เมื่อร่างของมันก้าวพ้นเขตแนวรั้วประตู แรงกระชากที่มองไม่เห็นก็ดึงรั้งร่างของมันไว้จนล้มคะมำ มันพยายามฝืนลุกขึ้นและพุ่งตัวออกไปอีกครั้งใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีฝ่าอากาศธาตุเบื้องหน้า แต่ไม่ว่าจะออกแรงมากเพียงใดร่างกายของมันก็ถูกตรึงไว้กับที่ราวกับมีโซ่ตรวนล่องหนผูกติดมันไว้กับอาณาเขตของคฤหาสน์
แวมไพร์หนุ่มแผดเสียงออกมาด้วยความคับแค้นเสียงคำรามโหยหวนและเสียงทุบพื้นดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความมืดมิดนั้น เงาของชายคนหนึ่งก็ปรากฎขึ้นโรดิโก้ เดินออกมาจากตัวคฤหาสน์อย่างใจเย็นฝีเท้ามั่นคงหยุดลงตรงหน้าแวมไพร์หนุ่มที่กำลังดิ้นรนอย่างน่าเวทนาเขาเหลือบมองแวมไพร์รุ่นน้องด้วยแววตาเรียบเฉยเ็า และเต็มไปด้วยอำนาจเหนือกว่าก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงก้องกังวานท่ามกลางความเงียบ
“คิดจะหนีไปที่ไหนเหรอ...เด็กน้อย"
แวมไพร์หนุ่มหันกลับมามองผู้ให้ความตายด้วยแววตาสีแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง
“นิแกทำอะไรฉัน....ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้”
โรดิโก้ยิ้มที่มุมปากก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเช่นเดิม
"แกนิไม่ฉลาดเลยนะไม่เข้าใจกฎพื้นฐานของเผ่าพันธุ์เรา... แวมไพร์เกิดใหม่อย่างพวกแก ไม่สามารถออกห่างจาก'ผู้ให้กำเนิด' ของตัวเองได้ตามอำเภอใจหรอกนะ"
แวมไพร์หนุ่มชะงักงันดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เข้าใจ ร่างกายยังคงสั่นไหวจากความกระหาย
"ผู้ให้กำเนิด...หมายความว่ายังไง?"
โรดิโก้ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกแววตาดุดันจ้องไปยังร่างที่สั่นไหวของมัน
"เมื่อแกโดนใครกัด ิญญาและร่างกายของแกจะถูกผูกติดไว้กับคนนั้นแกไม่มีวันไปไหนได้ ตราบใดที่ผู้ให้กำเนิดยังไม่ปลดปล่อยแกไง"
โรดิโก้มองสภาพอันน่าสมเพชของแวมไพร์หนุ่มที่กำลังสิ้นหวังก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ดับทุกประกายความหวังของมันลงราบคาบ
"และจำไว้ให้ขึ้นใจ...หากโดนแวมไพร์ตนใดกัดจนกลายพันธุ์ แกจะต้องตกเป็ทาสและข้ารับใช้ของแวมไพร์ตนนั้นไปชั่วนิรันดร์"
คำว่า"ชั่วนิรันดร์" ที่สะท้อนก้องอยู่ในความมืด ราวกับทำกุญแจดอกสุดท้ายที่ปลดล็อกความหวังให้หายไป ความจริงที่ว่ามันจะต้องตกเป็ทาสรับใช้ไปตลอดกาลอย่างไร้อิสรภาพจุดประกายความโกรธแค้นในใจจนทะลักออกมา มันพุ่งเข้าใส่โรดิโก้ด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่้าฉีกกระชากผู้ที่กักขังมันไว้เป็ชิ้นๆ
แต่...กฎเหล็กแห่งสายเืและพันธะอันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างแวมไพร์กลับขัดขวางมันไว้ได้อย่างเด็ดขาดทันทีที่พุ่งเข้าประชิดตัวโรดิโก้แรงสะท้อนอันมองไม่เห็นก็ผลักกระแทกมันจนกระเด็นออกไปร่างของมันไม่สามารถแม้แต่จะขีดข่วนหรือทำอันตราย "ผู้ให้กำเนิด" ได้เลยแม้แต่น้อยความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นและอำนาจเหนือสายเืทำให้มันตระหนักถึงความจริงอันน่าสมเพชมันไม่อาจหลุดพ้น และไม่อาจทำลายผู้สร้างมันขึ้นมาได้
ความเ็ปจากการถูกพันธนาการความกระหายที่แผดเผาร่างกายและความจริงที่ว่าชีวิตนี้ไม่มีทางได้อิสรภาพคืนมาอีกแล้วผลักดันให้แวมไพร์หนุ่มทนรับความทรมานต่อไปไม่ไหวอีกต่อไป ในเมื่อหนีไปไม่ได้และต้องตกเป็ทาสไปชั่วนิรันดร์ การมีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไม่ต่างอะไรกับตกอยู่ในขุมนรกมันจึงตัดสินใจหันหลังกลับ แล้วพุ่งทะยานะโเข้าใส่ "กรงเงิน"อันแหลมคมที่ติดตั้งเรียงรายอยู่บนกำแพงรอบรั้วคฤหาสน์ด้วยแรงทั้งหมดที่มี
ทันทีที่เนื้อหนังััเข้ากับโลหะเงินเสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังสนั่นไปทั่วบริเวณผิวเนื้อและโครงสร้างร่างของแวมไพร์หนุ่มถูกเงินบริสุทธิ์แผดเผาจนสลายกลายเป็เถ้าธุลีสีดำอย่างรวดเร็วก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสงบลงเหลือเพียงสายลมยามวิกาล กับโรดิโก้ที่ยืนนิ่งเบิกตากว้างด้วยความใ
ร่างของแวมไพร์หนุ่มที่สลายกลายเป็เถ้าธุลีบนกรงเหล็กเงินทิ้งไว้เพียงความเงียบงันทำให้โรดิโก้ร้อนรนจนอยู่นิ่งไม่ได้ เพราะการตายของแวมไพร์ตนนี้ กำลังจุดชนวนปัญหาใหญ่หลวงที่ยากจะควบคุม
แม้ว่าการตายของแวมไพร์หรือสัตว์ประหลาดนอกรีตจะไม่ใช่เื่ที่กฎหมายมนุษย์หรือเ้าหน้าที่รัฐบาลจะให้ความสนใจแต่การที่ "มนุษย์หายตัวไปอย่างลึกลับ" ย่อมเป็เื่ผิดปกติที่ตำรวจและสื่อท้องถิ่นต้องออกตามหา
แผนการเดิมทีโรดิโก้วางไว้คือการกักขังและฝึกฝนเหล่าแวมไพร์เกิดใหม่เหล่านี้ให้อยู่หมัดรอจนกว่าพวกมันจะแข็งแกร่งพอที่จะควบคุมสัญชาตญาณความกระหายได้จากนั้นเขาจะปล่อยตัวพวกมันให้กลับคืนสู่สังคมภายนอกปะปนใช้ชีวิตกลมกลืนไปกับมนุษย์ตามปกติ โดยปิดบังความจริงเอาไว้ว่าคนพวกนั้นได้ถูกเปลี่ยนสภาพกลายเป็แวมไพร์ไปแล้วเพื่อรอเวลาขยายอำนาจเผ่าพันธุ์อย่างแเี
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ความคลุ้มคลั่งและการตายหายตัวไปของเหยื่อแวมไพร์ที่เกิดใหม่ความสมดุลที่เคยสร้างไว้ก็เริ่มสั่นคลอนการสืบสวนและการตั้งคำถามจากโลกภายนอกกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้คฤหาสน์หลังนี้ทุกทีหากความลับเื่การลักพาตัวมนุษย์มาสังเวยและทดลองเล็ดลอดออกไปต่อให้มีเ้าหน้าที่รัฐบาลคอยรับสินบนหนุนหลังอยู่มากแค่ไหนก็ไม่อาจปิดข่าวใหญ่ที่สั่นคลอนความสงบสุขของเมืองนี้ได้อีกต่อไป
ด้วยความร้อนใจโรดิโก้จึงเรียกประชุมภาคีขึ้นอีกครั้ง ในอีกสองวันถัดมา ความเงียบงันและบรรยากาศอันอึมครึมปกคลุมห้องประชุมส่วนตัวภายในคฤหาสน์เหล่าแกนนำระดับสูงของภาคีแวมไพร์ถูกเรียกตัวมารวมกันอย่างเร่งด่วน แต่ในรายชื่อของผู้เข้าร่วมประชุมกลับไร้เงาของ"ลาเบล" แวมไพร์สาวผู้ทรงอิทธิพลอย่างสิ้นเชิง
การถูกกีดกันออกจากการประชุมวงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ...โรดิโก้รู้ดีว่าลาเบลคือหนึ่งในเสียงคัดค้านที่แข็งกร้าวที่สุดเธอคอยต่อต้านแผนการขยายพันธุ์แวมไพร์เกิดใหม่อย่างหัวชนฝาและมักจะหยิบยกประเด็นเื่ความปลอดภัยรวมถึงความเสี่ยงหากแผนการรั่วไหลจนทำให้กฎของภาคีถูกละเมิดาและการล่าล้างเผ่าพันธุ์จากพวกฮันเตอร์จะย้อนกลับมาหาพวกมันอีกครั้ง
ความหวาดระแวงว่าลาเบลจะใช้เหตุการณ์ความผิดพลาดในครั้งนี้มาเป็ข้ออ้างในการขัดขวางหรือโค่นล้มอำนาจของเขาทำให้โรดิโก้ตัดสินใจเลือกใช้วิธี "ปิดบังและตัดตอน"
เขานัดประชุมกันอย่างลับเฉพาะกับกลุ่มแวมไพร์สายเหยี่ยวที่เห็นด้วยกับนโยบายการขยายกองกำลังเท่านั้นเพื่อร่วมกันหาทางกลบเกลื่อนร่องรอยการหายตัวไปของมนุษย์และหามาตรการจัดการกับปัญหาแวมไพร์เกิดใหม่ที่ยังคุมสติไม่ได้ เอเลน่า นอยเออร์เจสัน แกนนำฝั่งโรดิโก้ นั่งประจำที่ด้วยความกังวล เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้า โรดิโก้ก็เปิดประเด็นขึ้นโดยไม่รีรอ
"พวกคุณคงรู้ข่าวเื่แวมไพร์เกิดใหม่ที่คลุ้มคลั่งเมื่อคืนนี้แล้วสินะ"
เอเลน่าขมวดคิ้วเล็กน้อยดวงตาคู่คมฉายแววครุ่นคิด เธอยกมือขึ้นกอดไว้ที่อก ก่อนจะกล่าวขึ้น
"สิ่งที่ฉันกังวลก็คือ พวกที่เหลือ...แน่ใจแค่ไหนว่ามันจะไม่อาละวาดจนทำให้เสียเื่อีก"
นอยเออร์พยักหน้าเห็นด้วยอย่างเคร่งเครียดก่อนจะเอ่ยเสริมขึ้นทันที
"เอเลน่าพูดถูก... หากเื่การเปลี่ยนสภาพมนุษย์เป็แวมไพร์แพร่งพรายออกไปแผนการขยายกองกำลังของเราคงพังทลายไม่เป็ท่าแน่ แล้วไหนจะลาเบลอีก...ถ้ายัยนั่นรู้เข้าว่าเกิดความผิดพลาดแบบนี้ขึ้นหล่อนคงใช้เป็ข้ออ้างเล่นงานพวกเราในที่ประชุมใหญ่แน่"
โรดิโก้แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอแววตาเยือกเย็นเปล่งประกายความเ้าเล่ห์
"ไม่ต้องห่วงเื่ลาเบล...หล่อนไม่มีทางรู้เื่การประชุมนี้ และไม่มีทางรู้เื่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเด็ดขาดแต่เราต้องรีบกลบเกลื่อนร่องรอย"
“แล้วคุณจะทำอย่างไร...หัวหน้า”นอยเออร์กระซิบถามเบาๆ
โรดิโก้ยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนตอบออกมาอย่างมั่นใจ
“เื่นั้น...ฉันเตรียมการไว้หมดแล้ว”
แผนการกลบเกลื่อนร่องรอยความผิดพลาดของโรดิโก้ดำเนินไปอย่างเืเย็นและแยบยลเพื่อปฏิเสธข้อครหาและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเ้าหน้าที่รัฐบาลที่คอยหนุนหลังอยู่โรดิโก้จำเป็ต้องหา "แพะรับบาป"มารับเคราะห์แทนความผิดพลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เป้าหมายของเขาตกอยู่ที่"ริชชี่" แวมไพร์สาวสุดร่าน ตลอด่เวลากว่าร้อยปีที่ผ่านมาชีวิตของเธอไม่ได้หวังความก้าวหน้าหรือสร้างเนื้อสร้างตัวแต่อย่างใด ริชชี่เป็แวมไพร์สาวที่มีนิสัยรักสนุกและเซ็กซ์จัดอย่างยิ่งเธอใช้เสน่ห์อันเย้ายวนของร่างะในการแลกเปลี่ยนความสุขทางกายอย่างไร้ความผูกพันและด้วยความที่เธอ ไม่มีอาชีพการงานที่มั่นคง หรือสนใจที่จะสร้างอนาคตใดๆร่างกายจึงกลายเป็เครื่องมือชิ้นเดียวในการหาเงิน
ทุกค่ำคืนธนบัตรที่ได้มาจากการขายเรือนร่างถูกนำไปละลายทิ้งกับสิ่งฟุ่มเฟือยอย่างไร้ค่า กระเป๋าแบรนด์เนมหรูหราเครื่องประดับราคาแพงและข้าวของแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดที่กองพูนอยู่ในห้องเช่าโทรมๆคือสิ่งเดียวที่เธอใช้ตอกย้ำคุณค่าจอมปลอมให้กับตัวเองในโลกอันมืดมิดนี้
การใช้ชีวิตอย่างไร้แก่นสารและพึ่งพาแต่สัญชาตญาณดิบทำให้ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา ริชชี่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม"แวมไพร์ชนชั้นต่ำ" ไร้ซึ่งตำแหน่ง หน้าที่การงานที่ดีหรือแม้แต่พรรคพวกที่จะคอยปกป้องยามวิกฤต และนั่นคือเหตุผลที่สมบูรณ์แบบที่สุด...ในสายตาของโรดิโก้ เธอกลายเป็ตัวเลือกเดียวที่เหมาะสมที่สุดในการเป็แพะรับบาปที่ไร้ทางสู้
โรดิโก้ชวนเธอมางานเลี้ยงที่จัดขึ้นหลอกๆหลังจากนั้นไม่กี่วัน และจับเธอขังไว้ในห้องใต้ดิน เขาใช้"สารสกัดเข้มข้นจากกระเทียม"พิษร้ายแรงที่สร้างความทรมานและกัดกร่อนพละกำลังของแวมไพร์ฉีดเข้าสู่เส้นเืของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าสารพิษนั้นแผดเผาอินทรีย์ภายในจนริชชี่อ่อนแรงลงอย่างรวดเร็วร่างกายที่เคยทรงพลังกลับไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนหยัด หรือส่งเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ
♦°°°°°°°°°° ☾* °°°°°°°°°° ♦